เปิดตัว The All-New Mercedes-Benz VLE รถตู้พรีเมียม วิ่งได้กว่า 700 กม./ชาร์จ WLTP บนแบตขนาด 115kWh

เปิดตัว The All-New Mercedes-Benz VLE รถตู้พรีเมียม วิ่งได้กว่า 700 กม./ชาร์จ WLTP บนแบตขนาด 115kWh
Spread the love
Advertisement Advertisement

The All-New Mercedes-Benz VLE ปรากฏการณ์ใหม่แห่ง Grand Limousine พลังงานไฟฟ้า สถาปัตยกรรม Van Architecture ขุมพลัง 800V สู่ความหรูหราที่เปลี่ยนทุกนิยามของการเดินทาง

สถาปัตยกรรมและอากาศพลศาสตร์

Mercedes-Benz นำเสนอรถยนต์รุ่นแรกที่ถูกสร้างขึ้นบน สถาปัตยกรรมรถตู้ (Van Architecture) แบบใหม่ล่าสุด โครงสร้างนี้ถูกพัฒนาให้เป็นโมดูลาร์ (Modular) ยืดหยุ่น และปรับขนาดได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือรถที่ผสานสุนทรียภาพแห่งการขับขี่แบบ Limousine เข้ากับความอเนกประสงค์ของ MPV ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดีไซน์ภายนอกของ VLE ที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง พร้อมค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.25

แม้จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่โต แต่ VLE สามารถทำค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) ได้ต่ำอย่างน่าเหลือเชื่อเพียง 0.25 ด้วยซิลลูเอทที่เพรียวลม แนวหลังคาที่ตึงกระชับ และการออกแบบระยะยื่นด้านหน้า (Front overhang) ที่สมดุล

เอกลักษณ์ด้านหน้า (Front Fascia)

  • Power Domes: เส้นสายคู่บนฝากระโปรงเสริมความดุดัน
  • Grille & Stars: กระจังหน้าตีความใหม่ เลือกได้ทั้งกรอบเรืองแสง พร้อมดาวตั้งบนฝากระโปรง หรือดาวส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ผสานในกระจังหน้า
  • DIGITAL LIGHT: ไฟหน้าอัจฉริยะเชื่อมต่อด้วยแถบไฟไร้รอยต่อ และไฟ DRL รูปดาว

ดีไซน์ด้านหลัง (Rear Design)

  • Arc Design Taillights: ไฟท้ายดีไซน์โค้งมน ผสานเข้ากับสปอยเลอร์ลิปเพื่อลดลมหมุนวน
  • Signature Light: แถบไฟท้ายล้อมรอบด้านหลังเป็นรูปตัว U กลับหัว รวมทุกฟังก์ชันแสงไฟไว้ในชิ้นเดียว

มิติแห่งพื้นที่และเบาะนั่งอัจฉริยะ

สัมผัสความรู้สึก “Welcome home.” ผ่านห้องโดยสารที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 8 คน พร้อมประตูบานเลื่อนไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง (รองรับระบบ HANDS-FREE Access) ที่มีกลไกหยุดอัจฉริยะป้องกันการหนีบ และพิเศษสุดด้วยหน้าต่างประตูบานเลื่อนที่ สามารถเลื่อนลงได้จนสุด เพื่อรับลมธรรมชาติ

ห้องโดยสารด้านหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระผ่านระบบ Remote Variable Rear Space

นวัตกรรมเบาะนั่ง (พัฒนาใหม่ทั้งหมด)

VLE มอบทางเลือกเบาะนั่งที่หลากหลาย ทั้งเบาะนั่งเดี่ยวและม้านั่งยาว 3 ที่นั่ง (มีทั้งแบบแมนนวลและไฟฟ้า) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ Grand Comfort Seat เบาะไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่มาพร้อม หมอนอิง, แท่นชาร์จไร้สายส่วนตัว, ระบบรองรับบั้นเอวพร้อมฟังก์ชันนวด และที่รองน่องไฟฟ้า

ระบบ Roll & Go (เบาะแมนนวล) เบาะและม้านั่งแบบแมนนวลมาพร้อม ล้อ 4 ล้อในตัว สามารถเลื่อนหน้า-หลังได้อย่างง่ายดาย ล็อกได้ทุกตำแหน่ง หรือ ถอดออกจากรถแล้วเข็นเข้าไปเก็บในโรงรถ ได้ทันที
Remote Variable Rear Space
(การเต้นบัลเลต์ของเบาะนั่ง)
สำหรับเบาะไฟฟ้าทั้งหมด สามารถสั่งการเลื่อนตำแหน่งผ่านหน้าจอ MBUX, ปุ่มที่ประตู หรือแอปมือถือ โดยแบ่งเป็น 4 โหมดอัตโนมัติ:

  • Baggage: เลื่อนเบาะไปหน้าสุด เพื่อพื้นที่เก็บของสูงสุด (ขยายได้ถึง 4,078 ลิตร เมื่อถอดเบาะแมนนวลออก)
  • Executive: เลื่อนเบาะหลังสุด เพื่อพื้นที่วางขา (Legroom) แบบ VIP ในแถวแรกด้านหลัง
  • People & Baggage: บาลานซ์พื้นที่สัมภาระ และให้ที่วางขาสบายเทียบเท่า E-Class
  • Standard: คืนสู่ตำแหน่งมาตรฐาน

Sky View Panoramic Roof

หลังคากระจกบานเดี่ยวแบบยึดติดขนาดมหึมา ทอดยาวไร้รอยต่อจากเสา B ถึงด้านหลัง พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า และระบบไฟ Surround Ambient Lighting ที่สร้างเอฟเฟกต์โอบล้อม (Wraparound effect) ทั่วทั้งคัน

Climate & Access

ระบบปรับอากาศ 3 โซนที่ทดสอบความทนทานตั้งแต่ -10°C (นอร์เวย์) ถึง +35°C (ดูไบ) พร้อมกระจกบังลมหลังที่ เปิดแยกส่วนได้ (Separately opening rear window) สะดวกเวลาจอดในที่แคบ

ประสบการณ์ดิจิทัลอัจฉริยะขั้นสุด

หัวใจสำคัญคือระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) ที่พัฒนาขึ้นเอง เชื่อมต่อทุกโดเมนในรถเข้าสู่ Mercedes-Benz Intelligent Cloud รองรับการอัปเดตแบบ Over-the-air (OTA) ทำให้รถยนต์ทันสมัยอยู่เสมอโดยไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ

คอนโซลหน้า MBUX Superscreen ที่ครอบคลุมหน้าจอถึง 3 จอภายใต้กระจกบานเดียว

MBUX Superscreen

หน้าจอ 3 จอใต้แผงกระจกบานใหญ่:

  • จอคนขับ 10.25 นิ้ว (26 ซม.)
  • จอกลาง 14 นิ้ว (35.6 ซม.)
  • จอผู้โดยสารหน้า 14 นิ้ว (35.6 ซม.)

ประมวลผลกราฟิกเรียลไทม์ด้วย Unity Game Engine

MBUX Virtual Assistant

ผสานขุมพลัง AI ตัวท็อปของโลก ได้แก่ ChatGPT, Microsoft Bing และ Google Gemini มาพร้อมอวตารมีชีวิตบน MBUX Zero Layer เข้าใจบริบทซับซ้อน (Multi-turn) และมีหน่วยความจำระยะสั้น

HUD & Navigation

Head-up Display: ภาพเสมือนขนาด 23.1 นิ้ว ลอยอยู่หน้ารถ 4 เมตร
Navigation: อิงฐานข้อมูล Google Maps ผสาน Automotive AI Agent และมุมมอง Surround Navigation 3 มิติ

MBUX Rear Space Experience ที่เปลี่ยนด้านหลังให้เป็นโรงภาพยนตร์หรือออฟฟิศเคลื่อนที่ “Hey Mercedes, start the cinema experience” เมื่อสิ้นเสียงสั่งการ หน้าจอพาโนรามาจะเลื่อนลงจากเพดาน ม่านหน้าต่างปิดลง เปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

MBUX Rear Space Experience: หน้าจอพาโนรามาแบบพับเก็บได้บนเพดานขนาด 79 ซม. (31.3 นิ้ว) อัตราส่วน 32:9 ความละเอียด 8K พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซลในตัว รองรับวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันกว่า 40 แอป เช่น Disney+, RIDEVU และคลาวด์เกมมิ่งระดับ AAA อย่าง Boosteroid ขับกล่อมด้วยระบบเสียง Burmester® 3D Surround Sound ลำโพง 22 ตัว พร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos

ขุมพลังไฟฟ้า 800-Volt Technology

VLE ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 800-Volt Architecture ที่รีดประสิทธิภาพสูงสุด ลดเวลาในการชาร์จ และให้พละกำลังที่ยอดเยี่ยม พร้อมแบตเตอรี่ NMC เจเนอเรชันใหม่ที่มีความจุพลังงานใช้งานสูงถึง 115 kWh (และจะมีรุ่นแบตเตอรี่ LFP 80 kWh เปิดตัวตามมาในปีหน้า)

โครงสร้างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและแบตเตอรี่ 800 โวลต์ของ Mercedes-Benz
VLE 300 electric กำลังมอเตอร์: 203 kW
ระยะทางวิ่ง (WLTP): > 700 กิโลเมตร
อัตราสิ้นเปลือง: 20.4-18.6 kWh/100 km
VLE 400 4MATIC electric กำลังมอเตอร์: > 300 kW (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.5 วินาที
อัตราสิ้นเปลือง: 21.1 kWh/100 km
เทคโนโลยีการชาร์จ รองรับ DC Fast Charge 300 kW
ชาร์จเพียง 15 นาที วิ่งได้ไกลถึง 355 กิโลเมตร
รองรับการชาร์จแบบสองทิศทาง (Bidirectional charging)
มี DC Converter เสริมสำหรับสถานีชาร์จ 400V

นวัตกรรมมอเตอร์ขับเคลื่อน (Efficiency at 93%)

มอเตอร์หลักด้านหน้าเป็นแบบ Permanently Excited Synchronous Machine (PSM) ควบคุมด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสูงที่ใช้ อินเวอร์เตอร์แบบซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon-carbide inverters) ทำให้ประสิทธิภาพจากแบตเตอรี่สู่ล้อ (Battery-to-wheel efficiency) สูงถึง 93%

ไฮไลต์สำคัญในรุ่น 4MATIC คือการติดตั้ง Disconnect Unit (DCU) เป็นครั้งแรกในเซกเมนต์นี้ โดยระบบจะ “ตัดการทำงานของมอเตอร์เพลาหลังโดยสมบูรณ์” เมื่อวิ่งด้วยความเร็วคงที่ เพื่อประหยัดพลังงานขั้นสุด และจะสั่งให้กลับมาทำงานทันทีในเสี้ยววินาทีเมื่อต้องการแรงม้าหรือแรงยึดเกาะเพิ่ม

ช่วงล่าง, ความคล่องตัว และระบบความปลอดภัย

ช่วงล่าง AIRMATIC

ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ ยืด-หดได้ถึง 40 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มระยะห่างจากพื้นหรือลดความสูงลงเพื่อลดแรงต้านอากาศขณะวิ่งความเร็วสูง มอบความนุ่มนวลระดับ “ลอย” อยู่บนถนน

Acoustic Comfort: โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งพิเศษ เสริมฉนวนรอบคัน และใช้จุดยึดอีลาสโตเมอร์แบบแยกส่วน (Decoupling elastomer mounts) ตัดขาดแรงสั่นสะเทือนจากช่วงล่างและมอเตอร์เข้าสู่ห้องโดยสาร

Rear-Axle Steering (เลี้ยวล้อหลัง)

ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง มุมเลี้ยวสูงสุด 7 องศา ทำงานร่วมกับอัตราทดพวงมาลัยล้อหน้าที่กระชับขึ้น ทำให้รถคันนี้มี รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 10.9 เมตร (11.6 เมตร แบบกำแพงถึงกำแพง) คล่องตัวในเมืองเทียบเท่ารถคอมแพกต์อย่าง CLA

พละกำลังลากจูง: ลากจูงได้ 2.5 ตัน พร้อมน้ำหนักกดหัวบอล 100 กก. ควบคุมง่ายด้วย ESP® Trailer Stabilisation

MB.DRIVE และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS)

VLE ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงแบบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-cooled) เพื่อรองรับข้อมูลมหาศาลจากชุดเซ็นเซอร์รอบคันที่ประกอบด้วย:

  • กล้อง 10 ตัว
  • เรดาร์ 5 ตัว
  • เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว

ระบบสามารถควบคุมพวงมาลัย เบรก เร่งความเร็ว และจอดรถแบบร่วมมือกัน รวมถึง Lane Change Assist ที่เปลี่ยนเลนอัตโนมัติบนทางหลวงเพียงแค่คุณเปิดไฟเลี้ยว ด้านความปลอดภัย ปกป้องสูงสุดด้วย ถุงลมนิรภัย 11 ใบ ระบบ PRE-SAFE® และเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับพร้อมตัวจำกัดแรง (Belt tensioners & Force limiters) ในเบาะหลังทุกที่นั่งริมสุด

การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Customization)

แกรนด์ลีมูซีนคันนี้ตอบโจทย์ความเป็นตัวเองขั้นสุดด้วยตัวเลือกที่ยืดหยุ่น:

  • 4 Equipment Lines: Standard, AMG Line, AMG Line Plus, EXCLUSIVE
  • 4 Optional Packages: Advanced, Advanced Plus, Premium, Premium Plus
  • Exterior: Night Package และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 19 ถึง 22 นิ้ว

ตัวเลือกคอนโซลกลาง (Center Consoles) 3 รูปแบบ

  1. Standard Console: ขนาดกะทัดรัด เปิดพื้นที่ให้เดินทะลุ (Walk-through) ไปด้านหลังได้ มีที่วางแก้วและชาร์จไร้สาย (1-2 จุด)
  2. Long Console: คอนโซลยาว ฝาปิดแบบปีกผีเสื้อคลาสสิก ชาร์จไร้สาย 2 จุด พร้อมชั้นเก็บของเปิดโล่งด้านล่างสำหรับกระเป๋าใบใหญ่
  3. Exclusive Console: หรูหราขั้นสุดด้วย ช่องเก็บของควบคุมอุณหภูมิ (ทำความเย็น/ความร้อน), ระบบฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV, เครื่องสร้างกลิ่นหอม AIR-BALANCE, ไฟ Ambient Lighting และวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม
ฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรม (140 Years of Innovation)

ตลอด 140 ปีนับแต่ Carl Benz สร้างรถยนต์คันแรก Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เป็นที่ปรารถนาที่สุดในโลก แคมเปญ “140 Years. 140 Places” ที่นำ S-Class เดินทางข้ามทวีป เป็นข้อพิสูจน์ถึงจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้บุกเบิก ซึ่งถูกถ่ายทอดมายัง The All-New VLE คันนี้ เพื่อเป้าหมายเดียวคือการมอบความรู้สึก “Welcome home.” ให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

หมายเหตุข้อมูลทางเทคนิค:

Advertisement Advertisement
  • ระยะทางวิ่ง (WLTP) และเวลาในการชาร์จ (15 นาที / 355 กม. ที่ 500 แอมป์) เป็นข้อมูลเบื้องต้นอ้างอิงจากการคาดการณ์ ยังไม่มีการอนุมัติประเภท EC หรือการรับรองอย่างเป็นทางการ อาจมีความคลาดเคลื่อน
  •  อัตราสิ้นเปลือง (20.4-18.6 และ 21.1 kWh/100km) เป็นตัวเลขประเมินภายในตามมาตรฐาน WLTP
  • การชาร์จตามมาตรฐาน ISO/SAE 12906
  •  ฟังก์ชันการจองสถานีชาร์จผ่าน MB.CHARGE Public ให้บริการเบื้องต้นในเยอรมนีและสหรัฐฯ เป้าหมาย 10,000 จุดชาร์จ ภายในปี 2030 (ต้องมีสัญญาบริการกับ Third-party)
  • รัศมีวงเลี้ยว: 10.9 ม. (ขอบถนนถึงขอบถนน) / 11.6 ม. (กำแพงถึงกำแพง)
  • การใช้งาน Digital Extras / OTA ต้องสร้าง Mercedes me ID และผูกบัญชีกับตัวรถ อาจมีค่าใช้จ่ายหลังหมดโปรโมชั่น
  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) เป็นเพียงเครื่องมือเสริม ผู้ขับขี่ยังคงต้องรับผิดชอบต่อการขับขี่อย่างเต็มที่
  • แอปสตรีมมิ่ง RIDEVU มีให้บริการเฉพาะใน เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้