เปิดตัว Honda CITY e:HEV ใหม่ ในอินเดีย ราคา 716,000 บาท กล้องรอบคัน หลังคาซันรูฟ










ราคาจำหน่าย Honda City รุ่นปี 2026 ใหม่
ตารางเปรียบเทียบราคาจำหน่ายในแต่ละรุ่นย่อย (คำนวณจากราคา Ex-showroom ประเทศอินเดีย คิดเป็นเงินบาทโดยประมาณ)
| รุ่นย่อย (Variant) | ราคา (รูปีอินเดีย) | ราคาประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| SV 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) | 1,200,000 Rs | 409,200 บาท |
| V 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) | 1,330,000 Rs | 453,530 บาท |
| ZX 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) | 1,526,000 Rs | 520,366 บาท |
| ZX+ 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) | 1,615,000 Rs | 550,715 บาท |
| V 1.5L Petrol CVT (เกียร์อัตโนมัติ) | 1,430,000 Rs | 487,630 บาท |
| ZX 1.5L Petrol CVT (เกียร์อัตโนมัติ) | 1,626,000 Rs | 554,466 บาท |
| ZX+ 1.5L Petrol CVT (เกียร์อัตโนมัติ) | 1,715,000 Rs | 584,815 บาท |
| 1.5L Strong Hybrid e:HEV | 2,100,000 Rs | 716,100 บาท |
เปิดตัวแล้ว! Honda City Minorchange 2026 (รอบ 2) อัปเกรดใหญ่เวอร์ชั่นอินเดีย ลุ้นออปชันจัดเต็มเข้าไทย
ฮอนด้า อินเดีย ประกาศเปิดตัว Honda City Minorchange 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ของเจเนอเรชันนี้ โดยรอบนี้มาพร้อมกับการพลิกโฉมดีไซน์ด้านหน้าให้ดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมยัดออปชันอำนวยความสะดวกขั้นสุดที่หลายคนรอคอย ทั้งกล้อง 360 องศา และเบาะเป่าลมเย็น
สรุปความเปลี่ยนแปลงรอบคัน มีอะไรใหม่บ้าง?
ดีไซน์ภายนอก (Exterior)
-
ด้านหน้าใหม่ทั้งหมด: เปลี่ยนไฟหน้า Projector Lens ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฮไลต์เด่นอย่าง ไฟ LED Light Bar ลากยาวตลอดแนวหน้าผากรถ
-
กระจังหน้าและกันชนหน้า-หลัง: ปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูสปอร์ตและหรูหราขึ้น
-
โลโก้ใหม่: เปลี่ยนใช้ H Mark แบบ Monochrome ดีไซน์มินิมอล
-
ล้ออัลลอย: ลายทูโทนขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
-
ไฟท้าย: เปลี่ยนเป็นโคมใสสีรมดำ เพิ่มความดุดัน
ภายในห้องโดยสาร & ออปชันอำนวยความสะดวก (Interior & Features)
-
หน้าจอกลางใหม่: จอมัลติมีเดียระบบสัมผัสแบบ Floating Screen ขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (Wireless)
-
เพิ่มไฟ Ambient Light: สร้างบรรยากาศพรีเมียมในห้องโดยสาร
-
เพิ่มระบบเบาะเป่าลมเย็น: Ventilation Seats สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า (เหมาะกับเมืองร้อน)
-
ระบบความสะดวกสบายอื่นๆ: แท่นชาร์จไร้สาย (Wireless Charger), ม่านบังแดดกระจกบังลมหลัง, หลังคา Sunroof (ออปชันเดิมของเวอร์ชั่นอินเดีย) และระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold
ระบบความปลอดภัย (Safety & Driver Assistance)
-
ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา (Multi-view Camera System) — เพิ่มเข้ามาใหม่
-
กล้องมองภาพด้านข้าง Honda LaneWatch — ยังคงมีอยู่
-
แพลตฟอร์มความปลอดภัย Honda SENSING ครบครัน อาทิ:
-
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
-
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDM)
-
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
-
ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
-
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมปรับความเร็วตามคันหน้า (ACC with LSF)
-
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
-
ขุมพลังเครื่องยนต์: เวอร์ชั่นอินเดีย VS ลุ้นเวอร์ชั่นไทย
สำหรับเวอร์ชั่นอินเดีย จะมีตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 121 แรงม้า (เกียร์ 6MT / CVT) และขุมพลัง e:HEV Full Hybrid
ในส่วนของเวอร์ชั่นไทย ต้องมารอลุ้นกันว่า Honda ประเทศไทย จะยังคงเก็บเครื่องยนต์ 1.0 TURBO เอาไว้ หรือจะเดินหน้าตามรอยรุ่นพี่อย่าง Civic, HR-V, CR-V และ Accord ที่ยกเลิกเครื่องยนต์สันดาปล้วน แล้วหันมาใช้ขุมพลัง e:HEV (Full Hybrid) เพียงรูปแบบเดียว
Honda City 2026 เวอร์ชันอินเดีย (India Spec) ที่เพิ่งมีการเปิดตัว/ปรับโฉมแบบ Minorchange (Facelift รอบที่ 2) ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2026 นี้ ในส่วนของ “เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง” จะไม่มีการปรับเปลี่ยนในเชิงกลไกครับ ยังคงใช้ขุมพลังหลัก 2 รูปแบบ เหมือนรุ่นก่อนหน้า โดยมีสเปคทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้ครับ
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC (Naturally Aspirated)
เป็นขุมพลังหลักที่เน้นกลุ่มตลาดกว้าง ขับขี่ทั่วไป ดูแลรักษาง่าย
- รูปแบบเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี)
- พละกำลังสูงสุด: 121 แรงม้า (PS) ที่ 6,600 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 145 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: มีให้เลือก 2 รูปแบบ
-
-
เกียร์ธรรมดา 6 สปีด (6MT)
Advertisement Advertisement -
เกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด
-
-
อัตราสิ้นเปลือง (ตามมาตรฐานอินเดีย): เกียร์ธรรมดาอยู่ประมาณ 17.77 กม./ลิตร และเกียร์ CVT อยู่ประมาณ 18.4 กม./ลิตร
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร e:HEV (Strong Hybrid)
ขุมพลังไฮบริดเต็มรูปแบบ เน้นความประหยัดน้ำมันสูงสุดและการตอบสนองที่ไหลลื่นในเมือง
- รูปแบบเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี)
- พละกำลังเฉพาะเครื่องยนต์: 98 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที (แรงบิดเครื่องยนต์ 127 นิวตันเมตร)
- ระบบไฮบริด: ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และแบตเตอรี่ Lithium-ion (แรงดันระบบ 172.8V) โดยมอเตอร์ขับเคลื่อนหลักให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร
- พละกำลังรวมทั้งระบบ (Combined Output): 125 – 126 แรงม้า (PS)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
- อัตราสิ้นเปลือง (ตามมาตรฐานอินเดีย): ทำได้ประหยัดสูงสุดถึงประมาณ 27.1 กม./ลิตร
สีตัวถังและภายใน (เวอร์ชั่นอินเดีย)
-
สีตัวถังภายนอก (6 สี): สีน้ำเงินมุก Obsidian Blue Pearl, สีแดง Radiant Red Metallic, สีดำมุก Crystal Black Pearl, สีขาวมุก Platinum White Pearl, สีเงิน Lunar Silver Metallic และสีเทา Meteoroid Grey Metallic
-
โทนสีภายใน (2 สไตล์): สีเบจ (Beige) และ สีดำ (Black)
FUll SPEC
ดีไซน์ภายนอก (Turn Heads with a Striking New Vibe)
- ไฟท้าย LED ทรง Z-Edge ดีไซน์เอกลักษณ์ พร้อมเลนส์ใส (Signature Z-Edge Wrap LED Tail Lamps)
- ดีไซน์ด้านหน้าเฉียบคม พร้อมระบบไฟหน้า LED แบบ Blade-Eye โฉบเฉี่ยว
- ล้ออัลลอยปัดเงาลายไดมอนด์คัท Aero-Blade สไตล์สปอร์ตพรีเมียม
- สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต (Sporty Trunk Lip Spoiler) เติมเต็มอารมณ์เรซซิ่ง
- กันชนล่างตกแต่งด้วยตะแกรงลาย Matrix-Mesh ดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว
สีสันภายนอก (For Every Shade of You, A Vibrant New Vibe)
สะท้อนตัวตนของคุณผ่าน 6 เฉดสีที่เปี่ยมด้วยพลังงานสดใส:
ดีไซน์ภายในและความสะดวกสบาย (Lit Interiors for a Cool Vibe)
ห้องโดยสารที่สว่างไสว มอบบรรยากาศที่เหนือระดับและฟังก์ชันที่ครบครัน
- ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบทูโทน สีไอวอรี่และสีดำ มอบความหรูหราอย่างลงตัว
- เบาะหนังสีไอวอรี่แบบเจาะรู (Perforated) นั่งสบายและระบายอากาศได้ดี
- แผงคอนโซลตกแต่งลวดลาย 3 มิติสี Dark Iron พร้อมไฟต้อนรับ Ambient Light บริเวณที่พักเท้าด้านหน้า
- หน้าจอสัมผัสขนาด 25.6 ซม. (10.1 นิ้ว) รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย
- แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) *(อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น e:HEV)*
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมโหมด MAX COOL และเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats)
- หลังคาซันรูฟไฟฟ้า (One-Touch Electric Sunroof) เปิด-ปิดง่ายเพียงสัมผัสเดียว
- ระบบกรองอากาศ PM 2.5 เพื่ออากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ภายในห้องโดยสาร
- หน้าจอมาตรวัด TFT แบบ HD สีเต็มรูปแบบขนาด 17.7 ซม. (7 นิ้ว) แสดงข้อมูลการขับขี่ชัดเจน
- ระบบเสียงพรีเมียมรอบทิศทาง พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง (ลำโพง 4 + ทวีตเตอร์ 4)
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ติดตั้งมาเพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
- CMBS (Collision Mitigation Braking System): ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ
- ACC with LSF (Adaptive Cruise Control with Low Speed Follow): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ *(ระบบ LSF มีเฉพาะรุ่น e:HEV)*
- LKAS (Lane Keeping Assist System): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ
- RDM (Road Departure Mitigation System): ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ
- AHB (Auto High-Beam): ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้นตามสถานการณ์
- LCDN (Lead Car Departure Notification System): ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่
ฟีเจอร์ความปลอดภัยเพิ่มเติม: โครงสร้างตัวถังนิรภัย ACE™, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (มาตรฐานทุกรุ่น), กล้องแสดงภาพมุมอับสายตา LaneWatch™, ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา *(เฉพาะรุ่น e:HEV)*, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA) และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ Honda CONNECT
เชื่อมต่อชีวิตคุณกับรถยนต์ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าบริการสมัครสมาชิก 3 ปีแรก พร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะถึง 39 ฟีเจอร์ อาทิเช่น:
- Safety & Security: ระบบระบุตำแหน่งรถยนต์, แจ้งเตือนขอบเขตพื้นที่ (Geo-Fence), ระบบแจ้งเตือนการชนอัตโนมัติ และระบบติดตามรถหาย
- Convenience: สั่งงานระยะไกล (สตาร์ทเครื่องยนต์/เปิดแอร์ไว้ล่วงหน้า), ค้นหารถยนต์ (Find My Car) และแดชบอร์ดข้อมูลตัวรถ
- Peace of Mind: ระบบนัดหมายบริการ, แจ้งเตือนเมื่อรถถูกลากจูง และระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (RSA)
- รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และการเชื่อมต่อผ่าน Smartwatch
สรุปอุปกรณ์มาตรฐานตามรุ่นย่อย (Grades Summary)
- ไฟหน้าแบบ Bi-LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟขับขี่กลางวัน DRL แบบ LED
- ล้อกระทะเหล็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบลายพรีเมียม
- ภายในห้องโดยสารตกแต่งทูโทนผ้าสีเบจและสีดำ
- หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบต่อสาย
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, ระบบ VSA, HSA, TPMS และระบบปรับอากาศอัตโนมัติโหมด MAX COOL
- ล้ออัลลอยสีเทาขนาด 15 นิ้ว และแผงโครเมียมตกแต่งฝากระโปรงท้าย
- ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ครบครัน
- ระบบเชื่อมต่อ Next Gen Honda CONNECT รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมท (Remote Engine Start – เฉพาะรุ่นเกียร์ CVT)
- หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบ One-Touch
- ล้ออัลลอยปัดเงาไดมอนด์คัทขนาด 16 นิ้ว (สี Shark Gray)
- ภายในหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ทูโทนสีไอวอรี่และดำ พวงมาลัยหุ้มหนัง
- หน้าจอสัมผัสดีไซน์ลอยตัวขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมระบบลำโพงพรีเมียม 8 ตำแหน่ง
- กล้องแสดงภาพมุมอับสายตา LaneWatch™ และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- ล้ออัลลอยไดมอนด์คัทขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีดำ Berlina Black และสปอยเลอร์หลังสีเดียวกับตัวรถ
- เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ (Active Ventilated Seats)
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (360° Surround-Vision Camera)
- หน้าจอมาตรวัดความละเอียดสูง TFT ขนาด 7 นิ้ว
- เฉพาะรุ่น e:HEV ไฮบริด: เพิ่มระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB), ดิสก์เบรก 4 ล้อ, ระบบปรับระดับการหน่วงความเร็วที่พวงมาลัย (Deceleration Paddles) และระบบควบคุมความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Low Speed Follow)


