ล้ำไปอีกขั้น! “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant) ในหนานจิง เปลี่ยนรถ EV ให้เป็นแหล่งทำเงิน พร้อมช่วยลดวิกฤตพลังงาน
ล้ำไปอีกขั้น! “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant) ในหนานจิง เปลี่ยนรถ EV ให้เป็นแหล่งทำเงิน พร้อมช่วยลดวิกฤตพลังงาน
เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา การไฟฟ้าแห่งประเทศจีน (State Grid) ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ “แพลตฟอร์มการจัดการโรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant – VPP) ในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู ซึ่งปัจจุบันได้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการแล้วถึง 20 ราย และมีผู้ใช้งานที่ถูกรวบรวมเข้าในระบบ (Aggregated Users) รวมกว่า 4,300 ราย
ที่น่าทึ่งคือ แพลตฟอร์มนี้มีศักยภาพในการปรับสมดุลและควบคุมปริมาณไฟฟ้าได้ทะลุ 300,000 กิโลวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peaking Power Plant) เลยทีเดียว!
“โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant) คืออะไร?
หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า “โรงไฟฟ้าเสมือน” คืออะไร? มีการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ขึ้นมาจริงๆ หรือเปล่า? คำตอบคือ ไม่ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่แต่อย่างใด แต่เป็น “ระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ” ที่ทำหน้าที่รวบรวมและบริหารจัดการทรัพยากรไฟฟ้าที่กระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน เช่น:
- พลังงานจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประชาชนทั่วไป
- อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบจะนำทรัพยากรเหล่านี้มาบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ควบคุม สั่งการ และจ่ายกระแสไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยลดแรงกดดันของโครงข่ายไฟฟ้าหลักในช่วงที่มีการใช้ไฟสูงสุด (Peak) และจัดการไฟส่วนเกินในช่วงที่มีการใช้ไฟต่ำ (Valley)
V2G (Vehicle-to-Grid): ชาร์จไฟตอนถูก ขายคืนตอนแพง โอกาสทองของคนใช้รถ EV!
ไฮไลต์ที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นที่สุดของโครงการนี้คือการนำร่องระบบ V2G (Vehicle-to-Grid) ซึ่งเป็นการสื่อสารและส่งพลังงานแบบสองทางระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า
รูปแบบการทำงานคือ:
- ชาร์จไฟช่วงราคาถูก (Off-peak): เจ้าของรถ EV สามารถชาร์จไฟในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงที่ความต้องการใช้ไฟในระบบต่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าไฟมีราคาถูกที่สุด
- ขายไฟคืนช่วงราคาแพง (Peak): เมื่อถึงช่วงเวลาที่คนต้องการใช้ไฟเยอะและค่าไฟแพงขึ้น เจ้าของรถสามารถเลือกที่จะ “ปล่อยไฟ” จากแบตเตอรี่รถยนต์กลับเข้าสู่ระบบสายส่งของรัฐเพื่อขายกระแสไฟฟ้า
โมเดลนี้นอกจากจะช่วยให้เจ้าของรถประหยัดค่าชาร์จไฟแล้ว ยังสามารถ “สร้างรายได้เสริม” จากการเป็นแหล่งจ่ายไฟเคลื่อนที่ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกทั้งตัวเอง และได้ช่วยชาติรักษาสมดุลพลังงานไปในตัว
ภาคอุตสาหกรรมรับอานิสงส์: ปรับแผนการผลิตตาม “ค่าไฟแบบไดนามิก”
ไม่ใช่แค่ภาคประชาชนเท่านั้น แต่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมก็เข้ามามีส่วนร่วมในระบบนี้เช่นกัน โดยระบบโรงไฟฟ้าเสมือนจะส่งสัญญาณ “ราคาค่าไฟแบบไดนามิก” ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ทุกๆ 15 นาที ให้กับองค์กรและโรงงานต่างๆ
ข้อมูลนี้ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถนำไปออปติไมซ์ (Optimize) และปรับแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ เช่น การเลื่อนกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานมหาศาลไปไว้ในช่วงเวลาที่ค่าไฟถูก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟของบริษัทได้อย่างเป็นกอบเป็นกำแล้ว ยังช่วยลดภาระอันหนักอึ้งของสายส่งไฟฟ้าในช่วงพีคได้เป็นอย่างดี
ก้าวต่อไปแห่งอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน มณฑลเจียงซูได้ริเริ่มโครงการโรงไฟฟ้าเสมือนนำร่องไปแล้วจำนวน 100 โครงการ โดยกระจุกตัวอยู่ในเมืองหนานจิงถึง 10 โครงการ
ในอนาคตอันใกล้ เมื่อปริมาณผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีภาคธุรกิจกระโดดเข้ามาร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ขนาดและศักยภาพของโรงไฟฟ้าเสมือนก็จะยิ่งขยายตัว ภาพที่เราจะได้เห็นคือยุคที่ผู้คนทั่วไปกลายมาเป็น “ผู้ผลิตและผู้ขายไฟฟ้า” รายย่อย ซึ่งไม่เพียงแต่นำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ และปูทางไปสู่การใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนอย่างแท้จริง

