ศาสตราจารย์ ม.ชิงหัว ฟันธง! PHEV/EREV เริ่มขาลง ชี้ “รถไฟฟ้าล้วน” จะครองตลาดจีนเบ็ดเสร็จในปี 2040

ศาสตราจารย์ ม.ชิงหัว ฟันธง! PHEV/EREV เริ่มขาลง ชี้ “รถไฟฟ้าล้วน” จะครองตลาดจีนเบ็ดเสร็จในปี 2040
ในการประชุม Intelligent Electric Vehicle Development Forum ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 เมษายน ณ กรุงปักกิ่ง ศาสตราจารย์ โอวหยาง หมิงเกา (Ouyang Minggao) จากมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) และสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ได้ออกมาให้ทัศนะที่สั่นสะเทือนวงการรถยนต์ โดยระบุว่ารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) ได้เข้าสู่ช่วงขาลงแล้ว และทำนายว่ารถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) จะกลายเป็นผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียวที่ครองตลาดจีนอย่างเบ็ดเสร็จภายในปี 2040
ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (Pure Electric)
ศาสตราจารย์โอวหยางเน้นย้ำว่า “ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน” คือวิธีการใช้พลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:
- มีประสิทธิภาพสูงกว่ารถยนต์พลังงานไฮโดรเจนถึง 2 เท่า
- มีประสิทธิภาพสูงกว่ารถยนต์สันดาปที่ใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (Synthetic Fuel) ถึง 4 เท่า
ด้วยข้อได้เปรียบทางวิศวกรรมที่ชัดเจนนี้ เขาจึงเชื่อว่าความนิยมในรถยนต์กลุ่ม PHEV และ EREV จะค่อยๆ ลดน้อยลงไปในที่สุด
แผนที่นำทาง (Roadmap) สู่ปี 2040: ยุคสมัยของ BEV
ท่านศาสตราจารย์ได้วางกรอบเวลาการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไว้ดังนี้:
- ปี 2030: ส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จะเกิน 70% โดยสัดส่วนระหว่าง BEV ต่อ PHEV อยู่ที่ 7:3
- ปี 2035: ส่วนแบ่งการตลาดจะนิ่งอยู่ที่ระดับสูงกว่า 80% โดยสัดส่วน BEV ต่อ PHEV ขยับเป็น 8:2
- ปี 2040: รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) จะครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จด้วยสัดส่วนต่อ PHEV ที่ 9:1
“นี่หมายความว่าระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนจะยุติข้อถกเถียงเรื่องเส้นทางเทคโนโลยี และก้าวขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีหลักเพียงหนึ่งเดียว นำพาอุตสาหกรรมยานยนต์จีนเปลี่ยนผ่านจาก ‘ใหญ่’ ไปสู่ ‘แข็งแกร่ง’ อย่างสมบูรณ์” โอวหยางกล่าว
คำเตือนเรื่อง “แบตเตอรี่โซลิดสเตต” (Solid-state Batteries)
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของแบตเตอรี่โซลิดสเตต ศาสตราจารย์โอวหยางกลับเตือนให้ทุกฝ่าย “ยับยั้งชั่งใจ” โดยระบุว่าเทคโนโลยีนี้ยังมีความท้าทายทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ถูกแก้ไข เช่น ปฏิกิริยาข้างเคียงที่พื้นผิวสัมผัส ซึ่งส่งผลต่อความเสถียรทางเคมี ความร้อน และทางกล
การคาดการณ์และข้อมูลที่สำคัญ:
- คาดว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตที่มีความหนาแน่นพลังงาน 300 Wh/kg จะเริ่มปรากฏให้เห็นในช่วงปลายปี 2030
- เตือนบริษัทต่างๆ อย่าใช้เทคโนโลยีนี้เป็นเพียง “เครื่องมือทางการตลาด” (Marketing Gimmick)
- ปัจจุบันจีนถือครองสิทธิบัตรด้านนี้ถึง 44% ของสิทธิบัตรใหม่ทั่วโลกในปีที่ผ่านมา
- ราคาอิเล็กโทรไลต์ซัลไฟด์ลดลงอย่างมหาศาล จาก 20 ล้านหยวน (ประมาณ 93.8 ล้านบาท) ต่อตัน เหลือไม่ถึง 1 ล้านหยวน (ประมาณ 4.69 ล้านบาท) ต่อตัน
วิวัฒนาการความปลอดภัยของแบตเตอรี่
เขาได้สรุปเหตุการณ์สำคัญ 3 ช่วงที่สะท้อนถึงพัฒนาการความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในจีน:
- ปี 2014: กระทรวงอุตสาหกรรมฯ ระงับการใช้แบตเตอรี่ Ternary (NMC) ในรถบัสเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย
- ปี 2020: การเปิดตัว Blade Battery (LFP) ของ BYD ได้ทำลายความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าแบตเตอรี่ LFP ไม่เหมาะกับรถยนต์นั่ง
- อนาคต: มาตรฐานความปลอดภัยใหม่จะบังคับใช้ โดยเน้นประสิทธิภาพการ “ไม่ลุกไหม้และไม่ระเบิด” (Non-combustion & Non-explosion)
การเปลี่ยนผ่านของรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และพลังงานสะอาด
สำหรับรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ศาสตราจารย์โอวหยางคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งตลาด NEV จะเพิ่มขึ้นเป็น:
- ปี 2030: มากกว่า 50%
- ปี 2035: มากกว่า 60%
- ปี 2040: มากกว่า 70%
โดยภายในปี 2040 คาดว่าจะมีรถยนต์พลังงานใหม่สะสมในจีนถึง 300 – 380 ล้านคัน และภายในปี 2035 พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จรถยนต์เหล่านี้จะเป็น “พลังงานสีเขียว” (Green Electricity) จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนถึง 65-70% ทำให้รถไฟฟ้ากลายเป็นรถยนต์พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง
เกี่ยวกับ ศาสตราจารย์ โอวหยาง หมิงเกา
เกิดในปี 1958 เขาคือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) และศาสตราจารย์เกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยชิงหัว ปัจจุบันเขาเป็นผู้นำทีมวิจัยระบบขับเคลื่อนขั้นสูง โดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน, ระบบไฮโดรเจน และพลังงานอัจฉริยะ
