สหรัฐฯ เตือน “ถุงลมนิรภัยทดแทนจากจีน” อาจซ่อนอยู่ในรถซ่อม เชื่อมโยงการเสียชีวิตรวม 8 ราย

สหรัฐฯ เตือน “ถุงลมนิรภัยทดแทนจากจีน” อาจซ่อนอยู่ในรถซ่อม เชื่อมโยงการเสียชีวิตรวม 8 ราย
13 มกราคม 2026 สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ออก “คำเตือนเร่งด่วน” ถึงผู้ซื้อรถมือสอง เจ้าของรถ และอู่ซ่อมรถ หลังพบว่ามี ตัวจุดระเบิดถุงลมนิรภัย (air bag inflator) แบบทดแทน ที่ไม่ได้มาตรฐานจากจีน ซึ่งมีแนวโน้มถูกนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย และถูกติดตั้งในรถที่เคยชนหนักมาก่อน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรงเพิ่มขึ้น
ประเด็นสำคัญคือ ถุงลมที่ควร “ช่วยชีวิต” กลับมีความเสี่ยง “ทำงานผิดพลาด” ในจังหวะเกิดเหตุ จนเกิดการแตกปริของตัว inflator และอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ขับขี่ได้
สรุปสาระสำคัญจาก NHTSA: เกิดอะไรขึ้น?
- NHTSA ระบุว่า มีอุบัติเหตุอย่างน้อย 10 เคส ที่เกี่ยวข้องกับการแตกปริของ inflator ถุงลมนิรภัยทดแทน ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ผลิตจีน Jilin Province Detiannuo Automobile Safety System Co., Ltd. (พบเรียกกันว่า DTN)
- ผลลัพธ์ที่ทราบแล้ว: เสียชีวิตรวม 8 ราย และ บาดเจ็บสาหัส 2 ราย
- รถที่พบเคส “ทั้งหมดที่รายงาน” ณ ตอนนี้ ได้แก่ Chevrolet Malibu และ Hyundai Sonata
- รถจำนวนมากมีประวัติเป็น salvage หรือ rebuilt title (รถซาก/รถซ่อมสร้างกลับมา)
- NHTSA เน้นว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าความเสี่ยงจำกัดอยู่เฉพาะ 2 รุ่นนี้ จึงแนะนำให้ผู้ใช้รถมือสองที่เคยมีประวัติถุงลมทำงาน “ตรวจสอบโดยด่วน”
ทำไม “รถซ่อมจากอุบัติเหตุ” ถึงเสี่ยงเป็นพิเศษ?
จุดที่ทำให้คดีนี้น่ากังวลคือ inflator ที่มีปัญหาไม่ได้มาจากรถโรงงาน แต่เป็น อะไหล่ทดแทน ที่ถูกติดตั้งภายหลัง ซึ่งมักเกิดขึ้นในกรณี:
- รถเคยชนหนักและ ถุงลมนิรภัยเดิมทำงาน (deployment)
- ต้องซ่อมให้กลับมาวิ่งได้ โดยมีแรงจูงใจ “ลดต้นทุน”
- รถถูกขายต่อเป็นรถมือสอง และผู้ซื้อปลายทางอาจไม่รู้ประวัติการซ่อม
แนวโน้มที่พบ: ในรถที่มีสถานะ salvage/rebuilt หรือรถที่ผ่านการซ่อมจากอุบัติเหตุใหญ่ ความเสี่ยงที่จะมีการใช้อะไหล่ไม่ได้มาตรฐาน “มีโอกาสสูงขึ้น” เมื่อเทียบกับรถที่ไม่มีประวัติชนหนัก
ลักษณะความผิดปกติ: ถุงลมทำงานผิดพลาดอย่างไร?
NHTSA ระบุว่า inflator ที่มีปัญหาอาจ แตกปริในระหว่างเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเสี่ยงจากชิ้นส่วนโลหะที่พุ่งออกมา ซึ่งเป็นเหตุผลที่หน่วยงานสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น “ชิ้นส่วนที่อันตรายและไม่ได้มาตรฐาน”
หน่วยงานรัฐเข้ม: ไม่ใช่แค่เตือน แต่เดินหน้าสอบสวน
การดำเนินการไม่ได้หยุดแค่การออกประกาศเตือน เพราะ NHTSA ระบุว่ามีการ เปิดการสอบสวนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 และกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจัดการกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและการติดตั้งชิ้นส่วนเหล่านี้
เช็กลิสต์: ใครควร “รีบตรวจรถ” มากที่สุด?
- ผู้ที่ซื้อ/กำลังจะซื้อ รถมือสอง ที่มีประวัติชนหนัก
- รถที่เคยมีเหตุการณ์ ถุงลมทำงาน แล้วมีการเปลี่ยนอะไหล่ถุงลมภายหลัง
- รถที่มีสถานะ salvage หรือ rebuilt title (โดยเฉพาะในสหรัฐฯ)
- เจ้าของ Chevrolet Malibu หรือ Hyundai Sonata มือสองที่ผ่านการซ่อมอุบัติเหตุมาก่อน
ควรทำอย่างไร หากสงสัยว่ารถเคยเปลี่ยนถุงลม?
- ตรวจประวัติรถ (vehicle history) ให้ชัดเจน ว่าเคยชนหนัก/ถุงลมทำงานหรือไม่
- นำรถไปให้ ช่าง/ศูนย์บริการที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบว่าอะไหล่ถุงลมเป็น “ของแท้และถูกต้องตามสเปกเดิม”
- หากพบชิ้นส่วนต้องสงสัย ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานจนกว่าจะ เปลี่ยนเป็นอะไหล่ที่ถูกต้อง
หมายเหตุ: NHTSA เน้นว่ารถที่เคยมีการเปลี่ยนถุงลมหลังชน ควรตรวจ “ทันที” และในรถ salvage/rebuilt ยิ่งถือว่าเร่งด่วนเป็นพิเศษ
FAQ: คำถามที่คนซื้อรถมือสองควรรู้
1) ถ้ารถไม่ใช่ Malibu หรือ Sonata จะปลอดภัยแน่นอนหรือไม่?
ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะ NHTSA ระบุว่าข้อมูลปัจจุบัน “ยังไม่ยืนยัน” ว่าความเสี่ยงจำกัดอยู่เพียงสองรุ่นนี้เท่านั้น หากรถของคุณเคยเปลี่ยนถุงลมหลังชน ควรตรวจสอบเช่นกัน
2) ทำไมเรื่องนี้ถึงร้ายแรง?
เพราะเป็น “อุปกรณ์ความปลอดภัย” ที่ควรช่วยลดการบาดเจ็บ แต่กลับมีโอกาสทำงานผิดพลาดในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงรุนแรงต่อผู้ขับขี่
3) วิธีลดความเสี่ยงเวลาซื้อรถมือสองทำอย่างไร?
ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง: ประวัติรถ, คุณภาพงานซ่อม, และ แหล่งที่มาของอะไหล่ถุงลม โดยเฉพาะรถที่เคยชนหนักหรือมีสถานะ salvage/rebuilt
บทสรุป
คำเตือนครั้งนี้สะท้อนความเสี่ยงใหม่ในตลาดรถมือสอง: ไม่ใช่แค่โครงสร้างตัวถังหรือเครื่องยนต์ แต่รวมถึง อะไหล่ความปลอดภัย ที่อาจถูกเปลี่ยนด้วยชิ้นส่วนไม่ได้มาตรฐานโดยที่ผู้ซื้อไม่รู้ตัว หากคุณเป็นเจ้าของรถที่เคยชนหนัก หรือกำลังมองหารถมือสอง การตรวจสอบถุงลมนิรภัยและประวัติการซ่อม “ควรถูกยกให้เป็นวาระเร่งด่วน”
แหล่งข้อมูล
- NHTSA – Press Release: “Urgent Warning: Two More Deaths from Substandard, Dangerous Chinese Air Bag Inflators” (13 Jan 2026)
- Reuters – รายงานข่าวการเตือนของ NHTSA (13 Jan 2026)
