คมนาคมเข้ม! คนขับในระบบแอพทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เริ่มทำใบขับขี่ 13 มิ.ย.69 – 1 ส.ค.69 มอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 250 ซีซี ทุกการเดินทางต้องมีประกันภัยคุ้มครอง!


กระทรวงคมนาคม ยกระดับความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะไทยครั้งใหญ่! ล่าสุดเดินหน้าจัดระเบียบแพลตฟอร์มรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) สั่งการผู้ให้บริการทั้ง 8 รายในตลาด คุมเข้มผู้ขับขี่ต้องมี “ใบขับขี่สาธารณะ” พร้อมคลอด 5 มาตรการเหล็ก มุ่งสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม และคืนความเป็นธรรมด้านราคาให้กับทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่
คมนาคมเรียก 8 บิ๊กแอปฯ ถกเครียด วางกรอบจัดระเบียบรถรับจ้างเอกชน
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม 1 กรมการขนส่งทางบก นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รชค.) ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานในการประชุมกำหนดมาตรการยกระดับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ร่วมกับ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และตัวแทนจากผู้ให้บริการแอปพลิเคชันที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย:
- Grab
- Bolt
- InDrive
- TADA
- MAXIM
- LINE MAN
- Lalamove
- FINGOGO
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายมุ่งเน้นการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบให้มีมาตรฐานเดียวกัน การเติบโตของบริการ Ride-Hailing ในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคและผู้ขับรถ รวมถึงการควบคุมความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้ข้อสรุปเป็นกรอบการดำเนินงานหลัก 5 ด้าน
เจาะลึก 5 มาตรการยกระดับ “รถรับจ้างผ่านแอปฯ” ปี 2569
มาตรการที่ 1 ผู้ขับรถได้มาตรฐาน (ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ)
นี่คือมาตรการที่เข้มงวดที่สุด โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่ในระบบทุกคนต้องมี “ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ” เท่านั้น:
- ผู้ขับรถรายใหม่: แอปพลิเคชันต้องปิดระบบรับสมัครทันที หากยังไม่มีใบขับขี่สาธารณะ และงดการจ่ายงานให้
- ผู้ขับรถรายเดิม: ผ่อนผันให้เร่งดำเนินการทำใบขับขี่สาธารณะให้ถูกต้อง ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หากพ้นกำหนด แอปพลิเคชันจะต้องระงับบัญชีการใช้งาน (Ban) ทันที
- การเยียวยาและอำนวยความสะดวก: กรมการขนส่งทางบกจะเปิดสอบและให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะ “เฉพาะวันเสาร์” เป็นกรณีพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเวลาทำมาหากินปกติของผู้ขับขี่
มาตรการที่ 2 ประกันความปลอดภัยทุกการเดินทาง
สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ โดยทุกทริปการเดินทางที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันจะต้องมีประกันภัยคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวผู้โดยสารและผู้ขับรถ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังส่งเสริมให้มีการติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งส่องด้านหน้ารถและภายในห้องโดยสาร เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดเหตุไม่คาดฝันหรือการคุกคามทางเพศ
มาตรการที่ 3 โปร่งใส ตรวจสอบได้แบบ Real-time
ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันทั้ง 8 ราย ต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูล (API) และส่งบัญชีรายชื่อผู้ขับรถรวมถึงตัวรถในระบบให้กรมการขนส่งทางบก โดยภาครัฐต้องสามารถตรวจสอบสถานะข้อมูลคนและรถได้ตลอดเวลาแบบ Real-time หากเกิดอุบัติเหตุหรือมีการกระทำความผิด แพลตฟอร์มต้องประสานงานและส่งข้อมูลให้ภาครัฐทันทีห้ามบิดเบือน
มาตรการที่ 4 ค่าธรรมเนียมระบบ (GP) เป็นธรรม
แก้ปัญหาการหักเปอร์เซ็นต์ที่ไม่เป็นธรรม โดยแบ่งโครงสร้างราคาใหม่ ดังนี้:
- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.18): กำหนดเพดานค่า GP สูงสุดไม่เกิน 25%
- รถแท็กซี่มิเตอร์: ห้ามแอปพลิเคชันเก็บค่า GP เด็ดขาด! อนุญาตให้เก็บได้เฉพาะ “ค่าเรียกรรถ 20 บาท” เท่านั้น และหน้าจอแอปพลิเคชันต้องแสดงผลรถแท็กซี่เป็นลำดับแรก (First Priority) เมื่อผู้โดยสารกดหารถ
- รถจักรยานยนต์รับจ้าง (มอเตอร์ไซค์): ให้กำหนดอัตราค่า GP ที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนจริงของไรเดอร์ และห้ามเอาเปรียบผู้ขับขี่
มาตรการที่ 5 พิจารณาและทบทวนข้อกฎหมายให้ยืดหยุ่น
ปรับข้อกฎหมายรองรับโลกยุคใหม่เพื่อให้ปฏิบัติได้จริงในระยะยาว โดยเตรียมพิจารณาร่างกฎกระทรวงเปิดโอกาสให้ “นิติบุคคล” สามารถนำรถมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้าง รย.18 ได้ และมีการขยายเกณฑ์ความจุกระบอกสูบของรถจักรยานยนต์สาธารณะผ่านแอปฯ จากเดิมไม่เกิน 125 cc เป็นไม่เกิน 250 cc เพื่อรองรับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Scooter) ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
สรุปกำหนดการและเกณฑ์บังคับสำคัญที่คนขับต้องรู้
เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมตัวได้ทันท่วงที กระทรวงคมนาคมได้วางกรอบเวลาและเงื่อนไขหลักไว้ดังนี้:
- เส้นตายใบขับขี่สาธารณะ (คนขับเดิม): ต้องดำเนินการทดสอบและรับใบอนุญาตให้เรียบร้อย ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
- การควบคุมค่า GP รถยนต์ (รย.18): จำกัดเพดานสูงสุดไม่เกิน 25% มีผลบังคับใช้ทันที
- กฎเหล็กแท็กซี่มิเตอร์บนแอปฯ: ห้ามเก็บ GP (เก็บได้เฉพาะค่าเรียก 20 บาท) และต้องแสดงผลเป็นอันดับแรก มีผลบังคับใช้ทันที
- การขยายซีซี (CC) มอเตอร์ไซค์: ปรับเพดานความจุเครื่องยนต์ขึ้นเป็นไม่เกิน 250 cc อยู่ระหว่างเร่งรัดกฎกระทรวง
เอาจริง! ฝ่าฝืนโทษหนักถึงขั้น “เพิกถอนหนังสือรับรองแอปพลิเคชัน”
กระทรวงคมนาคมย้ำชัด มาตรการครั้งนี้ไม่ใช่แค่ขอความร่วมมือ แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบว่าแอปพลิเคชันใดละเลย ปล่อยปละละเลยให้ผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตสาธารณะรับงาน หรือระบบไม่มีความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด ลงโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบการ ซึ่งจะทำให้แอปพลิเคชันนั้นไม่สามารถเปิดให้บริการในประเทศไทยได้อีกต่อไป
“มาตรการทั้ง 5 ด้านนี้ จะทำให้แอปพลิเคชันเป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองคนขับ ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการมั่นใจในความปลอดภัย ได้รับราคาที่เป็นธรรม และคนขับรถเองก็มีอาชีพที่มั่นคง ได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม”
— นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวดี! ขนส่งฯ เปิดทำใบขับขี่สาธารณะ “นอกเวลาวันเสาร์” ถึงสิงหาคมนี้
เพื่อไม่ให้เป็นการตัดโอกาสในการประกอบอาชีพ กรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้บริการพิเศษสำหรับผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ และรถสาธารณะทุกประเภท โดยเปิดบริการทำใหม่และต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์
- ระยะเวลาเปิดบริการ: ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ถึง วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
- เวลาทำการ: 08.30 – 15.30 น.
- สถานที่: สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5
สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลที่ต้องการนำรถเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง สามารถนำหลักฐานเข้าติดต่อขอจดทะเบียนเป็น รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.18) ได้ ณ สำนักงานขนส่งฯ ที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ใจความสำคัญของประกาศจากกระทรวงคมนาคม (12 มิถุนายน 2569) คือ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความเป็นธรรมในระบบรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ทั้ง 8 แพลตฟอร์ม โดยมีมาตรการบังคับใช้และกำหนดการสำคัญดังนี้ครับ
-
บีบคนขับทำใบขับขี่สาธารณะ: คนขับในระบบทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
-
รายใหม่: ห้ามแอปฯ รับเข้าสู่ระบบทันที
-
รายเดิม: ต้องทำความถูกต้องให้เสร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หากพ้นกำหนดจะถูกระงับบัญชี
-
การเยียวยา: ขนส่งฯ เปิดให้ทำ/ต่อใบขับขี่สาธารณะนอกเวลา “เฉพาะวันเสาร์” (13 มิ.ย. – 1 ส.ค. 2569)
-
-
ควบคุมค่าธรรมเนียม (GP) และระบบการจ้างงาน:
-
รถยนต์ส่วนบุคคล (รย.18): หักค่า GP ได้ไม่เกิน 25%
-
รถแท็กซี่มิเตอร์: ห้ามเก็บค่า GP (เก็บได้เฉพาะค่าเรียก 20 บาท) และแอปฯ ต้องดันขึ้นให้ผู้โดยสารเห็นเป็นอันดับแรก
-
-
เพิ่มความปลอดภัยและโปร่งใส: ทุกทริปต้องมีประกันภัย คุมเข้มให้ติดกล้อง CCTV และแอปฯ ต้องส่งข้อมูลคนขับ/รถ ให้ขนส่งฯ ตรวจสอบได้แบบ Real-time
-
ปรับกฎหมายรองรับอนาคต: เตรียมเปิดให้นิติบุคคลนำรถมาจดทะเบียน รย.18 ได้ และขยายเพดานเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอปฯ จากไม่เกิน 125 cc เป็นไม่เกิน 250 cc
-
บทลงโทษขั้นเด็ดขาด: หากแอปพลิเคชันใดฝ่าฝืนหรือไม่ร่วมมือคัดกรองตามมาตรการ มีโทษสูงสุดถึงขั้น “เพิกถอนหนังสือรับรอง” (สั่งปิดไม่ให้บริการในไทย)

