ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย เดือนเมษายน 2026 ยอดขาย EV และ PHEV พุ่งกระฉูด ดัน BYD ผงาดขึ้นอันดับ 2 แซงหน้าแบรนด์ยักษ์ใหญ่

ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย เดือนเมษายน 2026 ยอดขาย EV และ PHEV พุ่งกระฉูด ดัน BYD ผงาดขึ้นอันดับ 2 แซงหน้าแบรนด์ยักษ์ใหญ่
Spread the love
Advertisement Advertisement

รายงานเจาะลึกตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย เดือนเมษายน 2026 ยอดขาย EV และ PHEV พุ่งกระฉูด ดัน BYD ผงาดขึ้นอันดับ 2 แซงหน้าแบรนด์ยักษ์ใหญ่

ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรถยนต์ไฮบริด (HEV) ได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ใหม่ของออสเตรเลียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนที่ผ่านมา

ภาพรวมตลาดในเดือนเมษายน 2026 มียอดส่งมอบรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 94,049 คัน ซึ่งเติบโตขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรวมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาหาพลังงานทางเลือกอย่างชัดเจน

จุดเปลี่ยนผ่านของยุคพลังงาน: สันดาปขาลง พลังงานทางเลือกขาขึ้น

  • รถยนต์ไฮบริด (HEV): ยอดขายเพิ่มขึ้น 27.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY)
  • รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (EV): ยอดขายพุ่งทะยานถึง 157.2%
  • รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): เติบโตสูงสุดแบบก้าวกระโดดถึง 270.2%

ในทิศทางตรงกันข้าม รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปดั้งเดิมกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลมียอดขายร่วงลง 21.7% และรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินทรุดหนักถึง 30.1% ซึ่งทิศทางนี้สอดคล้องกับแนวโน้มตลอดปีที่ผ่านมา ที่รถยนต์เบนซินและดีเซลมียอดขายหดตัวลงทุกเดือน ในขณะที่ PHEV และ EV เติบโตในระดับตัวเลขสองถึงสามหลักอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแบ่งการตลาดที่ทุบสถิติใหม่ในเดือนเมษายน:

  • EV ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16.4%
  • ไฮบริด (HEV) ครองส่วนแบ่งตลาด 19.3%
  • ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ครองส่วนแบ่งตลาด 10.2%

ปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐและสถานการณ์ราคาน้ำมัน

มร. โทนี่ เวเบอร์ (Tony Weber) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FCAI (Federal Chamber of Automotive Industries) ได้ให้ความเห็นเชิงลึกว่า “การเพิ่มขึ้นของอุปทานรถยนต์ EV นับตั้งแต่มีการนำมาตรฐานประสิทธิภาพรถยนต์ใหม่ (New Vehicle Efficiency Scheme) มาใช้ ประกอบกับราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากนโยบาย Electric Car Discount ของรัฐบาลกลาง กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรม”

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ยืนยันแล้วว่าจะขยายมาตรการ Electric Car Discount ไปจนถึงปี 2027 ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยรักษาสถานะการเติบโตของ EV ในออสเตรเลียต่อไป ปัจจุบันชาวออสเตรเลียมีรถยนต์ EV ให้เลือกมากกว่า 110 รุ่นในตลาด และกำลังจะมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


วิเคราะห์สถานการณ์ระดับแบรนด์ (Brand Performance Analysis)

BYD สร้างประวัติศาสตร์ ทะยานขึ้นอันดับ 2

การเติบโตอย่างร้อนแรงของยอดขาย PHEV และ EV ในออสเตรเลีย ได้ผลักดันให้แบรนด์จีนอย่าง BYD ผงาดขึ้นครองตำแหน่งอันดับ 2 ในตลาดรถยนต์ใหม่ประจำเดือนเมษายน เป็นรองเพียงแค่ Toyota ยักษ์ใหญ่ของวงการเท่านั้น ยอดส่งมอบของ BYD พุ่งขึ้นถึง 140.2% แตะระดับ 7,702 คัน โมเดลใหม่อย่าง Atto 1 (รถยนต์ไฟฟ้าทรงแฮทช์แบ็ก) ซึ่งเป็น EV ที่มีราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในออสเตรเลีย ก็เริ่มต้นได้อย่างสวยงามจนเกือบจะโค่น MG 3 แชมป์รถยนต์ขนาดเล็ก (Light car) ลงได้

Toyota แชมป์ที่กำลังเผชิญความท้าทาย

แม้ Toyota จะยังคงรักษาอันดับ 1 ไว้ได้ด้วยยอดส่งมอบ 15,185 คัน แต่มียอดขายโดยรวมลดลงถึง 21.6% ถึงแม้รถยนต์ไฟฟ้า bZ4X จะมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด 442.7% (483 คัน) และ Kluger เพิ่มขึ้น 53.6% (496 คัน) แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยยอดขายที่หายไปของรุ่นหลักยอดนิยมอย่าง Corolla (ลดลง 50.7%), HiLux รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (ลดลง 51.0%) และ HiLux รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (ลดลง 27.8%)

การผงาดของเกาหลีใต้: Kia และ Hyundai โค่นแชมป์เก่า

ตามปกติแล้ว Mazda และ Ford มักจะยึดพื้นที่ Top 3 เอาไว้ได้ ทว่าในเดือนนี้ ไม่เพียงแต่ถูก BYD แซงหน้าไป แต่ยังถูกแบรนด์เกาหลีคู่อย่าง Kia และ Hyundai เบียดตกอันดับไปอีกด้วย โดย Kia เติบโตขึ้น 2.3% และ Hyundai เติบโต 8.2% แบบปีต่อปี

ความสำเร็จของ Kia มาจากรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล EV อย่าง EV5 ที่เติบโตถึง 132.2% (794 คัน) และรุ่นยอดฮิตดั้งเดิมอย่าง Carnival ที่โต 16.9% รวมถึง K4 ที่โต 16.3% ในขณะที่รถกระบะรุ่นใหม่อย่าง Tasman ยังคงทำยอดขายได้ช้า ส่วนทางด้าน Hyundai ก็ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า และรุ่นหลักอย่าง Kona ที่ทำยอดขายได้น่าประทับใจ เติบโต 34.5% (2,158 คัน)

Ford และ Mazda ในสภาวะหดตัว

Ford มียอดขายรวมลดลง 21.6% แม้จะได้รุ่นใหม่อย่าง F-150 ที่เติบโต 61.5% (84 คัน) และ Mustang Mach-E โต 58.3% (38 คัน) มาช่วยพยุงไว้บ้าง ด้าน Mazda ยอดขายลดลง 14.3% จากการหดตัวของกลุ่มรุ่นหลัก แม้รถสปอร์ต MX-5 จะทำผลงานได้ดี (+204.2%) และกลุ่มรถ SUV พรีเมียมอย่าง CX-60, CX-80 และ CX-90 จะยังคงมียอดขายเติบโตในระดับเลขสองหลักก็ตาม

การรุกคืบของแบรนด์จีน: GWM, Chery และ MG

GWM (Great Wall Motors) สวนกระแสแบรนด์ดั้งเดิมด้วยยอดขายที่เติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ (+21.8%) แม้แต่รุ่น Ora แฮทช์แบ็กที่เลิกผลิตไปแล้วก็ยังขายดีขึ้น 207.8% (เตรียมเปิดตัว Ora 5 SUV เร็วๆ นี้) ด้าน Chery ทำผลงานยอดเยี่ยมจนติด Top 10 แซงหน้า MG ไปได้สำเร็จ ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 89% แม้จะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่น้อยกว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาก็ตาม

Advertisement Advertisement
แบรนด์ (Brand) ยอดส่งมอบ เมษายน 2026 (คัน) การเปลี่ยนแปลง (YoY)
Toyota 15,185 -21.6%
BYD 7,702 +140.2%
Kia 6,450 +2.3%
Hyundai 6,002 +8.2%
Ford 5,748 -21.6%
Mazda 5,636 -14.3%
GWM 4,717 +21.8%
Chery 4,322 +89.0%
MG 3,678 +18.5%
Isuzu Ute 3,447 +3.5%
Mitsubishi 3,242 -23.0%
Nissan 2,376 -35.6%
Mercedes-Benz 2,083 +5.9%
Subaru 2,054 -15.5%
Geely 2,006 +519.1%
Volkswagen 1,911 -7.9%
BMW 1,510 -43.0%
Tesla 1,225 +145.0%
Omoda Jaecoo 1,181 (แบรนด์ใหม่)
Suzuki 1,108 -3.8%
Honda 1,091 +0.2%
Lexus 1,080 -11.5%
Audi 1,050 +57.2%
Zeekr 1,006 +1634.5%
LDV 908 -13.1%
Land Rover 631 -13.4%
Volvo 545 +34.9%
Denza 504 (แบรนด์ใหม่)
Mini 386 -8.7%
Porsche 356 -21.2%
Renault 309 -14.9%
Skoda 288 +2.9%
Chevrolet 249 +0.0%
KGM 245 -6.8%
Polestar 233 +15.3%
Fiat 194 +36.6%
Deepal 190
Ram 188 -32.9%
Cupra 170 -26.7%
Leapmotor 143 +155.4%
Foton 101
Genesis 85 -29.2%
Jeep 80 -57.7%
Peugeot 68 -32.0%
JAC 56 -55.2%
Alfa Romeo 29 -38.3%
Farizon 29
GMC 20
Lamborghini 14 -33.3%
Aston Martin 12 -25.0%
Rolls-Royce 10 -9.1%
Bentley 9 -18.2%
Maserati 8 -50.0%
Ferrari 6 -53.8%
McLaren 4 -50.0%
Lotus 2 -66.7%

เจาะลึกยอดขายระดับรุ่นย่อย (Model Performance Analysis)

ในฝั่งของรุ่นรถยนต์ยอดนิยม Toyota RAV4 กลับมาทวงบัลลังก์อันดับ 1 ได้สำเร็จในเดือนเมษายน หลังจากที่หลุดจาก Top 20 ไปเมื่อเดือนมีนาคมเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นเจเนอเรชันใหม่

สงครามรถกระบะยังคงดุเดือด โดย Ford Ranger สามารถรักษาสถานะผู้นำเหนือ Toyota HiLux เอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม HiLux ยังคงรั้งตำแหน่งรถยนต์ที่ขายดีที่สุดอันดับ 3 ของออสเตรเลีย แม้ว่ายอดขายกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลในภาพรวมจะตกลงก็ตาม

ไฮไลท์ที่น่าสนใจในตารางรุ่นรถยนต์:

  • แบรนด์ผู้ครองตาราง: Toyota ติดโผ Top 20 ถึง 3 รุ่น ในขณะที่ BYD, Ford, GWM, Hyundai, Isuzu Ute และ Mitsubishi มีตัวแทนติดโผแบรนด์ละ 2 รุ่น สร้างความหลากหลายในตลาดยุคใหม่
  • ศึก Small SUV: Chery Tiggo 4 คว้าตำแหน่งรถ SUV ขนาดเล็กที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย โดยเอาชนะแชมป์เก่าปี 2025 อย่าง Hyundai Kona ไปได้ และยังทิ้งห่างยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) ที่ 9,186 คัน ต่อ 8,336 คัน
  • ศึก Large SUV: Toyota Prado พลิกกลับมาแซงหน้าคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Ford Everest ได้ในเดือนเมษายน แต่ Everest ยังคงนำอยู่ในยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปี (7,081 คัน ต่อ 6,385 คัน)
  • การพลิกโผในกลุ่ม EV: แม้กระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรงมาก แต่ปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งคือ Tesla Model Y หลุดโผ Top 20 โดยทำยอดส่งมอบได้เพียง 822 คันในเดือนเมษายน และถูกคู่แข่งสายตรงอย่าง BYD Sealion 7 ทำยอดขายแซงหน้าไปถึงกว่า 2 เท่า (1,780 คัน) ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีที่เข้มข้นจากฝั่งจีน

อันดับ รุ่นรถยนต์ (Model) ยอดส่งมอบ เมษายน 2026 (คัน)
1 Toyota RAV4 3,729
2 Ford Ranger 3,661
3 Toyota HiLux 2,835
4 Chery Tiggo 4 2,379
5 Isuzu D-Max 2,195
6 Hyundai Kona 2,158
7 Toyota Prado 1,870
8 BYD Sealion 7 1,780
9 GWM Haval Jolion 1,754
10 Ford Everest 1,585
11 Mitsubishi Outlander 1,540
12 MG ZS 1,521
13 Kia Sportage 1,421
14 Nissan X-Trail 1,404
15 BYD Shark 6 1,371
16 Hyundai Tucson 1,366
17 Mitsubishi Triton 1,316
18 Isuzu MU-X 1,252
19 Mazda CX-5 1,230
20 GWM Haval H6 1,219

ข้อมูลอ้างอิงและเรียบเรียงจากรายงานยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศออสเตรเลีย ประจำเดือนเมษายน 2026 เพื่อนำเสนอภาพรวมการเติบโตที่น่าจับตามองของรถยนต์พลังงานทางเลือก

Carexpert

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้