Geely ตั้งเป้าเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนอันดับ 1 ในออสเตรเลีย วางจุดยืนของแบรนด์ให้เป็นเสมือน “Toyota จากประเทศจีน”


Geely ตั้งเป้าผงาดในออสเตรเลีย หวังชิงตำแหน่ง “Toyota แห่งแดนมังกร” พร้อมจัดเต็มรถยนต์ทุกเซกเมนต์
ตลาดรถยนต์ในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะจากค่ายรถยนต์สัญชาติจีนที่ตบเท้าเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น BYD, Chery, MG และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย แต่ดูเหมือนว่าสมรภูมินี้กำลังจะทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น เมื่อ Geely (จีลี่) บริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนได้ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการรุกตลาดออสเตรเลียอย่างเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในแดนจิงโจ้
แม่ทัพคนใหม่กับวิสัยทัศน์ “Toyota จากประเทศจีน”
ผลงานในระดับเวทีโลกของ Geely นั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมาก ย้อนกลับไปในปี 2025 บริษัทสามารถทำยอดขายรถยนต์รวมได้ทะลุ 4.1 ล้านคัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE), ไฮบริด (HEV/PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งความสำเร็จนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศจีน แต่ยังขยายส่วนแบ่งการตลาดไปยังต่างประเทศได้อย่างก้าวกระโดด
เพื่อสานต่อความสำเร็จนี้ Geely ได้แต่งตั้ง Alex Gu ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Geely ประจำประเทศออสเตรเลีย เพื่อเป็นหัวหอกในการบุกเบิกภูมิภาคนี้ จากการให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง News.com.au Alex Gu ได้ประกาศถึงวิสัยทัศน์ที่ทะเยอทะยานว่า เขาต้องการวางตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์ Geely ให้เป็นเสมือน “Toyota จากประเทศจีน” ซึ่งหมายถึงการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย น่าเชื่อถือ และมีความหลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค
แม้นี่จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ประวัติการทำงานของ Alex Gu ก็เป็นเครื่องการันตีฝีมือได้เป็นอย่างดี ในตำแหน่งก่อนหน้านี้ที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง เขาเคยสร้างผลงานโดดเด่นด้วยการผลักดันยอดขายของ Geely จาก 3,000 คันต่อปี พุ่งทะยานขึ้นเป็น 50,000 คันต่อปีมาแล้ว
อาณาจักรยานยนต์ที่ครอบคลุมและเทคโนโลยีระดับโลก
จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ Geely มั่นใจในการทำตลาดคือ “ความพร้อมของผลิตภัณฑ์” ที่หลากหลาย
- แบรนด์หลัก (Geely): นำเสนอรถยนต์กลุ่ม SUV และ Crossover รุ่นเมนสตรีมที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของสมรรถนะและความคุ้มค่า
- Radar Auto (หรือ Riddara): ซับแบรนด์ที่เน้นผลิตรถกระบะไฟฟ้า (EV Pickup) ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญและเป็นที่จับตามองอย่างมากในตลาดออสเตรเลีย เนื่องจากชาวออสซี่นิยมใช้งานรถกระบะ (หรือที่พวกเขาเรียกว่า Ute) เป็นชีวิตจิตใจ
- Zeekr และ Lynk & Co: ซับแบรนด์เจาะกลุ่มตลาดพรีเมียม โดยเฉพาะ Lynk & Co ที่ได้เปรียบอย่างมหาศาลจากการดึงเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยและจุดเด่นด้านวิศวกรรมความปลอดภัยจาก Volvo ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ Geely มาใช้ในการพัฒนาร่วมกัน
นอกจากนี้ ภายใต้ร่มเงาการบริหารของ Geely ยังมีแบรนด์ระดับโลกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Polestar, Smart, Lotus รวมถึง Proton จากมาเลเซีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายวิศวกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งระดับโลก
ความท้าทาย บทพิสูจน์ที่แท้จริงในสมรภูมิออสเตรเลีย
ในตลาดบ้านเกิดอย่างประเทศจีน Geely ได้พิสูจน์ศักยภาพแล้วด้วยการส่งรถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็กอย่าง EX2 ขึ้นแท่นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปี 2025 แซงหน้าคู่แข่งเบอร์ใหญ่อย่าง BYD และ Chery ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ตลาดออสเตรเลียยังคงเป็นโจทย์ที่แตกต่างออกไป ข้อมูลในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 (Q1/2026) ระบุว่า Geely ทำยอดขายไปได้ 2,821 คัน ในขณะที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง BYD ทิ้งห่างด้วยยอดขายถึง 17,541 คัน สาเหตุหลักของความเสียเปรียบในขณะนี้มาจากข้อจำกัดด้านผลิตภัณฑ์ เนื่องจากในปัจจุบัน Geely มีรถ SUV ทำตลาดในออสเตรเลียเพียง 2 รุ่นเท่านั้น ได้แก่ EX5 EV และ Starray PHEV
แผนแก้เกม ขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ รุกตลาดแบบจัดเต็ม
เพื่อปิดจุดอ่อนและทวงคืนส่วนแบ่งการตลาด Alex Gu ได้วางกลยุทธ์เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ “ตรงใจ” และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชาวออสซี่อย่างแท้จริง แผนการรุกตลาดในระยะถัดไปประกอบด้วยการเปิดตัวรถยนต์โมเดลใหม่ๆ ได้แก่:
- รถกระบะแบบ 4 ประตู (Dual-cab pickup)
- รถ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง
- รถ SUV ที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame (Ladder-chassis SUV) สำหรับสายออฟโรด
- รถซีดานขนาดใหญ่ (Full-size sedan)
รถยนต์รุ่นใหม่เหล่านี้จะมาพร้อมกับตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปและปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
ที่น่าจับตามองที่สุดคือการเตรียมเปิดตัว Geely EX2 แฮทช์แบ็กไฟฟ้าที่กวาดแชมป์ยอดขายในจีน ซึ่งจะเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียก่อนสิ้นปีนี้ ด้วยกลยุทธ์ราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย ต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 700,000 บาท) นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัว Galaxy Cruiser รถ SUV อเนกประสงค์แบบ 3 แถว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบ PHEV ที่เตรียมเข้ามาเป็นคู่แข่งสายตรงของ Denza B8 อีกด้วย
บทสรุป
แม้การมีรถยนต์ครบทุกเซกเมนต์อาจไม่ได้เป็นตัวการันตีความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับ Geely ทว่าในสงครามเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแบรนด์จีนอันดับหนึ่งในตลาดยานยนต์ออสเตรเลีย การมีอาวุธที่ครบมือพร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคย่อมเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธวิธีที่สำคัญ ซึ่งนั่นทำให้ก้าวต่อไปของ Geely ภายใต้การนำทัพของ Alex Gu ในแดนจิงโจ้ เป็นสิ่งที่วงการยานยนต์ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
