Mercedes-Benz GLA เจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวแล้ว! มีทั้งไฟฟ้าล้วนและเบนซินไฮบริด 48V

Mercedes-Benz GLA เจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวแล้ว! มีทั้งไฟฟ้าล้วนและเบนซินไฮบริด 48V
Spread the love
Advertisement Advertisement

Mercedes-Benz GLA ใหม่ เปิดตัวแล้ว วิ่งไกลสุด 657 กม. ชาร์จ 320 kW พร้อมรุ่น Hybrid 48V

Mercedes-Benz เปิดตัว GLA เจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการ ยกระดับจากรถครอสโอเวอร์หรูขนาดเล็กให้รองรับทั้งขุมพลังไฟฟ้าล้วนและเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 48V พร้อมเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม Mercedes-Benz Modular Architecture หรือ MMA ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรถยนต์ยุคใหม่โดยเฉพาะ

GLA ใหม่มีตัวถังใหญ่ขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น และพื้นที่ห้องโดยสารกว้างกว่าเดิม รุ่นไฟฟ้าทำระยะทางได้สูงสุด 657 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 320 kW ชาร์จจาก 10–80% ได้ภายในประมาณ 22 นาที

สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา รถจะถูกวางจำหน่ายในฐานะ Mercedes-Benz GLA รุ่นปี 2028 โดยมีรถไฟฟ้าให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ GLA 250+ Electric และ GLA 350 4MATIC Electric ส่วน GLA 200 Electric แบตเตอรี่ LFP จะวางจำหน่ายในบางตลาด เช่น ยุโรป

ขนาดตัวถัง Mercedes-Benz GLA ใหม่

  • ความยาวประมาณ 4,570 มม.
  • ความกว้างประมาณ 1,870 มม.
  • ความสูงประมาณ 1,600 มม.
  • ระยะฐานล้อประมาณ 2,790 มม.
  • วงเลี้ยวประมาณ 11.53 เมตร
  • รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง
  • ล้ออัลลอยขนาด 18–20 นิ้ว
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ Cd 0.27

เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ระยะฐานล้อเพิ่มขึ้นประมาณ 61 มม. ตัวรถเตี้ยลงประมาณ 20 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้าเพิ่ม 21 มม. และช่วงล้อหลังเพิ่ม 31 มม.

พื้นที่วางขาผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มขึ้นประมาณ 38 มม. ขณะที่พื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้นประมาณ 24 มม. ช่วยให้ GLA ใหม่ยังคงมีรูปทรงสปอร์ต แต่ให้พื้นที่ภายในมากกว่าเดิม

Mercedes-Benz GLA 200 Electric

GLA 200 Electric เป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับบางตลาด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหลังและแบตเตอรี่แบบ LFP ซึ่งมีจุดเด่นด้านความทนทานและสามารถชาร์จเต็มเป็นประจำได้ง่ายกว่าแบตเตอรี่บางประเภท

  • มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวติดตั้งด้านหลัง
  • ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • กำลังสูงสุด 165 กิโลวัตต์
  • กำลังสูงสุด 224 PS หรือประมาณ 221 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 8.1 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
  • แบตเตอรี่ LFP ความจุใช้งาน 58 kWh
  • ระยะทาง 394–447 กม./ชาร์จ WLTP
  • อัตราสิ้นเปลือง 14.8–17.0 kWh/100 กม.

การชาร์จไฟรองรับ DC Fast Charge สูงสุด 200 kW สามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ภายในประมาณ 20 นาที การชาร์จ 10 นาทีเพิ่มระยะทางได้ประมาณ 145–165 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

ระบบชาร์จ AC ขนาด 11 kW เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถเลือกเครื่องชาร์จ AC 22 kW ได้ โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาทีด้วย AC 11 kW หรือประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาทีด้วย AC 22 kW

น้ำหนักรถอยู่ที่ประมาณ 2,145 กก. รองรับน้ำหนักบรรทุก 480 กก. และลากจูงรถพ่วงแบบมีระบบเบรกได้สูงสุด 1,500 กก.

Mercedes-Benz GLA 250+ Electric

GLA 250+ Electric เป็นรุ่นที่เน้นระยะทางวิ่งสูงสุด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังร่วมกับแบตเตอรี่ NMC ขนาด 85 kWh และระบบไฟแรงดันสูง 800V

  • มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวติดตั้งด้านหลัง
  • ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • ระบบส่งกำลังสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 จังหวะ
  • กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์
  • กำลังสูงสุด 272 PS หรือ 268 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 7.3 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
  • แบตเตอรี่ NMC ความจุใช้งาน 85 kWh
  • ระยะทาง 577–657 กม./ชาร์จ WLTP
  • อัตราสิ้นเปลือง 15.1–17.3 kWh/100 กม.

GLA 250+ รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 320 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ได้ภายในประมาณ 22 นาที หรือชาร์จเพียง 10 นาที เพิ่มระยะทางได้สูงสุดประมาณ 270 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

ระบบชาร์จ AC ขนาด 11 kW เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วน AC 22 kW เป็นอุปกรณ์เสริม ใช้เวลาชาร์จประมาณ 9 ชั่วโมงด้วย AC 11 kW หรือประมาณ 4 ชั่วโมง 45 นาทีด้วย AC 22 kW

ตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 2,155 กก. รองรับน้ำหนักบรรทุก 480 กก. และลากจูงรถพ่วงแบบมีระบบเบรกได้สูงสุด 1,500 กก.

Mercedes-Benz GLA 350 4MATIC Electric

GLA 350 4MATIC Electric เป็นรุ่นสมรรถนะสูงสุดในกลุ่มรถไฟฟ้าช่วงเปิดตัว ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC

  • มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ หน้า–หลัง
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC
  • ระบบส่งกำลัง 2 จังหวะที่มอเตอร์เพลาหลัง
  • กำลังรวมสูงสุด 260 กิโลวัตต์
  • กำลังสูงสุด 354 PS หรือ 349 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 515 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 5.4 วินาที
  • อัตราเร่ง 0–60 ไมล์/ชม. 5.3 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
  • แบตเตอรี่ NMC ความจุใช้งาน 85 kWh
  • ระยะทาง 555–643 กม./ชาร์จ WLTP
  • อัตราสิ้นเปลือง 15.1–17.6 kWh/100 กม.

ระบบชาร์จเหมือนกับ GLA 250+ รองรับ DC สูงสุด 320 kW และชาร์จจาก 10–80% ภายในประมาณ 22 นาที ส่วน AC รองรับ 11 kW เป็นมาตรฐาน และ 22 kW เป็นอุปกรณ์เสริม

น้ำหนักรถประมาณ 2,235 กก. รองรับน้ำหนักบรรทุก 480 กก. และลากจูงรถพ่วงแบบมีระบบเบรกได้สูงสุด 2,000 กก. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และความสามารถในการลากจูงมากกว่ารุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง

เครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 48V

นอกจากรถไฟฟ้าล้วนแล้ว Mercedes-Benz จะเพิ่ม GLA เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 48V ในปี 2027 โดยมีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

  • เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ
  • การทำงานแบบ Miller Cycle
  • ระบบ Mild Hybrid 48V
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 22 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 30 PS
  • แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุใช้งานสูงสุด 1.3 kWh
  • เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 จังหวะ
  • ระบบคืนพลังงานสูงสุด 25 kW
  • มีทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ

มอเตอร์ไฟฟ้าถูกติดตั้งไว้ภายในชุดเกียร์ สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าในการออกตัว เคลื่อนรถขณะจอด หรือขับด้วยไฟฟ้าเป็นระยะทางสั้นๆ เมื่อความต้องการกำลังไม่เกินประมาณ 22 kW

ระบบยังรองรับการแล่นแบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม. ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม Mercedes-Benz ยังไม่ประกาศกำลังรวม อัตราเร่ง และอัตราสิ้นเปลืองของรุ่นไฮบริดอย่างเป็นทางการ

พื้นที่เก็บสัมภาระ

  • ห้องเก็บสัมภาระท้าย 410 ลิตร
  • เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมประมาณ 70 ลิตร
  • พับเบาะหลังแล้วเพิ่มเป็น 1,400 ลิตร
  • เบาะหลังพับแยกแบบ 40:20:40
  • รุ่นไฟฟ้ามีช่องเก็บของด้านหน้า Frunk ขนาด 107 ลิตร
  • รองรับน้ำหนักกดบนหัวลาก 80 กก.

Frunk ขนาด 107 ลิตรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเก็บสายชาร์จ กระเป๋าขนาดเล็ก หรือสัมภาระที่ต้องการแยกออกจากพื้นที่ท้ายรถ

การออกแบบภายนอก

Mercedes-Benz GLA Electric ใช้กระจังหน้าแบบปิด ตกแต่งด้วยจุดเรืองแสง 608 จุด และใช้ Micro-LED จำนวน 158 ดวง พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่บริเวณกึ่งกลาง

Advertisement Advertisement

ไฟหน้าและไฟท้ายใช้กราฟิกรูปดาว Mercedes-Benz ส่วนรุ่นที่ติดตั้งไฟหน้า MULTIBEAM LED จะมีรายละเอียดของไฟที่ซับซ้อนมากขึ้น ไฟท้ายเชื่อมต่อกันตลอดความกว้างของฝาท้ายเพื่อช่วยให้รถดูเตี้ยและกว้าง

มือจับประตูเป็นแบบซ่อนเรียบไปกับตัวถังเมื่อรถล็อกหรือกำลังเคลื่อนที่ ซุ้มล้อออกแบบทรงเหลี่ยมเพื่อเน้นบุคลิก SUV พร้อมตัวเลือกล้อขนาด 18–20 นิ้ว รวมถึงชุดแต่ง AMG Line และ Night Package

ภายในและระบบ MBUX Superscreen

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ โดยมี MBUX Superscreen เป็นอุปกรณ์เสริม ประกอบด้วยหน้าจอ 3 ตำแหน่งภายใต้แผงกระจกชิ้นเดียว

  • หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว
  • หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว
  • หน้าจอผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14 นิ้ว

ระบบทำงานด้วย Mercedes-Benz Operating System หรือ MB.OS และ MBUX เจเนอเรชันที่ 4 รองรับ MBUX Virtual Assistant ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI จาก ChatGPT, Microsoft Bing และ Google Gemini

ระบบนำทางทำงานบนพื้นฐานของ Google Maps สามารถค้นหาสถานีชาร์จ จุดจอดรถ และสถานที่ต่างๆ ผ่านคำสั่งเสียง รวมถึงวางแผนเส้นทางและจุดชาร์จให้เหมาะสมกับพลังงานที่เหลืออยู่

ตัวรถรองรับ Apple CarPlay, Android Auto และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • หลังคากระจก Panoramic Roof เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • กระจกหลังคาเคลือบสารสะท้อนรังสีอินฟราเรด
  • สารเคลือบ LowE ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ห้องโดยสาร
  • SKY CONTROL ปรับหลังคาระหว่างโปร่งใสและทึบแสง
  • จุดไฟรูปดาวบนหลังคา 172 จุดในรุ่น SKY CONTROL
  • ไฟ Ambient Light 64 สี
  • บรรยากาศสีสำเร็จรูป 10 รูปแบบ
  • ปรับความสว่างได้ 20 ระดับ
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
  • ช่องชาร์จ USB-C
  • กระจกลดเสียงรบกวนเป็นอุปกรณ์เสริม

เครื่องเสียง Burmester 3D Surround Sound เป็นอุปกรณ์เสริม มีลำโพง 16 ตำแหน่ง กำลังขับรวม 850 วัตต์ และรองรับระบบเสียง Dolby Atmos

ระบบช่วยขับขี่ MB.DRIVE

GLA ใหม่ติดตั้งกล้อง 8 ตัว เรดาร์ 5 ตัว และเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว ทำงานร่วมกับชุดประมวลผลแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งมีสมรรถนะสูงสุด 254 TOPS

ระบบช่วยขับขี่ประกอบด้วย Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบตรวจจับคนเดินถนนกับจักรยาน

MB.DRIVE ASSIST ทำงานในระดับ SAE Level 2 ส่วน MB.DRIVE ASSIST PLUS สามารถช่วยเปลี่ยนช่องทางบนทางหลวงโดยอัตโนมัติ เมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ระบบกำหนด

รุ่น 4MATIC มีโหมดขับขี่ทางวิบาก พร้อมฟังก์ชัน Transparent Hood ที่นำภาพจากกล้องมาแสดงบริเวณด้านหน้าและใต้ท้องรถ ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นสิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น

กำหนดจำหน่าย

Mercedes-Benz GLA Electric เตรียมเริ่มจำหน่ายในยุโรปช่วงปลายปี 2026 ตามด้วยรุ่นเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดในปี 2027

ตลาดสหรัฐอเมริกาจะเริ่มจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังปี 2027 ในฐานะรุ่นปี 2028 โดยมี GLA 250+ Electric และ GLA 350 4MATIC Electric ส่วนราคา ระยะทางตามมาตรฐาน EPA และรายละเอียดอุปกรณ์แต่ละรุ่นจะประกาศเพิ่มเติมภายหลัง

สรุป Mercedes-Benz GLA ใหม่

Mercedes-Benz GLA เจเนอเรชันใหม่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งแพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีภายใน รุ่นไฟฟ้าเด่นด้วยระยะทางสูงสุด 657 กม./ชาร์จ WLTP ระบบไฟ 800V และ DC Fast Charge สูงสุด 320 kW

GLA 250+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระยะทางไกล ขณะที่ GLA 350 4MATIC เพิ่มมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และความสามารถในการลากจูงสูงสุด 2,000 กก. ส่วนผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าล้วนจะมีรุ่นเบนซินไฮบริด 48V เป็นอีกทางเลือกในปี 2027

หมายเหตุ: ข้อมูลระยะทาง อัตราสิ้นเปลือง และการชาร์จเป็นค่าตามมาตรฐาน WLTP ของตลาดยุโรป อุปกรณ์และรายละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

แหล่งข้อมูล: Mercedes-Benz USA, Mercedes-Benz, Electrive

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้