News ข่าวรถยนต์รถใหม่

RAM 1500 800 กม./ชาร์จ ภาพเรนเดอร์ กระบะไฟฟ้ายักษ์ ก่อนเปิดตัวภายในปีนี้

ภาพเรนเดอร์โดย Josh Byrnes ศิลปินของ CarScoops
ภาพเรนเดอร์โดย Josh Byrnes ศิลปินของ CarScoops
“Ram Truck creates Ram Revolution to invite consumers on its journey to revolutionize the pickup truck market, as it prepares to launch the Ram 1500 Battery Electric Vehicle (BEV) in 2024.”

ล่าสุดมีการปล่อย VDO ทีเซอร์ใหม่ของกระบะไฟฟ้า RAM ที่จะเผยโมเดลภายในสิ้นปีนี้ ภายใต้แพลตฟอร์ม STLA Frame ทำให้กระบะไฟฟ้ามีความสามารถในการวิ่งได้ไกลถึง 805 กม./ชาร์จ รองรับแบตเตอรี่ขนาด 159 – 200 kWh

Mike Koval ซีอีโอของ Ram กล่าวว่า รถต้นแบบ จะเผยก่อนกรอบเวลาช่วงสิ้นปี 2022 กำหนดเดิมคือปี 2024 ตามข้อมูลของ Automotive News Motor.com ยืนยันข้อมูลกับโฆษกของ Ram มันไม่ชัดเจนว่านี่จะเป็นรถต้นแบบที่ใกล้เคียงคันผลิตจริงขนาดไหน

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นการออกแบบด้านหน้าบางส่วน และ ด้านหลังบางส่วน โดยเฉพาะไฟหน้า-ไฟท้ายที่โด่ดเด่น ทันสมัย

ตลาดกระบะไฟฟ้ากำลังดุเดือดในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเปิดตัว Rivian R1T และ GMC Hummer EV ออกสู่ตลาด และ จะตามมาด้วย Ford F-150 Lightning เราเพิ่งทราบเมื่อไม่นานนี้ว่า Chevrolet Silverado EV เตรียมเปิดราคาในฤดูใบไม้ร่วงปี 2023

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เล่นสำคัญอย่าง Ram ภายใต้ Stellantis ที่กำลังจะเปิดตัวกระบะไฟฟ้าคันโต ภายในปี 2024

Ram Revolution จะเป็นชื่อใหม่ ของกระบะไฟฟ้า ที่พัฒนาภายใต้แพลตฟอร์ม STLA ใหม่ ก่อนเปิดตัวปี 2024 และ กลุ่มผลิตภัณฑ์ RAM ทั้งหมดจะเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2030

Stellantis ได้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้ากับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (USPTO) ในเดือนมกราคม 2022 คำขอดังกล่าวมีขึ้นเพื่อขอเครื่องหมายการค้า “Ram Revolution” เป็นชื่อ Autoblog ระบุชัดเจนว่าสิทธิบัตรนี้ใช้กับชื่อรถบรรทุกนั่งโดยเฉพาะ ก็สมเหตุสมผลแล้วที่ชื่อนี้อาจเป็นชื่อสุดท้ายสำหรับรถกระบะไฟฟ้า RAM

นอกจากนี้ ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องแปลกที่จะเรียกรถบรรทุกไฟฟ้า Revolution โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง แต่ถึงอย่างนั้นคำว่า REVolution มีคำกำกับ “EV” อยู่ในนั้น

หลังจากที่ Stellantis ประกาศแผนเปิดตัว 4 แพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ย่อยอย่าง Ram ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ล่าสุดประกาศเตรียมนำเสนอกระบะทุกรุ่นของ RAM จะเป็นไฟฟ้าภายในปี 2030

อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว RAM เองจะไม่โดนทิ้งไว้ข้างหลัง บริษัทยังไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขุมกำลังไฟฟ้าของ RAM แต่หากมองจากภาพ จะเห็นดีไซน์เค้าโครง กระจังหน้าแบบปิด ไฟหน้าแบบ LED ลากเชื่อมทั้งสองฝั่ง พร้อมโลโก้ RAM เรืองแสงขนาดใหญ่

RAM พัฒนาภายใต้แพลตฟอร์ม STLA Frame รองรับการวิ่ง 804 กม./ชาร์จ ออกแบบสำหรับรถยนต์กระบะ SUV ขนาดใหญ่ รถตู้เชิงพาณิชย์

Ram พร้อมผลิตกระบะไฟฟ้าภายในปี 2024 แม้ว่าจะสายไปหน่อยหากเทียบกับคู่แข่งอย่าง Rivian R1T, GMC Hummer EV และ Tesla Cybertruck มีกำหนดวางจำหน่ายในปลายปีนี้ โดย Ford F-150 Lightning ได้เปิดตัวนำหน้าไปก่อนแล้ว

ขณะที่ Chevrolet Silverado EV กำลังเข้าสู่ตลาดในเร็วๆนี้เช่นกัน

และมันไม่ใช่กระบะไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่มันคือ Full Size Pickup EV ที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด มันคือการเดิมพันของ Ram อย่างแท้จริง

Autoblog /  Automotive News (Subscription Required)

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Foxconn

Foxconn เตรียมสร้างโรงงานผลิตชิป ในมาเลเชีย ร่วมกับ DNex

Foxconn ประกาศล่าสุด เตรียมตั้งโรงงานผลิตชิปในประเทศมาเลเซีย ร่วมกับ DNex (Dagang NeXchange Berhad) บริษัทเทคโนโลยีในมาเลเชีย เตรียมสานต่อความทะเยอทะยานรถยนต์ไฟฟ้าของ Foxconn

Foxconn ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวันได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับบริษัทเทคโนโลยีของมาเลเซีย Dagang NeXchange Berhad (DNex) เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างและดำเนินการโรงงานสำหรับชิปในมาเลเซีย

หากแผนเป็นจริง จะสอดคล้องกับการผลักดันของรัฐบาลมาเลเซีย ในการสร้างอุสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และ ถือเป็นก้าวสำหรับสำหรับการเป็น แอสเซมเบลอร์ iPhone ก็จะ เป็นการขยายธุรกิจด้านเซมิคอนดักเตอร์ และ สานฝันยานยนต์ไฟฟ้าของ Foxconn ซึ่งนับเป็นธุรกิจใหม่

Foxconn เข้าถือหุ้น 5.03% ใน DNex เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ให้การควบคุมทางอ้อมสำหรับโรงงานชิปขนาด ของ SilTerra ในมาเลเซีย โดยมี DNex เป็นบริษัทแม่ของ SilTerra Malaysia โดยเข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว

โรงงานที่วางแผนไว้ในมาเลเซียคาดว่าจะผลิตชิปได้ 40,000 ชิ้นต่อเดือน ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี 28 นาโนเมตร และ 40 นาโนเมตร เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ เซ็นเซอร์ วงจรรวมไดรเวอร์ และ ชิปที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อ

ที่ตั้งของโรงงาน และ ขนาดของการลงทุนยังไม่ได้ประกาศ รายงานระบุว่าผู้บริหารในอุตสาหกรรมชิปคาดการณ์ว่ารายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับโครงการอาจมีตั้งแต่ 3 พันล้านดอลลาร์ ถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการลงทุน

Foxconn ในไทย

สำหรับประเทศไทย ตามแผนธุรกิจโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปตท.ได้เริ่มรุกเข้าสู่ EV Value Chain โดยจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ในการพัฒนา EV Charging Platform, EV Station รวมถึงการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และความร่วมมือกับ Foxconn จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ เป็นรากฐานสำคัญสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตและเป็นต้นแบบนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านพลังงานให้กับประเทศต่อไป

ในระยะแรก PTT และ Foxconn ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และส่วนประกอบหลักต่าง ๆ แบบ end-to-end ด้วยเงินร่วมลงทุนขั้นต้น 1-2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะขยายการลงทุนในอนาคตต่อไป

ปัจจุบันทาง Foxconn มีรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ 3 โมเดล ภายใต้แบรนด์ Foxtron ครอบคลุม C SUV EV ขนาดกลาง , Model E หรือ ซีดานไฟฟ้าขนาดกลาง – ใหญ่ และ Model T รถโดยสารไฟฟ้า

  • Foxconn มีชื่อบริษัทว่า Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. ใช้ชื่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า Foxconn เป็นบริษัทข้ามชาติ ผู้ผลิตและรับผลิตอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Tucheng, New Taipei, ในประเทศไต้หวัน (Taiwan) จัดเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเลคโทรนิกส์ และรวมถึง Circuit boards ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ภายใต้สถาปัตยกรรม MIH Open Platform แพลตฟอร์มแยกส่วน สามารถปรับใช้กับแชสซีส์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้หลากหลาย รวมทั้รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในรูปแบบอื่นๆ

จุดเด่นของแพลตฟอร์ม MIH EV Open Platform

  • มอเตอร์ขนาด 95 kW, 150 kW และ 200 kW สำหรับเพลาหน้า และ 150 kW, 200 kW, 240 kW และ 340 kW สำหรับเพลาหลัง
  • ฐานล้อปรับขนาดความยาวระหว่าง 2.75 – 3.10 เมตรได้ แทร็คที่ปรับความกว้างจาก 1.59 เมตร ถึง 1.70 เมตร ส่วนความสูงถึงใต้้ท้องรถ อยู่ที่ 12.6 เซนติเมตร ถึง 21.1 เซนติเมตร
  • สามารถเลือกระบบขับเคลื่อนได้หลากหลายทั้ง ล้อหน้า / ล้อหลัง / สี่ล้อ
  • รองรับแบตเตอรี่ที่หลากหลายรวมทั้ง Solid State
  • ตัวถังใช้ระบบ mega cast ที่ใช้ชิ้นสวนน้อยที่สุด
  • รองรับ 5G และ 6G ในอนาคต พร้อมระบบซอฟต์แวร์อัพเดทแบบ OTA และระบบเชื่อมต่อแบบ V2X (vehicle-to-anything)

Paultan.org

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Toyota

เตรียมขายไทย Toyota GR 86 2.0 boxer 4 สูบ 237 แรงม้า ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

Toyota Motor ประเทศไทย พร้อมแล้วสำหรับการนำเข้า GR86 ใหม่ มาจำหน่ายในประเทศในช่วงไตรมาส 3 ระหว่าง กรกฏาคม – กันยายน 2022 หลังจากเลื่อนการรับจองในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ 2022

GR 86 มีการออกแบบที่วิวัฒนาการโด่ดเด่นด้วยกระจังหน้า “Matrix G Mesh” ที่โดดเด่นซึ่งขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED และช่องระบายอากาศแนวตั้ง รุ่นนี้ยังมีช่องระบายอากาศที่บังโคลนหน้าแบบใหม่ สเกิร์ตข้างที่สปอร์ตยิ่งขึ้น และเรือนกระจกที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ไฟท้ายแบบ LED พร้อมสปอยเลอร์หลังสปอร์ตล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง 215/40 R18 ยาง Michelin Pilot Sport 4 ดิสก์ขนาด 11.6 นิ้ว (295 มม.) ที่ด้านหน้าและ 11.4 นิ้ว (290 มม.) ที่ด้านหลัง

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมการออกแบบเรียบหรู มาตรวัดแบบ Digital พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล แบบสี TFT ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว Touchscreen รองรับ Apple CarPlay / Android Auto

  • หากอัพเกรดเป็น GR 86 Premium จะเสริมเบาะหนัง และวัสดุ Alcantara แป้นเหยียบอะลูมิเนียมและ และลำโพง 8 ตำแหน่ง

เครื่องยนต์เบนซิน BOXER 4 สูบนอน 2.4 ลิตร Direct Injection D-4S พละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 7000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 3700 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD

  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.1 วินาที
  • เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิปของ Torsen
  • ความเร็วสูงสุด 226 กม./ชม.

ระบบความปลอดภัย Eyesight เช่น

  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Warning
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง SVRD
  • กล้องมองภาพมุมมองด้านข้าง บริเวณล้อหน้าซ้าย Side View Monitor
  • ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน Pre-Collision Braking
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go
  • ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน Pre-Collision Throttle Management
  • ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน Lane Departure Warning
  • ระบบเตือนเมื่อขับรถส่าย Lane Sway Warning
  • ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert

ขนาดตัวถัง

  • ยาว  4,265 มม.
  • กว้าง  1,775 มม.
  • สูง  1,310 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,575 มม.
  • น้ำหนักตัวถัง 1270 กก.

News ข่าวรถยนต์รถใหม่

เทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ กำลังได้รับความนิยมในจีน แม้ต้นทุนจะสูงกว่า ผลิตใหม่

เนื่องจากราคาวัตถุดิบต้นน้ำ ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ได้พุ่งขึ้นสูงอย่างมากหลายเท่าตัว ทำให้เศษซากราคาจากแบตเตอรี่หลังการรีไซเคิลเพิ่มขึ้นด้วย

การรีไซเคิลในปัจจุบัน มีราคาสูงกว่าแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่อยู่แล้ว และ ปัจจุบันยิ่งมีราคาเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการรีไซเคิลด้วย

CCTV Finance ผู้จัดการแผนกจัดซื้อของบริษัทรีไซเคิลแบตเตอรี่พลังงานในเจ้อเจียง กล่าวว่า มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่

ณ ตอนนั้น ราคาซื้ออยู่ที่ 150 หยวนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง และ ปัจจุบันราคาพุ่งสูงถึง 500 หยวนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า

ตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หากความจุของแบตเตอรี่พลังงานลดลงเหลือน้อยกว่า 80% ของความจุที่กำหนด จะต้องเลิกใช้งาน และ บังคับให้มีการรีไซเคิลแบตเตอรี่

มูลค่าของแบตเตอรี่ ที่นำไปรีไซเคิลก็จะลดลงเนื่องจากความจุที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทรัพยากรอย่างลิเธียม และ นิกเกิลที่ขาดแคลน ราคาที่พุ่งสูงขึ้น บริษัทพลังงานใหม่หลายแห่งจึงหันมาสนใจ เทคโนโลยีการรีไซเคิลแบตเตอรี่ บริษัทรีไซเคิลได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดการรีไซเคิลแบตเตอรี่กำลังได้รับความนิยม แม้ว่าการรีไซเคิล จะมีราคาแพงกว่า การผลิตใหม่

การรีไซเคิลแบตเตอรี่ในจีน เพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 145% เมื่อเทียบรายปี หรือช่วงเวลาปีก่อน 70%

Yang Lei ผู้อำนวยการแผนกวิจัยของ China Power Battery Recycling Alliance กล่าวว่าขณะนี้มีเหตุผล 3 ประการที่ทำให้ การรีไซเคิลแบตเตอรี่ได้รับความนิม ประการแรก การขาดแคลนวัตถุดิบ , ราคาที่เพิ่มขึ้น , การรีไซเคิลแบเตอตรี่เป็นรูปแบบเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ ให้ดูว่าพวกเขาใช้พลังงานหมุนเวียน แม้ว่าต้นทุนการีไซเคิลจะสูงกว่า

Mydrive

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Honda

รวมภาพคันจริง GAC Honda e:NP1 วิ่งได้ 510 กม./ชาร์จ CLTC ในจีน

GAC Honda ได้เปิดตัวโมเดลธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ที่งาน GAC Honda New Electric Brand conference 2022 โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ e:NP / HR-V EV ใหม่ ที่มีการออกแบบคล้ายๆ HONDA e:NS1 ภายใต้แบรนด์ e:NP Extreme

พัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า e:N Architecture F สำหรับรถยนต์ตระกูล e:N Series เพียงการนำแพลตฟอร์มของ HR-V เวอร์ชันปกติ มาดัดแปลงให้สามารถติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่

ภายใต้แนวคิดการออกแบบ e:NP Design การออกแบบใหม่ทั้งหมด ที่ฮอนด้าไม่เคยทำมาก่อน กระจังหน้าแบบปิดสนิท ไฟหน้าที่เพรียวบาง

e:NS1 และ e:NP1 (e:NP1 เน้นการเสริมแต่งภายนอกให้สปอร์ตมากว่า กระจังหน้าสีดำ หลังคาสีดำ เป็นต้น) พัฒนาภายใต้ แพลตฟอร์ม e:N Architecture F ที่พัฒนาโดย Honda ภายใต้แนวคิดการออกแบบ E:N Design การออกแบบใหม่ทั้งหมด ที่ฮอนด้าไม่เคยทำมาก่อน กระจังหน้าแบบปิดสนิท ไฟหน้าที่เพรียวบาง

การตกแต่งภายในแบบมินิมอล หน้าจอควบคุมกลางแนวตั้ง 15.2 นิ้ว และจอ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING 360 และระบบเชื่อมต่อการนำทางอัจฉริยะของ Honda CONNECT 3.0 พร้อมผู้ช่วยเสียง AI การอัปเกรด OTA ออนไลน์และฟังก์ชันอื่นๆ

ขนาดตัวถัง

  • ความยาว 4,390 มม.
  • ความกว้าง 1,790 มม.
  • ความสูง 1,560 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,610 มม.

มอเตอร์ไฟฟ้า รุ่น e-motor ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร Ternary Lithium Battery แบตเตอรี่ขนาด 68.8 kWh ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 510 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง CLTC

ในรุ่น e-Type ให้กำลัง 182 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 53.6kWh วิ่งได้ 420 กม./ชาร์จ CLTC

พร้อมนิเวศควบคุมอัจฉริยะแบบฟูลสแตก e:NOS ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะของ Honda SENSING 360 และระบบเชื่อมต่อคำแนะนำอัจฉริยะ Honda CONNECT จะถูกรวมเข้าด้วยกัน และระบบโต้ตอบด้วยเสียง พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียดสูง นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบเสียง Honda EV Sound ให้เสียงสปอร์ตและหลากหลาย

Honda CONNECT เจนเนอเรชั่นใหม่จะตรวจจับสภาพการจราจรจากระยะไกล ประมวลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมการขับขี่ต่างๆ และ แนะนำเส้นทางที่ปลอดภัย

Honda SENSING 360 ครออบคลุมระบบความปลอดภัยที่หลากหลายบนพื้นฐานของกล้อง Monocular เพิ่มเรดาร์คลื่นขนาด 5 มม. ที่ด้านหน้า ครอบคลุมพื้นที่ตาบอดที่ยากต่อการมองเห็นด้วยสายตา

HONDA SENSING 360

Dongchedi.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Mercedes benz

Mercedes G-Class EV ใหม่ จะใช้แบเตตอรี่ ซิลิกอนแอโนด จาก Sila ความหนาแน่นพลังเพิ่ม 20 – 40%

Mercedes ได้ประกาศว่า G-Class EV ที่กำลังจะมาถึง มาพร้อมชุดแบตเตอรี่เสริม ที่ใช้เคมีซิลิกอนแอโนด จาก Sila

วัสดุแอโนดที่มีซิลิคอนสูง จะช่วยเพิ่มความหนาแน่น ของพลังงานแบตเตอรี่ โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัย หรือ ประสิทธิภาพการใช้งาน

บริษัทกล่าวต่อไปว่า แบตเตอรี่ซิลิกอนแอโนดของ Sila เมื่อเทียบกับเซลล์แบตเตอรี่ที่จำหน่ายทั่วไป จะมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น 20 – 40% ซึ่งสูงถึง 800 Wh/l ที่ระดับเซลล์

Mercedes ยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงรายละเอียดอื่นๆ แต่จะนำเสนอ G-Class EV บนเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของ Sila ประมาณปี 2025

แบตเตอรี่ซิลิกอนแอโนดจะผลิตในโรงงานในรัฐวอชิงตันของ Sila โดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100% และ Mercedes เป็นลูกค้ารถยนต์รายแรกที่ประกาศต่อสาธารณะ

Mercedes พวกเขาลงทุนในบริษัท Sila .นปี 2019 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามวิจัย และ พัฒนาสร้างแบตเตอรี่ขั้นสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ในแถลงการณ์ นาย Markus Schäfer ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Mercedes กล่าวว่า “ Sila เป็นพันธมิตรชั้นนำ ที่จะช่วยให้เราขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าหรูในอนาคต พร้อมเทคโนโลยีขั้วบวก ที่เป็นนวัตกรรมขั้นสูง และ มีความหนาแน่นของพลังงานสูง เป็นทิศทางใหม่อย่างสมูบรณ์ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต ”

Carscoop

Mercedes-Benz G-Class EV Concept

Mercedes-Benz ได้เปิดตัว EQG Concept อย่างเป็นทางการที่งาน IAA Mobility Show ปี 2021 ที่มิวนิก

G-Class เวอร์ชันไฟฟ้า 100% มาพร้อมการออกแบบที่ยังคงรูปลักษณ์ G-Class ไว้เพียงอย่างสมบูรณ์

Mercedes G-Class เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะทางฝั่ง Jeep ได้เผยทีเซอร์ออฟโรตไฟฟ้า ซึ่งมันสามารถแข่งขันกับ G-Class ได้

แต่เราคิดว่าทาง Mercedes จะเปิดตัวรุ่นนี้ช้าสุด และน่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการออกแบบ G-Class มากจนเกินไป แน่นอนว่าต้องมีการปรับปรุงให้ทันยุคสมัยเช่นกระจังหน้าแบบชิ้นเดียว ล้อใหม่ ไฟใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงอื่นๆ ที่บ่งบอกว่านี้คือ ออฟโรตไฟฟ้า หรูหรา ราคาแพง

G-Class EV พร้อมตัวถังทูโทน ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลม กระจังหน้าแบบ Black Panel ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว แต่ยังติดตั้งล้ออะไหล่ด้านหลัง ซึ่งโดยรวมมีความทันสมัยอย่างมาก

ภายในเราสามารถคาดหวังเทคโนโลยีมากมายรวมถึงจอแสดงผลดิจิตอลหลายจอและระบบอินโฟเทนเมนต์ Mercedes MBUX เวอร์ชันล่าสุด

เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์จะมาจากรถซีดาน EQS ซึ่งให้กำลังสูงสุด 107.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง แส่งกำลัง 516 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

ตอนนี้เรายังไม่มีกำหนดแน่นอนในการเปิดตัวเวอร์ชั่นจำหน่านจริงสำหรับ EQG (เราคาดว่าน่าจะใช้ชื่อนี้)

Carscoop

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Rivian

Rivian จะสร้างรถยนต์ SUV ขนาดเล็ก R2S หวังราคาไม่แพง เข้าถึงมวลชน

Rivian ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติสหรัฐฯ ปัจจุบันพวกเขาดำเนินการผลิตรถกระบะไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ Rivian R1T นอกจากนี้ยังจะมีการผลิต SUV บนฐานกระบะไฟฟ้า R1S ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ดูเหมือนว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสอง กำลังไปได้ดี และทางแบรนด์ Rivian กำลังมองหาสิ่งใหม่ๆ พวกเขาทำงานบนแพลตฟอร์ม R2 และ มีความเป็นไปได้ที่กำลังมองหาการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กกว่าในนาม R2S SUV

ขนาดตัวถัง SUV R1S ในปัจจุบัน มีขนาดเท่าๆ SUV ทั่วไปในยุโรป แต่อย่างไรก็ตาม รายงานว่ายานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กเช่น Rivian R2S และ Rivian R3S กำลังอยู่ในระหว่างการผลิตเพื่อเสริมกลุ่มตลาดใหม่ๆ และ คาดว่าราคาไม่แรง

รายงานของ MotorTrend อ้างถึง Robert Joseph Scaringe ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Rivian ว่าบริษัทสตาร์ทอัพในอเมริกาจะเปิดตัว EVs สำหรับผู้โดยสารรุ่นใหม่หลังจากการเปิดตัว Rivian R1T และ Rivian R1S

มีความเป็นไปได้ที่เขาจะตั้งชื่อว่า Rivian R2S และ Rivian R3S SUVs MotorTrend เสริมว่ารุ่นต่างๆ ที่กำลังจะมาถึงนี้จะใช้แพลตฟอร์มเฉพาะ R2

Automotive News รายงานเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565 ว่าแบรนด์กำลังทำงานบนแพลตฟอร์มใหม่ที่มีชื่อว่า ‘R2’ คาดว่าจะรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีราคาจับต้องได้ ด้วยแพลตฟอร์ม รถใหม่สามารถรองรับมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ และ แบตเตอรี่ 800 โวลต์ ซึ่งตอนี้อยู๋ในระหว่างการพัฒนา

ในระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2022 ของ Rivian เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 Scaringe ยืนยันว่าแพลตฟอร์ม R2 อยู่ในระหว่างดำเนินการ

เขาระบุว่า เราได้เรียนรู้จากแพลตฟอร์ม R1 และ RCV ในการพัฒนา เพื่อให้แน่ใจว่า R2 จะมีความสามารถมากขึ้น และ ช่วยลดต้นทุนในการผลิต ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวมีราคาประหยัด รวมถึงรองรับมอเตอร์ไฟฟ้าเดียว Enduro แบตเตอรี่ LFP ใหม่

นอกจากนี้ Rivian ยังได้ยื่นเครื่องหมายการค้าสำหรับชื่อต่างๆ เช่น R2T, R2X, R2A, R2C, R2S และ R2R เนื่องจาก R1S เป็น SUV จึงมีแนวโน้มว่า R2S จะเป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดหรือขนาดกลาง R2T อาจเป็นทางเลือกของรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มีราคาต่ำกว่า R1T

ทาง TopElectricSUV คาดว่า R2S ใหม่ จะมาในโฉม SUV-Coupe พร้อมแข่งขันกับ VW ID.4 และ Ford Mustang Mach-E ในตลาดสหรัฐอเมริกา

SUV ขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับอเมริกาเหนือ ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ สามารถช่วยให้ Rivian กลายเป็นคู่แข่งสำคัญในอุตสาหกรรมนี้ บริษัทสามารถแนะนำ Rivian R2S ในฐานะคู่แข่งของ VW ID.4 และ Skoda Enyaq เพื่อเจาะตลาดยุโรป SUV ขนาดกลาง

Rivian CFO Claire McDonough กล่าวในระหว่างการโทรว่าโรงงานที่จะเกิดขึ้นในจอร์เจียจะมีสายการประกอบ R2 ที่มีกำลังการผลิต 200,000 คันต่อปี เธอระบุว่าในที่สุด และ ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในอนาคต

insideevs.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Ford

ขนส่งกระบะไฟฟ้า Ford F-150 Lightning ในสหรัฐฯ ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า

ล่าสุดได้มีการเผยภาพขนส่งครั้งแรกของกระบะไฟฟ้า Ford F-150 Lightning รุ่นแรกที่จัดส่งให้ตัวแทนจำหน่าย ในสหรัฐอเมริกา

นับตั้งแต่ฟอร์ดเปิดตัว F-150 Lightning ในเดือนพฤษภาคม 2564 ผู้คนต่างรอการส่งมอบ และ การผลิตอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นเมื่อปลายเดือที่แล้ว

ณ ตอนนี้ F-150 Lightnings กำลังจัดส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายจากศูนย์รถยนต์ไฟฟ้า Rouge (REVC) ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน

จิม ฟาร์ลีย์ ซีอีโอของ Ford Motor Company ได้ทำให้ช่วงการรอคอยเป็นจริง พวกเขาได้เผย 2 VDO เกี่ยวกับการขนส่งรถกระบะไฟฟ้า ขนไปบนรถพ่วง เป็นการเดินทางไปที่โชว์รูม เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสตัวจริง นอกจากนี้ยังเป็นการส่งมอบให้กับลูกค้ารายแรกอีกด้วย

ผู้ผลิตรถยนต์ใช้เวลาหนึ่งปีจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์จนถึงการเริ่มต้นส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเร็วมากสำหรับการเปลี่ยนไลน์ผลิตรถไฟฟ้า โดยเฉพะากระบะไฟฟ้า ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ และต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้น

เรามาอัพเดทข้อมูลรุ่นย่อย ของกระบะไฟฟ้า Ford F-150 Lightning รุ่นปี 2022 ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันคำสั่งซื้อกระบะปิดลง ด้วยยอดจองสะสมกว่า 200,000 คัน

Ford F-150 Lightning มาพร้อมขุมพลังที่ทรงพลัง ให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อยได้แก่ Pro trim, XLT , Lariat , Platinum มีช่วงราคาจำหน่าย 41,769 – 92,669 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.44 – 3.22 ล้านบาท

News ข่าวรถยนต์รถใหม่

EAVX และ REE Automotive รถตู้ไฟฟ้า 595 กม./ชาร์จ เตรียมเปิดตัวในสหรัฐฯ

EAVX และ REE Automotive เตรียมเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้า ในช่วงฤดูร้อนนี้ พร้อมการออกแบบสุดล้ำสมัย

  • บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ของอิสราเอล REE Automotive เป็นผู้นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มสเก็ตบอร์ด คือการรวมส่วนประกอบของระบบขับเคลื่อนรถยนต์ (พวงมาลัย, ระบบเบรก, ระบบช่วงล่าง, e-motor) เข้ากับพวงมาลัย บริษัท เรียกว่าโซลูชั่นสถาปัตยกรรม REEcorner

รถตู้ไฟฟ้าดังกล่าว พัฒนาบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า P7 ของ REE Automotive รองรับรถยนต์พาหนะประเภท 3 – 5 มีน้ำหนักบรรทุกสูงถึง 3,991 กก.

รถตู้ไฟฟ้าคันใหม่ สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 595 กม./ชาร์จ รองรับการบังคับเลี้ยวทุกล้อ ขับเคลื่อนทุกล้อ

ภาพทีเซอร์ แสดงให้เห็นการออกแบบที่ชัดเจนมากขึ้น มันคือรถตู้ขนาดใหญ่ กระจังหน้าแบบปิด ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลมสี่ดวง ประตูด้านข้างขนาดเต็มเหมือนประตูบ้าน ชุดล้อสีดำ

EAVX และ REE Automotive จะเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้า ในมหานครดีทรอยต์ช่วงซัมเมอร์นี้ คาดว่าจะเน้นกลุ่มลูกค้าปลีก จัดส่ง และ ขนส่งด้านโลจิสติกส์

นอกเหนือจากการล้อเลียนรถตู้ไฟฟ้าแบบวอล์กอิน EAVX และ REE Automotive ยังได้ประกาศว่าจะจัดตั้ง European Integration Center ในเมืองโคเวนทรี สหราชอาณาจักร ในขณะเดียวกันก็จะจัดตั้ง Integration Center ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส

Carscoop

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ BYD

3 วันจอง 40,000 คัน BYD Seal 522 แรงม้า 700 กม./ชาร์จ CLTC แบตเตอรี่ 82.5kWh ก่อนเปิดตัวในจีน 20 พฤษภาคม 2022

BYD Seal เปิดรับพรีออเดอร์เพียง 3 วัน 40,000 คัน สำหรับการจองก่อนเปิดตัว 20 พฤษภาคม 2022 ในจีน ภายใต้แนวคิด Ocean Car Series พร้อมส่งมอบในเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป

ตามรายงานของ CnEVPost ระบุว่า BYD Seal คาดว่าราคาจำหน่าย 220,000 – 280,000 หยวน หรือประมาณ 1.15 – 1.47 ล้านบาท

BYD Seal สร้างขึ้นบน e-platform 3.0 เทคโนโลยีแบตเตอรี่ CTB รถยนต์ใหม่ใช้แนวคิดการออกแบบของรถแนวคิด Ocean-X ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ของ Dynasty โดยรวม ดีไซน์ด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ไฟหน้าชวนให้นึกถึง Taycan รูปทรงตัว C

ด้านข้างออกแบบเพรียวบางมาก ออกแบบเสา C สูงขึ้น การออกแบบระยะยื่นด้านหน้า และ ด้านหลังแบบสั้นทำให้รถมีความสปอร์ต และ สวยงาม ไฟท้ายแบบ LED ลากเชื่อมทั้งสองฝั่ง ล้ออัลลอยขนาด 18 – 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารออกแบบล้ำสมัยอย่างมาก ใช้โทนสีตัดกันที่หลากหลายระหว่าง สีเทา-น้ำเงิน+ดำ แผงหน้าปัด LCD ออกแบบใหม่ขนาด 10.25 นิ้วแรงบันดาลใจจากคลื่นทะเล พวงมาลัยรูปทรงใหม่ ติดตั้งระบบนิเวศ DiLink หน้าจอส่วนกลางแบบหมุนได้ขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ติดตั้งระบบเสียง Dynaudio 12 ลำโพง

เบาะบัคเก็ตซีทรูปเพชร และ หยดน้ำ ช่วยเพิ่มความรู้สึกเคลื่อนไหวภายใน หน้าจอสัมผัสส่วนกลางแบบลอยขนาดใหญ่ ช่องแอร์แบบซ่อน คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์

BYD Seal มีระบบส่งกำลังที่หลากหลาย จำแนกเป็น 3 แบบได้แก่

  • อเตอร์เดี่ยว ให้กำลัง 201 แรงม้า น้ำหนัก : 1,885 กก. แบตเตอรี่ 61.4kWh วิ่งได้ 550 กม./ชาร์จ CLTC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที
  • มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 522 แรงม้า น้ำหนัก : 2,150 กก. แบตเตอรี่ 82.5kWh วิ่งได้ 650 กม./ชาร์จ CLTC 4WD อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที
  • มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 522 แรงม้า น้ำหนัก : 2,150 กก. แบตเตอรี่ 82.5kWh วิ่งได้ 700 กม./ชาร์จ CLTC 4WD อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.9 วินาที

BYD Seal รองรับการชาร์จเร็ว DC 150kW สามารถชาร์จ 30 – 80 % ภายใน 30 นาที

ขนาดตัวถัง

  • ความยาว : 4800 มม.
  • ความกว้าง : 1875 มม.
  • ความสูง : 1460 มม.
  • ระยะฐานล้อ : 2920 มม.

BYD Seal ติดตั้งระบบความปลอดภัยได้แก่

  • ถุงลมนิรภัยหลักและผู้โดยสาร
  • ถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับหลัก
  • ถุงลมนิรภัยด้านหน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านหลัง
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านหน้า – ด้านหลัง
  • ระบบเบรกไฮดรอลิก
  • ระบบช่วยเบรกไฮดรอลิก
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบกล้อง 360 องศาพร้อมภาพโฮโลแกรม
  • กล้องภายในรถยนต์
  • ระบบบันทึกการขับขี่
  • ระบบตรวจสอบจุดบอด
  • จอแสดงผลบนกระจก

BYD / mydrivers.com / Inf.news/

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ GWM

ภาพสิทธิบัตร กระบะ Great Wall Cannon รุ่น 6×6

ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพไฟล์สิทธิบัตร Great Wall Cannon รุ่น 6×6 หรือ ขับเคลื่อน 6 ล้อ ภายใต้แพลตฟอร์มออฟโรต รหัส P71 คาดว่าจะใช้ชื่อ CYBERSPACE

Great Wall Cannon รุ่น 6×6 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2022 ในประเทศจีน ยกระดับกระบะเมืองจีนสายลุยอย่างแท้จริง

หากมองจากภาพสิทธิบัตร ภายนอกของ Great Wall Cannon รุ่น 6×6 มีการออกแบบที่แตกต่างจากโฉมปกติ กระจังหน้าออกแบบเมทริกซ์แนวนอน 3 ด้าน และ มีช่องสี่เหลี่ยมทั้งสองด้าน กลุ่มไฟหน้าแบบ LED กันชนหน้าขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยสีเขียวโด่ดเด่น

ด้านข้างมาพร้อม 6 ล้อ โดยมี 4 ล้อหลัง ที่ครอบด้วยโป่งล้อขนาดใหญ่ยาว

Great Wall Cannon รุ่น 6×6 คาดว่าจะเปิดตัวในรุ่นโมเดลบนแพลตฟอร์ม P71 ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ด้านหน้าและ ระบบกันสะเทือนหลังแบบ multi-link Integral Bridge

คาดว่ารถใหม่จะติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0T เทอร์โบชาร์จ ระบบขับเคลื่อน 6 ล้อ สำหรับข้อมูลอื่นๆ โปรดติดตามกันอีกครั้ง

Autohome

News ข่าวรถยนต์รถใหม่

เผยภาพสิทธิบัตร The Classic Mini เมืองจีน ก่อนเปิดตัว

Beijing Estech Technology Co., Ltd. (北京艾斯泰克科技有限公司) ได้ยืนจดสิทธิบัตรดังกล่าวร่วมกับ บริษัทออกแบบและวิศวกรรม IAT Automobile Technology ( IAT ) และ Karlmann

สัญลักษณ์รถยนต์ MINI ขนาดเล็กสุดคลาสสิกจะกลับมาอีกครั้ง โดยมีผู้สืบทอดใหม่ ด้วยการหยิบยกดีไซน์จาก British Motor Corporation (1959–1968) มาใช้ในโฉมไฟฟ้า

มินิโคลนไฟฟ้าใหม่ ยังมีข้อมูลน้อย แต่ดูเหมือนว่า ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า ฝากระโปรงหน้าค่อนข้างต่ำกว่ารถต้นฉบับในอังกฤษเล็กน้อย

นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟหน้าทรงกลม เป็นเอกลักษณ์ของ British Motor Corporation (1959–1968) พอร์ตชาร์จถูกซ่อนอยู่หลังฝาถังน้ำมันที่บังโคลนหลังซ้าย

ต้องขออภัยอย่างมาก เพราะตอนนี้ข้อมูลยังน้อย และเราไม่รู้ว่าทางผู้จดสิทธิบัตรได้หารือกับทาง BWM หรือไม่ ? เพราะรูปลักษณ์เป็นการโคลนนิ่ง BWM British Motor Corporation (1959–1968) มาแบบเต็มๆ

Carnewschina.com/

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Volkswagen

เปิดตัว 7 กรกฏาคมนี้ VW Amarok กระบะบนฐาน FORD RANGER ใหม่

Volkswagen Commercial Vehicles ประกาศอย่างเป็นทางการ สำหรับการเปิดตัวกระบะ Amarok ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม T6 ร่วมกับ FORD RANGER ในวันที่ 7 กรกฏาคม 2022

Amarok ใหม่จะวางจำหน่ายในรูปแบบระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4X4 Part Time และ 4X4 Full-Time บนขุมกำลังเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 เทอร์โบ

ดีเซล 2.0 Turbo 6AT 2WD

เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง

ดีเซลเทอร์โบ V6 3.0 ลิตร ให้กำลัง 247 แรงม้า แรงบิต 600 นิวตัน-เมตร EURO5 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบออนดีมานด์มาพร้อมกับโหมด 2H, 4H และ 4L

นอกจากนี้ยังมีระดับการตกแต่ง Panamericana และ Aventura ให้เลือก ที่มาพร้อมระบบความบันเทิง SYNC 4 ของฟอร์ด ล้ออัลลอย 17 – 21 นิ้ว

หลังจากที่ FORD เปิดตัว Ranger ใหม่ ทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปยัง Volkswagen Amarok รุ่นต่อไป เพราะใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน

Volkswagen Amarok ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ FORD RANGER ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงความร่วมมือระดับโลกของ Ford-VW ปี 2019

ดูเหมือนว่า กระบะ Volkswagen Amarok จะมาพร้อมการออกแบบแตกต่างดุดันมากกว่าโฉมปัจจุบัน ไฟหน้าแบบ LED ใหม่ กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ โป่งล้อใหญ่ขึ้น

ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ตำแหน่งของคันเกียร์สำหรับเกียร์อัตโนมัติแตกต่างกัน นอกจากนี้ ตำแหน่งของเบรกจอดรถแบบอิเล็กทรอนิกส์และตัวเลือกโหมดการขับขี่ยังถูกเปลี่ยนใหม่

Volkswagen Amarok ไฟฟ้า จะตามมา

โฟล์คสวาเก้น กำลังพัฒนารถกระบะ Amarok เจนเนอเรชั่นที่ 2 ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าในเร็วๆนี้ ซึ่งเป็นฝาแฝดเดียวกับ Ford Ranger ใหม่ ทั้งนี้วิศวกรจากออสเตรเลีย มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาดังกล่าว ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์จะได้รับการเสริมขุมกำลังไฟฟ้าเช่นกัน

ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์สัญชาติเยอรมันได้ร่วมมือกับ Ford Australia ในการผลิตรถยนต์ไร้มลพิษ ซึ่งวางแผนเปิดตัวช่วงครึ่งหลังทศวรรษนี้

“เรากำลังพิจารณารุ่นไฟฟ้าล้วนๆ” ลาร์ส เคราส์ สมาชิกคณะกรรมการ Volkswagen Commercial Vehicle รับผิดชอบด้านการตลาด กล่าวในระหว่างการนำเสนอสื่อสำหรับ Amarok ใหม่ในเมืองโวล์ฟสบวร์ก ประเทศเยอรมนี “ตอนนี้มันยังเร็วไป แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในอนาคต”

“ตอนนี้ เราไม่พอใจกับช่วงไฟฟ้าของปลั๊กอินไฮบริด แต่เรากำลังมองหาเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบ BEV มากกว่า” Krause กล่าวกับ Drive

ผู้บริหารของ Volkswagen กล่าวว่าแชสซีที่ใช้โดย VW Amarok และ Ford Ranger รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นโครงสร้างพัฒนาโดย Ford สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และ ชุดแบตเตอรี่ได้

Volkswagen Amarok จำหน่ายกว่า 11 ปีและมากกว่า 800,000 คันใน สำหรับรุ่นใหม่จะเปิดภายในปี 2022 ผลิตในแอฟริกาใต้และอาร์เจนตินา ขายในยุโรปตั้งแต่ปลายปีหน้า

Kolesa

Source: Volkswagen Commercial Vehicles

Carexpert

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Honda

All-NEW HONDA CR-V ใหม่ เจนที่ 6 ภาพเรนเดอร์ อิงจากทดสอบวิ่ง ขุมพลังหลากหลาย e:HEV / PHEV ให้เลือก

Topelectricsuv.com
malvinwsetiawan

ขอบคุณภาพจากคุณ Sataporn Liangthanasarn หลังจากมีการเผยแพร่ภาพสิทธิบัตรในเมืองจีน ของ All-NEW HONDA CR-V ใหม่ เจนที่ 6 มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะส่วนหน้า รวมทั้งมีข่าวการเปิดตัวขุมพลังไฟฟ้าหลากหลายอย่าง e:HEV และ PHEV หรือ ปลั๊กอินไฮบริด

“ในปี 2023 ฮอนด้าจะขยายความพร้อมใช้งานของเทคโนโลยีไฮบริดเต็มรูปแบบ e:HEV ของเราด้วยการเปิดตัว C-segment SUV ใหม่ทั้งหมด” Tom Gardiner รองประธานอาวุโสของ Honda Motor Europe กล่าวกับ Auto Express “ HR-V และ CR-V ที่มีอยู่ของ Honda และ e:NY1 ใหม่ จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของลูกค้าที่สนใจรถยนต์ในกลุ่มไฟฟ้า รวมทั้งไฮบริดเต็มรูปแบบ ”

CR-V ใหม่จะไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่จะนำเสนอ ปล๊กอินไฮบริดภายใต้ e:PHEV เพื่อแข่งขันกับ RAV4 Prime ของ Toyota และ Escape PHEV ของ Ford

รถต้นแบบจะถูกพรางจากด้านหน้าไปด้านหลัง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมีการเปลี่ยนแปลงตัวถังขนาดใหญ่ขึ้น ฝากระโปรงหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย

กระจังหน้าใหม่ ตัวถังดูสปอร์ตมากขึ้น ไฟหน้าแบบ LED คมชัดเรียวมาก เปลี่ยนตำแหน่งกระจกมองข้างใหม่ ด้านท้ายออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะมาในรูปแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง

เราไม่สามารถมองเห็นภายในห้องโดยสารได้ แน่นอนว่าต้องมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่กว่า และหน้าปัดดิจิตอลใหม่ ส่วนมากอาจหยิบยืมชิ้นส่วนจาก HONDA CIVIC , HR-V ใหม่มาประกอบ

HONDA ยืนยันว่าระบบอินโฟเทนเม้นท์ใหม่จะทำงานควบคู่กับ Google เพื่อรองรับการเชื่อมต่อ Voice Assistant ของ Google ที่ติดตั้งบน Display Audio, Google Maps และแอป Google Play ในรถยนต์

ด้าน\มิติ2023 CR-V2022 CR-V
ความยาว4,703 มม. 4,621 มม.
ความกว้าง1,866 มม. 1,855 มม.
ส่วนสูง1,680 มม./1,690 มม. 1,679 มม. /1,689 มม.
ฐานล้อ2,700 มม. 2,661 มม.
Honda CR-V ปี 2023 เทียบกับขนาด Honda CR-V ปี 2022 (ในประเทศจีน)

สำหรับ CR-V รุ่นต่อไปในปี 2023 จะมีทั้งตัวเลือกระบบส่งกำลังไฮบริด และ ปลั๊กอินไฮบริดเป็นครั้งแรกในยุโรป โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในปี 2566

CR-V PHEV จีน

เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร 1993 ซีซี Atkinson cycle engine / DOHC / i-VTEC อัตราส่วนกำลังอัด 13.5: 1 ให้กำลัง 145 แรงม้า ที่ 6200 รอบต่อนาที แรงบิต 175 นิวตัน-เมตรที่ 3500 รอบต่อนาที

  • มอเตอร์ไฟฟ้า 67.5kW ให้กำลัง 181 แรงม้า
  • แรงบิต 315 นิวตัน-เมตร
  • ให้กำลังรวม 211 แรงม้า
  • วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 80 กม.
  • ระบบเกียร์ E-CVT
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะแบบเรียลไทม์ AWD
News ข่าวรถยนต์รถใหม่

Hongguang MINIEV ยอดขายสะสมกว่า 700,000 คัน ขึ้นแท่นรถยนต์ไฟฟ้า ขายดีสุดในจีน ติดต่อกัน 20 เดือน

Wuling Motors ประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2022 ที่ผ่านมา สำหรับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Hongguang MINIEV ยังคงรักษาอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 24,908 คันในเดือนนั้น

Hongguang MINIEV สามารถทำยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ติดต่อกัน 20 เดือน ทำให้มียอดสะสมเกิน 700,000 คัน

Wuling Hongguang MINIEV Macaron Autumn Edition รุ่นพิเศษในประเทศจีน พร้อม 2 สีตัวถังใหม่ Coconut White สีมะพร้าวอ่อน และ สีน้ำเงิน Merlot

Wuling Hongguang MINIEV Macaron Autumn Edition มีจำหน่าย 2 รุ่นย่อยในราคา 37,600 หยวน (120กม./ชาร์จ) ประมาณ 188,000 บาท และ 43,600 หยวน (170 กม./ชาร์จ) ประมาณ 219,000 บาท

Wuling Hongguang MINIEV Macaron ภายนอกไม่ได้อัพเกรดอะไรมากมาย ยังคงติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานของรถยนต์ แต่เพิ่มช่องหลอดไฟ และ แสงเอฟเฟต์กลางคืนได้ดีขึ้น พร้อมไฟส่องสว่างป้ายทะเบียน

ภายในห้องโดยสารโทนสีภายในยังคงใช้โทนสีเดียวกันกับตัวถัง ภายในจุได้ 4 ที่นั่ง พวงมาลัย 2 ก้า่นระบบปรับอากาศ หน้าปัดดิจิตอล ไม่มีหน้าจอสัมผัสส่วนกลาง

ขนาดตัวถัง

  • ความยาว 2,917 มม.
  • กว้าง 1,493 มม.
  • สูง 1,621 มม.
  • ระยะฐานล้อ 1,940 มม.
  • น้ำหนักตัวถัง 665 กก.

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าได้แก่

  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 27 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม.
  • แบตเตอรี่มีความจุขนาด 9.2 kwh วิ่งได้ 120 กม./ชาร์จ
  • แบตเตอรี่มีความจุขนาด 13.82 kwh วิ่งได้ 170 กม./ชาร์จ

Wuling Hong Guang MINI เปิดราคาจำหน่าย 28,800 – 38,800 หยวน ประมาณ 128,000 – 173,000 บาท ราคายังไม่รวมภาษีบ้านเรา

ระบบความปลอดภัย

  • โครงเหล็กนิรภัยแข็งแรงสูง
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
  • เรดาร์ถอยหลัง
  • ISOFIX 2 ตำแหน่ง
News ข่าวรถยนต์รถใหม่, รถมอเตอร์ไซค์, ราคา Honda, ราคารถมอเตอร์ไซค์

เปิดตัว All New HONDA LEAD125 ราคา 58,500 บาท

HyperFocal: 0

All New LEAD125 มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว สีแดง และสีน้ำเงิน เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 58,500 บาท เเละเเสดงความมินิมอลในเเบบคุณไปอีกขั้นกับ All New LEAD125 Special Edition มาพร้อมชุดแต่ง H2C By Honda วางจำหน่ายจำนวนจำกัด 3,000 คัน ราคาแนะนำ 59,200 บาท

All New LEAD125 เทรนด์ใหม่ครองใจคนมินิมอล เปิดตัวภายใต้คอนเซปต์ LIVE A MINIMAL LIFE มินิมอลในแบบที่เป็นคุณ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ทั้งด้านดีไซน์เเละฟังก์ชันได้อย่างลงตัว

วันนี้เราจะพาไปส่อง 5 เหตุผลที่ All New LEAD125 สามารถครองใจคนสไตล์มินิมอล จนเป็นเทรนด์ใหม่ของรถตระกูล เอ.ที.

1.ดีไซน์มินิมอลรอบคัน มองยังไงก็ไม่เบื่อ

ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ด้วยเส้นสายโครเมียมรับกับกริลล์หน้าอย่างลงตัว หน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์รูปทรงตัว V พร้อมจอแสดงผลครบครัน เเละที่จับหลังที่นอกจากจะดีไซน์ทันสมัยยังตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

2.สมาร์ทไลฟ์กับกุญเเจรีโมทอัจฉริยะ

ล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิมด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Honda Smart Key) ให้ผู้ใช้สตาร์ตเครื่องยนต์ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถ ป้องกันการโจรกรรม

3.ขุมพลังใหม่ ครั้งเเรกในคลาส 125 ซีซี

ขุมพลังเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ครั้งแรกในตระกูล เอ.ที. คลาส 125 ซีซี โดยเครื่องยนต์ eSP+ ถือเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของฮอนด้า ให้แรงบิดดี ตอบสนองการขับขี่ได้ดั่งใจ

4.สะดวกสบายไปกับไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัล

ล้ำไปอีกขั้นด้วยที่เสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบ USB Type A เเละถังน้ำมันเชื้อเพลิงด้านหน้า เติมน้ำมันง่ายเพียงแค่นิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องลงจากรถ

5.เก็บของได้จุใจที่สุดในตระกูลรถ เอ.ที. คลาส 125 ซีซี

U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 37 ลิตร ใหญ่ที่สุดในรถตระกูล เอ.ที. คลาส 125 ซีซี จุใจเพิ่มอีกด้วย ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ เเละที่แขวนสัมภาระอเนกประสงค์แบบหมุนได้ (Rotation Hook) พร้อมที่ล็อก หมดกังวลเรื่องสัมภาระตกหล่น

จาก 5 เหตุผลทำให้ All New LEAD125 ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์เเละฟังก์ชัน จนเป็นเทรนด์ใหม่ของรถตระกูล เอ.ที. ถ้าคุณเป็นคนที่มองหารถที่ใช่ เเบบไลฟ์สไตล์คนเมือง

  • เครื่องยนต์เครื่องยนต์ eSP+ 125 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะ แบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
  • ปริมาตรกระบอกสูบ 124.77 ซีซี
  • ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 53.5 ม.ม. x 55.5 ม.ม.
  • แบตเตอรี่ระบบไฮบริด แรงเคลื่อนไฟฟ้า ระบบชาร์จ11.5 : 1
  • ระบบคลัทช์คลัทช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง
  • ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ แบบ V-MATIC
  • ระบบจุดระเบิดFULL TRANSISTORIZED
  • ระบบการติดเครื่องยนต์สตาร์ทมือ
  • ขนาด กว้าง x ยาว x สูง 680 x 1,844 x 1,130 มม.
  • ระยะห่างช่วงล้อ 1,273 มม.
  • ระยะห่างจากพื้น 140 มม.
  • ความสูงของเบาะ 760 มม.
  • มุมคาสเตอร์ / ระยะเทรล 26° 30′ /75 มม.
  • ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร)6.0
  • เฟรมอันเดอร์โบน
  • ระบบกันสะเทือน หน้า เทเลสโคปิค
  • ระบบกันสะเทือน หลัง ยูนิตสวิง
  • น้ำหนักสุทธิ 114 กก.
  • ระบบห้ามล้อ หน้า ไฮดรอลิก ดิสก์เบรก
  • ระบบห้ามล้อ หลัง ดรัมเบรก
  • ล้อล้อแม็ก
  • ขนาดยาง หน้า 90/90-12 44J
  • ขนาดยาง หลัง 100/90-10 56J
  • น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินไร้สารตะกั่ว หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ออกเทน 95 หรือออกเทน 91 ที่มีส่วนผสมของเเอลกอฮอล์เอทานอลไม่เกิน 20%
News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Chevrolet

ปล่อยทีเซอร์ Chevrolet Equinox EV ภายใต้แพลตฟอร์มแบตเตอรี่ Ultium ของ GM ก่อนเปิดตัวในสหรัฐฯ

ล่าสุดทาง Chevrolet Official ปล่อยทีเซอร์ออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับ All-Electric Chevrolet Equinox แสดงให้เห็นการออกแบบภายในห้องโดยสารของครอสโอเวอร์ไฟฟ้าใหม่่ คาดว่าเตรียมเปิดตัวเร็วๆนี้ บนแพลตฟอร์มแบตเตอรี่ Ultium ใหม่ ในราคา 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,040,000 บาท

All-Electric Chevrolet Equinox สำหรับวีดิโอล่าสุด แสดงให้เห็นการออกแบบ ภายในห้องโดยสาร ครอสโอเวอร์ใหม่ ติดตั้งแผงหน้าปัดดิจิตอล และ ระบบ Infotainment ใหม่พร้อมหน้าจอแสดงผลไวด์สกีน ตกแต่งด้วยโลหะ และ วัสดุคุณภาพสูง แผงไฟส่องสว่างบริเวณหน้าปัด และ แผงประตู ให้ความหรูหราอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีเกียร์แบบมินิมอล ระบบควบคุมสภาพอากาศออกแบบใหม่ ช่องระบายอากาศทรงกลม , ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Super Cruise ที่ช่วยให้สามารถใช้งานแบบแฮนด์ฟรีได้บนถนนที่ใช้งานร่วมกันได้มากกว่า 321,869 กม. ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

Chevrolet Equinox EV มีการออกแบบค่อนข้างสปอร์ต ไฟหน้าแบบ LED เรียวยาวเชื่อมทั้งสองฝั่ง กันชนหน้าสีดำสปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED โป่งล้อสีดำขนาดเล็ก ไฟท้ายลากยาวทั้งสองฝั่ง กันชนท้ายมีมิติมากขึ้น

ภายใต้แพลตฟอร์มแบตเตอรี่ Ultium ของ GM คาดว่า Chevrolet Equinox EV สามารถวิ่งได้ 378 – 483 กม./าร์จ (ยังไม่ยืนยัน)

Chevrolet Equinox EV จะเปิดให้จับจองไล่เลี่ยกับ Chevrolet Silverado EV และ Chevrolet Blazer EV SUV (ฤดูใบไม้ผลิปี 2023)

insideevs.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่

จองหมด 3,000 คัน เพียง 30 นาที BYD Denza D9 MPV EVs หรูในจีน พร้อมภาพคันจริง ราคา 1.71 – 3.38 ล้านบาท

BYD Denza D9 MPV EV

BYD Denza D9 MPV EV

16 พฤษภาคม 2022 Denza D9 ประกาศราคาจำหน่ายล่วงหน้าในประเทศจีน เริ่มต้นที่ 335,000 – 660,000 หยวน หรือประมาณ 1.71 – 3.38 ล้านบาท ในตำแหน่ง MPV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่งแบบ 2+2+3 (ปัจจุบันปิดยอดจองพรีเซลล์ 3,000 คันภายใน 30 นาที)

ปลั๊กอินไฮบริดสามารถวิ่งได้ กม./ชาร์จ NEDCครอบคลุม NDEC预售价(万元)
DM-i 945 豪华型5094533.5
DM-i 1040 尊贵型190104037.5
DM-i 970 四驱尊荣型18097040.5
DM-i 970 四驱旗舰型18097044.5
รุ่นไฟฟ้าล้วนCLTC(km)预售价(万元)
EV 600+ 尊贵型600+39
EV 600+ 四驱旗舰型600+46

ภายนอกมาพร้อมความหรูหรา ด้วยกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ๋ ไฟหน้าแบบ LED กาบข้างโครเมียม ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติด้านข้าง ไฟท้ายแบบ LED ลากทะลุผ่านพร้อมลวดลายกราฟิก ภายใต้แนวคิด “Into the Meteor Arrow” ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 5250 มม.
  • กว้าง 1960 มม.
  • สูง 1920 มม.
  • ฐานล้อ 3110 มม.

สำหรับภายในห้องโดยสาร MPV สุดหรู 7 ที่นั่งแบบ 2 + 2 + 3 ใช้วัสดุลายไม้ และ สีเปียโนที่หรูหรา มีช่องเก็บของใต้ช่องระบายอากาศด้านล่าง พวงมาลัย 2 ก้านท้ายตัด

ติดตั้งหน้าจอควบคุมกลางขนาด 15.6 นิ้ว ติดตั้งระบบโต้ตอบอัจฉริยะของ Denza Link จอ Full LCD 10.25 นิ้ว คันเกียร์แบบคริสตัล รองรับการอัพเกรด OTA

เบาะนั่งแถวหลัง ติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 2 จอ และ มีที่ควบคุมบริเวณที่พักแขน หน้าจอขนาดใหญ่มีฟังก์ชั่นความบันเทิงที่ครบครัน ระบบเสียง Dynaudio ติดตั้งระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศเหนือแถวที่ 2 และ 3 พร้อมกับซันรูฟคู่ ม่านบังแดดไฟฟ้าคู่ ประตูบานเลื่อนกระจกปิดเสียงสองชั้นทั้ง 4 บาน

ในรุ่นไฟฟ้า จะมาพร้อมแบตเตอรี่เบลดของ BYD สามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กม./ชาร์จ

มี 2 เครื่องยนต์ให้เลือกได้แก่

  • ไฟฟ้า BEV วิ่งได้ไกลสุด 600 กม./ชาร์จ CLTC
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5T ปลั๊กอินไฮบริด DM-i แบตเตอรี่ 80kWh วิ่งในโหมด EV 190 กม./ชาร์จ NEDC ครอบคลุมการวิ่ง 1040 กม.
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5T ปลั๊กอินไฮบริด DM-i แบตเตอรี่ 80kWh 180 กม./ชาร์จ NEDC ครอบคลุมการวิ่ง 970 กม.
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5T ปลั๊กอินไฮบริด DM-i แบตเตอรี่ 50kWh 50 กม./ชาร์จ NEDC ครอบคลุมการวิ่ง 945 กม.
  • พร้อมระบบขับเคลื่อนสองล้อ และ ขับเคลื่อนสี่ล้อ

ติดตั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2 และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะของ Denza Pilot ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

Denza ก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง BYD (OTCMKTS: BYDDY, HKG: 1211) กับ Daimler โดยแต่ละฝ่ายถือหุ้น 50% ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างจีนและต่างประเทศแห่งแรกในจีนที่มุ่งเน้นด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) . ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 แบรนด์ Daimler ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Mercedes-Benz

24 มกราคม 2022 BYD และ Daimler เพิ่มทุนใน Denza คนละ 1 พันล้านหยวนในรูปเงิน และการเพิ่มทุนจะไม่เปลี่ยนอัตราส่วนการถือหุ้นในปัจจุบันระหว่างทั้งสองรถบ้าน

ปลั๊กอินไฮบริด

Cnevpost.com / Autohome / Iaitimes.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่

Hydrovolt โรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ฯ ในนอร์เวย์ ใหญ่สุดในยุโรป กู้คืนได้กว่า 95% รองรับ 12,000 ตันต่อปี

บริษัทร่วมทุนด้านการรีไซเคิลแบตเตอรี่ Northvolt–Hydro Hydrovolt ได้เริ่มดำเนินการรีไซเคิลแบตเตอรี่เชิงพาณิชย์ ในเมือง Fredrikstad ประเทศนอร์เวย์

Hydrovolt เป็นโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีการรีไซเคิลแบตเตอรี่กว่า 12,000 ตันต่อปี หรือเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า 25,000 คัน ครอบคลุมการใช้งานแบตเตอรี่ในประเทศนอร์เวย์ทั้งหมด

กระบวนการรีไซเคิลอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยให้สามารถกู้คืนแบตเตอรี่ได้กว่า 95% ซึ่งประกอบไปด้วย พลาสติก ทองแดง อลูมิเนียม รวมทั้งสารประกอบอย่าง นิกเกิล แมงกานีส โคบอลต์ และลิเธียม

Hydrovolt กำลังสำรวจความเป็นไปได้ เพื่อขยายโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ไปยังยุโรป หรือ ประเทศอื่นๆ โดยคาดว่าพวกเขาสามารถรีไซเคิลแบตเตอรี่กว่า 70,000 ตัน ภายในปี 2568 และ 300,000 ตัน ภายในปี 2573

Peter Qvarfordt ซีอีโอของ Hydrovolt ให้ความเห็นว่า “Hydrovolt แสดงถึงก้าวสำคัญ ของการเดินทางไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และ นอร์เวย์คือผู้นำโลกของเรื่องนี้ สิ่งที่ขาดหายไปคือ ความสามารถในการรีไซเคิลแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน Hydrovolt ได้รับการปรับขนาดเพื่อรองรับปริมาณแบตเตอรี่หมดอายุการใช้งานทั้งหมดในนอร์เวย์ แต่ตอนนี้ เรากำลังขยายกำลังอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่สูงขึ้น ”

แบตเตอรี่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้า แต่มันยังไม่ยั่งยืน หากยังไม่มีการรีไซเคิล แบตเตอรี่ การรีไซเคิลจะช่วยให้เกิดวัสดุ ที่มีประโยชน์ในเศรษฐกิจหมุนเวียนของยานยนต์ไฟฟ้า

Northvolt.com/

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ MG

ข้อมูลเบื้องต้น MG4 ไฟฟ้าใหม่ ก่อนเปิดตัวปลายปี

MG CyberE’s Motor.es
Autocar.co.uk/

ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพคันจริงสำหรับ NEW MG EH32 หรือ MG4 ใหม่ ในฐานการผลิต Ningde ของ SAIC รถดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยทีมงานออกแบบของ SAIC Design Center ที่ประเทศอังกฤษ คาดว่าเปิดตัวภายในปี 2022 ในสหราชอาณาจักร และ ยุโรปหรือ CyberE ในประเทศจีน

  • นอกจากนี้ยังควรสังเกตว่าตัวเลข ‘4’ ถือเป็นเลขโชคร้ายในประเทศจีน เนื่องจากฟังดูคล้ายกับคำว่า ‘ความตาย’ ซึ่งเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่ามีการใช้ชื่อ ‘MG 4’ ในตลาดส่งออกเท่านั้น
  • Ningde Base เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และได้รับรางวัล “China’s Benchmark Smart Factory in 2020” ฐานการผลิต SAIC Ningde ได้สร้างระบบการผลิตอัจฉริยะสำหรับยานยนต์

CyberE เป็นหนึ่งในสี่ของ MG EVs ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ภายใต้ซีรีย์ Cyber จะทำให้มีรุ่นอื่นๆตามาเช่น Cyberster sports car , Cyber ​​S SUV (codename: MG IP42) และ MG CyberX SUV (codename: MG AS34)

MG Motors ไม่ได้ระบุอะไรมากมาย แต่ยืนยันว่า NEW MG4 คันใหม่ พร้อมจำหน่ายในสหราชอาณาจักร บนความยาวตัวถัง 4,300 มม. ซึ่งหมายความว่า EV จะมีขนาดใหญ่กว่า Volkswagen ID.3 เล็กน้อย (4,261 มม.) และมันจะเป็นคู่แข่งสำคัญ VW ID.3, Cupra Born และ Nissan Leaf

วิดีโอทีเซอร์แสดงให้เห็น การออกแบบบนตัวถังครอสโอเวอร์ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว กาบข้างสีดำ ไฟท้ายแบบ LED เรียวยาว การออกแบบด้านท้ายทำให้นึกถึง KIA EV6 อย่างชัดเจน

เรายังสามารถเห็นหลังคากระจกสีดำ หรือ กระจกแบบพาโนรามาที่ตัดกัน กระจกมองข้างสีดำ

ข่าวลือระบุว่า MG 4 จะใช้ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบอิสระ – คล้ายกับ Volkswagen Golf, Ford Focus หรือ Toyota Corolla พร้อมระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ L3 เชื่อมต่อมือถือ 5G

อาจมีชุดแบตเตอรี่ขนาด 61.1 kWh ซึ่งให้กำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 154 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.3 วินาที สามารถวิ่งได้ 402 กม./ชาร์จ

MG สามารถนำเสนอแบตเตอรี่ขนาด 50.3kWh ของ MG ZS EV รวมทั้งชุดแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่า 70kWh มาใช้ใน MG4

NEW MG4 ตัวใหม่ จะราคาไม่แพง คาดว่าจะต่ำกว่า 30,000 ยูโร หรือต่ำกว่าล้านบาท จากเปิดตัวจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2022

insideevs.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Tesla

เปิดให้จอง รถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว วิ่งไกลสุด 804 กม./ชาร์จ

Tesla Semi เปิดให้จองอย่างเป็นทางการ ในรายการจองหนึ่งคัน เริ่มที่ $20,000 หรือประมาณ 690,000 บาท ต่อการจองหนึ่งครั้ง โดยต้องชำระเงิน 5,000 ดอลลาร์ทันที ที่มีการจอง และ อีก 15,000 ดอลลาร์ภายใน 10 วัน เพื่อรักษาคำสั่งซื้อดังกล่าว

เทสลาเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่กำลังเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าเต็มรูปแบบในชื่อ Tesla Semi บริษัทเปิดตัวตั้งแต่ปี 2560 พวกเขาใช้เวลากว่า 5 ปี ในการเตรียมความพร้อมที่จะจำหน่ายรถบรรทุกไฟฟ้า

การส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi จะเริ่มขึ้นในปี 2566 แม้ว่ายังไม่ชัดเจน แต่ทาง Elon Musk CEO ของเทสลากล่าวอย่างชัดเจนในเดือนเมษายนของปีนี้ว่าปี 2023 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับเทสลา และ เป็นการส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้า รวมทั้ง Cybertruck และ Roadster

Tesla Semi จะมาพร้อมแบตเตอรี่สูงสุด 100 – 500 กิโลวัตต์ชั่วโมง Tesla เปิดให้จองแล้วรุ่นเริ่มต้น 150,000 เหรียญสหรัฐฯ สามารถวิ่งได้ 482 กม./ชม. หรือ 4.88 ลบ. ในรุ่น 804 กม./ชาร์จ ราคา 180,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 5.33 ลบ.

Elon Musk CEO ของ Tesla กล่าวว่าเซมิจะมาพร้อมกับมาตรฐาน Tesla Autopilot ที่ช่วยให้สามารถขับรถกึ่งอัตโนมัติบนทางหลวงได้ ค่าสัมประสิทธิ์การลาก 0.36Cd.

Tesla Semi พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว สามารถสร้างกำลังได้มหาศาล และ น้ำหนักบรรทุกเต็มพิกัดที่ 36,000 กิโลกรัม

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 20 วินาที (โหลดเต็ม ระบบควบคุมยึดเกาะถนนของมอเตอร์ 4 ตัวทำงาน)

อัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 5.0 วินาที หากไม่มีน้ำหนักบรรทุก

ระยะทางสูงสุดราว 800 กิโลเมตร ภายใต้เงื่อนไขบรรทุกเต็มพิกัดและใช้ความเร็วโดยเฉลี่ย 96 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  • ระบบเบรกของ Tesla Semi สามารถนำพลังงานจลน์ที่สูญเสียไปกลับมาใช้ได้สูงถึง 98%
  • ใช้ไฟต่ำกว่า 2 kWh ต่อระยะทาง 1.6 กิโลเมตร และค่าไฟในสหรัฐฯ อยู่ที่ 0.12 ดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 3 บาท) ต่อไฟ 1 kWh
  • ระบบขับขี่อัตโนมัติ ที่สามารถบังคับรถบรรทุกหลายคันเป็นคาราวาน

Insideev

Tesla ได้เปิดตัววิดีโอ แสดงให้เห็นการทดสอบวิ่งจริงๆ ของรถพ่วงไฟฟ้า Semi ครั้งแรก บนสนามทดสอบของบริษัท

คลิปแสดงการทดสอบ Semi แต่ไม่ได้ลากพ่วง อย่างที่คาดคิดเพราะมันเป็นรถบรรทุกไฟฟ้า ทำให้มีเสียงที่เงียบมาก และมันยังติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ในการทดสอบยังไม่ระบุว่าคนบังคับ หรือ ระบบขับเคลื่อนเอง สิ่งที่เห็นคือมีผู้ควบคุมหลังพวงมาลัย

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Range Rover

เปิดตัวไทย 19 พฤษภาคม All NEW RANGE ROVER พร้อมขุมพลัง ปลั๊กอินไฮบริด ใหม่

All NEW RANGE ROVER เตรียมเปิดตัวในไทย ด้วยการนำเข้าโดย Inchcape ผู้จัดจำหน่าย Land Rover อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวในไทย 19 พฤษภาคม 2022

  • Range Rover รุ่นที่ห้าเปิดตัวเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดย Jaguar Land Rover Chief Creative Officer และ นักออกแบบรถยนต์ Gerry McGovern ที่ Royal Opera House ในลอนดอน

Range Rover 2022 มีการออกแบบที่โด่ดเด่น แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์กระจังหน้าที่เรียบง่าย พร้อมช่องดักอากาศด้านล่างรูปสี่เหลี่ยมด้านล่าง ไฟหน้าแบบ LED มือจับประตูแบบฝังเรียบ ด้านหลังออกติดตั้งชุดไฟ LED ผสานกับแผงกระจกสีดำดูล้ำสมัยมากกว่ารุ่นก่อน ล้ออัลลอยขนาด 23 นิ้ว

ความยาวโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 5000 มม. เป็น 5052 มม. โดย LWB เพิ่มขึ้นพิเศษ 200 มม. ฐานล้อขยาย 75 มม.

Range Rover ปี 2022 สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรม MLA-Flex ใหม่ของ Land Rover ทำให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงได้หลากหลายเช่น ICE, PHEV และ EV

ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งที่หลากหลายให้เลือก แต่จะมาพร้อมหน้าจอ คลัสเตอร์เกจดิจิตอลขนาด 13.7 นิ้ว และ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ Pivo Pro ขนาด 13.1 นิ้วที่ด้านหน้าซึ่งมีการตอบสนองแบบสัมผัส และด้านหลังมีหน้าจอสัมผัสขนาด 11.4 นิ้วให้เลือก รองรับ Amazon Alexa voice AI, อัปเดตแบบ over-the-air และการตัดเสียงรบกวนแบบ Active ผ่านระบบเสียง Meridian ประตูเปิด และ ปิดด้วยไฟฟ้า

ขนาดตัวถังรุ่นปกติรุ่นฐานล้อยาว
ยาว (มม.)50525252
กว้าง (มม.) 20472047
สูง (มม.) 18701870
ฐานล้อ (มม.) 29973179

รุ่น P400 เบนซิน V6 3.0T 395 แรงม้า Hybrid

ในสหรัฐอเมริกา ตัวเลือกเริ่มต้น รุ่น P400 เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ Ingenium ขนาด 3.0 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จ ไฮบริดของ JLR ให้กำลัง 395 แรงม้า แรงบิต 550 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.5 วินาที

รุ่น P530 เบนซิน V8 4.4T 523 แรงม้า

สำหรับขุมพลัง P530 V8 เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ขนาด 4.4 ลิตรมีให้เลือกใช้ในรูปแบบเดียวที่ส่ง 523 แรงม้าแรงบิต 749 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 8AT อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.4 วินาที

รุ่น D300 เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 296 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 649 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.5 วินาที

รุ่น D350 เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 345 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 699 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.8 วินาที

เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 510 แรงม้า

เบนซิน 3.0 ลิตรเทอร์โบ 6 สูบ ให้กำลัง 143 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไออนขนาด 38.2kWh สามารถวิ่งไฟฟ้าล้วน 113 กม./ชาร์จ WLTP ในรุ่น ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีต

  • P440e ให้กำลัง 440 แรงม้า แรงบิต 620 นิวตัน-เมตร
  • P510e ให้กำลัง 510 แรงม้า แรงบิต 700 นิวตัน-เมตร

ติดตั้งระบบควบคุม Configurable Terrain Response เพื่อช่วยให้ขับในเส้นทางขรุระ รวมถึงการบังคับเลี้ยวที่ล้อหลัง และ เลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มประสบการณ์ออฟโรตอย่างมาก

Land Rover กล่าวว่าระบบพวงมาลัยล้อหลังของ Range Rover สามารถให้มุมบังคับเลี้ยวได้ 7 องศาที่ความเร็วต่ำ ทำให้วงเลี้ยวแคบ 11 เมตร เมื่อขับด้วยความเร็วสูง ล้อหลังจะหมุนไปในทิศทางเดียวกับล้อหน้าเพื่อเพิ่มการทรงตัว

สปริงลมซึ่งเป็นฟีเจอร์ของ Range rover มาตั้งแต่ปี ’92 จะกลับมา และ จับคู่กับแดมเปอร์แบบปรับได้ แต่จะถูกรวมเข้ากับระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้ข้อมูลการใช้งาน เพื่อการเดินทาง และ ประมวลผลทางเพื่อง่ายต่อการเข้าโค้ง

Range Rover ใหม่ สามารถลุยน้ำได้ถึง 900 มม.เอาใจสายออฟโรตโดยเฉพาะ

Landrover.co.th/

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Peugeot

ทดสอบวิ่ง Peugeot 408 ใหม่ ก่อนเปิดตัวในจีน

ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพทดสอบวิ่ง แบบไม่พลางตัวของ Peugeot 408 เวอร์ชั่นซีดาน ใหม่ เน้นการออกแบบสไตล์ครอบครัว พร้อมโลโก้ Peugeot ใหม่ ในรูปลักษณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น

  • Peugeot 408 Compact car (C-segment) เคยจำหน่ายในจีนเมื่อปี 2010 ปัจจุบันพัฒนาเป็นเจนที่ 2 เปิดตัวเมื่อปี 2014 และ ปรับโฉมครั้งล่าสุด 2018 นับจากนั้นมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย

การออกแบบมันจะคล้ายๆ Peugeot 308 SW ตัวถัง Wagon เพราะใช้พื้นฐานเดียวกัน กระจังหน้า Dot-Matrix พร้อมคิ้วไฟ DRL ไฟท้าย LED ทรงเพรียวบางที่จัดวางในแนวนอน สปอยเลอร์ในตัว ท่อไอเสียคู่ด้านหลัง

ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบหรู หน้าปัดดิจิตอล 3D ขนาด 10 นิ้วรวมเข้ากับหน้าจอสัมผัส 10 นิ้ว พร้อมระบบ Focal Premium Hi-Fi ลำโพง 14 ตัว

ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ล่าสุดทั้งหมดจากเปอโยต์ รองรับฟังก์ชั่นการขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่ซับซ้อนยิ่ง พร้อมด้วยชุด Drive Assist 2.0

คาดว่ายกขุมพลังจาก 308 SW มาให้เลือกได้แก่

เครื่องยนต์เบนซิน

3 สูบ ขนาด 1,199 ซีซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
3 สูบ ขนาด 1,199 ซีซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

เครื่องยนต์ดีเซล

4 สูบ ขนาด 1,499 ซีซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

เครื่องยนต์เบนซิน Hybrid

1,598 ซีซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า 1 ตัว และ แบตเตอรี่ขนาด 12.4 kWh ทั้งระบบให้ตัวเลขสมรรถนะ 180 แรงม้า 360 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

 Peugeot 308 SW

Autohome

News ข่าวรถยนต์รถใหม่

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พบ Elon Musk หวังดึงลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ ในอินโดนีเซีย

Elon Musk กับประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่ Starbase วันที่ 14 พฤษภาคม 2022
Elon Musk กับประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่ Starbase วันที่ 14 พฤษภาคม 2022
Elon Musk กับประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่ Starbase วันที่ 14 พฤษภาคม 2022

ในวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2022 Elon Musk ได้พบปะกับ ประธานาธิบดี Joko Widodo (โจโก วีโดโด) ของอินโดนีเซียหรือที่รู้จักในชื่อ Jokowi ไปรอบ ๆ SpaceX ในเท็กซัส

มัสค์พาประธานาธิบดีดูรอบๆ โรงงานผลิตจรวดของ SpaceX ในเมืองโบคา ชิกาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ตามที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าว เขาได้พบกับ Elon Musk เพื่อหารือเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งคู่เคยพบกันที่ Giga Texas เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงทุนนิกเกิลของเทสลาในอินโดนีเซีย

เราคงคุ้นเคยกับเรื่องนี้พอสมควร ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ตัวแทนของเทสล่า ที่อยู่ในอินโดนีเชีย กำลังหารือเกี่ยวกับ การลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศอินโดนีเชีย

ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ทาง Elon Musk จะสนใจในเรื่องนี้ ในแถลงการณ์ Musk ตั้งข้อสังเกตว่ายังมีช่องว่างสำหรับ การเป็นหุ้นส่วนในหลายๆด้าน ในประเทศอินโดนีเชีย เขาเชื่อว่า อินโดนีเชีย มีศักยภาพมากมาย และ ทรัพยากรมากมาย ในการผลิตแบตเตอรี่

หลังจากเยี่ยมชมโรงงานผลิตจรวด SpaceX ประธานาธิบดี Jokowi เชิญ Elon Musk ไปที่อินโดนีเซีย สื่อท้องถิ่นจากเอเชียรายงานว่า Jokowi กล่าวว่า Muskหวังว่าจะได้เยือนอินโดนีเซียในเดือนพฤศจิกายนนี้

ในเดือนพฤศจิกายน อินโดนีเซีย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด G20 บาหลีปี 2022 ระหว่างการประชุมสุดยอด 19 ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก และ สหภาพยุโรปจะประชุมกัน รวมถึงเยอรมนี แคนาดา รัสเซีย และจีน

ไม่เพียง Tesla บริษัท CATL หรือผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก กำลังตั้งโรงงานแบตเตอรี่ที่อินโดนีเซียเหมือนกัน

CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก เตรียมวางแผนที่จะลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในราคากว่ส 6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2 แสนล้านบาท ในอินโดนีเซีย

CATL ผลิตแบตเตอรี่ให้กับ Tesla และ NIO ได้ลงนามในข้อตกลง เมื่อวันที่ 14 เมษายนกับ PT AnekaTambang (ANTAM) ของอินโดนีเซียและ PT Industri Baterai Indonesia (IBI) เพื่อสร้างโครงการหลายโครงการ เกี่ยวข้องกับการผลิตแบตเตอรี่สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โครงการต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 5.968 พันล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยห่วงโซ่ของอุสาหกรรมแบตเตอรี่ การขุด และ ถลุงนิกเกิล วัสดุแบตเตอรี่ การรีไซเคิลแบตเตอรี่ ตามประกาศของ CATL ใน WeChat วันนี้

ANTAM เป็นบริษัทเหมืองแร่ในท้องถิ่นที่จดทะเบียนในอินโดนีเซีย และ IBI ยังเป็นบริษัทของรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อดำเนินการผลิตแบตเตอรี่โดย Pertamina และบริษัทอีกหลายแห่ง รวมถึง ANTAM

โครงการเหล่านี้จะช่วยปรับปรุง และ ขยายการเติบโตของ CATL ในอุสาหกรรมแบตเตอรี่ ตั้งแต่การจัดหาแหล่งทรัพยากรต้นน้ำ วัตถุดิบ ลดต้นทุนการผลิต ทำให้แบตเตอรี่ผลิตได้จำนวนมาก และราคาถูก บริษัทจีนกล่าว

โรบิน เซง ผู้ก่อตั้ง และ ประธานบริษัทกล่าวว่า โครงการห่วงโซ่พลังงานแบตเตอรี่ในอินโดนีเซียเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับกลยุทธ์ระดับโลกของ CATL

CATL มีสัดส่วนการถือหุ้น 49% ในโครงการพัฒนานิกเกิล ร่วมกับ ANTAM ในอีกห้าโครงการซึ่งรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่แบบไตรภาค การรีไซเคิลแบตเตอรี่ สัดส่วนการถือหุ้นของ CATL อยู่ที่ 60 – 70 เปอร์เซ็นต์

โครงการเหล่านี้มีระยะเวลาการก่อสร้างนานถึง 5 ปีตั้งแต่ปี 2565 – 2569 บนพื้นที่ 19.39 ตารางกิโลเมตร

ปัจจุบัน CATL สู่ตลาดต่างประเทศ ในโรงงานในต่างประเทศแห่งแรกของบริษัทในเมืองทูรินเจีย ประเทศเยอรมนี ได้รับใบอนุญาตการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ขนาด 8 GWh เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา

โรงงานแห่งนี้ ซึ่งเป็นโรงงานแบตเตอรี่แห่งแรกในเยอรมนี ซึ่งจะเริ่มผลิตแบตเตอรี่ภายในสิ้นปี 2565

CATL ในปี 2564 มีกำลังการผลิต 96.7 GWh เพิ่มขึ้น 167.13% จาก 36.2 GWh ในปี 2563 ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์โดย SNE Research บริษัทวิจัยตลาดในเกาหลีใต้

Teslarati.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Cadillac

Cadillac Lyriq EV เพิ่มรุ่น 653 กม./ชาร์จ CLTC ในจีน 347 แรงม้า คาดหั่นราคาลง

ล่าสุด Cadillac LYRIQ ได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ หรือ รุ่นเริ่มต้น พร้อมขยายช่วงการขับขี่ที่มากขึ้น 653 กม./ชาร์จ CLTC (เดิมมีรุ่น 600 กม./ชาร์จ CLTC)

รุ่นใหม่ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ระบบปรับอากาศแบบ 3 โซน เบาะหนัง Nappa ปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง และ เบาะนั่งแบบปรับความร้อนได้ทั้งหน้า-หลัง

  • Cadillac Lyriq เรือธงไฟฟ้า เปิดขายล่วงหน้าในจีน วันที่ 17 พฤศจิกายน 2021 มีรายงานว่า เพียง 1 ชั่วโมงทำยอดจอง 1,000 คัน ปัจจุบันมียอดจองสะสม 5,000 คัน ภายใน 30 วัน พร้อมมัดจำ 1,190 หยวนจีน หรือประมาณ 6116 บาท
  • Cadillac (คาดิลแลค) เป็นชื่อบริษัทผลิตรถยนต์ระดับหรูของสหรัฐอเมริกา ในเครือเจเนรัลมอเตอร์ (GM เจ้าของเชฟโรเลต)

Lyriq ราคาจำหน่ายในจีนเริ่ม 439,700 หยวน หรือประมาณ 2.26 ล้านบาท

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Electric Motor ให้กำลัง 341 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.35 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.

  • แบตเตอรี่ 95.7kWh
  • สามารถวิ่งได้ 653 กม./ชาร์จ CLTC
  • ระบบขับเคลื่อนสองล้อ 2WD

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 510 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 710 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.90 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

  • แบตเตอรี่ 95.7kWh
  • สามารถวิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ CLTC
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

ผู้ผลิตรถยนต์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า Lyriq ใหม่นี้รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 150 กิโลวัตต์และอัตราการชาร์จ AC ระดับ 2 สูงสุด 19 กิโลวัตต์

ระบบแบตเตอรี่ Ultium ใหม่ของ GM มีคุณสมบัติทางเคมีนิกเกิล – โคบอลต์ – แมงกานีสอลูมิเนียม (NCMA) ซึ่งใช้อลูมิเนียมในแคโทดเพื่อลดความต้องการวัสดุหายากเช่นโคบอลต์ GM อ้างว่าแบตเตอรี่ใหม่ ทำให้ต้องการโคบอลต์น้อยลง 70 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ของ GM ในปัจจุบัน นอกจากนี้ชุดอิเล็กทรอนิกส์ของแบตเตอรี่ยังรวมอยู่ในโมดูลโดยตรงซึ่งช่วยลดการเดินสายแบตเตอรี่ได้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์

การออกแบบบนตัวถังสไตล์ Coupe SUV หนึ่งในไฮไลท์ภายนอกที่โด่ดเด่นของ Cadillac Lyric คือไฟหน้าแบบชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ครอบคลุมความยาวของกระจังหน้า กระจังหน้าแบบ ‘black crystal’ กระจังหน้ากราฟฟิก

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 5003 มม.
  • กว้าง 1977 มม.
  • สูง 1637 มม.
  • ฐานล้อ 1637 มม.

จอแสดงผล Super Retina ขนาด 33.8 นิ้ว ความละเอียดสูง 8960 × 1320 พิกเซล ถึงระดับ 9K และความหนาแน่นของพิกเซล 271PPI พร้อมฟังก์ชั่น ระบบอินโฟเทนเมนท์ ระบบนำทาง ระบบควบคุมแสงควบคุมการปรับอากาศ มมองกล้อง Cadillac กล่าวว่าจอแสดงผลรุ่นใหม่ของพวกเขามีความหนาแน่นของพิกเซลสูงสุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน มีสีมากกว่า 64 เท่า เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมที่สุด ลำโพง AKG 19 ตัว ชิปประมวลผล Qualcomm 8155

พร้อมติดตั้งหน้าจอแสดงผล Head-up ที่ได้รับการปรับปรุงเสมือนการขับขี่บนเครื่องบิน พร้อมระบุ ข้อมูลเช่นความเร็วทิศทางและอื่น ๆ Cadillac Lyriq นำเสนอ ระบบรักษาความเร็ว หรือ Super Cruise ตัวแรกของอุตสาหกรรม

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Super Cruise ให้สามารถควบคุมรถได้ในรูปแบบกึ่ง อัตโนมัติ เมื่อขับขี่บนถนนหลวงที่มีระยะทางไกล ระบบจะสามารถควบคุมตัวรถทั้งการเร่งความเร็ว และเบรก ด้วยการใช้กล้องจับภาพและเซนเซอร์หลายจุด บวกกับระบบคอมพิวเตอร์ของรถ ช่วยประมวลผลและควบคุม ตัวรถได้อัตโนมัติ

เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนบนท้องถนนแบบใหม่ ระบบนี้สามารถเลือกช่วงความถี่ของเสียงรบกวนได้มากกว่า ทำให้สามารถรับประสบการณ์ที่เงียบสงบในห้องโดยสาร

Andrew Smith กรรมการบริหาร Global Cadillac Design กล่าว “ ทั้งภายในและภายนอก Lyric เป็นการผสมผสานระหว่างการออกแบบและเทคโนโลยีอย่างพิถีพิถันและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทุกการขับขี่ที่ดีเยี่ยม

Cadillac.com.cn/

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Neta

ชาร์จฟรีกว่า 100 เมือง เมื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า NETA ในจีน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ปีที่ผ่านมา Nezha Automobile ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเพิ่ม บริการชาร์จฟรี 50 เมือในจีน ครอบคลุม Dalian, Wuhu , Sanya, Tai’an และ Zhoushan (การชาร์จในจำนวนครั้งจำกัด)

พวกเขาเรียกว่า เมืองแห่งการชาร์จฟรี สำหรับลูกค้า nezha ปัจจุบันได้ขยายกว่า 100 เมือง มีสถานีชาร์จฟรี 2,410 แห่ง และ แท่นชาร์จเร็ว DC 21,532 หัวจ่าย

Nezha Power กำลังขยายอาณาจักรการชาร์จทุกหัวเมือง คือความตั้งใจของแบรนด์ ที่จะให้ลูกค้าได้ใช้บริการเครือข่ายชาร์จที่ไม่แพง (อนาคตยังไงต้องเก็บตัง)

เครือข่ายการชาร์จฟรี “Nezha Power” จะเข้าถึง 100 เมือง ครอบคลุม 22 หน่วยงานการปกครองในจีน คาดว่าภายในปี 2022 Nezha จะเชื่อมต่อกับแท่นชาร์จเร็วไม่น้อยกว่า 300,000 หัวจ่าย ครอบคลุมทุกๆระยะ 5 กิโลเมตร

มีรายงานว่าจนถึงขณะนี้ Nezha Power ได้ให้ผู้ใช้ชาร์จฟรีกว่า 10 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง และ ช่วยเจ้าของรถยนต์ Nezha ได้มากกว่า 260 ล้านกิโลเมตร โดยมีสถานีชาร์จฟรีทั้งหมด 2,410 แห่ง และแท่นชาร์จแบบเร็วมากกว่า 21,532 แห่ง บริการชาร์จฟรีครอบคลุมพื้นที่ผู้ใช้มากกว่า 95% ครอบคลุม 298 เมืองทั่วประเทศ รวมหัวจ่ายทั้งช้าและเร็ว 180,000 หัวจ่าย

NETA V PRO

NETA V PRO หรือรุ่นที่มีการปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพดีกว่า ตัว V ธรรมดา แม้ว่าขนาดตัวถังเท่ากันทุกมิติ รวมทั้งการออกแบบเหมือนกันทั้งหมด แต่โด่ดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่า ราคาจำหน่าย 81,900 – 85,900 หยวน หรือประมาณ 432,000 – 453,000 บาท

Nezha V-series 2022 ได้รับการอัพเกรดรูปลักษณ์ด้วยสีเขียวลอเรล ระบบช่วยการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2 เซ็นเซอร์ความแม่นยำสูง 14 ตัว สามารถรับรู้สภาพภายนอกรอบทิสทางแบบเรียลไทม์ รองรับการกำหนดค่าขั้นสูงด้วยการช่วยเหลือพิเศษในการขับขี่ เทคโนโลยีเพื่อลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ และ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4070 มม.
  • กว้าง 1690 มม.
  • สูง 1540 มม.
  • ฐานล้อ 2420 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 130 มม.
  • ความจุสัมภาระท้าย 335 ลิตร

ข้อมูลด้านเทคนิค V PRO

  • มอเตอร์เดี่ยว ให้กำลัง 93 แรงม้า
  • แรงบิตสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร แรงบิด 70 กิโลวัตต์และแรงบิด 150 นิวตันเมตร
  • ความเร็วสูงสุด: 121 กม./ชม.
  • อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที
  • การชาร์จแบบเร็ว DC : 60 kW (จาก 30 ถึง 80% ใน 30 นาที)
  • การชาร์จออนบอร์ด : 6-8 ชั่วโมง (6.6 กิโลวัตต์)
  • ความจุแบตเตอรี่ : 38,54 kWh
  • แบตเตอรี่ : NCM
  • สามารถวิ่งได้ 401 กม./ชาร์จ NEDC
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่อุณหภูมิคงที่ HEPT 3.0
  • ฟังก์ชั่นช่องชาร์จภายนอก V2L

ระบบความปลอดภัย V PRO

  • ระบบตรวจสอบสัญญาณชีพในรถ
  • ระบบอุ่นแบตเตอรี่ที่อุณหภูมิต่ำ
  • ถุงลมคู่หน้า
  • ABS+EBD
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • EBA / BA ระบบช่วยเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวป้องกันการลื่นไถล
  • ระบบที่ช่วยในการควบคุมการทรงตัว ESC
  • กล้องหน้า เรนดาร์ด้านหน้า คลื่น มม.
  • เรดาร์อัลตราโซนิก
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบตรวจสอบแรงลมยางอัจฉริยะ
  • ระบบล็อคการขับขี่อัตโนมัติ ACC แบบปรับได้
  • ระบบล็อคประตูนิรภัย สำหรับเด็ก
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเตือนการชนคนเดินเท้า PCW
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • ระบบจดจำป้ายจราจร TLR
  • ระบบเตือนออกนอกเลน LDW
  • ระบบช่วยรักษาเลน LKA
  • ระบบเตือนการสตาร์ทรถด้านหน้า SGW
  • ระบบเตือนเมื่อยล้า DDW
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA
  • ระบบเตือนจุดบอด BSD
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA
  • รีโมทคอนโทรลด้วยปุ่มเดียว

ไฟหน้าแบบเลเซอร์ฮ็อคอาย ไฟส่องสว่างกลางวัน LED Eagle Eys Laser ไฟหน้าตรวจจับแสงอัตโนมัติ ไฟท้ายแบบ LED สลักเลเซอร์ ไฟเบรกแบบ LED กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า ล้ออัลลอย 16 นิ้วยาง 185/55R16

ภายในห้องโดยสารใช้หนังสีดำสปอร์ต เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พวงมาลัยหนังแท้ แผงหน้าปัด 12 นิ้ว โด่ดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาดใหญ่แนวตั้ง 14.6 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 รองรับการอัปเกรด OTA พวงมาลัย 2 ก้าน ช่องแอร์แนวนอน หน้าจอควบคุมส่วนกลางรองรับ ระบบนำทางแบบเรียลไทม์ ระบบโต้ตอบด้วยเสียง ลำโพง 6 ตำแหน่ง กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบ One-Touch คันเกียร์ไฟฟ้า กระจกมองหลังกันแสงได้ กุญแจนิรภัย Immobilizer

ระบบช่วงล่าง

  • โครงสร้างนิรภัยตัวถัง HSSSD
  • ระบบช่วงล่างอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กันโคลง
  • ดิสก์เบรกหน้า-หลัง

NETA V

การออกแบบ NETA V MY2022 ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากมาย โดยเฉพาะภายนอก แต่ได้เพิ่มสีตัวถัง สีเขียวลอเรล Green laurel เพิ่มขอบโครเมียม สเกิร์ตข้าง และ ลิ้นกันชนหน้าให้ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการปรับราคาเพิ่ม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศจีน

Nezha V จะมีราคาเพิ่มขึ้น 8-10k หยวน หรือประมาณ 42,000 – 52,700 บาท ทำให้ราคาจำหน่าย 74,900 – 93,900 หยวน หรือประมาณ 396,000 – 496,000 บาท (เดิมรุ่น V PRO หรือ รุ่นท๊อป ราคา 85,900 หยวน)

Nezha V-series 2022 ได้รับการอัพเกรดรูปลักษณ์ด้วยสีเขียวลอเรล ระบบช่วยการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2 เซ็นเซอร์ความแม่นยำสูง 14 ตัว สามารถรับรู้สภาพภายนอกรอบทิสทางแบบเรียลไทม์ รองรับการกำหนดค่าขั้นสูงด้วยการช่วยเหลือพิเศษในการขับขี่ เทคโนโลยีเพื่อลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ และ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4070 มม.
  • กว้าง 1690 มม.
  • สูง 1540 มม.
  • ฐานล้อ 2420 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 130 มม.
  • ความจุสัมภาระท้าย 335 ลิตร

ข้อมูลด้านเทคนิค V PRO (ในรุ่นท๊อป)

  • มอเตอร์เดี่ยว ให้กำลัง 93 แรงม้า
  • แรงบิตสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร แรงบิด 70 กิโลวัตต์และแรงบิด 150 นิวตันเมตร
  • ความเร็วสูงสุด : 121 กม./ชม.
  • อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที
  • การชาร์จแบบเร็ว DC : 60 kW (จาก 30 ถึง 80% ใน 30 นาที)
  • การชาร์จออนบอร์ด : 6-8 ชั่วโมง (6.6 กิโลวัตต์)
  • ความจุแบตเตอรี่ : 38,54 kWh
  • แบตเตอรี่ : NCM
  • สามารถวิ่งได้ 401 กม./ชาร์จ NEDC
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่อุณหภูมิคงที่ HEPT 3.0
  • ฟังก์ชั่นช่องชาร์จภายนอก V2L

ระบบความปลอดภัย V PRO

  • ระบบตรวจสอบสัญญาณชีพในรถ
  • ระบบอุ่นแบตเตอรี่ที่อุณหภูมิต่ำ
  • ถุงลมคู่หน้า
  • ABS+EBD
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • EBA / BA ระบบช่วยเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวป้องกันการลื่นไถล
  • ระบบที่ช่วยในการควบคุมการทรงตัว ESC
  • กล้องหน้า เรนดาร์ด้านหน้า คลื่น มม.
  • เรดาร์อัลตราโซนิก
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบตรวจสอบแรงลมยางอัจฉริยะ
  • ระบบล็อคการขับขี่อัตโนมัติ ACC แบบปรับได้
  • ระบบล็อคประตูนิรภัย สำหรับเด็ก
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเตือนการชนคนเดินเท้า PCW
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • ระบบจดจำป้ายจราจร TLR
  • ระบบเตือนออกนอกเลน LDW
  • ระบบช่วยรักษาเลน LKA
  • ระบบเตือนการสตาร์ทรถด้านหน้า SGW
  • ระบบเตือนเมื่อยล้า DDW
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA
  • ระบบเตือนจุดบอด BSD
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA
  • รีโมทคอนโทรลด้วยปุ่มเดียว

ไฟหน้าแบบเลเซอร์ฮ็อคอาย ไฟส่องสว่างกลางวัน LED Eagle Eys Laser ไฟหน้าตรวจจับแสงอัตโนมัติ ไฟท้ายแบบ LED สลักเลเซอร์ ไฟเบรกแบบ LED กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า ล้ออัลลอย 16 นิ้วยาง 185/55R16

ภายในห้องโดยสารใช้หนังสีดำสปอร์ต เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง ผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พวงมาลัยหนังแท้ แผงหน้าปัด 12 นิ้ว โด่ดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาดใหญ่แนวตั้ง 14.6 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 รองรับการอัปเกรด OTA พวงมาลัย 2 ก้าน ช่องแอร์แนวนอน หน้าจอควบคุมส่วนกลางรองรับ ระบบนำทางแบบเรียลไทม์ ระบบโต้ตอบด้วยเสียง ลำโพง 6 ตำแหน่ง กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบ One-Touch คันเกียร์ไฟฟ้า กระจกมองหลังกันแสงได้ กุญแจนิรภัย Immobilizer

ระบบช่วงล่าง

  • โครงสร้างนิรภัยตัวถัง HSSSD
  • ระบบช่วงล่างอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กันโคลง
  • ดิสก์เบรกหน้า-หลัง

 NETA U PRO

Nezha U Pro ราคาเพิ่มขึ้น 12-15k หยวน หรือประมาณ 63,000 – 79,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่าย 117,800 – 179,800 หยวน หรือประมาณ 632,000 – 951,000 บาท นอกจากนี้ยังเพิ่มตัวถังสีน้ำเงิน และ น้ำตาล ในประเทศจีน

2022 Nezha U จะใช้ชิป Qualcomm Snapdragon เจนที่ 3 พร้อมหน้าจอควบคุมอัจฉริยะแบบลอยตัวขนาด 12.3 นิ้วคู่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2.5+ ระดับเดียวกัน (5R5V) อัพเกรดกล้องระดับสูง 1 ตัว กล้องรอบทิศทาง 4 ตัว และเรดาร์คลื่น 5 มม. และชิป AI 5 TOPs ประสิทธิภาพสูง Horizon Journey 3 ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์อัปเกรดอย่างเต็มที่

NETA U PRO 400

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิต 210 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ความจุ 54.32kWh สามารถวิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ NEDC

  • ชาร์จเร็ว Fast Charge 30 – 80% ภายใน 50 นาที
  • เวลาในการชาร์จเต็ม 8.5 ชั่วโมง
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม.
  • น้ำหนักตัวถัง 1,650 กก.
  • ระบบขับเคลื่อน 4X2 FWD 2WD

NETA U PRO 500

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิต 210 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ความจุ 66.12kWh สามารถวิ่งได้ 500 กม./ชาร์จ NEDC

  • ชาร์จเร็ว Fast Charge 30 – 80% ภายใน 50 นาที
  • เวลาในการชาร์จเต็ม 10 ชั่วโมง
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 155 กม./ชม.
  • น้ำหนักตัวถัง 1,720 กก.
  • ระบบขับเคลื่อน 4X2 FWD 2WD

NETA U PRO 610

รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิต 310 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ความจุ 81.57kWh สามารถวิ่งได้ 610 กม./ชาร์จ

  • ชาร์จเร็ว Fast Charge 30 – 80% ภายใน 50 นาที
  • เวลาในการชาร์จเต็ม 13 ชั่วโมง
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 155 กม./ชม.
  • น้ำหนักตัวถัง 1,813 กก.
  • ระบบขับเคลื่อน 4X2 FWD 2WD

Neta U ของ Hozon สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม EPT2.0 ของ Hozon Auto ภายนอกเน้นการออกแบบสปอร์ต ไฟหน้าแบบ LED พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18-19 นิ้่วตามเกรด

ภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยเทคโนโลยี หน้าปัดคู่ขนาด 12.3 นิ้ว เบาะนั่งไฟฟ้าด้านคนขับ 6 ทิศทาง พวงมาลัยหุ้มหนัง Nappa พร้อมเทคโนโลยี Xiao-U หุ่นยนต์ตอบโต้อัจฉริยะ ระบบควบคุมด้วยเสียง AI สำหรับรถยนต์ทั้งคัน ระบบช่วยจขับขี่อัจฉริยะแบบหมุน ซันรูฟแบบพาโนรามา

ระบบช่วงล่าง

  • ช่วงล่างด้านหน้า McPherson
  • ระบบกันสะเทือนหลัง Multi Link
  • ดิสก์เบรกหน้า
  • ดิสก์เบรกหลัง

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4530 มม.
  • กว้าง 1860 มม.
  • สูง 1628 มม.
  • ฐานล้อ 2770 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร
  • ความจุสัมภาระท้าย 610 – 1280 ลิตร

ระบบความปลอดภัย

  • เบรกมือไฟฟ้า EPB
  • ระบบจอดรถอัตโนมัติ
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่ H-EPT3.0
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่อุณหภูมิคงที่
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS + ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบช่วยเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBA/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัวป้องกันการลื่นไถล TCS
  • ระบบที่ช่วยในการควบคุมการทรงตัว ESC
  • ระบบช่วยขึ้นเนินเขา HAC ระบบช่วยขึ้นเนิน
  • ระบบทางลาดชัน HDC
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัจฉริยะ TPMS
  • เรดาร์จอดรถด้านหน้า และ ด้านหลัง
  • กล้อง 360 องศาภาพ 3D ความละเอียด HD
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในความเร็วสูง ICA
  • คำเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน LDW
  • ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ LKA
  • Traffic Jam Assist ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะรถติด
  • การจดจำป้ายจราจร TSR
  • การตรวจสอบจุดบอด BSD
  • ระบบเตือนเมื่อยล้า
  • ระบบช่วยไฟสูงอัจฉริยะ HBA
  • ระบบจอดรถอัตโนมัติ APA
  • ถุงลมนิรภัยหลัก/ผู้โดยสาร
  • ถุงลมนิรภัยด้านหน้า
  • ม่านอากาศด้านข้าง

Autohome

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Honda

เปิดขายไทย สิงหาคม HONDA BR-V เจนที่ 2 พร้อม Honda SENSING TM

Honda BR-V จัดอยู่ในตำแหน่ง subcompact crossover SUV หรือ B-SUV เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559 โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ V และ SV แม้ว่าปัจจุบัน ฮอนด้าไม่ได้นำออกจากเว็บไซต์ แต่ตอนนี้ไม่ได้จำหน่ายแล้ว

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564 HONDA BR-V เจนที่ 2 เปิดตัวในประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้การออกแบบจากต้นแบบ N7X ยกระดับการออกแบบ และ ความปลออดภัย Honda Sensing Active Safety System พร้อมกล้อง Honda LaneWatch

ปัจจุบัน HONDA BR-V กำลังอยู่ในระหว่างเดินเครื่องการผลิต และ พร้อมวางจำหน่ายในอินโดนีเซีย ช่วงต้นมกราคม 2565

สำหรับประเทศไทย เราจะได้เห็น NEW HONDA BR-V ใหม่เช่นกัน แต่จะเปิดตัวช่วงเดือนสิงหาคม 2022

Honda BR-V อินโดนีเชีย มีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ราคาจำหน่าย 275,900,000 – 339,900,000 รูเปียห์อินโดฯ หรือประมาณ 645,000 – 795,000 บาท

NEW HONDA BR-V เจนที่ 2 มาพร้อมความจุภายในห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง พัฒนาต่อยอดจากโมเดลต้นแบบ New 7 Seater eXcitement (N7X)

All New Honda BR-V ได้รับการออกแบบมาเพื่อผสมผสานการออกแบบและความทนทานของ SUV ความสะดวกสบายของ MPV พร้อม Honda SENSINGTM, Honda LaneWatchTM, Remote Engine Start, Walk-Away Auto Lock และระบบ Smart Entry

รูปลักษณ์ภายนอกของ เน้นความกระซับมากขึ้น กระจังหน้าคล้ายๆ HR-V กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน LED ไฟท้ายแบบ Combi ล้อขนาด 17 นิ้วใหม่

ภายในห้องโดยสารจุได้ 7 ที่นั่ง แผงหน้าปัดแบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลต่างๆ ระหว่างขับขี่ เช่น ฟังก์ชั่น Honda SENSINGTM หน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและโทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรี

ที่วางแขนแถวที่ 1 และ ที่พักแขนเบาะแถวที่ 2 สำหรับ แถว 2 – 3 สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไฟ 12V ช่องเก็บของด้านหลังมีกระเป๋าหลายช่อง ภายในมีที่วางแก้ว 8 ตำแหน่ง เบาะแถว 3 พับได้ 50/50

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้มีกำลังสูงสุด 121 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา MT ใหม่มาตรฐานการปล่อยไอเสียตามมาตรฐาน EURO 4

พร้อมคุณสมบัติขั้นสูง เช่น

  • Remote Engine Start ซึ่งทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์ และ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ
  • Walk-Away Auto Lock เพื่อล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินจากรถอย่างน้อย 2 เมตรขึ้นไป
  • Honda LaneWatchTM มุมมองที่กว้างขึ้นของพื้นที่จุดบอด
  • Smart Entry System ระบบสมาร์ทคีย์ จะช่วยในการปลดล็อคประตู โดยไม่ต้องใช้กุญแจ
  • กระจกมองข้างพับอัตโนมัติพร้อมไฟเลี้ยว LED ซึ่งกระจกสามารถปิดอัตโนมัติเมื่อรถถูกล็อค

Honda SENSING TM

  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถหยุด และ รถด้านหน้าเริ่มเคลื่อนออก (LCDN)
  • ระบบช่วยเมื่อมีความเป็นไปได้ที่รถจะชนวัตถุด้านหน้า Collision Mitigation Brake SystemTM (CMBSTM)
  • ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (LKAS)
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน Road Departure Mitigation (RDM)
  • ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วในการขับขี่อัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ Auto-High Beam

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัย ABS + EBD ISOFIX + Tether ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA), ระบบช่วยทรงตัว (VSA) Immobilizer, ระบบเตือนภัย, Pretensioner พร้อม Load Limiter Seatbelt ถุงลมนิรภัยด้านข้างและเซ็นเซอร์จอดรถ

ฺมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวโอปอลพรีเมียม (มุก) ซึ่งเป็นสีใหม่ สีขาวทาฟเฟต้า สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ BAIC

BAIC BJ60 ออฟโรต ขุมพลังไฮบริด ก่อนขายจีน ท้าชน WEY TANK500

หลังจากการปล่อยทีเซอร์อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนเมษายน 2022 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง BAIC ของจีน ได้ประกาศเปิดตัว BAIC BJ60 ออฟโรตขนาดใหญ่ พร้อมท่าชนกัน WEY TANK500

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นการออกแบบที่ชัดเจน ทั้งภายนอก และ ภายในห้องโดยสาร การออกแบบที่ทันสมัยบนตัวถังสีฟ้า Mist Blue กระจังหน้า 5 ช่องรูปตัว U ไฟหน้าแบบ LED 5 เมล็ด พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน LED ด้านล่าง ด้านข้างตกแต่งด้วยโครเมียมบริเวณกาบข้าง และ กรอบประตู ไฟท้ายแบบ LED แนวตั้ง ล้ออะไหล่ด้านท้าย ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ยาง 275/50 R20 V XL

การออกแบบภายในของ BAIC BJ60 เน้นความเรียบง่าย มีให้เลือกทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วยโทนสีที่ตัดกัน แสงภายในเลือกได้ 240 สี พวงมาลัย 4 ก้านแบบใหม่ หน้าจอ HUD หน้าปัด Full LCD หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 12 นิ้ว แบบ Dual-Theme รองรับฟังก์ชั่นการตอบโต้อัจฉริยะ

รถยนต์ใหม่จะมาพร้อมซันรูฟพาโนรามา ระบบเสียง Yanfei Lishi เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone ระบบทำความร้อน/ระบายอากาศที่เบาะหน้า ระบบจอดรถอัตโนมัติ

ขนาดตัวถัง BAIC BJ60

  • ยาว 5020 มม.
  • กว้าง 1955 มม.
  • สูง 1925 มม.
  • ฐานล้อ 2820 มม.

ขนาดตัวถัง WEY TANK 500

  • ยาว 5070 มม.
  • กว้าง 1934 มม.
  • สูง 1905 มม.
  • ฐานล้อ 2850 มม.

สำหรับข้อมูลขุมพลังจะติดตั้งระบบไฮบริด Mild HYBIRD 48 โวลต์ สามารถเร่งได้ 0-100 กม./ชม. ภายใน 6 วินาที ครอบคลุมการวิ่ง 1,000 กม. ในเวลาเดียวกันมีการออกแบบโครงสร้างตัวถังพิเศษน้ำหนักเบา ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

  • BAIC BJ60 คาดว่าจะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าและด้านหลังแบบอิสระ จำหน่ายเฉพาะระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ จำนวน 2 เครื่อง และ จะมาพร้อมระบบ Mild HYBIRD 48 โวลต์ ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตรพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด 48V

Autohome

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Hyundai

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ฮุนได เมษายน เพิ่มขึ้น รวม 19,520 คัน Hyundai Ioniq 5 ขายดีที่สุด

การส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BEV ของแบรนด์ ฮุนได ทำสถิติใหม่ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แม้ว่าภาพรวมยอดขายรถยนต์จะลดลง 11.6% เมื่อเทียบกับรายปี

ในเดือนเมษายน 2022 แบรนด์สัญชาติเกาหลีใต้อย่างฮุนได รายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลกลดลง 11.6% เมื่อเทียบกับรายปี อยู่ในระดับ 308,788 คัน ในช่วง 4 เดือนแรกของปี มกราคม – เมษายน 2022 บริษัทขายรถยนต์ได้ 1,211,733 คัน (ลดลง 10.2%)

ข่าวดีก็คือยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ภาพรวมของฮุนได เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเดือนที่แล้ว พวกเขาสามารถขายรถยนต์กว่า 19,520 คัน (เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบเป็นรายปี) ซึ่งเป็นสถิติใหม่รายเดือน ปริมาณยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากินส่วนแบ่งตลาด 6.1% ของปริมาณทั้งหมด

**รายงานการขายของฮุนไดประกอบด้วยตัวเลขยอดขายจากโรงงานในเกาหลีใต้ ยุโรป (Kona Electric และ Tucson PHEV) และ โรงงานในจีน , อินเดีย (ทั้ง 2 แห่ง)

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งไฮโดเจน

  • BEVs : 15,275 (เพิ่มขึ้น 97%)
  • PHEVs : 4,246 (ลดลง 13%)
  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวม 19,521 (เพิ่มขึ้น 55%)
  • FCVs : 1,300 (ลดลง 6%)

ยอดขายสะสม มกราคม – เมษายน 2022

  • BEV : 46,905 (เพิ่มขึ้น 98%)
  • PHEVs : 15,235 (เพิ่มขึ้น 41%)
  • ยอดขายรวม : 62,140 (เพิ่มขึ้น 80%)
  • FCVs: 2,765 (ลดลง 20%)

ยวอดขายรถยนต์ไฟฟ้า เมษายน 2022

  • Hyundai Ioniq 5 – 9,844 คัน (ยอดสะสม 4 เดือนแรก 29,846 YTD)
  • Hyundai Kona Electric – 4,601 คัน (14,462 YTD)
  • Hyundai Tucson PHEV – 3,207 คัน (10,736 YTD)
  • Hyundai Santa Fe PHEV – 748 คัน (2,860 YTD)
  • Hyundai IONIQ Electric – 764 คัน (2,455 YTD)
  • Hyundai IONIQ Plug-In – 291 คัน (1,639 YTD)
  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในอินเดีย (Kona Electric) – 50 คัน (102 YTD)
  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีน – 15 คัน (39 YTD)

Genesis GV60 BEV มียอดขายเกิน 1,000 เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน แตะ 1,083 ในเดือนเมษายน (2,887 YTD)

Insideevs.com

News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Mercedes benz

ปิดประมูล 4,925 ล้านบาท Mercedes-Benz 300 SLR Uhlenhaut Coupé แพงสุดในโลก

Daimler-Benz ผลิตสปอร์ตคูเป้ 300 SLR เพียง 2 คันในโลก ที่สามารถเดินทางบนท้องถนนสาธารณะอย่างถูกกฏหมาย ซึ่งปัจจุบันเรารู้จักในชื่อ Mercedes-Benz 300 SLR Uhlenhaut Coupé

Mercedes-Benz 300 SLR Uhlenhaut Coupé ได้รับการออกแบบโดย Rudolf Uhlenhaut หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ เดมเลอร์-เบนซ์

1955 Uhlenhaut ได้สร้าง SLR/SL ไฮบริดที่ถูกกฎหมาย 300 SLR Uhlenhaut Coupé ที่มีความเร็วถึง 290 กม./ชม. มันคือรถยนต์ที่เร็วที่สุดในยุคนั้น

Rudolf Uhlenhaut ซึ่งไม่เคยเป็นเจ้าของรถของตัวเองมาก่อน เขาเกษียณในปี 1972 และ เสียชีวิตในสตุตการ์ต เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1989

Uhlenhaut Coupé ได้รับการอนุรักษ์โดย Mercedes-Benz และจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัทใน Bad Cannstatt ซึ่งอยู่ในห้องจัดแสดงหนึ่งใน 11 ห้องของ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

ข่าวลือจาก Hagerty ระบุว่า Mercedes-Benz ได้ขาย Mercedes-Benz 300 SLR “Uhlenhaut coupé” 1955 เป็นจำนวนเงิน 142 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,925 ล้านบาท จะทำให้มันเป็นรถยนต์แพงสุดในโลก ตลอดกาล

1962 Ferrari 250 GTO ผลิตเพียง 39 คัน มีราคาประมูล 38.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,350.7 ล้านบาท

ปัจจุบัน Rolls-Royce Boat Tail มีราคาจำหน่าย 28.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 890 ล้านบาท)

การขายแบบลับนี้เชื่อว่าได้เห็นการประมูล ที่จัดขึ้นแบบส่วนตัวของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยการเชิญนักสะสมกว่า 10 คน ซึ่งไม่เพียงแต่ร่ำรวย แต่ต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเข้มงวด และ จะดูแลมันอย่างดี แบบเดียวกับ Mercedes

เครื่องยนต์ Type M 196 2 วาล์ว 8 สูบ วางหน้า ขนาด 3.0 ลิตร 2982 ซีซี การบีบอัด 9.0:1 ให้กำลัง 310 แรงม้า ที่ 7400 รอบต่อนาที แรงบิต 317 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อน RWD เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ติดตั้งด้านหลัง ความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม.

ขนาดตัวถัง

  • ความยาว 4350 มม.
  • ความกว้าง 1750 มม.
  • ความสูง 1210 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2370 มม.
  • น้ำหนัก 1117 กก.

Hagerty.co.uk

You Want To Have Your Favorite Car?

We have a big list of modern & classic cars in both used and new categories.