GEELY EX5 ใหม่ เพิ่มรุ่น MAX+ ราคา 899,000 บาทวิ่งได้ไกล 525 กม./ชาร์จ NEDC

GEELY EX5 ใหม่ เพิ่มรุ่น MAX+ ราคา 899,000 บาทวิ่งได้ไกล 525 กม./ชาร์จ NEDC
Spread the love
Advertisement Advertisement

อัปเดตใหม่! GEELY EX5 เพิ่มรุ่นเรือธง MAX+ วิ่งไกล 525 กม. เคาะราคาพิเศษ 8.99 แสนบาท

Geely Auto Thailand รุกหนักตลาด SUV ไฟฟ้าไทยอีกครั้งในงาน Motor Show 2026 ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด GEELY EX5 MAX+ ที่อัปเกรดทั้งขนาดแบตเตอรี่และระยะทางวิ่งให้ไกลยิ่งขึ้น พร้อมจัดเต็มส่วนลดพิเศษสำหรับทุกรุ่นย่อย เริ่มต้นเพียง 7 แสนต้นๆ เท่านั้นครับ

ตารางราคาพิเศษและส่วนลดทุกรุ่นย่อย (GEELY EX5 Lineup)

พบกับราคาพิเศษในช่วงแนะนำ (Introductory Price) สำหรับ GEELY EX5 ทั้ง 3 รุ่นย่อย ดังนี้ครับ:

รุ่นย่อย (Variant) ราคาปกติ ราคาพิเศษ / ส่วนลด
GEELY EX5 รุ่น PRO 799,000 บาท 739,000 บาท
(ลด 60,000.-)
GEELY EX5 รุ่น MAX 899,000 บาท 849,000 บาท
(ลด 50,000.-)
GEELY EX5 รุ่น MAX+ (NEW) 929,000 บาท 899,000 บาท*
(เฉพาะ 400 คันแรก)

ไฮไลท์ความโดดเด่นของรุ่นใหม่ “MAX+”

รุ่น MAX+ ถูกวางตัวเป็นเรือธงที่ตอบโจทย์การเดินทางไกลและความพรีเมียมขั้นสุด:

  • แบตเตอรี่ใหม่: ใช้ Short Blade Battery (LFP) ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 68.39 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด: วิ่งได้ไกลถึง 525 กม. (NEDC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ล้ออัลลอย 19 นิ้ว: ดีไซน์ใหม่พร้อมยาง Goodyear ขนาด 235/50 R19 เพื่อการยึดเกาะที่ดีขึ้น
  • สีใหม่ Moss Green: เปิดตัวสีพิเศษ “เขียวมอส” ที่ให้ลุคพรีเมียมและแตกต่าง

สิทธิพิเศษ GEELY EX5 ทุกรุ่นย่อย

ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่นไหน GEELY มอบแพ็กเกจความอุ่นใจมาให้ครบถ้วนครับ:

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%: เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
  • วารันตีตัวรถ: นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
  • วารันตีแบตเตอรี่: นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: ตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1: พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ของแถมพื้นฐาน: สายชาร์จ Portable Charger, ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น

 สิทธิพิเศษเฉพาะรุ่น MAX และ MAX+

ยกระดับความคุ้มค่าด้วยฟิล์มติดรถยนต์เกรดพรีเมียม:

  • ฟรี! ฟิล์ม Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost: ฟิล์มเซรามิกคุณภาพสูงที่ช่วยกันความร้อนได้ดีเยี่ยมและให้ความเป็นส่วนตัว (เฉพาะรุ่น MAX และ MAX+ เท่านั้น)

MAX+ ราคา 899,000 บาทมีอะไรเพิม่

  • ความจุแบตเตอรี่: เพิ่มขึ้นเป็น 68.39 kWh (รุ่น MAX มีความจุ 60.22 kWh)
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC): เพิ่มขึ้นเป็น 525 กิโลเมตร (รุ่น MAX วิ่งได้ 490 กิโลเมตร)
  • น้ำหนักตัวรถ เพิ่มขึ้นเป็น 1,815 กิโลกรัม  (รุ่น MAX หนัก 1,765 กิโลกรัม)
  • ล้อและยาง อัปเกรดเป็นล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต พร้อมยางขนาด 235/50 R19 (รุ่น MAX ใช้ล้อ 18 นิ้ว ยาง 225/55 R18)
  • สีตัวถังพิเศษ มีตัวเลือกสีภายนอกสีใหม่คือ สีเขียว Moss Green ซึ่งเป็นสีเฉพาะรุ่น MAX+ เท่านั้น

มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย (Body Dimensions & Capacity)

  • ความยาวตัวรถ: 4,615 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,901 มิลลิเมตร
  • ความสูง: 1,670 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,750 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 173 มิลลิเมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย: 461 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 1,877 ลิตรเมื่อพับเบาะ

ข้อมูลทางเทคนิค GEELY EX5 2026 แยกตามรุ่นย่อย

GEELY EX5 ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) มอเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ 11-in-1 ให้พละกำลังสูงสุด 160 kW (ประมาณ 217.5 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

GEELY EX5 รุ่น PRO

รุ่นเริ่มต้นที่เน้นน้ำหนักตัวถังที่เบาที่สุด ส่งผลให้มีอัตราเร่งเริ่มต้นที่รวดเร็วที่สุดในกลุ่ม

  • ขนาดแบตเตอรี่: 60.22 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC): 495 กิโลเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.9 วินาที
  • น้ำหนักรถ: 1,715 กิโลกรัม
  • ล้อและยาง: ล้ออัลลอย 18 นิ้ว (ยาง 225/55 R18)

GEELY EX5 รุ่น MAX

รุ่นระดับกลางที่ปรับจูนเพื่อรองรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพิ่มมากขึ้นภายในห้องโดยสาร

  • ขนาดแบตเตอรี่: 60.22 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC): 490 กิโลเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.1 วินาที
  • น้ำหนักรถ: 1,765 กิโลกรัม
  • ล้อและยาง: ล้ออัลลอย 18 นิ้ว (ยาง 225/55 R18)

GEELY EX5 รุ่น MAX+

รุ่นเรือธง (Long Range) ที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูงเพื่อรองรับการเดินทางไกลโดยเฉพาะ

  • ขนาดแบตเตอรี่: 68.39 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC): 525 กิโลเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.6 วินาที
  • น้ำหนักรถ: 1,815 กิโลกรัม
  • ล้อและยาง: ล้ออัลลอย 19 นิ้ว (ยาง 235/50 R19)

ระบบการชาร์จและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ (Common Specs)

ทุกรุ่นย่อยใช้เทคโนโลยี Short Blade Battery ที่พัฒนาบนโครงสร้าง GEA Intelligent Architecture

  • การชาร์จปกติ (AC Type-2): รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW
  • การชาร์จด่วน (DC CCS2) 100KW: ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที
  • ระบบจ่ายไฟภายนอก: รองรับระบบ V2L สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า และ V2V สำหรับจ่ายไฟให้รถคันอื่น

โครงสร้างระบบกันสะเทือน (Suspension System)

  • ช่วงล่างด้านหน้า: ใช้แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท (McPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ช่วงล่างด้านหลัง: เป็นแบบอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-Link) ซึ่งช่วยให้การยึดเกาะถนนและการซับแรงกระแทกทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับคานแข็ง
  • การปรับจูนพิเศษ: สำหรับรุ่นปี 2026 มีการอัปเกรดประสิทธิภาพของแดมเปอร์ (Damping Performance) ให้ดีขึ้นถึง 20% เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลกว่าเดิม

ระบบเบรก (Braking System)

  • เบรกคู่หน้า: ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Discs)
  • เบรกคู่หลัง: ดิสก์เบรก (Solid Discs)
  • ระบบเสริม: มาพร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และระบบ Auto Hold เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

การควบคุมและโหมดการขับขี่ (Steering & Drive Modes)

  • ระบบพวงมาลัย: พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) ที่ปรับจูนน้ำหนักตามความเร็วรถ
  • โหมดการขับขี่: มีให้เลือก 3 รูปแบบหลัก คือ Eco, Normal และ Sport เพื่อปรับการตอบสนองของช่วงล่างและพวงมาลัยให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่
  • ความคล่องตัว: มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร ช่วยให้การลัดเลาะในเมืองทำได้ง่ายแม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่

การออกแบบภายนอก

ฟีเจอร์เด่นด้านการออกแบบ (Key Exterior Features)

  • ระบบไฟส่องสว่าง: ไฟหน้าแบบ LED พร้อมฟังก์ชัน Follow Me Home และไฟท้าย LED แบบ Through-Type ที่ลากยาวเชื่อมต่อกัน (ในรุ่น MAX และ MAX+)
  • กระจังหน้าอัจฉริยะ: ติดตั้งช่องดักอากาศแบบแอคทีฟ (Active Air Intake Grille – AGS) ช่วยจัดการทิศทางลมเพื่อระบายความร้อนแบตเตอรี่และมอเตอร์
  • มือจับประตู: ดีไซน์แบบไฟฟ้าซ่อนไปกับตัวถัง (Hidden Electric Door Handles) ในรุ่น MAX และ MAX+ เพื่อความสวยงามและลดแรงต้านอากาศ
  • หลังคา: หลังคากระจก Panoramic Roof ขนาดใหญ่ที่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Openable) ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง
  • ฝาท้าย: ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบสัมผัส เพิ่มความสะดวกในการบรรทุกสัมภาระ

รายละเอียดล้อและยางแยกตามรุ่นย่อย

  • รุ่น PRO และ MAX: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์มาตรฐาน พร้อมยางขนาด 225/55 R18
  • รุ่น MAX+: อัปเกรดเป็นล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางคุณภาพสูงจาก Goodyear ขนาด 235/50 R19

ตัวเลือกสีตัวถังภายนอก (Exterior Colors)

GEELY EX5 เวอร์ชันไทยมีสีตัวถังให้เลือกหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์:

Advertisement Advertisement
  • สีขาว Snowy White
  • สีเทานม Moonlight Silver
  • สีเทาเข้ม Frost Grey
  • สีเขียว Turquoise Green
  • สีดำ Carbon Black
  • สีเขียวพิเศษ Moss Green: สีใหม่เฉพาะรุ่นเรือธง MAX+ เท่านั้น

การออกแบบภายในและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

การออกแบบและสีสันห้องโดยสาร

  • สีสันภายใน: มีให้เลือก 2 โทนสีหลัก คือ สีน้ำเงินเข้ม (Dark Blue) [cite: 120, 153, 161] และสีขาวงาช้าง (Ivory White)  ซึ่งขึ้นอยู่กับการจับคู่กับสีตัวถังภายนอกและรุ่นย่อย
  • บรรยากาศโปร่งสบาย: ติดตั้งหลังคาพาโนรามิกขนาดใหญ่แบบเปิดได้ (Openable Panoramic Roof) เพื่อรับแสงธรรมชาติและเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งภายในรถ
  • วัสดุตกแต่ง: เน้นการใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสนุ่มและมีคุณภาพสูงทั่วทั้งห้องโดยสารเพื่อความพรีเมียม

 เบาะนั่งและความสบาย (Seating & Ergonomics)

  • การออกแบบเบาะนั่ง: ตัวเบาะถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้รองรับร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม  มอบความรู้สึกสบายแม้เดินทางไกล
  • พื้นที่ใช้สอย: ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,750 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ
  • ความอเนกประสงค์: เบาะหลังสามารถพับเพื่อขยายพื้นที่บรรทุกสัมภาระจาก 461 ลิตร เพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดถึง 1,877 ลิตร

ระบบบันเทิงและการเชื่อมต่อ (Infotainment & Connectivity)

  • หน้าจออัจฉริยะ: ติดตั้งหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว [cite: 89, 93] พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ (Navigation)
  • ระบบเสียงระดับพรีเมียม: มาพร้อมระบบเสียง Flyme Sound Premium Audio System ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อสุนทรียภาพในห้องโดยสาร
  • การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน: รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันและความบันเทิงได้อย่างไร้รอยต่อ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ (Convenience Features)

  • ระบบชาร์จไฟ: ติดตั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
  • เทคโนโลยีจ่ายไฟภายนอก: รองรับระบบจ่ายไฟจากรถสู่รถ (V2V) และการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ผ่านระบบ V2L เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์
  • สถาปัตยกรรมอัจฉริยะ: ทุกฟังก์ชันภายในควบคุมผ่านระบบ GEA Intelligent Architecture ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

เจาะลึกระบบความปลอดภัยและโครงสร้างอัจฉริยะ GEELY EX5 2026

GEELY EX5 ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง โดยการผสานโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งระดับโลกเข้ากับเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรักในทุกเส้นทางครับ

โครงสร้างตัวถังและระบบปกป้อง (Safety Structure)

  • สถาปัตยกรรม GEA (Global Energy Architecture): โครงสร้างอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ช่วยกระจายแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคโนโลยี CTB (Cell-to-Body): การรวมชุดแบตเตอรี่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการทรงตัว รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยให้กับชุดแบตเตอรี่
  • ถุงลมนิรภัยรอบคัน: ติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย คู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย เพื่อการปกป้องที่ครอบคลุม
  • เหล็กแรงดึงสูง: ตัวถังใช้เหล็กที่มีความแข็งแกร่งสูงในจุดสำคัญ เพื่อรักษาห้องโดยสารให้คงรูปมากที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ (Short Blade Battery)

หัวใจสำคัญของ GEELY EX5 คือแบตเตอรี่ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรม:

  • การทดสอบสุดโหด: ผ่านการทดสอบเจาะด้วยตะปู, การแช่น้ำทะเล, การเผาไฟ และการถูกยิงด้วยกระสุนปืน เพื่อยืนยันว่าจะไม่เกิดการลุกไหม้หรือระเบิด
  • การจัดการความร้อน: ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพและป้องกันความร้อนเกินในทุกสภาวะการขับขี่

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS)

ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ระดับ Level 2 ที่ทำงานด้วยเซนเซอร์และกล้องรอบคัน เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย:

  • ACC (Adaptive Cruise Control): ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go
  • AEB (Autonomous Emergency Braking): ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อตรวจพบสิ่งกีดขวางหรือคนเดินถนน
  • LKA (Lane Keep Assist): ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถและดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลน
  • BSD (Blind Spot Detection): ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
  • RCTA (Rear Cross Traffic Alert): ระบบเตือนเมื่อมีรถวิ่งตัดผ่านขณะถอยหลัง
  • DOW (Door Open Warning): ระบบเตือนขณะเปิดประตูหากมีรถหรือจักรยานวิ่งมาจากด้านหลัง

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety)

  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา: ช่วยให้การจอดรถและกะระยะในที่แคบเป็นเรื่องง่าย (เฉพาะรุ่น MAX และ MAX+)
  • ระบบช่วยออกตัวและลงทางลาดชัน: HAC (Hill Start Assist) และ HDC (Hill Descent Control) เพื่อความมั่นใจในทุกสภาพถนน
  • TPMS (Tyre Pressure Monitoring System): ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนแรงดันลมยางอัตโนมัติ
  • EPB & Auto Hold: เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบหยุดรถอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าขณะรถติด

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้