Price ราคา รถยนต์รถใหม่, ราคา MG

MG HS PHEV ประเดิมตลาดปลั๊กอินไฮบริดเมืองไทย ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ NEW MGG HS PHEV พลังงานปลั๊กอินไฮบริด ผสานเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้ารีดกำลังมากถึง 284 แรงม้า และประหยัดน้ำมันได้ถึง 67 กม./ลิตร ในราคาล้านต้นๆ

ราคา MG HS PHEV 1,359,000 บาท

  • ฟรี Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
  • แบตเตอรี่รับประกันนาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทา
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • Call Centre ติดต่อได้ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • Courtesy Car บริการรถใช้ระหว่างซ่อม ในกรณีเข้าศูนย์บริการเกิน 4 วัน
  • โปรนี้สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถ MG HS PHEV ภายใน 31 ธันวาคม 2020

ขนาดตัวถัง

  • ยาว  4,574 มม.
  • กว้าง  1,876 มม.
  • สูง  1,664 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,720 มม.
  • ความจุถังน้ำมัน 37 ลิตร

ไฟหน้าแบบ LED PROJECTOR ไฟท้าย LED SPACE LIGHT FIELD ไฟเลี้ยวแบบ SEQUENTIAL และล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ THUNDER WIND BLADE โลดแล่นอย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมความล้ำหน้าแห่งเทคโนโลยี ด้วยแรงบันดาลใจภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC ที่ผสานทั้ง สมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) ได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วย PASSION แบบฉบับยนตรกรรมอังกฤษตามมาตรฐานของ MG

ภายในด้วยสี 2-TONE MONACO BLUE ไฟ Ambient light ปรับได้ 64 สี ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยวัสดุ SOFT TOUCH จากแรงบันดาลใจของความงามในธรรมชาติ เบาะหนังคู่หน้าแบบ SPORT BUCKET SEAT ภายในห้องโดยสารเงียบ เรียบ หรู มีระดับด้วย NVH LUXURY SILENCE SPACE การเพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก ให้ทุกการเดินทางเป็นส่วนตัว ไปจนถึงหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา และเป็นครั้งแรกของยนตรกรรมระดับพรีเมียม ที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ล้ำเหนือระดับกับจอแสดงผลอัจฉริยะ FULL VIRTUAL DASHBOARD ขนาด 12 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 คุณภาพเสียงระดับไฮเอนท์

  • ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART จาก MG ที่จะเชื่อมต่อทุกคุณค่าของชีวิต ให้สมาร์ทไม่รู้จบ รองรับการสั่งงานด้วยเสียง จอทัชสกรีน หรือสั่งงานผ่านแอพพลิเคชัน สามารถล๊อครถผ่านโทรศัพท์มือถือ รวมถึงแสดงข้อมูลปลั๊กอินไฮบริด การชาร์จ และแบตเตอรี่ เป็นต้น

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,400 รอบ/นาที + แบตเตอรี่ Lithium-ion จำนวน 6 โมดูล ขนาด 16.6 kW ต่อชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้ารวมกำลังทั้งหมด 284 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 480 นิวตัน – เมตร

  • เครื่องยนต์ให้กำลัง 162 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร / มอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตันเมตร
  • มีให้เลือก 5 โหมด Normal / EV / ECO / SPORT / SUPER SPORT

ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ EDU II 10 สปีต วิ่งไฟฟ้าสามารถทำอัตราประหยัด 67 กม./ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม. 7.5 วินาที คาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 36 กรัม / กิโลเมตร

อัตราทดเกียร์ เครื่องยนต์

  • เกียร์ 1  4.407
  • เกียร์ 2  2.500
  • เกียร์ 3  1.676
  • เกียร์ 4  1.225
  • เกียร์ 5  0.918
  • เกียร์ 6  0.695
  • เกียร์ถอยหลัง  3.359
  • อัตราทดเฟืองท้าย  3.850

อัตราทดเกียร์ไฟฟ้า

  • เกียร์ 1  3.699
  • เกียร์ 2  2.481
  • เกียร์ 3  1.407
  • เกียร์ 4  1.028
  • เกียร์ถอยหลัง  3.699
  • อัตราทดเฟืองท้าย  3.850

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ทั้ง 25 ระบบ พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย ACC ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

สเปคภายนอก

  • ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า – ด้านหลัง แบบ LED แบบ Sequential
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
  • ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ
  • ระบบไฟ Welcome Light
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ Follow me home Light
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า / หลัง
  • ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Space Light Field
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า – ด้านหลัง แบบ LED Sequential
  • กระจังหน้า ดีไซน์แบบ Steller Magnetic Field
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS
  • กระจกมองข้าง ไฟเลี้ยว LED ปรับและพับ ด้วยไฟฟ้า
  • ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate
  • แผงกั้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
  • ราวหลังคา
  • สปอยเลอร์หลัง
  • ล้ออัลลอย Thunder Wing Blade 18 นิ้ว พร้อมยาง ขนาด 235/50 R18
  • ยางอะไหล่แบบ Spare tire

ภายในห้องโดยสาร

  • ภายในห้องโดยสารสีทูโทน น้ำเงินเข้ม-ขาว / สีดำ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร สีเงิน และ สีเงินกึ่งมันแบบ Hairline
  • แผงแดชบอร์ดหน้า-แผงประตู บุนุ่มหุ้มด้วยหนังสีแดง เดินตะเข็บด้าย
  • ชุดแป้นคันเร่ง และ เบรก แบบสปอร์ต
  • หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า 4 บาน ขึ้น-ลง อัตโนมัติคู่หน้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • ชุดมาตรวัดแบบ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว
  • ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร แบบ LED
  • ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กรองอากาศ PM 2.5
  • กล่องเก็บของคอนโซลกลาง แบบรักษาอุณหภูมิ
  • ช่องชาร์จไฟ 12V
  • ช่องชาร์จไฟ USB 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง Multi-function แบบสปอร์ตท้ายตัด ปรับ 4 ทิศทาง ขึ้น-ลง-เข้า+-ออก
  • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมปุ่มรับ-วางสาย
  • ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ Super Sport บนพวงมาลัย
  • กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Interactive Ambient Light ปรับเปลี่ยนได้ 64 สี และ ปรับตามโหมดการขับขี่

เบาะนั่ง

  • เบาะนั่ง
    • หุ้มด้วยหนัง สลับหนังกลับ Alcantara สีน้ำเงินเข้ม-ขาว 2-Tone Monaco Blue
    • หุ้มด้วยหนัง สีดำ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต Sport Bucket Seat
  • เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมที่ปรับดันหลัง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40 ปรับเอนได้ 1 จังหวะ
  • ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งด้านหลัง พร้อมที่เก็บของ และ ที่วางแก้วน้ำ

เครื่องเสียง

  • หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว
  • เครื่องเสียง วิทยุ AM/FM
  • ช่องเชื่อมต่อ USB + ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และแผนที่นำทาง
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง BOSE 8.1 Sound System พร้อม SubWoofer

ระบบ i-SMART สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย

  • ระบบนำทาง พร้อมรายงานจราจร Real Time
  • แนะนำร้านอาหาร – ที่พัก
  • เลขาส่วนตัว i-Call
  • โทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉิน
  • ระบบสั่งงานบน Smart Phone
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์
    • เปิดระบบปรับอากาศ
    • ล็อค-ปลดล็อคประตู
    • วางแผนการเดินทาง Travel Plan
    • ระบบ Find My Car
    • ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์
  • ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบสตรีมมิ่ง

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก EBA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้พลิกคว่ำ ARP
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC : Adaptive Cruise Control
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโมัติ IHC
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบ Auto Vehicle Hold
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถเสี่ยงต่อการชนคันหน้าขณะขับขี่ FCW
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
  • ระบบช่วยเตือนการปิดประตู DOW
  • ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ Speed Sensing Door Lock
  • ระบบ KERS : Kinetic Energy Recovery System
    • ชาร์จพลังงานระหว่างการขับขี่ Regenerative ปรับได้ 3 ระดับ
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

MG HS PHEV เตรียมเปิดตัว 27 ตุลาคม 2020 ล่าสุดทาง MG ประเทศไทยเปิดให้คำนวนอัตราสิ้นเปลืองของ HS PHEV ซึ่งทางทีมงานลองคำนวนโดยเฉลี่ย วิ่งวันละ 80 กม. 1 เดือนหรือ 30 วันได้ 2,400 กม. รวมค่าเชื้อเพลิง MG HS PHEV ทั้งหมด 2,147 บาท หรือคิดเป็นตัวเลขตรงๆ ประมาณ กม.ละ 89 สตางค์ หรือ กิโลเมตรละไม่ถึงบาท เพื่อนๆสามารถลองคำนวณตามลิงค์นี้ Mgcars.com

หมายเหตุ

ตัวเลขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระบบการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Hybrid ทั่วไป กับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ของ MG เท่านั้น ไม่ใช่ค่าสำหรับเปรียบเทียบรถคันใดคันหนึ่ง

  • ข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563
  • ราคาน้ำมันที่ใช้ในการคำนวณ คิดมาจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ด้วยราคาน้ำมัน ณ วันพุธที่ 09 กันยายน 2563 ที่ 29.16 บาท / ลิตร
  • ข้อมูลจาก Eco Sticker MG รุ่น NEW MG HS PHEV
  • ข้อมูลอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • ใช้รถยนต์เป็นระยะทาง 33,000 กิโลเมตรต่อปี อัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของต้นไม้ 1 ต้นคือ 1,511 กรัม / เดือน หรือ 40 ปอนด์ / ปี อ้างอิง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 2,000 กิโลเมตร ของรถ NEW MG HS PHEV (เฉพาะค่าใช้ไฟฟ้า) คำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการชาร์จไฟฟ้า 0 – 100% (ในระยะเวลา 30 วัน / เดือน) ต่อระยะทางที่รถ NEW MG HS PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลที่สุดที่ระยะทาง 67 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ NEW MG HS PHEV ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-In-Hybrid ของแบรนด์เอ็มจี ใน วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ GMM Live House ชั้น 8 ศูนย์การค้า Central World

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,400 รอบ/นาที + แบตเตอรี่ลิเธียม – ไอออน มอเตอร์ไฟฟ้ารวมกำลังทั้งหมด 291 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 480 นิวตัน – เมตร ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ EDU II 10 สปีต วิ่งไฟฟ้าสามารถทำอัตราประหยัด 76 กม./ลิตร

  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.8 วินาที
  • แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม ไอออน จากCATL ขนาดความจุ 16.6 kWh

สำหรับสีตัวถังจะมีให้เลือกในไทย 3 สีได้แก่ ขาว ดำ และแดง พร้อมเปิดราคาจำหน่ายวันที่ 27 ตุลาคม 2020 คาดราคาจำหน่าย 1.3 – 1.4 ล้านบาท มีรุ่นเดียวให้เลือก

MG eHS


You Want To Have Your Favorite Car?

We have a big list of modern & classic cars in both used and new categories.