GEELY Galaxy TT เปิดตัวระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 16-in-1 น้ำหนักเพียง 75 กก. ประสิทธิภาพ 93.8% วิ่งไกลสุด 725 กม. CLTC



GEELY Galaxy TT เปิดตัวระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 16-in-1 น้ำหนักเพียง 75 กก. ประสิทธิภาพ 93.8% วิ่งไกลสุด 725 กม. CLTC
GEELY เปิดเผยรายละเอียดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่จะติดตั้งใน GEELY Galaxy TT รถซีดานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดซึ่งถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Xiaomi SU7 โดยหัวใจสำคัญคือระบบ 16-in-1 Intelligent E-Drive ที่รวมชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์และระบบควบคุมสำคัญของรถไฟฟ้าไว้ภายในชุดเดียว
ระบบดังกล่าวพัฒนาร่วมกับ InfiMotion พันธมิตรด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของ Geely Auto Group พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ เน้นทั้งประสิทธิภาพ การลดน้ำหนัก ความกะทัดรัด และการรักษาสมรรถนะเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
ที่น่าสนใจคือ ระบบขับเคลื่อนทั้งชุดมีน้ำหนักเพียง 75 กิโลกรัม แต่รองรับรถรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์คู่ กำลังสูงสุดถึง 425 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 578 แรงม้า
รวมระบบสำคัญ 16 รายการไว้ในชุดเดียว
ระบบ 16-in-1 Intelligent E-Drive ไม่ได้หมายถึงการนำมอเตอร์ไฟฟ้า 16 ตัวมารวมกัน แต่เป็นการรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควบคุมหลายส่วน ซึ่งเดิมอาจต้องติดตั้งแยกกัน ให้กลายเป็นโมดูลขับเคลื่อนขนาดกะทัดรัด
ฮาร์ดแวร์หลัก 12 รายการประกอบด้วย
- มอเตอร์ไฟฟ้า
- ชุดควบคุมมอเตอร์
- ชุดเฟืองทดกำลัง
- ตัวแปลงไฟ DC-to-DC
- เครื่องชาร์จไฟบนรถ หรือ OBC
- ชุดจ่ายไฟแรงดันสูง หรือ PDU
- ระบบจัดการแบตเตอรี่แรงดันสูง
- ระบบจัดการแบตเตอรี่แรงดันต่ำ
- ชุดควบคุมรถยนต์ หรือ VCU
- ระบบจัดการความร้อน
- ระบบควบคุมการเตรียมจ่ายไฟแบบ Active Pre-charge
- เกตเวย์ควบคุมระบบส่งกำลัง
นอกจากนี้ยังรวมความสามารถด้านซอฟต์แวร์อัจฉริยะอีก 4 ส่วน ได้แก่ การจัดการพลังงาน การจัดการการชาร์จ การควบคุมการเคลื่อนที่ และการตรวจสอบสุขภาพของระบบ
การรวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนที่ซ้ำซ้อนได้มากกว่า 180 รายการ ลดสายไฟแรงดันสูงประมาณ 30% และลดสายไฟแรงดันต่ำประมาณ 15% ส่งผลให้เส้นทางการส่งพลังงานสั้นลง มีจุดเชื่อมต่อน้อยลง และลดโอกาสเกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างการทำงาน
ตัวเรือนแมกนีเซียม น้ำหนักทั้งชุดเพียง 75 กก.
Geely เลือกใช้แมกนีเซียมซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงสำหรับผลิตตัวเรือน ทำให้น้ำหนักรวมของชุดขับเคลื่อนเหลือเพียง 75 กิโลกรัม หรือประมาณ 165 ปอนด์
อย่างไรก็ตาม ตัวเรือนแมกนีเซียมไม่ได้เป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวที่ทำให้การสูญเสียทางไฟฟ้าลดลง แต่เป็นผลร่วมกันระหว่างน้ำหนักที่ลดลง การรวมชิ้นส่วน เส้นทางส่งกำลังที่สั้นลง ระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ และซอฟต์แวร์บริหารพลังงาน
Geely ระบุว่าชุดขับเคลื่อนมีความสูงต่ำกว่า 325 มม. ช่วยจัดสรรพื้นที่ภายในตัวรถได้ดีขึ้น และสามารถเพิ่มพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระได้ประมาณ 28 ลิตร
ประสิทธิภาพโดยรวมสูงถึง 93.8%
ตัวเลขสำคัญของระบบนี้คือ ประสิทธิภาพโดยรวม 93.8% ตามเงื่อนไข CLTC หมายความว่าพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ส่วนใหญ่สามารถถูกส่งไปใช้ในการขับเคลื่อนได้ โดยสูญเสียผ่านมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ชุดเฟืองและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นในสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ
ต้องเข้าใจก่อนว่า 93.8% เป็นค่าประสิทธิภาพโดยรวมของระบบภายใต้เงื่อนไขการประเมินของผู้ผลิต ไม่ใช่ตัวเลขระยะทางวิ่งจริง และไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบตรง ๆ กับอัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานบนถนนทั่วไปได้
ถึงอย่างนั้น ตัวเลขดังกล่าวก็สะท้อนแนวทางใหม่ของการพัฒนารถไฟฟ้า กล่าวคือแทนที่จะเพิ่มขนาดแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ผู้ผลิตสามารถเพิ่มระยะทางได้ด้วยการลดน้ำหนัก ลดแรงต้าน และลดการสูญเสียภายในระบบขับเคลื่อน
ใช้ไฟเพียง 8.2 kWh/100 กม. รอบทะเลสาบชิงไห่
Geely นำ Galaxy TT ไปทดสอบประสิทธิภาพรอบทะเลสาบชิงไห่ ประเทศจีน และทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้เพียง
8.20 kWh/100 กม. หรือคิดเป็นประมาณ 12.2 กม./kWh
ผลทดสอบดังกล่าวทำให้ Galaxy TT ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ในฐานะรถซีดานไฟฟ้าที่ผลิตจำหน่ายจริง ซึ่งใช้พลังงานต่ำที่สุดในการเดินทางรอบทะเลสาบชิงไห่
อย่างไรก็ตาม 8.2 kWh/100 กม. เป็นผลจากการทดสอบประสิทธิภาพภายใต้เส้นทางและเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ควรตีความว่าเจ้าของรถทุกคนจะทำตัวเลขเดียวกันได้ในการใช้งานจริง เพราะอัตราสิ้นเปลืองยังขึ้นอยู่กับความเร็ว อุณหภูมิ การจราจร น้ำหนักบรรทุก ลม ยาง และการใช้เครื่องปรับอากาศ
แบตเตอรี่ไม่ใหญ่ แต่เคลมระยะทางสูงสุด 725 กม.
Galaxy TT จะมีแบตเตอรี่ให้เลือก 3 ขนาด พร้อมระยะทางตามมาตรฐาน CLTC รวม 4 ระดับ
| ความจุแบตเตอรี่ | ระยะทาง CLTC |
|---|---|
| 52.4 kWh | 540 กม. |
| 63.8 kWh | 640 กม. |
| 75.2 kWh | 650 กม. |
| 75.2 kWh | 725 กม. |
แบตเตอรี่ขนาดสูงสุดเพียง 75.2 kWh แต่สามารถเคลมระยะทางได้ถึง 725 กม. CLTC ซึ่งถือว่าสูงสำหรับรถซีดานไฟฟ้าขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
Galaxy TT มีตัวถังยาว 4,999 มม. กว้าง 1,919 มม. สูง 1,479 มม. และระยะฐานล้อ 2,920 มม. จึงมีขนาดตัวถังอยู่ในระดับใกล้เคียงรถซีดานไฟฟ้ารุ่นใหญ่อย่าง Xiaomi SU7 แต่เลือกใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ใหญ่มาก เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
แนวคิดนี้ต่างจากการแข่งขันด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เพราะแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นย่อมเพิ่มทั้งต้นทุนและน้ำหนัก เมื่อรถหนักขึ้นก็ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการเร่งและขับเคลื่อน
Geely จึงพยายามสร้างวงจรในทิศทางตรงกันข้าม ได้แก่ ชุดขับเคลื่อนเบาลง รถใช้พลังงานน้อยลง และไม่จำเป็นต้องติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากเพื่อให้ได้ระยะทางที่ต้องการ
รุ่นมอเตอร์คู่ 425 kW เร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที
ประสิทธิภาพสูงไม่ได้หมายความว่า Galaxy TT จะเน้นความประหยัดเพียงด้านเดียว เพราะระบบใหม่นี้รองรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์คู่ ซึ่งมีกำลังรวมสูงสุด
- กำลังสูงสุด 425 กิโลวัตต์ คิดเป็นประมาณ 578 แรงม้า
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที
ระบบใช้การบริหารแรงบิดด้วย AI เพื่อให้การตอบสนองรวดเร็วขึ้น พร้อมกระจายแรงบิดระหว่างล้อได้แม่นยำและเหมาะสมกับสภาพการขับขี่
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังที่ปรากฏในข้อมูลรับรองของจีนใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 245 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 333 แรงม้า ส่วนรายละเอียดกำลังและแรงบิดของทุกรุ่นย่อยยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ระบบระบายความร้อน 54 ช่อง ลดอุณหภูมิมอเตอร์ได้ 15 องศา
เมื่อมอเตอร์ทำงานต่อเนื่องด้วยกำลังสูง ความร้อนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบต้องลดกำลังลงเพื่อป้องกันความเสียหาย Geely จึงพัฒนาระบบระบายความร้อนแบบกำหนดทิศทางจำนวน 54 ช่อง
บริษัทระบุว่าระบบดังกล่าวสามารถลดอุณหภูมิสูงสุดของมอเตอร์ลงได้ถึง 15 องศาเซลเซียสในช่วงที่รถทำงานภายใต้ภาระสูงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีระบบหล่อลื่นแบบ Active Lubrication สำหรับเพลาและชุดเฟือง ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ลดแรงเสียดทาน และรักษาการส่งกำลังให้สม่ำเสมอ
Geely ตั้งเป้าด้านความทนทานของระบบไว้ที่ระยะทาง 5 ล้านกิโลเมตร โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบทั้งในระดับชิ้นส่วน ชุดขับเคลื่อน และรถยนต์ทั้งคัน แต่ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายทางวิศวกรรมของระบบ ไม่ใช่ระยะรับประกันของรถ
สถิติกินเนสส์รายการที่สอง ดริฟต์คู่บนพื้นเปียกกว่า 46 กม.
นอกจากสถิติด้านการใช้พลังงานแล้ว Galaxy TT ยังสร้าง Guinness World Records รายการที่สอง จากการดริฟต์รถไฟฟ้าสองคันพร้อมกันอย่างต่อเนื่องบนพื้นผิวเปียก เป็นระยะทางมากกว่า 46 กิโลเมตร
การทดสอบนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงความสามารถของระบบควบคุมแรงบิด การตอบสนองของมอเตอร์ การจัดการอุณหภูมิ และความสม่ำเสมอของกำลังเมื่อชุดขับเคลื่อนทำงานหนักเป็นเวลานาน


