โปรโมชั่น

พวงมาลัยขวา ยืนยันขายปีหน้าในออสเตรเลีย NISSAN NAVARA PRO Plug-in Hybrid (PHEV) ใหม่

พวงมาลัยขวา ยืนยันขายปีหน้าในออสเตรเลีย NISSAN NAVARA PRO Plug-in Hybrid (PHEV) ใหม่
Spread the love

 

NISSAN NAVARA PRO Plug-in Hybrid (PHEV) ใหม่ ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Nissan เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 เตรียมเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปี 2027 หรือ พ.ศ. 2570 พร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังรวมสูงสุด 300 kW หรือประมาณ 408 แรงม้า (PS) และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร

รถรุ่นนี้ไม่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเน้นความประหยัดเพียงอย่างเดียว แต่ Nissan ต้องการรักษาความสามารถของรถกระบะสำหรับการทำงานหนัก ทั้งการลากจูง การบรรทุก และการขับขี่ออฟโรด โดยตั้งเป้ารองรับการลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม และน้ำหนักบรรทุกประมาณ 1,000 กิโลกรัม

NISSAN NAVARA PRO PHEV ใหม่ เครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบ พลัง 408 แรงม้า

จุดเด่นของ Nissan Navara Pro PHEV สำหรับตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ คือการเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร แทนระบบ PHEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบที่เคยเปิดตัวในประเทศจีน

เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ซึ่งติดตั้งรวมอยู่ในชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ โดย Nissan ระบุว่าการเลือกเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเหมาะสมกับการลากจูง การบรรทุกหนัก และการรักษาสมรรถนะระหว่างการใช้งานต่อเนื่อง

รายละเอียดสมรรถนะเบื้องต้น

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ
  • ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV)
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงทำงานร่วมกับเครื่องยนต์
  • กำลังรวมสูงสุด 300 kW หรือประมาณ 408 PS
  • แรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าในชุดเกียร์
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Mechanical 4×4
  • รองรับการขับขี่ออฟโรดด้วยระบบความเร็วต่ำ
  • รองรับระบบล็อกเฟืองท้าย
  • ความสามารถลากจูงแบบมีเบรกสูงสุด 3,500 กิโลกรัม
  • น้ำหนักบรรทุกเป้าหมายสูงสุด 1,000 กิโลกรัม
  • รองรับระบบ Vehicle-to-Load (V2L) สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก

หมายเหตุ: ตัวเลขกำลัง แรงบิด น้ำหนักบรรทุก และความสามารถในการลากจูงยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งต้องผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการก่อนจำหน่ายจริง

ส่วนความจุแบตเตอรี่ ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ความเร็วสูงสุด อัตราเร่ง และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของเวอร์ชันออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ยังไม่มีการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ

ขับเคลื่อน 4 ล้อจริง พร้อมโหมดออฟโรด 7 รูปแบบ

Nissan ระบุว่า Navara Pro PHEV ถูกพัฒนาให้เป็นรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อที่สามารถรองรับงานหนักและการขับขี่บนเส้นทางสมบุกสมบัน ไม่ใช่เพียงรถกระบะที่นำระบบปลั๊กอินไฮบริดมาติดตั้งเพื่อเพิ่มความประหยัด

ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก พร้อมความสามารถในการขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำสำหรับเส้นทางออฟโรด และระบบล็อกเฟืองท้าย โดยระหว่างการพัฒนามีการทดสอบรูปแบบการล็อกเฟืองท้ายหลายรูปแบบ ก่อนสรุปอุปกรณ์สำหรับรุ่นจำหน่ายจริง

โหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ

  • ECO
  • Standard
  • Sport
  • Slippery

โหมด Terrain Management 7 รูปแบบ

  • Standard
  • Deep Snow
  • Mud
  • Sand
  • Rock
  • Wading
  • Expert

โหมดต่าง ๆ ถูกออกแบบเพื่อปรับการตอบสนองของขุมพลัง พวงมาลัย และระบบควบคุมการยึดเกาะให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง

ทดสอบในออสเตรเลียแล้วกว่า 20,000 กิโลเมตร

การพัฒนา Nissan Navara Pro PHEV สำหรับตลาดโอเชียเนียไม่ได้เป็นเพียงการนำรถจากประเทศจีนมาปรับรายละเอียดเล็กน้อย แต่มีทีมวิศวกรจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และ Zhengzhou Nissan ประเทศจีน เข้าร่วมประเมินสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง

Nissan นำรถต้นแบบและรถสำหรับทดสอบรวม 5 คันเข้ามาทดสอบในออสเตรเลีย โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2025 และมีระยะทางสะสมรวมแล้วมากกว่า 20,000 กิโลเมตร

การทดสอบครอบคลุมระบบส่งกำลัง การตอบสนองของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบช่วงล่าง การลากจูง การบรรทุก ยาง ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบขับเคลื่อนออฟโรด

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Nissan ทดสอบช่วงล่างด้านหลังทั้งแบบแหนบ (Leaf Spring) และคอยล์สปริงพร้อมระบบมัลติลิงก์ (Multi-link Coil Spring) แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่ารุ่นจำหน่ายจริงจะเลือกใช้รูปแบบใด

NAVARA PRO PHEV ใช้พื้นฐานรถจากประเทศจีน ไม่ใช่ NAVARA ดีเซลรุ่นเดียวกัน

แม้จะใช้ชื่อ Navara เหมือนกัน แต่ Nissan Navara Pro PHEV เป็นรถคนละโครงสร้างกับ Navara ดีเซลรุ่นใหม่ที่จำหน่ายในออสเตรเลีย ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานร่วมกับ Mitsubishi Triton

Navara Pro PHEV มีความเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม Dongfeng Z9 และ Nissan Frontier Pro ที่พัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Nissan กับ Dongfeng ในประเทศจีน

การออกแบบ พัฒนา และผลิตดำเนินการโดย Zhengzhou Nissan Automobile ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในประเทศจีน โดย Nissan ระบุว่า Frontier Pro / Navara Pro เป็นรถที่พัฒนาและผลิตในจีนเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม รุ่นสำหรับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีการพัฒนาระบบส่งกำลังและปรับแต่งรายละเอียดให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของตลาด แตกต่างจากเวอร์ชันที่เปิดตัวในจีน

ดีไซน์ภายนอกย้อนยุค NISSAN D21 HARDBODY

Nissan Navara Pro PHEV ได้รับแรงบันดาลใจจากรถกระบะ Nissan D21 Hardbody ในช่วงทศวรรษ 1980 โดยเฉพาะช่องรับอากาศ 3 ช่องบนฝากระโปรงหน้า ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ด้วยไฟ LED แนวนอน 3 แถบเหนือกระจังหน้า

ภายในห้องโดยสารเป็นแบบ Double Cab รองรับผู้โดยสาร 5 คน พร้อมอุปกรณ์ที่อาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อย ได้แก่

  • หน้าจอสัมผัสกลางขนาดใหญ่
  • มาตรวัดผู้ขับขี่แบบดิจิทัล
  • หลังคากระจก Panoramic Sunroof
  • เบาะคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศ
  • ระบบ V2L จ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ภายนอก

อุปกรณ์ดังกล่าวยังไม่ใช่รายการมาตรฐานของทุกรุ่นย่อย โดย Nissan จะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเริ่มจำหน่าย

NISSAN NAVARA PRO PHEV จะเข้าประเทศไทยหรือไม่?

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 Nissan Global ประกาศแผนขยายตลาด Frontier Pro / Navara Pro ไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเริ่มจากเม็กซิโกในเดือนตุลาคม 2569 ตามด้วยฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน 2569 และประเทศอื่นในละตินอเมริกาและตะวันออกกลาง ก่อนเข้าสู่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปี 2570

Nissan ยังยืนยันว่ารถกระบะตระกูลนี้จะมีระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องยนต์สันดาปและ PHEV ขนาด 1.5 และ 2.0 ลิตร ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละตลาด

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีการประกาศเปิดตัว Nissan Navara Pro PHEV อย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569

แม้ Nissan มีแผนนำรถกระบะรุ่นนี้เข้าสู่ตลาดอาเซียน แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะได้รับรถรุ่นเดียวกับออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ โดยยังต้องติดตามทั้งแผนการทำตลาด รูปแบบระบบขับเคลื่อน และราคาจำหน่าย

วิเคราะห์ NAVARA PRO PHEV ท้าชนกระบะปลั๊กอินไฮบริด

การมาของ Navara Pro PHEV สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรถกระบะกำลังขยับเข้าสู่ยุคขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะในออสเตรเลียที่มีคู่แข่งอย่าง BYD Shark 6, Ford Ranger PHEV และ GWM Cannon Alpha PHEV

สิ่งที่ Nissan พยายามสร้างความแตกต่างคือการรวมกำลังสูงถึง 408 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร เข้ากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก และความสามารถลากจูงระดับ 3.5 ตัน

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการแข่งขันยังต้องพิจารณาจากราคาจำหน่ายจริง น้ำหนักรถ ความจุแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่งไฟฟ้า อัตราสิ้นเปลือง และสมรรถนะขณะลากจูงต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นข้อมูลที่ต้องรอการทดสอบและประกาศเพิ่มเติม

หาก Nissan สามารถกำหนดราคาได้เหมาะสม Navara Pro PHEV อาจกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการรถกระบะสมรรถนะสูง แต่ยังต้องการประโยชน์จากการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในการใช้งานประจำวัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NISSAN NAVARA PRO PHEV (FAQ)

Nissan Navara Pro PHEV มีกี่แรงม้า?

รุ่นที่เตรียมจำหน่ายในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีกำลังรวมเบื้องต้น 300 kW หรือประมาณ 408 PS และแรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร

Nissan Navara Pro PHEV ใช้เครื่องยนต์อะไร?

เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Plug-in Hybrid และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สำหรับตลาดโอเชียเนีย

Nissan Navara Pro PHEV วิ่งไฟฟ้าล้วนได้กี่กิโลเมตร?

ยังไม่ประกาศระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

Nissan Navara Pro PHEV ราคาเท่าไร?

ยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย โดย Nissan จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเริ่มจำหน่ายในปี 2027

Nissan Navara Pro PHEV ผลิตที่ไหน?

พัฒนาและผลิตในประเทศจีนโดย Zhengzhou Nissan ภายใต้ความร่วมมือของ Nissan และ Dongfeng

Nissan Navara Pro PHEV เข้าไทยเมื่อไร?

ยังไม่มีกำหนดเปิดตัวหรือจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


เจาะลึกสเปก Nissan Frontier Pro: พลังแรงแซงทุกโค้ง

Frontier Pro เผยโฉมครั้งแรกที่งาน Shanghai Motor Show เมื่อเดือนเมษายน 2025 และคาดว่าจะเดินทางมาถึงออสเตรเลียในปี 2027 โดยจะวางจำหน่ายควบคู่ไปกับ Navara ใหม่ เพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ BYD Shark 6, Ford Ranger PHEV และ GWM Cannon Alpha PHEV

รถรุ่นนี้เป็นผลผลิตจากการร่วมทุนระหว่าง Nissan และ Dongfeng ประเทศจีน โดยใช้พื้นฐานจากกระบะรุ่น Z9 ของ Dongfeng แทนที่จะเป็นพื้นฐานจาก Navara D40 หรือ Frontier รุ่นที่ขายในสหรัฐฯ

ไฮไลต์สมรรถนะและเทคโนโลยี:

  • ขุมพลัง: เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งในระบบส่งกำลัง
  • สมรรถนะ: ให้พละกำลังรวมสูงสุด 320kW (ประมาณ 429 แรงม้า) และแรงบิดมหาศาลถึง 800Nm
  • แบตเตอรี่: ขนาด 33kWh รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลถึง 135 กม. (มาตรฐาน CLTC)
  • อัตราสิ้นเปลือง: ประหยัดน้ำมันที่ 6.9 ลิตร/100 กม.
  • การลากจูง: ความสามารถในการลากจูงสูงสุด 3,500 กก. (เท่ากับ Navara และ Ranger PHEV)
  • ลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสุด 700 มม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบล็อคเฟืองท้ายไฟฟ้า (Locking Rear Differential)

ความสะดวกสบายและฟีเจอร์ระดับพรีเมียม

Frontier Pro ไม่ได้มีดีแค่ความแรง แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ เช่น ระบบ Vehicle-to-Load (V2L) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้า 6kW ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกผ่านปลั๊กในกระบะท้ายได้

“ผมมองไม่เห็นปัญหาเลยที่จะวางขายรุ่นนี้ขนานไปกับ Navara ใหม่ มันอยู่ที่ว่าแผนธุรกิจไปได้ไหม ซึ่งเราได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่ารถรุ่นนี้พร้อมสำหรับการส่งออก และเราเป็นหนึ่งในตลาดที่กำลังได้รับการพิจารณา” – Andrew Humberstone กล่าว

ภายในห้องโดยสารจัดเต็มด้วย:

  • หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 10 นิ้ว
  • หน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว
  • ตัวเลือกเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบอุ่น, ระบายอากาศ และนวดไฟฟ้า
  • หลังคา Panoramic Sunroof

ก้าวต่อไปของ Nissan ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

การนำ Frontier Pro เข้ามา ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค แต่ยังช่วยให้ Nissan สามารถบริหารจัดการค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซ CO2 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน New Vehicle Efficiency Standard (NVES) ของรัฐบาลออสเตรเลียอีกด้วย

นอกจากนี้ Nissan ยังแย้มว่าอาจมีการนำรถยนต์รุ่นอื่นๆ จากความร่วมมือกับ Dongfeng เข้ามาทำตลาดเพิ่ม เช่น รถซีดานไฟฟ้า Nissan N7 หรือ SUV รุ่นอื่นๆ เพื่อกอบกู้ยอดขายหลังจากที่ในปี 2025 ยอดขายรวมของแบรนด์ตกลงไปกว่า 21.6% เนื่องจากการยุติการทำตลาดบางรุ่นอย่าง Pathfinder, Juke และการชะลอแผนเปิดตัว Leaf รุ่นใหม่


Zhengzhou Nissan เปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการสำหรับ Nissan Frontier Pro รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ในช่วงราคาพรีเซลระหว่าง 176,900 – 249,900 หยวน หรือราว 808,000 – 1,142,000 บาท โดยถือเป็นรถกระบะ รุ่นแรกของ Nissan ที่ออกแบบ พัฒนา และผลิตในประเทศจีนทั้งหมด พร้อมระบบขับเคลื่อนให้เลือก ทั้ง เบนซิน ดีเซล และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

เปิดจองระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 26 พฤศจิกายน 2025 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 4 ปีนี้
ราคาพรีเซลแต่ละรุ่น:

  • รุ่นเบนซิน 2 รุ่น: 176,900 – 196,900 หยวน หรือประมาณ 808,000  – 899,000 บาท
  • รุ่นดีเซล 2 รุ่น: 179,900 – 199,900 หยวน หรือประมาณ 822,000  – 913,000 บาท
  • รุ่น PHEV 2 รุ่น: 219,900 – 249,900 หยวน หรือประมาณ  1,005,000 – 1,142,000 บาท

ข้อมูล

  • รุ่น: Frontier Pro (ปลั๊กอินไฮบริด) – รถกระบะไฟฟ้ารุ่นแรกของ Nissan
  • พละกำลังรวม: มากกว่า 300kW หรือ 407 แรงม้า
  • แรงบิด: สูงสุด 800Nm
  • EV-only ระยะทาง: สูงสุด 135 กม.*
  • ระบบขับเคลื่อน: AWD + เฟืองท้ายล็อกไฟฟ้า + โหมดขับขี่ 4 แบบ
  • ช่วงล่าง: 5-link ด้านหลัง
  • ดีไซน์: แนว “Rugged Tech” + โลโก้ส่องสว่าง + ไฟ LED ลายสามช่อง (แรงบันดาลใจจาก D21 Hardbody)
  • ภายใน: หลังคาพาโนรามา / จอ 14.6” / เบาะอุ่น-เย็น-นวด / พอร์ต V2L 6kW
  • ฟังก์ชันเสริม: ราวหลังคา + ฝาปิดกระบะท้ายไฟฟ้า
  • วันจำหน่าย: ภายในปี 2025 (ในจีนก่อน)
  • แผนส่งออก: ยืนยันแล้ว รอประกาศประเทศที่นำเข้า
  • ร่วมพัฒนา: กับ Zhengzhou Nissan (ZNA)

ตัวรถมีมิติดังนี้:

  • ยาว 5,520 มม.
  • กว้าง 1,960 มม.
  • สูง 1,950 มม.
  • ระยะฐานล้อ 3,300 มม.

Nissan Frontier Pro ใหม่หมด

เมื่อวางจำหน่ายในจีนปลายปีนี้ Frontier Pro จะกลายเป็นรถกระบะปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ Nissan และเป็นรถกระบะขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท รุ่นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญด้านรถกระบะของ Nissan ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ กับเทคโนโลยีขับเคลื่อนสมัยใหม่จากตลาดรถพลังงานใหม่อันดับหนึ่งของโลกอย่างจีน รถกระบะ 5 ที่นั่ง รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองที่สะดวกสบาย และการผจญภัยนอกเมืองช่วงวันหยุด

ดีไซน์ Rugged Tech

Frontier Pro ใหม่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Rugged Tech” โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ทันสมัยภายนอก พร้อมภายในที่กว้างขวางและหรูหรา โลโก้ Nissan ด้านหน้าส่องสว่างสีขาว แสดงถึงยุคใหม่ของสมรรถนะไฟฟ้า เส้น LED 5 จุดด้านหน้าตามแนวฝากระโปรงช่วยขยายมิติความกว้าง โดยเฉพาะ 3 จุดตรงกลางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไฟหน้าของ Nissan D21 Hardbody ยุค 80

  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/65R18 เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น

ภายในห้องโดยสาร

  • หลังคาพาโนรามา
  • จอแสดงข้อมูลผู้ขับ 10 นิ้ว
  • จออินโฟเทนเมนต์ 14.6 นิ้ว
  • เบาะหน้าอุ่น/ระบายอากาศ พร้อมระบบนวดหลัง

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แอคทีฟด้วย

  • ราวหลังคา
  • ฝาปิดกระบะท้ายแบบไฟฟ้า
  • พอร์ต V2L จ่ายไฟได้สูงสุด 6 กิโลวัตต์ ใช้ชาร์จอุปกรณ์ภายในบ้านจากแบตเตอรี่ในรถ

รถรุ่นนี้พัฒนาโดยร่วมมือกับ Zhengzhou Nissan (ZNA) และจะเริ่มผลิตพร้อมจำหน่ายในจีนภายในปีนี้ และเตรียมส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยรายละเอียดประเทศปลายทางจะประกาศในโอกาสถัดไป

ระบบขับเคลื่อน:

หัวใจหลักคือขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วย

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ติดตั้งรวมกับเกียร์
  • รวมพลังกันได้มากกว่า 300 กิโลวัตต์ หรือ 410 แรงม้า PS
  • แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร
  • ระยะทางโหมดไฟฟ้าล้วน (EV-only) สูงสุดถึง 135 กม. สำหรับตลาดจีน*

Frontier Pro เบนซิน และ ดีเซล

  • เครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบเบนซิน ให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิ 400 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด
  • เครื่องยนต์ 2.3 เทอร์โบดีเซล รุ่น M9T เจเนอเรชัน 3 ให้กำลัง 182 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน BorgWarner Mlock อัจฉริยะ จับคู่เกียร์ ZF 8 สปีด

ทุกรุ่นมาพร้อมช่วงล่างหลังแบบ 5-link และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (Intelligent AWD) ที่ควบคุมการกระจายแรงบิดหน้า-หลังโดยอัตโนมัติ

รองรับการลุยด้วย เฟืองท้ายล๊อคไฟฟ้า และโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ:

  • Hybrid
  • Pure Electric
  • Performance
  • Snow

*หมายเหตุ: ตัวเลขระยะทางและพละกำลังอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับมาตรฐานการทดสอบในแต่ละประเทศ

เปิดขายจีน 1.0 ล้านบาท NISSAN Frontier Pro กระบะ PHEV คันแรกของค่าย วิ่งไฟฟ้าล้วนไกล 135 กม.

รวมภาพคันจริงในจีน! NEW NISSAN Frontier Pro 2.3T 4WD 8AT ดีเซลราคา 803,000 บาทในจีน

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้