HONDA ประกาศชื่อระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ “Honda Hybrid” เปิดตัวทั่วโลกตั้งแต่ปี 2027 ตั้งเป้า 15 รุ่นภายในปีงบประมาณ 2029




9 ตุลาคม 2026 – Honda Motor Co., Ltd. ประกาศชื่อระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการว่า Honda Hybrid เตรียมเริ่มทยอยเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในตลาดทั่วโลกตั้งแต่ปี 2027 (พ.ศ. 2570) เป็นต้นไป พร้อมตั้งเป้าขยายไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่รวม 15 รุ่น ภายในปีงบประมาณ 2029 โดยมุ่งเน้นตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก
Honda Hybrid จะพัฒนาต่อยอดจากระบบ e:HEV แบบ 2 มอเตอร์ โดยปรับปรุงทั้งเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบควบคุม พร้อมแพลตฟอร์มใหม่และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า Electric AWD เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่
Honda Hybrid คืออะไร? ระบบไฮบริดใหม่ที่จะเริ่มใช้ปี 2027
Honda Hybrid คือชื่อระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของ Honda ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี e:HEV โดยยังคงอาศัยพื้นฐานระบบขับเคลื่อนไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ พร้อมปรับปรุงองค์ประกอบหลักและเทคโนโลยีควบคุมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
Honda ต้องการให้ระบบไฮบริดรุ่นใหม่สามารถผสานคุณสมบัติสำคัญสองด้านเข้าด้วยกัน ได้แก่ ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงระดับสูง และความสนุกในการขับขี่ที่ตอบสนองต่อประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่
ชื่อ Honda Hybrid ยังจะถูกนำมาใช้เป็นชื่อสำหรับการสื่อสารทางการตลาดทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าใจเทคโนโลยีไฮบริดของ Honda ได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ที่ Honda เปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 โดยบริษัทจะจัดสรรทรัพยากรด้านการวิจัย พัฒนา และการผลิตไปสู่รถยนต์ไฮบริดมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่กำลังขยายตัว

Honda Hybrid ต่างจาก e:HEV เดิมอย่างไร?
หัวใจสำคัญของ Honda Hybrid คือการยกระดับเทคโนโลยี e:HEV จากระบบเดิมไปสู่ระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อโดยไม่มีการปรับปรุงเทคโนโลยี
1. เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์
Honda จะขยายช่วงการทำงานของเครื่องยนต์ให้สามารถทำงานในจุดที่มีประสิทธิภาพสูงได้มากขึ้น เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบไฮบริด
2. ปรับปรุงชุดขับเคลื่อนไฮบริด
ชุดขับเคลื่อนหรือ Drive Unit จะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมลดขนาดของอุปกรณ์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและรองรับการออกแบบรถยนต์เจเนอเรชันใหม่
3. พัฒนาระบบควบคุมให้ตอบสนองดีขึ้น
Honda จะปรับปรุงเทคโนโลยีควบคุมการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เพื่อให้การส่งกำลังมีความเหมาะสมกับสภาพการขับขี่ และสร้างการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
4. เพิ่มความสนุกในการขับขี่
นอกจากความประหยัดน้ำมัน Honda ยังให้ความสำคัญกับการตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ขับขี่ ความแม่นยำในการควบคุมรถ ความนุ่มนวล และความรู้สึกในการเร่งความเร็ว ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวคิดการขับขี่ในแบบ Honda





Honda ตั้งเป้าประหยัดน้ำมันดีขึ้นกว่า 10% ลดต้นทุนระบบไฮบริดมากกว่า 30%
จากแผนธุรกิจที่ Honda เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 บริษัทตั้งเป้าพัฒนาระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้มีต้นทุนลดลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบไฮบริดที่เปิดตัวในปี 2023
ขณะเดียวกัน Honda ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงได้มากกว่า 10% ผ่านการทำงานร่วมกันของระบบไฮบริด แพลตฟอร์มรถยนต์ใหม่ และเทคโนโลยี Electric AWD
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายการพัฒนา ไม่ใช่ผลทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจริงของรถยนต์รุ่นจำหน่าย โดย Honda ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถยนต์ Honda Hybrid รุ่นใหม่ในประกาศครั้งนี้
แพลตฟอร์มใหม่ ใช้การยืดหยุ่นของตัวถังเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน
รถยนต์ที่ติดตั้ง Honda Hybrid เจเนอเรชันใหม่จะได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ โดยนำแนวคิด New Handling Rigidity Management หรือระบบบริหารความแข็งแกร่งของตัวถังเพื่อการควบคุมรถมาใช้
เทคโนโลยีดังกล่าวอาศัยการออกแบบให้โครงสร้างตัวถังสามารถยืดหยุ่นและบิดตัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสัมผัสพื้นถนนของยาง
แนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งของโครงสร้าง การควบคุมรถ และการลดน้ำหนักตัวถัง ซึ่งล้วนมีผลต่อทั้งความประหยัดเชื้อเพลิงและสมรรถนะการขับขี่
เพิ่มเทคโนโลยี Motion Management System และ Electric AWD
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์ Honda Hybrid เจเนอเรชันใหม่คือการนำระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบบูรณาการที่เรียกว่า Motion Management System เข้ามาใช้งาน
เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยประสานการทำงานของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของรถยนต์ เพื่อให้รถสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำและมั่นใจ
นอกจากนี้ Honda ยังเตรียมนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยไฟฟ้า Electric AWD ที่พัฒนาขึ้นใหม่มาใช้งานร่วมกับระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
ระบบขับเคลื่อนดังกล่าวมุ่งเพิ่มความสามารถในการควบคุมและกระจายแรงขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและการตอบสนองขณะเข้าโค้งหรือเร่งความเร็ว
อย่างไรก็ตาม Honda ยังไม่ได้ยืนยันว่ารถยนต์ Honda Hybrid ทั้ง 15 รุ่นจะได้รับระบบ Electric AWD เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
Honda เตรียมเปิดตัวรถยนต์ Hybrid ใหม่ 15 รุ่น ภายในปีงบประมาณ 2029
Honda วางแผนทยอยเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้ระบบ Honda Hybrid รวม 15 รุ่นทั่วโลก โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป และมุ่งเน้นตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท
ก่อนหน้านี้ Honda ได้เปิดเผยรถยนต์ต้นแบบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่จำนวน 2 รุ่น ได้แก่
- Honda Hybrid Sedan Prototype รถยนต์ซีดานต้นแบบที่แสดงแนวทางการพัฒนารถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Honda
- Acura Hybrid SUV Prototype รถยนต์ SUV ต้นแบบของแบรนด์ Acura ซึ่งใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ในเครือ Honda
Honda ระบุไว้ในการแถลงแผนธุรกิจเดือนพฤษภาคม 2026 ว่ารถยนต์ที่พัฒนาต่อยอดจากต้นแบบทั้งสองรุ่นมีกำหนดออกสู่ตลาดภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากการประกาศดังกล่าว
นอกจากนี้ Honda ยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ระดับ D-Segment ขึ้นไปในอเมริกาเหนือภายในปี 2029 โดยมุ่งเน้นการผสานสมรรถนะการขับขี่และความสามารถในการลากจูงเข้ากับประสิทธิภาพด้านเชื้อเพลิง
หมายเหตุ: ปีงบประมาณ 2029 ของ Honda สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 ดังนั้นเป้าหมาย 15 รุ่นจึงไม่ได้หมายความว่ารถยนต์ทั้งหมดต้องเปิดตัวก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2029
ย้อนประวัติระบบ Hybrid ของ Honda ตั้งแต่ IMA ถึง Honda Hybrid
Honda เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่มีประสบการณ์พัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 โดยระบบไฮบริดแต่ละยุคมีแนวคิดและโครงสร้างการขับเคลื่อนแตกต่างกัน
IMA (Integrated Motor Assist) – ปี 1999
ระบบไฮบริด IMA เปิดตัวครั้งแรกใน Honda Insight เจเนอเรชันแรกเมื่อปี 1999 ใช้เครื่องยนต์สันดาปเป็นแหล่งกำลังหลักและมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลังในช่วงออกตัวและเร่งความเร็ว
ระบบดังกล่าวเป็นไฮบริดแบบ Parallel Hybrid ที่เน้นขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง
SPORT HYBRID i-DCD – ปี 2012
SPORT HYBRID i-DCD หรือ Intelligent Dual Clutch Drive เป็นระบบไฮบริดแบบมอเตอร์เดี่ยวที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 จังหวะ (7-speed DCT) โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงไว้ภายในชุดเกียร์
จุดเด่นคือการผสานความประหยัดเชื้อเพลิงเข้ากับอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็วและลักษณะการส่งกำลังแบบมีจังหวะ
SPORT HYBRID i-MMD – ปี 2012
SPORT HYBRID i-MMD หรือ Intelligent Multi-Mode Drive เป็นระบบไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ ประกอบด้วยมอเตอร์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและมอเตอร์สำหรับขับเคลื่อนล้อ
ระบบนี้สามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำงานระหว่างโหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า โหมดไฮบริด และโหมดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่
ตั้งแต่ปี 2020 Honda เริ่มใช้ชื่อ e:HEV สำหรับการสื่อสารทางการตลาดของเทคโนโลยีดังกล่าว
SPORT HYBRID SH-AWD – ปี 2012
SPORT HYBRID SH-AWD หรือ Super Handling All Wheel Drive เป็นระบบไฮบริดสมรรถนะสูงที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมแรงบิดแยกระหว่างล้อซ้ายและขวา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าโค้ง การยึดเกาะถนน และเสถียรภาพในการขับขี่
Honda Hybrid – ประกาศปี 2026 เริ่มใช้ปี 2027
Honda Hybrid เป็นระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ต่อยอดจาก e:HEV โดยปรับปรุงเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน และเทคโนโลยีควบคุม พร้อมนำแพลตฟอร์มใหม่และระบบขับเคลื่อน Electric AWD มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารถยนต์ไฮบริดยุคต่อไป
Honda Hybrid จะมาไทยหรือไม่?
สำหรับประเทศไทย Honda ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการนำรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ Honda Hybrid เจเนอเรชันใหม่เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากข้อมูลการประกาศครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดประเทศไทยมีรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี e:HEV จำหน่ายอยู่แล้วหลายรุ่น เช่น Honda City e:HEV, Honda HR-V e:HEV, Honda Civic e:HEV และ Honda CR-V e:HEV
ดังนั้น การพัฒนา Honda Hybrid เจเนอเรชันใหม่จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับอนาคตของรถยนต์ไฮบริด Honda ในประเทศไทย แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารถยนต์รุ่นใดจะเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ก่อน หรือจะเปิดตัวในไทยเมื่อใด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Honda Hybrid (FAQ)
Honda Hybrid 2027 คืออะไร?
Honda Hybrid 2027 คือระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ Honda ประกาศชื่อในปี 2026 โดยพัฒนาต่อยอดจากระบบ e:HEV แบบ 2 มอเตอร์ และมีกำหนดเริ่มนำไปใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2027
Honda Hybrid จะมาแทน e:HEV หรือไม่?
Honda Hybrid เป็นชื่อระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่และจะใช้เป็นชื่อในการสื่อสารทางการตลาดทั่วโลก แต่ Honda ยังไม่ได้ประกาศว่ารถยนต์ e:HEV รุ่นเดิมทั้งหมดจะเปลี่ยนชื่อหรือยุติการใช้งานทันที
Honda Hybrid ประหยัดน้ำมันกว่า e:HEV เดิมเท่าไร?
Honda เคยประกาศเป้าหมายให้รถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่มีประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงดีขึ้นมากกว่า 10% จากเดิม โดยเป็นเป้าหมายการพัฒนา ไม่ใช่ตัวเลขการทดสอบของรถยนต์รุ่นจำหน่ายจริง
Honda Hybrid รุ่นใหม่จะเริ่มขายปีไหน?
Honda มีกำหนดเริ่มทยอยนำรถยนต์ที่ใช้ระบบ Honda Hybrid เจเนอเรชันใหม่ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยกำหนดการขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นและตลาดจำหน่าย
Honda Hybrid มีแผนเปิดตัวทั้งหมดกี่รุ่น?
Honda ตั้งเป้าเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่รวม 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณ 2029 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030
Honda Hybrid เป็นรถยนต์ไฟฟ้า BEV หรือไม่?
ไม่ใช่ Honda Hybrid เป็นระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือ BEV ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
สรุป Honda Hybrid ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีไฮบริด Honda
การประกาศชื่อ Honda Hybrid สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนของ Honda ที่หันมาเพิ่มความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริด เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกและสนับสนุนการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์
เทคโนโลยีใหม่นี้จะต่อยอดจาก e:HEV พร้อมพัฒนาเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน และระบบควบคุมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็เสริมความสามารถด้านการควบคุมรถผ่านแพลตฟอร์มใหม่ Motion Management System และ Electric AWD
สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ Honda Hybrid จะสามารถเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิงและลดต้นทุนได้ตามเป้าหมายมากน้อยเพียงใด รวมถึงรถยนต์รุ่นใดจะได้รับเทคโนโลยีนี้เป็นรุ่นแรก และประเทศไทยจะอยู่ในแผนเปิดตัวเมื่อใด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- Honda Motor Co., Ltd. – ข้อมูลประกาศระบบ Honda Hybrid วันที่ 9 ตุลาคม 2026
- Honda Global – Summary of 2026 Honda Business Briefing (14 May 2026)
- Honda Thailand – สรุปแผนปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ Honda ปี 2026
หมายเหตุ: รายละเอียดทางเทคนิคและเป้าหมายการพัฒนาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความคืบหน้าของโครงการ โดยกำหนดการเปิดตัวในประเทศไทยยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
NEW HONDA CIVIC , CR-V , HR-V งบปี 2027-2028 ระบบไฮบริดเจนใหม่ เน้นลงทุนไฮบริดมากขึ้น
HONDA ประกาศแผน เตรียมเปิดตัว HYBRID 13 รุ่นทั่วโลกระหว่าง 2027–2031 พร้อม ADAS รุ่นล้ำ! ใหม่

สรุปกลยุทธ์ใหม่ของ Honda ปี 2025
1. กลยุทธ์รถยนต์ (4 ล้อ)
- EV ชะลอแผนบางส่วน: EV ยังเป็นเป้าหมายระยะยาว แต่ตลาดชะลอ จึงปรับเป้า ขาย EV ปี 2030 จะต่ำกว่า 30%
- เน้น Hybrid ระยะสั้น: เตรียมเปิดตัว Hybrid รุ่นใหม่ 13 รุ่นทั่วโลก (2027–2031)
- พัฒนา ADAS รุ่นใหม่: ขับจากต้นทางถึงปลายทางได้ทั้งในเมืองและทางด่วน เริ่มใช้ปี 2027 ในญี่ปุ่น/อเมริกา
- Honda 0 Series: EV เจเนอเรชันใหม่เริ่มปี 2026 พร้อมระบบ ASIMO OS และ SoC ใหม่แรงระดับ 2,000 TOPS
- โลโก้ใหม่: ใช้ H Mark ใหม่ใน EV และ Hybrid ตั้งแต่ปี 2027
- ผสมสายการผลิต: EV + Hybrid ผลิตร่วมกันในสายเดียว ปรับตามความต้องการได้ยืดหยุ่น
2. กลยุทธ์มอเตอร์ไซค์ (2 ล้อ)
- ปี 2025 ขายได้กว่า 20.57 ล้านคัน กินส่วนแบ่งตลาดโลก 40%
- ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 60 ล้านคันภายในปี 2030 โดยเน้น Global South
- เร่งขายรถไฟฟ้ารุ่น CUV e:, ICON e: ในเอเชีย-ยุโรป
- ตั้งโรงงานรถไฟฟ้าเฉพาะทางในอินเดียปี 2028
- เป้าหมายส่วนแบ่งตลาดรถสองล้อโลก 50% และ ROS เกิน 15% ภายในปี 2031
3. กลยุทธ์การเงิน
- ปรับลดแผนลงทุนจาก 10 ล้านล้านเยน → เหลือ 7 ล้านล้านเยน (≈ 1.61 ล้านล้านบาท)
- เน้นลงทุน Hybrid มากขึ้น ลด EV ชั่วคราว
- ตั้งเป้า ROIC ปี 2031 ที่ 10%
- สร้างกระแสเงินสด 5 ปี (2027–2031) มากกว่า 12 ล้านล้านเยน
- คืนผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1.6 ล้านล้านเยน (≈ 368,000 ล้านบาท)
Honda แถลงแนวทางใหม่ด้านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและความอัจฉริยะ (ADAS) สำหรับยานยนต์สี่ล้อ
1. สถานการณ์ตลาด EV และการปรับแนวทางของ Honda
Honda ยืนยันเป้าหมายสำคัญคือ “ความเป็นกลางทางคาร์บอนในทุกผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของบริษัทภายในปี 2050” และ “ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถ Honda” พร้อมย้ำว่า EV เป็นทางออกระยะยาวสำหรับการเดินทางที่ยั่งยืน แต่สภาพตลาดปัจจุบันยังไม่แน่นอน ทั้งในแง่กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมและนโยบายการค้าของแต่ละภูมิภาค
ดังนั้น Honda จะปรับกลยุทธ์ EV ด้วย 2 แกนหลัก:
- เสริมความแข็งแกร่งของ EV และ Hybrid ผ่านการพัฒนาด้านความอัจฉริยะ (ADAS)
- ปรับโครงสร้างกลุ่มระบบส่งกำลัง (Powertrain) เพื่อสร้างฐานธุรกิจที่มั่นคง
1-1. การพัฒนา ADAS รุ่นถัดไป
Honda พัฒนา ADAS ที่ช่วยขับรถจากต้นทางถึงปลายทางทั้งบนทางหลวงและในเมือง โดยเน้นการขับในเขตเมืองที่มีความซับซ้อน ด้วยเทคโนโลยีจากการพัฒนา AD (ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ)
ระบบใหม่นี้จะเริ่มใช้ใน EV และ Hybrid รุ่นหลักในอเมริกาเหนือและญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2027 โดยจะสามารถติดตั้งในรถขนาดเล็กได้ด้วยหลักการ “Man Maximum / Machine Minimum” ของ Honda (เพิ่มพื้นที่ให้ผู้โดยสารสูงสุด ลดพื้นที่ของเครื่องจักร)
Honda ยังจับมือกับ Momenta สตาร์ตอัปด้าน AD ของจีน เพื่อพัฒนา ADAS ที่เหมาะกับถนนในประเทศจีน โดยจะใช้ในรถใหม่ทุกคันในตลาดจีน
1-2. กลยุทธ์ใหม่ของ Hybrid
พัฒนาระบบ 2 มอเตอร์ “e:HEV” ให้มีประสิทธิภาพระดับโลก ด้วย:
- เพิ่มพื้นที่ทำงานของเครื่องยนต์ในโซนประหยัด
- ปรับปรุงประสิทธิภาพของชุด Hybrid
- พัฒนาแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่เบา ควบคุมแม่นยำ
- ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า (e-AWD) รุ่นใหม่
เป้าหมาย: ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น >10%, ลดต้นทุน Hybrid รุ่นใหม่ลง 30% เมื่อเทียบกับปี 2023 และ >50% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดยลดต้นทุนผ่านการใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน การผลิตที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมือกับพันธมิตร
ตลาดอเมริกาเหนือ: เตรียม Hybrid สำหรับรถขนาดใหญ่ที่เน้นพลังลากและสมรรถนะสูง เปิดตัวช่วงปลายยุค 2020s
แผนปี 2027–2031: เปิดตัว Hybrid เจเนอเรชันใหม่ 13 รุ่นทั่วโลก
1-3. การส่งเสริม EV ในอนาคต
แม้ยอดขาย EV จะต่ำกว่าเป้าหมายเดิม 30% ภายในปี 2030 แต่ Honda ยังยืนยันว่า EV คือทางออกที่เหมาะสมในระยะยาว โดยจะเดินหน้าพัฒนาตามแผนอย่างระมัดระวัง
EV หลักในอนาคตคือซีรีส์ “Honda 0” ซึ่งเริ่มขายในปี 2026
- ใช้ OS ที่พัฒนาจาก ASIMO หุ่นยนต์ของ Honda
- เป็นรถประเภท SDV (Software Defined Vehicle)
- พัฒนาชิป SoC ร่วมกับ Renesas: ประสิทธิภาพสูงถึง 2,000 TOPS ที่ 20 TOPS/W (ค่าประมาณ = 460 TOPS/วัตต์)
1-4. สรุปแนวทางใหม่ของกลยุทธ์ EV
Honda ต้องการให้รถของตนตอบสนองได้ทั้งแบบ “ขับเองอย่างเร้าใจ” และ “เดินทางสบายอัตโนมัติ” บนทุกเส้นทาง โดยจะเริ่มใช้โลโก้ H แบบใหม่กับ EV และ Hybrid รุ่นหลักตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
1-5. ระบบการผลิตและจัดหาชิ้นส่วน
Honda วางแผนใช้สายการผลิตที่ยืดหยุ่น ผลิต EV และ Hybrid ร่วมกันเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง โดยจะใช้หลัก “ผลิตในที่ที่มีความต้องการ” ควบคู่กับการเสริมแกร่งซัพพลายเชนทั้งในและต่างประเทศ
2. กลยุทธ์รถจักรยานยนต์
- ปีงบ 2025 มียอดขาย 20.57 ล้านคัน ครองส่วนแบ่งตลาดโลก ~40%
- คาดยอดขายรวมทั่วโลกจะเพิ่มจาก 50 ล้านเป็น 60 ล้านคันในปี 2030
- จะเร่งพัฒนา EV 2 ล้อ และพัฒนาเครื่องยนต์ ICE ให้ประหยัดยิ่งขึ้น รองรับเชื้อเพลิงทางเลือก
รุ่นเด่นของปีนี้:
- ACTIVA e: และ QC1 ในอินเดีย
- CUV e: และ ICON e: วางจำหน่ายแล้วในอินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ และจะเปิดตัวในยุโรปและญี่ปุ่นภายในปีนี้
ภายในปี 2028 จะเปิดโรงงานผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเฉพาะทางในอินเดีย
เป้าหมายระยะยาว:
- ครองส่วนแบ่ง No.1 ในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
- มีส่วนแบ่ง 50% ของตลาดมอเตอร์ไซค์โลก
- บรรลุ ROS (อัตรากำไรจากยอดขาย) ที่ >15% ในปี 2030
3. กลยุทธ์ด้านการเงิน
- เป้าหมาย ROIC (อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน) = 10% ภายในปี 2031
- ปรับลดงบลงทุนจาก 10 ล้านล้านเยน → เหลือ 7 ล้านล้านเยน (ลดลง ~3 ล้านล้านเยน ≈ 690,000 ล้านบาท)
- EV ได้รับการเลื่อนลงทุนบางส่วน เช่น โครงการในแคนาดา
- วางแผนสร้างกระแสเงินสดมากกว่า 12 ล้านล้านเยน (~2.76 ล้านล้านบาท) ภายใน 5 ปีจากปี 2027
- ยังคงตั้งเป้าคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากกว่า 1.6 ล้านล้านเยน (~368,000 ล้านบาท)
- จะนำระบบ DOE (Dividend on Equity) มาใช้ในการคำนวณเงินปันผลให้เหมาะสมกับการเติบโตของธุรกิจ


