เปิดขายจีนเริ่ม 991,000 บาท GEELY Galaxy Battleship 700 PHEV วิ่งไฟฟ้า 305 กม.

เปิดขายจีนเริ่ม 991,000 บาท GEELY Galaxy Battleship 700 PHEV วิ่งไฟฟ้า 305 กม.
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

 

      

     

ราคา Geely Galaxy Battleship 700 ราคาจำหน่ายในประเทศจีนแปลงค่าเงิน

  • 305 km 1.5T 2WD  199,800 หยวน ≈ 991,000 บาท
  • 305 km 1.5T 2WD 209,800 หยวน ≈ 1,041,000 บาท
  • 280 km 1.5T Triple-Motor AWD  229,800 หยวน ≈ 1,140,000 บาท
  • 280 km 1.5T Triple-Motor AWD  239,800 หยวน ≈ 1,189,000 บาท
  • 270 km 2.0T Triple-Motor AWD  269,800 หยวน ≈ 1,338,000 บาท
  • 陆地方舟版 (Land Ark Edition) จำกัด 700 คัน — 389,800 หยวน ≈ 1,933,000 บาท

เมื่อแปลงค่าเงินตรง ๆ เท่านั้น ยังไม่รวมภาษี ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายหากนำเข้ามาจำหน่ายในไทย.

ขนาดตัวถัง Geely Galaxy Battleship 700 

  • ยาว 5,085 มม.
  • กว้าง 1,999 มม.
  • สูง 1,895 / 1,912 / 1,925 มม. แล้วแต่รุ่นและอุปกรณ์
  • ฐานล้อ 2,900 มม.
  • ระยะห่างใต้ท้องรถต่ำสุด 233 มม.
  • มุมไต่ 30°
  • มุมจาก 31°
  • ตัวถังแบบ SUV 5 ประตู 5 ที่นั่ง

305 km 1.5T 2WD — Exploration / Exploration+
ราคา 199,800 / 209,800 หยวน

  • PHEV 1.5TD
  • ขับเคลื่อน 2 ล้อ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 Turbo
  • กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 120 kW หรือประมาณ 163 PS
  • แบตเตอรี่ LFP 47.14 kWh เซลล์ CATL
  • ระยะทางไฟฟ้าล้วน 305 กม. CLTC
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อน้ำมันทำงาน/แบตต่ำ มีข้อมูลเผยแพร่ประมาณ 5.95 ลิตร/100 กม.
  • ระบบส่งกำลังไฟฟ้า 3-Speed EM-T
  • DC สูงสุด 300 kW
  • 10–80% ประมาณ 10 นาที

280 km 1.5T Triple-Motor AWD — Yufeng / Yufeng+
ราคา 229,800 / 239,800 หยวน

  • PHEV 1.5TD
  • เครื่องยนต์ 1.5 Turbo
  • กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 120 kW หรือประมาณ 163 PS
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
  • ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
  • แบตเตอรี่ LFP 47.14 kWh
  • ระยะทางไฟฟ้าล้วน 280 กม. CLTC
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตต่ำประมาณ 6.95 ลิตร/100 กม.
  • G-ATS Intelligent All-Terrain System
  • รองรับ Waltz Turn / หมุนตัวในพื้นที่ประมาณ 3.36 เมตร
  • Intelligent Climbing / Off-road Cruise
  • รุ่น Yufeng+ เพิ่ม ถุงลมช่วงล่างแบบ Dual-Chamber Closed Air Suspension

 270 km 2.0T Triple-Motor AWD — Dingfeng
ราคา 269,800 หยวน

  • PHEV 2.0TD
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 Turbo
  • กำลังเครื่องยนต์ 160 kW หรือประมาณ 218 PS
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
  • ขับเคลื่อน AWD
  • มอเตอร์หน้า P3 + มอเตอร์หลัง P4 อิสระ 2 ตัว
  • มอเตอร์ P4 หลัง 220 kW × 2
  • กำลังระบบรวมสูงสุด 830 kW
  • เทียบเท่าประมาณ 1,129 PS
  • อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 392 PS/ตัน
  • 0–100 กม./ชม. 3.95 วินาที
  • ความเร็วสูงสุดที่มีข้อมูลรับรอง 220 กม./ชม.
  • Mechanical Rear Differential Lock
  • ล็อกดิฟหลังได้ 100% ภายใน 0.2 วินาที
  • แบตเตอรี่ 47.14 kWh
  • EV 270 กม. CLTC
  • อัตราสิ้นเปลืองแบตต่ำประมาณ 7.25 ลิตร/100 กม.
  • ระยะทางรวมสูงสุดที่เผยแพร่ประมาณ 1,750 กม.

Geely ระบุอย่างเป็นทางการว่า EM-T ชุดสมรรถนะสูงทำกำลัง 830 kW และ 0–100 กม./ชม. 3.95 วินาที ขณะที่มอเตอร์ P4 หลังแต่ละตัวให้กำลังสูงสุด 220 kW.

Land Ark Edition — 389,800 หยวน

ใช้พื้นฐานตัวแรง 2.0T + Triple-Motor AWD เช่นเดียวกับรุ่น Dingfeng

  • 2.0TD + มอเตอร์ 3 ตัว AWD
  • กำลังสูงสุด 830 kW / 1,129 PS
  • 0–100 กม./ชม. 3.95 วินาที
  • เพิ่ม Active Hydraulic Suspension
  • ระบบ Emergency Floating Escape Mode
  • ระบบจ่ายออกซิเจนในห้องโดยสาร
  • ADAS H7
  • ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม

ช่วงล่างของ Geely Galaxy Battleship 700 

  • ด้านหน้า: Double Wishbone
  • ด้านหลัง: Double Wishbone ตามข้อมูลที่ Geely ใช้สื่อสารในช่วงเปิดตัว/ทดสอบ
  • ระยะยุบ-ยืดช่วงล่างสูงสุดประมาณ 280 มม.
  • Dual-Chamber Closed Air Suspension ถุงลมแบบ 2 ห้อง
  • CDC Continuous Damping Control โช้กปรับแรงหน่วงแบบต่อเนื่อง
  • ระบบ Magic Carpet Preview ใช้กล้องอ่านสภาพถนนล่วงหน้า แล้วปรับความสูง/ความหนืดของช่วงล่าง
  • AI All-Terrain Chassis สามารถประสานการทำงานของแรงขับ ระบบล็อกดิฟ และช่วงล่างตามสภาพพื้นผิว

การออกแบบภายนอกของ Geely Galaxy Battleship 700 มาในแนว Hardcore Boxy SUV ทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ เน้นภาพลักษณ์แข็งแกร่งและรองรับการใช้งานออฟโรด

  • กระจังหน้าและส่วนหน้าทรงตั้ง ดูกว้างและหนักแน่น
  • ไฟหน้าดีไซน์เรียวยาว พร้อมกราฟิกไฟที่เป็นเอกลักษณ์
  • ฝากระโปรงทรงสูงและค่อนข้างแบน
  • กันชนหน้าขนาดใหญ่ พร้อมจุดลากรถด้านหน้า
  • ซุ้มล้อทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่
  • คิ้วซุ้มล้อและชิ้นตกแต่งรอบคันสีดำ
  • แนวหลังคาค่อนข้างตรง เน้นพื้นที่ห้องโดยสาร
  • กระจกด้านข้างทรงตั้ง ให้ภาพลักษณ์แบบ SUV ออฟโรด
  • มีราวหลังคาสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เดินทาง
  • เส้นสายตัวถังค่อนข้างเรียบ ไม่เน้นความโค้งมน
  • ด้านท้ายทรงตั้ง
  • ประตูท้ายเปิดด้านข้าง
  • ติดตั้งยางอะไหล่ภายนอกบริเวณฝาท้าย
  • ไฟท้ายแนวตั้งวางชิดมุมตัวถัง
  • กันชนท้ายออกแบบแข็งแรงในสไตล์รถลุย

ภายในห้องโดยสาร

  • ห้องโดยสารออกแบบทรงสมมาตร ใช้เส้นแนวนอนและแนวตั้งชัดเจน
  • คอนโซลกลางขนาดใหญ่ พร้อมชุดควบคุมโหมดการขับขี่แบบปุ่มและสวิตช์จริง
  • ใช้วัสดุบุนุ่มและวัสดุตกแต่งหลายพื้นผิว
  • พื้นที่ใช้สอยภายในคิดเป็นประมาณ 80.3% ของตัวรถ
  • ช่องเก็บของทั่วคัน 63 จุด
  • ช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าแบบ 2 ชั้น
  • หลังคากระจก Panoramic แบบเปิดได้ 2 ส่วน
  • ประตูหลังเปิดได้กว้างประมาณ 80 องศา
  • มีช่องแอร์บริเวณเสา B สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ตู้เย็นในรถขนาด 18.5 ลิตร
  • ปรับอุณหภูมิได้ประมาณ -6 ถึง 50°C
  • รองรับทั้งแช่เย็นและอุ่นอาหาร พร้อมระบบฆ่าเชื้อ

ระบบบันเทิงและหน้าจอ

  • ระบบปฏิบัติการ Flyme Auto 2
  • ระบบสั่งงานด้วย AI Voice Assistant
  • รองรับการแสดงข้อมูลออฟโรดบนจอกลาง เช่น สภาพเส้นทางและข้อมูลการขับขี่
  • ระบบหน้าจอเชื่อมต่อหลายจุดภายในรถ
  • ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุหน้าจอกลางประมาณ 15.4 นิ้ว
  • มาตรวัดดิจิทัลประมาณ 10.2 นิ้ว
  • จอผู้โดยสารด้านหน้าประมาณ 12.66 นิ้ว
  • มี Head-up Display
  • มีหน้าจอควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • เครื่องเสียง Flyme Sound 23 ลำโพง
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1.4 Channel
  • ระบบลดเสียงรบกวน RNC + EOC
  • กระจกแบบสองชั้นช่วยลดเสียงรบกวนภายนอก

เบาะนั่ง

  • เบาะหนังสัมผัสนุ่ม
  • โครงสร้างเบาะ 10 ชั้น
  • ใช้ Memory Foam แบบคืนตัวช้า
  • เบาะคู่หน้า ปรับอากาศ Ventilated
  • ใช้วิธีเป่าลมบริเวณเบาะรองนั่งและดูดอากาศบริเวณพนักพิง ช่วยลดการเป่าลมเย็นเข้าสู่ตัวผู้โดยสารโดยตรง
  • เบาะหน้าและเบาะหลัง มีระบบทำความร้อน
  • เบาะคู่หน้ามีระบบนวด 14 จุด
  • ระบบนวดครอบคลุมบริเวณหลังและสะโพก
  • มีหลายระดับและหลายโปรแกรมการนวด

การปรับพื้นที่เบาะ

  • เบาะคนขับและผู้โดยสารหน้าสามารถพับราบ
  • ทำเป็นพื้นที่เอนนอนยาวประมาณ 1.72 เมตร
  • เมื่อพับเบาะแถวหลัง สามารถสร้างพื้นที่ราบยาวประมาณ 1.8 เมตร
  • ความสูงพื้นที่ภายในหลังพับเบาะประมาณ 950 มม.
  • สามารถดัดแปลงเป็นพื้นที่นอน 2 คนสำหรับการเดินทางหรือแคมป์ปิงได้

ระบบความปลอดภัยของ Geely Galaxy Battleship 700 ค่อนข้างครบทั้งโครงสร้างตัวถัง ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และระบบช่วยขับขั้นสูง โดยสเปกจากเว็บไซต์ Geely ล่าสุดมีดังนี้

  • โครงสร้างห้องโดยสารใช้ เหล็กกำลังสูงพิเศษและเหล็กขึ้นรูปร้อน 100%
  • โครงสร้างเฟรมแบบชิ้นเดียว ความแข็งแรงต่อการบิดตัวมากกว่า 41,000 Nm/degree
  • มีโครงสร้างป้องกันการพลิกคว่ำซ่อนอยู่ในตัวถัง ใช้ท่อเหล็กกำลังสูงระดับ 2,200 MPa จำนวน 11 จุด
  • รับแรงกดหลังคาได้สูงสุดประมาณ 161 kN
  • โครงสร้างนิรภัยแบบ Cage Structure กระจายแรงรอบตัวรถ

ถุงลมนิรภัย

  • ถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง
  • ครอบคลุมพื้นที่ผู้โดยสารด้านหน้า ด้านข้าง และแนวม่านนิรภัย เพื่อป้องกันผู้โดยสารรอบห้องโดยสาร

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน

  • AES – Emergency Steering Assist ช่วยเบรกและหักหลบสิ่งกีดขวางในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • MAI – Mis-Acceleration Inhibition ตรวจจับความเสี่ยงจากการเหยียบคันเร่งผิดพลาด และสามารถตัดกำลังเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
  • GVMC 3.0 Vehicle Motion Control ควบคุมเสถียรภาพตัวรถและแรงบิดในระดับมิลลิวินาที
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อเกิด ยางแตก ช่วยลดอาการรถปัดหรือเสียการทรงตัว

ระบบช่วยขับ ADAS
รุ่นที่ติดตั้งระบบ H5 ได้แก่ 1.5T 2WD Exploration+ และรุ่น 1.5T Triple-Motor AWD ส่วนรุ่น 2.0T ตัวท็อปและ Land Ark ใช้ระบบที่สูงขึ้นเป็น H7.

ฟังก์ชันสำคัญที่ Geely ประกาศ ได้แก่

  • ระบบนำทางช่วยขับแบบ Parking Space-to-Parking Space
  • ช่วยขับจากจุดจอด ผ่านถนน ไปจนถึงจุดหมายและการจอดรถ
  • ช่วยผ่าน ด่านเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ
  • ช่วยเลือกเลนและขับผ่าน วงเวียน
  • ระบบ APA Automatic Parking Assist
  • ระบบช่วยจอดในสถานการณ์และรูปแบบช่องจอดหลายประเภท

ความปลอดภัยแบตเตอรี่

  • แบตเตอรี่ใช้เซลล์จาก CATL
  • โครงสร้างป้องกันแบตเตอรี่ 11 ชั้น
  • ผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่ Geely ระบุว่า 36 รายการ
  • ระบบป้องกันความร้อน 9 ชั้น
  • ระบบป้องกันการกระแทกใต้แบตเตอรี่ 6 ชั้น
  • ออกแบบแบตเตอรี่ให้อยู่ลึกเข้าไปในโครงสร้างตัวรถ
  • จุดต่ำของแบตเตอรี่มีระยะจากพื้นประมาณ 313 มม. ตามวิธีการวัดของผู้ผลิต

ระบบเฉพาะสำหรับการเดินทางออฟโรด

  • ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม สามารถติดต่อสื่อสารได้ในพื้นที่ไม่มีเครือข่ายโทรศัพท์
  • Camp Sentry Mode ตรวจสอบความเคลื่อนไหวรอบรถขณะจอดแคมป์
  • Land Ark Edition เพิ่มระบบลอยตัวฉุกเฉิน เพื่อช่วยรับมือเมื่อรถเผชิญสถานการณ์น้ำลึกผิดปกติ

ระบบช่วยขับ ADAS

  • D2D Parking-to-Parking Navigation Assist ช่วยขับตั้งแต่ออกจากช่องจอด ไปตามเส้นทาง จนถึงช่วยจอดเมื่อถึงปลายทาง
  • ระบบช่วยขับบนทางด่วนและถนนเมืองตามเส้นทางนำทาง
  • ช่วยเปลี่ยนเลนและเลือกเลนตามสถานการณ์
  • ระบบช่วยผ่าน ด่านเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ ตรวจจับช่องทางและชะลอความเร็วเพื่อผ่านด่าน
  • ระบบช่วยผ่าน วงเวียน สามารถเลือกช่องทาง ตรวจจับรถรอบข้าง และช่วยเปลี่ยนเลน
  • APA Automatic Parking Assist ช่วยจอดรถอัตโนมัติ รองรับช่องจอดหลายรูปแบบ

ระบบช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบช่วยหักหลบฉุกเฉิน AES
  • สามารถช่วยหลบสิ่งกีดขวางต่อเนื่องในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ระบบรักษาเสถียรภาพเมื่อเกิดยางแตก
  • ระบบควบคุมการเคลื่อนที่ตัวรถ GVMC
  • Geely ระบุว่า GVMC ช่วยควบคุมตัวรถในการทดสอบ Moose Test ที่ความเร็วสูงสุดประมาณ 80 กม./ชม.

AI All-Terrain Driving

  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ สามารถสลับ ขับหน้า / ขับหลัง / ขับ 4 ล้อ ตามสถานการณ์
  • ระบบเลือกโหมดภูมิประเทศอัตโนมัติ
  • มี 1 โหมดอัจฉริยะ + 3 โหมดใช้งานทั่วไป + 6 โหมดออฟโรด
  • ระบบช่วยไต่ทางชัน
  • ระบบช่วยลากจูง
  • ระบบกระจายแรงบิดแต่ละล้ออัตโนมัติ
  • ดิฟล็อกหลังแบบกลไก ล็อกได้ 100% ภายในประมาณ 0.2 วินาที

ระบบช่วยควบคุมรถในพื้นที่แคบ

  • Waltz Turn ช่วยหมุนตัวในพื้นที่แคบ ใช้พื้นที่ประมาณ 3.36 เมตร
  • รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุดประมาณ 5.5 เมตร
  • Crab Walk / การเคลื่อนตัวเฉียงในบางสถานการณ์
  • ระบบช่วยหลบสิ่งกีดขวางต่อเนื่อง

ระบบช่วยขับจากช่วงล่าง

  • กล้อง/เซนเซอร์อ่านสภาพถนนล่วงหน้า
  • ปรับช่วงล่างอัตโนมัติตามพื้นผิวถนน
  • Dual-Chamber Air Suspension
  • โช้กปรับแรงหน่วงได้สูงสุด 500 ครั้ง/วินาที
  • ช่วงยุบ-ยืดสูงสุด 280 มม.

autohome

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้