คาดเปิดตัวไทยปีนี้ OMODA 4 SUV ขนาดกลางใหม่ 2026/2569

คาดเปิดตัวไทยปีนี้ OMODA 4 SUV ขนาดกลางใหม่ 2026/2569
Spread the love
Advertisement Advertisement

ไลน์อัปปี 2569 – ครอบคลุม BEV, REEV, HEV และ PHEV

ในปี 2569 OMODA & JAECOO วางแผนทำตลาดยานยนต์พลังงานทางเลือกอย่างครบวงจร โดยมีไลน์อัปดังนี้

  • รถไฟฟ้า 100% BEV (Battery Electric Vehicle) จำนวน 5 รุ่น – ผลิตในประเทศ 2 รุ่น และนำเข้า 3 รุ่น เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มราคาจับต้องได้และกลุ่มพรีเมียม
  • REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 1 รุ่น – รถไฟฟ้าระบบขยายระยะทาง เพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทางระยะไกล
  • HEV (Hybrid Electric Vehicle) 1 รุ่น – เติมเต็มตลาดลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปสู่ระบบไฟฟ้าแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) 2 รุ่น – เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงและสามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้

กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้มองตลาดไทยเพียงเป็น “ตลาดทดลอง” แต่เป็นตลาดหลักที่ต้องการสร้างฐานลูกค้าระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีหลากหลายที่ตอบสนองการใช้งานในชีวิตจริงของผู้บริโภคไทย

ไฮไลต์สำคัญของ OMODA 4 (สรุปเร็ว)

  • เปลี่ยนชื่อจาก “OMODA 3” เป็น “OMODA 4” เพื่อสะท้อนตัวรถรุ่นผลิตจริงที่ “ใหญ่ขึ้น/กว้างขวางขึ้น” และเว้นช่องให้รุ่นเล็กกว่าในอนาคต
  • แนวทางดีไซน์ใหม่ “Cyber Mecha” ได้แรงบันดาลใจจากโลกเกม/อีสปอร์ต/ไซไฟ เน้นเหลี่ยมคมและภาพลักษณ์ล้ำอนาคต
  • ไฟหน้า-ท้าย LED ลายคล้ายสายฟ้า เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ใหม่ที่มีแนวโน้มจะถูกใช้กับรุ่นอื่นด้วย
  • ตัวรถยาวราว 4.4 เมตร ขนาดใกล้เคียง SUV กลุ่มคอมแพคท์ที่เน้นใช้งานในเมือง
  • ขุมพลัง 4 ทางเลือก (เบนซิน/ไฮบริด/PHEV/EV) โดยใน UK คาดว่า “ไฮบริดและ EV” จะมีโอกาสสูงสุด สำหรับไทยยังไมยืนยันใดๆ แต่น่าจะเป็น HEV , PHEV หรือ EV มากกว่า

อ้างอิง: ข้อมูลภาพรวมจากรายงาน OMODA UK/ดีลเลอร์และสื่อรถอังกฤษ

Advertisement Advertisement

ทำไมจาก “OMODA 3” กลายเป็น “OMODA 4”?

เดิมที OMODA เคยเผยรถแนวคิดในชื่อ OMODA 3 แต่เมื่อพัฒนาไปสู่รุ่นใกล้ผลิตจริง ทีมผู้บริหารระบุว่าตัวรถ “มีความกว้างขวางและใช้งานจริงได้มากขึ้น” จากแนวคิดตั้งต้น จึงเลือก ขยับเลขเป็น OMODA 4 เพื่อจัดโครงสร้างไลน์อัปให้มีพื้นที่สำหรับรถรุ่นเล็กกว่านี้ในอนาคต (ตามระบบตั้งชื่อแบบตัวเลขของแบรนด์)

ดีไซน์ “Cyber Mecha” ล้ำแบบเกมมิ่ง + ไฟสายฟ้าเป็นซิกเนเจอร์

OMODA 4 เป็นเหมือน “บทเริ่มต้น” ของภาษาการออกแบบชุดใหม่ของแบรนด์ โดยชูธีม Cyber Mecha ที่ผสมความเป็นหุ่นยนต์-ไซไฟ-กลิ่นอายโลกเกมเข้าด้วยกัน เส้นตัวถังคมจัด ซุ้มล้อทรงเหลี่ยม และรายละเอียดเชิงมุมเยอะกว่ารุ่นในไลน์อัปปัจจุบันอย่างชัดเจน

อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคือ ชุดไฟ LED หน้า-หลัง ที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้าย สายฟ้า (lightning bolt) และถูกมองว่าอาจเป็น “ลายเซ็นใหม่” ที่จะถูกนำไปใช้ต่อกับรถ OMODA รุ่นอื่นในอนาคตด้วย

อ้างอิงแนวคิด Cyber Mecha/ไฟสายฟ้า: แหล่งข่าวและโพสต์ฝั่ง OMODA

ภายในเน้นจอดิจิทัล + กลิ่นอายยานอวกาศ และ “คันโยกแดง” ก่อนกดสตาร์ต

ภายในของ OMODA 4 เดินแนว “ค็อกพิทไฮเทค” โดยมี จอสัมผัสแนวตั้ง (portrait touchscreen) ขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง และยังใส่ลูกเล่นที่สื่ออังกฤษหลายแห่งหยิบไปเล่า คือ ต้องปลดคันโยก/ฝาครอบสีแดง ก่อนเข้าถึงปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ ซึ่งชวนให้นึกถึงรถสายซูเปอร์เอสยูวีบางรุ่นในตลาด

ในเชิงการใช้งาน ภาพรวมยังเน้นความ “ดิจิทัล” มากขึ้น ปุ่มจริงน้อยลง และดึงแรงบันดาลใจจากโลกอวกาศ/เกมมิ่งมาเป็นธีมหลัก

มิติตัวถัง: ยาวราว 4.4 เมตร ใกล้เคียง SUV ครอบครัวไซส์คอมแพคท์

OMODA 4 ถูกระบุว่ามีความยาวตัวถังประมาณ 4.4 เมตร ทำให้มันอยู่ในกลุ่ม B-Segment ถึง Crossover คอมแพคท์ ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองและเป็นรถครอบครัวขนาดกำลังดี จุดขายที่แบรนด์สื่อสารคือ “รุ่นผลิตจริง” มีความยาวฐานล้อ/พื้นที่ใช้สอยที่ดีขึ้นจากตอนเป็นคอนเซ็ปต์ เพราะรับฟังฟีดแบ็กของลูกค้า

ขุมพลัง: เบนซิน / ไฮบริด / PHEV / EV (เน้น “ความยืดหยุ่น”)

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ OMODA 4 น่าจับตาคือการประกาศชัดว่าจะมีทางเลือกขุมพลังหลายแบบ เพื่อรองรับทั้งผู้ใช้สายเครื่องยนต์และสายไฟฟ้า ได้แก่

  • Petrol (เบนซิน) สำหรับคนที่ยังต้องการความคุ้นเคยและต้นทุนเริ่มต้นไม่สูง
  • Hybrid ทางเลือกกลางที่เน้นประหยัดและขับง่าย
  • PHEV เน้นวิ่งไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน + มีเครื่องยนต์เป็นแบ็กอัปเวลาเดินทางไกล
  • EV (ไฟฟ้า 100%) สำหรับตลาดที่พร้อมด้านโครงสร้างชาร์จและต้องการลดค่าใช้จ่ายพลังงานระยะยาว

สำหรับสหราชอาณาจักร แหล่งข่าวสายยานยนต์หลายรายมองว่า ไฮบริดและ EV จะเป็นตัวเลือกที่ “มีโอกาสทำตลาดสูง” เมื่อรถเริ่มขายช่วงปี 2026

อ้างอิง: บทวิเคราะห์สื่ออังกฤษ + ข่าวยืนยันฝั่ง OMODA UK ว่าจะมีหลายขุมพลังและวางขายปี 2026

จุดที่ต้องจับตาจริงก่อนตัดสินใจ คุณภาพ งานประกอบ และบริการหลังการขาย

ดีไซน์และคอนเซ็ปต์ของ OMODA 4 อาจ “มาแรง” โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถหน้าตาไม่เหมือนใคร แต่สิ่งที่จะเป็นบทพิสูจน์ในตลาดจริงคือ:

  • คุณภาพวัสดุ/งานประกอบ เมื่อส่งมอบล็อตแรก
  • ฟีลลิ่งการขับขี่ (dynamics) เทียบคู่แข่งในเซ็กเมนต์
  • เครือข่ายศูนย์บริการ อะไหล่ และการดูแลหลังการขาย โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ

สรุปคือ OMODA 4 เป็นรถที่ “ดูมีของ” ทั้งด้านภาพลักษณ์และทางเลือกขุมพลัง แต่ยังต้องรอดูความพร้อมรอบด้านเมื่อขายจริงในปี 2026

คู่แข่งที่คาดว่าจะเจอในตลาด

ด้วยขนาดและการวางตัวเป็น SUV ครอบครัวไซส์คอมแพคท์ OMODA 4 มีแนวโน้มถูกจับไปเทียบกับกลุ่มรถยอดนิยม เช่น SUV/ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กถึงคอมแพคท์ อย่าง BYD ATTO , YARIS CROSS , ทั้งฝั่งเครื่องยนต์-ไฮบริด-ไฟฟ้า โดยเฉพาะรุ่นที่เล่น “ความคุ้มค่า” และ “ออปชันแน่น” เป็นหลัก

ยืนยันปี 2569 OMODA & JAECOO เปิดตัวไทย BEV 5 รุ่น REEV 1 รุ่น HEV 1 รุ่น PHEV 2 รุ่น

imagazine

parkers

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้