ปล่อยภาพ VW ID Buzz Mini Van ไฟฟ้าใหม่ ก่อนเปิดตัว - CAR250 รถยนต์รถใหม่ ข่าวสารรถยนต์ รถใหม่ล่าสุด เปิดตัวรถใหม่ ราคารถใหม่ crossorigin="anonymous">
News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ Volkswagen

VW ID Buzz มีการปล่อยภาพทีเซอร์แรกออกมาอย่างเป็นทางการ หลังจากทดสอบวิ่งมาสักพัก แสดงให้เห็นคันเต็มแบบปกปิด และ มันคือ Mini VAN ไฟฟ้าที่น่าสนใจอีกรุ่น

โฟล์คสวาเกน วางแผนที่จะเปิดตัวรถตู้ ID Buzz ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทั้งหมดสามรุ่นที่แตกต่างกัน โดยมุ่งเป้าไปที่ตลาดในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ในยุโรป รุ่นผู้โดยสา 6 ที่นั่งจะมุ่งเป้าไปที่บริการ ขนส่ง ในสหรัฐฯ จะเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่มเล็กๆ หรือรถครอบครัว 4 ที่นั่ง

รุ่นที่สาม ID Buzz Cargo จะเป็นรถตู้เชิงพาณิชย์ซึ่งมุ่งเป้าไปที่บริษัทจัดส่งพัสดุเป็นหลัก

ID Buzz มีกำหนดวางจำหน่ายในปลายปีหน้าในยุโรป และ สหรัฐอเมริกา ในปี 2024

โฟล์คสวาเก้นได้ทำการทดสอบ ID Buzz Mini EV ไฟฟ้าล้วน หลังจากเผยรถต้นแบบเมื่อไม่นานมานี้

จากภาพดังกล่าว ID Buzz มีความแตกต่างจากรถต้นแบบเพียงเล็กน้อย ไฟหน้าคล้ายกับ ID รุ่นอื่นๆ กระจังหน้าแตกต่างจากต้นแบบอย่างชัดเจน

กันชนที่เด่นชัดพร้อมไฟตัดหมอกทรงกลม คาดว่าเกรดที่ทดสอบวิ่งคือรุ่นเริ่มต้น สำหรับด้านหลังแตกต่างจา่ากรถต้นแบบไฟท้ายดูล้าสมัย

ID Buzz จะใช้ในงานขนส่งมากกว่า โดยสามารถวิ่งได้ 550 กม./ชาร์จ ด้วยชุดแบตเตอรี่ 48 kWh และ 111 kWh

ภายในห้องโดยสาร จะมีการหยิบยืมชิ้นส่วนจาก ID.3 และ ID.4 รวมทั้งแผงหน้าปัดดิจิตอล หน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่

Volkswagen ID Buzz Minivans รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 ซึ่งพัฒนาโดย Argo AI สตาร์ทอัพที่ทาง VW มีหุ้นส่วนในธุรกิจ

Volkswagen ID Buzz EV ใหม่พัฒนาภายใต้แพลตฟอร์ม VW MEB ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Argo AI ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ความแม่นยำสูงรอบคัน

การทดสอบเซ็นเซอร์ดังกล่าวในมิวนิก แสดงให้เห็นชุดโปรแกรมขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 ของ Volkswagen ID Buzz พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่หลีกเลี่ยง lidar สามารถจับวัตถุในระยะ 400 เมตร สามารถรับรู้และสะท้อนในที่แสงต่ำได้ดี นอกจากนี้ยังมีระบบเรดาร์ และ กล้องถ่ายรูปช่วย

และมีความเป็นไปได้ที่ Volkswagen ID Buzz Minivans อาจมาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบในอนาคต

Autopilot มี 5 ระดับ ได้แก่

  • ระดับ 1 จะมีระบบอัตโนมัติ ช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น การบังคับเลี้ยวหรือการเร่งและควบคุมความเร็วคงที่ รวมทั้งระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งสามารถควบคุมยานพาหนะไว้ในระยะที่ปลอดภัยต่ออุบัตเหตุ ซึ่งคุณสมบัติ Level 1 ยังต้องการวิจารณญาณของมนุษย์คนขับ ตรวจสอบการใช้ฟังก์ชั่นช่วยขับขี่ร่วมด้วย
  • ระดับ 2 จะมีระบบ ADAS หรือ Advanced Driver Assistance Systems ซึ่งเป็นระบบบังคับเลี้ยวอัตโนมัติคู่กับระบบควมคุมอัตราเร่งและปรับความเร็วให้ทำงานประสานกันผ่านกลไกการควบคุมที่ซับซ้อน… ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทุกค่ายล้วนใส่เงินไปกับการวิจัยระบบ ADAS ต่อเนื่องมานาน
  • ระดับ 3 จะมีความสามารถในการตรวจจับสภาพแวดล้อม และสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดเช่น การเร่งแซงรถที่ช้า แต่ระบบก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากมนุษย์ แม้มนุษย์ไม่ต้องเหยียบคันเร่งถือพวงมาลัย… แต่ผู้ขับขี่จะต้องตื่นตัวและพร้อมที่จะเข้าควบคุมทันทีหากระบบผิดพลาด ซึ่งส่วนใหญ่ระบบจะออกแบบให้ตรวจสอบเงื่อนไขการทำงานอัตโนมัติตลอดเวลา และหาก Condition หรือเงื่อนไขการทำงานในระบบผิดพลาด… รถจะมีฟังก์ชั่นขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ติดมาด้วย
  • ระดับ 4 ไม่ต้องมีมนุษย์คอยช่วยเหลือในยามเข้าตาจนเหมือน Level 3 อีกเลย แม้จะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นทั้งในระบบและสภาพแวดล้อมภายนอก หรือแม้แต่เกิดขัดข้องขึ้น พาหนะ Level 4 ก็จะจัดการความผิดปกติและบกพร่องทั้งหลายได้เอง โดยพึ่งพาและปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ในฐานะผู้โดยสาร มากกว่าจะพึ่งพามนุษย์ในฐานะผู้ควบคุมปกป้องความผิดพลาด พาหนะ Level 4 สามารถทำงานในโหมดขับขี่ด้วยตนเอง หรือ Self-Driving Mode ได้อย่างสมบูรณ์
  • ระดับ 5 ไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ จากมนุษย์อีก เพราะระบบจะทำงาน Dynamic Driving Task เต็มประสิทธิภาพ เทียบเท่าระดับเดียวกับ หรือ ดีกว่ามนุษย์ที่มีทักษะการขับรถยอดเยี่ยมที่สุด… พาหนะ Level 5 จึงไม่มีแม้แต่พวงมาลัย แป้นเหยียบคันเร่งและแป้นเบรก ทำให้พาหนะ Level 5 เป็น Fully Autonomous Cars ซึ่งเป็นเป้าหมายความสำเร็จของการพัฒนายานพาหนะบนพื้นผิวยุคต่อไป…

Motor1

เครดิตภาพ Insideevs.com

19 − four =

You Want To Have Your Favorite Car?

We have a big list of modern & classic cars in both used and new categories.

Advertisement Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.