ต่อใบขับขี่ออนไลน์ 100% เริ่ม 4 มี.ค. 2569 กลุ่มอายุต่ำ 55 ปี ขาดไม่เกิน 1 ปี ไม่ต้องทดสอบสมรรถนะร่างกาย

ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ เริ่ม 4 มี.ค. 2569 กลุ่มอายุต่ำ 55 ปี ขาดไม่เกิน 1 ปี ไม่ต้องทดสอบสมรรถนะร่างกาย
อัปเดตตามราชกิจจานุเบกษา กฎกระทรวงฉบับใหม่ “เปิดทางต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” โดยกำหนดให้มีผลใช้จริงตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569 (นับ 180 วันจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) เพื่ออำนวยความสะดวก ลดการเดินทาง และลดความแออัดที่สำนักงานขนส่ง
บทความนี้สรุปและอธิบายแบบละเอียดว่า ต่อออนไลน์ได้แค่ไหน ใครเข้าเกณฑ์ ใครยังต้องไปขนส่ง และควรเตรียมตัวอย่างไรให้ต่อได้แบบไม่สะดุด
สาระสำคัญของกฎใหม่: “ยื่นต่ออายุผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้”
หัวใจของกฎกระทรวงฉบับนี้ คือการปรับหลักเกณฑ์การ “ยื่นคำขอ/ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ” ให้สามารถทำผ่าน วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
พูดให้เข้าใจง่าย: เมื่อถึงวันมีผลบังคับใช้ คุณสามารถทำขั้นตอน “ยื่นขอต่อ” ผ่านระบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด (เช่น แอป/เว็บไซต์/ช่องทางดิจิทัล) โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่งในทุกกรณี
เริ่มใช้เมื่อไหร่? ทำไมเป็นวันที่ 4 มีนาคม 2569
ในตัวกฎกระทรวงกำหนดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ดังนั้นวันเริ่มมีผลจริงจึงเป็น 4 มีนาคม 2569
สรุปไทม์ไลน์แบบเร็ว
- 5 ก.ย. 2568 เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา
- พ้น 180 วัน เริ่มใช้บังคับ
- 4 มี.ค. 2569 ต่อใบขับขี่ “ทางอิเล็กทรอนิกส์” เริ่มเดินหน้า
ใคร “ต่อใบขับขี่ออนไลน์” ได้? เงื่อนไขหลักที่คนต้องรู้
ตามการอธิบายแนวทางของกฎใหม่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่ำและต่ออายุสม่ำเสมอ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ
- อายุไม่เกิน 55 ปี
- ใบขับขี่หมดอายุ/ขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี
- ไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ/สุขภาพเพิ่มเติม
เหตุผลของการวางเงื่อนไขลักษณะนี้คือ เพื่อแยก “กลุ่มที่ควรประเมินสมรรถภาพ/สุขภาพเพิ่มเติม” ออกจาก “กลุ่มที่สามารถดำเนินการแบบออนไลน์ได้สะดวก” เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และลดความหนาแน่นของผู้ใช้บริการหน้าเคาน์เตอร์
ใครยังต้อง “ทดสอบสมรรถภาพ” และอาจต้องไปดำเนินการบางส่วนที่ขนส่ง?
กฎกระทรวงมีการ “ย้ำรายการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย” ที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุ เพื่อให้ชัดเจนขึ้นว่า การทดสอบหลัก ๆ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลักมี 2 รายการสำคัญ ได้แก่
- การทดสอบความสามารถของปฏิกิริยา (Reaction Test)
- การทดสอบสายตา (Vision Test)
กลุ่มที่ต้องประเมินเพิ่ม (ตามกรอบข่าวอธิบายกฎและเจตนารมณ์) ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่ปล่อยให้ใบขับขี่ ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี
หมายเหตุ: รายละเอียด “ทำออนไลน์ได้ 100% หรือทำออนไลน์ได้บางขั้นตอนแล้วต้องไปทดสอบที่จุดบริการ” อาจขึ้นกับแนวทางปฏิบัติ/ระบบที่กรมการขนส่งทางบกประกาศใช้ในช่วงใกล้วันเริ่มมีผล (ซึ่งโดยปฏิบัติจริง มักจะแยกขั้นตอนทดสอบสมรรถภาพออกมาเป็นเงื่อนไขก่อนจึงจะอนุมัติการต่ออายุได้)
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี: ต้องทำอะไรเพิ่ม?
เพื่อไม่ให้สับสน แนะนำให้จำเป็น “ช่วงเวลา” ตามแนวทางปฏิบัติที่สื่อและหน่วยงานเกี่ยวข้องอธิบายบ่อย (และสอดคล้องกับหลักปฏิบัติเดิมของการต่ออายุ)
- หมดอายุไม่เกิน 1 ปี: มีโอกาสเข้าเงื่อนไขต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ (หากอายุไม่เกิน 55 ปี และเข้าหลักเกณฑ์อื่นตามประกาศ)
- หมดอายุเกิน 1 ปี (แต่ไม่เกิน 3 ปี): โดยทั่วไปมักต้อง “อบรม/ทดสอบเพิ่มเติม” และอาจต้องไปทำรายการบางอย่างที่สำนักงานขนส่ง (เช่น ทดสอบข้อเขียนตามกรอบเดิม)
- หมดอายุเกิน 3 ปี: โดยหลักมักเข้าข่ายต้องดำเนินการแบบเข้มขึ้น (เสมือนขอใหม่ในหลายขั้นตอน)
ข้อแนะนำสำคัญ: หากอยาก “ต่อออนไลน์ให้จบ” มากที่สุด อย่าปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี
เตรียมตัวยังไงให้ต่อได้ไว? (เช็กลิสต์ก่อนถึงวัน 4 มี.ค. 2569)
- ตรวจวันหมดอายุใบขับขี่ล่วงหน้า และตั้งเตือนก่อนหมดอายุ เพื่อไม่ให้หลุดเกณฑ์ “ไม่เกิน 1 ปี”
- เตรียมข้อมูลส่วนตัวให้ตรงกับระบบราชการ (ชื่อ-นามสกุล/เลขบัตร/ข้อมูลติดต่อ) ลดปัญหายืนยันตัวตนไม่ผ่าน
- ติดตามประกาศขั้นตอนจากกรมการขนส่งทางบก ว่าจะใช้ช่องทางใดเป็นหลัก (แอป/เว็บไซต์/ระบบยืนยันตัวตน/การชำระเงิน)
- ถ้าอายุ 55+ หรือใบขับขี่ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี เตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบสมรรถภาพ (ปฏิกิริยา/สายตา) และขั้นตอนเพิ่มเติม
คำถามพบบ่อย (FAQ)
Q1: ต่อใบขับขี่ออนไลน์ “ไม่ต้องไปขนส่งเลย” จริงไหม?
สำหรับกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ (โดยเฉพาะอายุไม่เกิน 55 ปี และใบขับขี่ขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี) มีแนวโน้มว่าขั้นตอนจะถูกย้ายไปอยู่ในระบบออนไลน์มากขึ้น แต่บางกรณีอาจยังต้องมีการยืนยัน/ทดสอบ/ตรวจเอกสารตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
Q2: อายุเกิน 55 ปี ต่อออนไลน์ได้ไหม?
กลุ่มอายุ 55 ปีขึ้นไปมักถูกจัดเป็นกลุ่มที่ต้องประเมินสมรรถภาพเพิ่ม ดังนั้นอาจไม่ใช่ “ออนไลน์จบทุกขั้นตอน” และอาจต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพตามเงื่อนไข
Q3: ทดสอบสมรรถภาพมีอะไรบ้าง?
หลัก ๆ มี 2 รายการ คือ ทดสอบความสามารถของปฏิกิริยา และ ทดสอบสายตา
Q4: ถ้าใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ต้องทำอย่างไร?
โดยแนวทางปฏิบัติโดยทั่วไป จะต้องเข้าขั้นตอนอบรม/ทดสอบเพิ่มเติม (และมีโอกาสต้องไปทำรายการบางส่วนที่สำนักงานขนส่ง) แนะนำให้ต่อให้ทันก่อนขาดเกิน 1 ปีเพื่อให้กระบวนการง่ายที่สุด
สรุป: ใครได้ประโยชน์ที่สุดจากกฎใหม่
กฎกระทรวงฉบับนี้ “ทำให้การต่ออายุใบขับขี่ก้าวสู่ระบบดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุดคือผู้ขับขี่ที่ อายุไม่เกิน 55 ปี และ ไม่ปล่อยให้ใบขับขี่ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี ซึ่งมีโอกาสทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวกขึ้น และลดการเดินทางไปสำนักงานขนส่ง
จำง่าย: “อย่าปล่อยให้ขาดเกิน 1 ปี” คือกุญแจสำคัญที่สุด หากอยากต่อให้ไวและมีลุ้นจบออนไลน์

