เปิดตัวปี 2027 : Toyota Harrier SUV Coupe ใหม่ พร้อมเบนซินเทอร์โบไฮบริด 1.5 ใหม่
Toyota Harrier รุ่นใหม่ 2027 SUV คูเป้สายเมือง “เตี้ยลง-ยาวขึ้น-ไฮบริดใหม่” (อิงรายงาน/คาดการณ์จากญี่ปุ่น)
สื่อยานยนต์ญี่ปุ่นอย่าง bestcarweb รายงานว่า Harrier คือหนึ่งใน SUV สไตล์คูเป้ของ Toyota ที่ “เหมาะกับถนนแอสฟัลต์มากกว่าทางลุย” ตามคาแรกเตอร์เดิมที่เน้นความหรูและความสง่างามเวลาใช้งานในเมือง และในข้อความภาษาญี่ปุ่นที่เผยแพร่ในเชิงรายงาน/คาดการณ์ ระบุว่ารุ่นถัดไปจะถูกยกระดับความสปอร์ตและความพรีเมียมให้สุดทาง เตรียมเปิดตัวในปี 2027 พร้อมแนวคิดตัวรถ “เตี้ยลงแต่ห้องโดยสารไม่เสีย” และขุมพลัง HEV/PHEV ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ 1.5 เทอร์โบเป็นแกนหลัก
- รุ่นปัจจุบันของ Toyota Harrier (เจเนอเรชันที่ 4, รุ่นรหัส XU80) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นเมื่อ 13 เมษายน 2020 และเริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่น 17 มิถุนายน 2020 โดยใช้แพลตฟอร์ม TNGA-K ใหม่ร่วมกับ RAV4 โฉมปัจจุบัน
ภาพรวมคอนเซ็ปต์ Harrier คือ SUV คูเป้เพื่อเมือง ไม่ใช่สายออฟโรด
จุดขายของ Harrier มาโดยตลอดคือความ สไตลิช-หรู-ขับนิ่ม ในสภาพแวดล้อมแบบเมือง เส้นสายตัวรถจะให้อารมณ์คูเป้มากกว่า SUV ทรงเหลี่ยม และเมื่อรวมกับความนิยมของรถแนว “Coupe SUV” ในตลาดญี่ปุ่น ทำให้ทิศทางของรุ่นใหม่ (ตามข้อความต้นทาง) คือการ “เพิ่มความเฉียบคม” โดยไม่ทิ้งความสบายในการใช้งานประจำวัน
ดีไซน์ภายนอก หลังคาลาดยาว + ความสูงราว 1,600 มม. เพื่อคูเป้ลุคเต็มตัว
ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากคือเส้นหลังคาที่ ลาดลงอย่างต่อเนื่องไปสู่ท้ายรถ (แนว fastback/coupe-like) ซึ่งเป็น “ลายเซ็น” ของ Harrier อยู่แล้ว แต่รุ่นถัดไปมีแนวโน้มจะทำให้ชัดขึ้นอีก
- ความสูงตัวถังประมาณ 1,600 มม. (ตัวเลขในข้อความต้นทาง) ถือว่าค่อนข้างต่ำสำหรับ SUV
- ภาพรวมสัดส่วนจะไปทาง SUV คูเป้ มากกว่ารถอเนกประสงค์สายลุย
- บุคลิกการใช้งานถูกสื่อชัดว่า “ถนนเรียบ/เมือง” คือเวทีหลักของรถรุ่นนี้ ถ้ามองในเชิงวิศวกรรมและการตลาด การทำตัวรถเตี้ยลงช่วยเรื่องภาพลักษณ์สปอร์ตและอากาศพลศาสตร์
แต่ความท้าทายคือพื้นที่โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลัง—ซึ่ง Toyota เลือกแก้เกมด้วย “ฐานล้อที่ยาวขึ้น”
มิติสำคัญ ฐานล้อยาว 2,770 มม. เทียบชั้น Crown Sport เพื่อพื้นที่ห้องโดยสาร
ข้อความต้นทางระบุว่า Harrier รุ่นใหม่จะขยายระยะฐานล้อเป็น 2,770 มม. ซึ่งเท่ากับ Crown Sport ที่ใช้แพลตฟอร์ม GA-K เช่นกัน เป้าหมายหลักคือ “เพิ่มพื้นที่ภายใน” โดยไม่ต้องยกความสูงตัวรถให้เสียบุคลิกคูเป้
ฐานล้อที่ยาวขึ้นมักส่งผลเชิงบวกต่อการใช้งานจริง เช่น ความสบายช่วงขาแถวหลัง ความนิ่งที่ความเร็วสูง และการจัดแพ็กเกจระบบไฟฟ้า/แบตเตอรี่สำหรับรุ่น PHEV ได้ลงตัวขึ้น (โดยเฉพาะพื้นที่ใต้พื้นห้องโดยสาร)
ขุมพลัง HEV และ PHEV ยังอยู่ แต่เปลี่ยนแกนเป็นเครื่องยนต์ใหม่ 1.5 เทอร์โบ
ตามข้อความญี่ปุ่น ระบุว่ารุ่นใหม่จะยังคงมีทั้ง HEV และ PHEV เหมือนเดิม แต่จุดเปลี่ยนคือเครื่องยนต์จะเป็น “รุ่นใหม่” ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ บล๊อกใหม่ และเป็นหนึ่งในโมเดลแรก ๆ ที่ได้ใช้
ตัวเลขสมรรถนะ (อิงข้อความต้นทาง)
- เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ: 180 PS
- มอเตอร์ไฟฟ้า: ประมาณ 185 PS
วิเคราะห์ทิศทาง Downsizing + Electrification
หากแนวทางนี้เกิดขึ้นจริง จะสะท้อนกลยุทธ์ “ลดความจุเครื่องยนต์ แต่เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบไฟฟ้า” เพื่อให้ได้ทั้งอัตราเร่งและความประหยัดในภาพรวม โดยเฉพาะการขับในเมืองที่มอเตอร์ช่วยออกตัวและเร่งแซงได้ดี
- HEV: เน้นใช้งานง่าย ไม่ต้องชาร์จ เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปและงานเดินทางในเมือง/ชานเมือง
- PHEV: เหมาะกับคนที่ชาร์จได้สม่ำเสมอ เน้นวิ่งไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน และมีเครื่องยนต์ช่วยเดินทางไกล
คาแรกเตอร์การขับขี่ที่คาดหวัง: เตี้ยลง = สปอร์ตขึ้น แต่ยังต้อง “นุ่ม-เงียบ” ตามชื่อ Harrier
เมื่อรถ “เตี้ยลง” และ “ฐานล้อยาวขึ้น” ภาพรวมไดนามิกมักได้ประโยชน์ในเรื่องจุดศูนย์ถ่วงและความนิ่ง ซึ่งช่วยเสริมบุคลิกสปอร์ตให้เข้ากับทรงคูเป้ แต่ในขณะเดียวกัน Harrier เป็นรถที่ลูกค้าคาดหวังความนุ่มและความเงียบเป็นทุนเดิม ดังนั้นแนวทางที่สมเหตุสมผลคือ “สปอร์ตขึ้นแบบพรีเมียม” ไม่ใช่สปอร์ตแบบแข็งกระด้าง
สรุป Harrier 2027 คือการยกระดับ “สไตล์ + แพ็กเกจ + ไฮบริดใหม่”
หากอิงจากข้อมูลในข้อความญี่ปุ่น Harrier รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะมาในปี 2027 จะเน้น 3 แกนหลัก:
- ดีไซน์คูเป้จัดเต็ม หลังคาลาดและความสูงราว 1,600 มม.
- ห้องโดยสารไม่เสีย ด้วยฐานล้อ 2,770 มม. บนแพลตฟอร์ม GA-K
- ขุมพลังยุคใหม่ HEV/PHEV ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ 1.5 เทอร์โบเป็นหัวใจ
สำหรับคนที่ชอบ SUV ขับในเมือง ภาพลักษณ์พรีเมียม และอยากได้ความสปอร์ตแบบ “ผู้ดี” Harrier เจเนอเรชันถัดไปถือว่าเป็นรุ่นที่น่าจับตาอย่างมาก
1) 1.5 ลิตร NA (Naturally Aspirated)
- เล็กและเตี้ยกว่ารุ่นเดิม 10%
- น้ำหนักลดลง 10%
- ประสิทธิภาพการเผาไหม้ดีขึ้นอย่างชัดเจน
- เหมาะสำหรับ Hybrid ขนาดเล็กและรถใช้งานทั่วไป
แนวทางคือทำให้เครื่องยนต์ “เล็กและเตี้ย” ลง เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดวางระบบไฮบริด ลดน้ำหนักรวม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในรอบใช้งานจริง เหมาะกับรถขนาดเล็ก–คอมแพ็กต์ที่ต้องการความประหยัดและต้นทุนระบบไม่สูงมาก
2) 1.5 ลิตร เทอร์โบ
- เล็กกว่ารุ่น 2.5 ลิตร NA เดิมถึง 20%
- ความสูงลดลง 15%
- สมรรถนะใกล้เคียงเดิม แต่ ประหยัดขึ้น 30%
- เหมาะกับ C-Segment / SUV ขนาดกลาง
บทบาทของ 1.5 เทอร์โบคือการทำ Downsizing อย่างจริงจัง—ลดความจุเครื่องลง แต่ยังคงแรงบิดและกำลังในระดับใช้งานได้เทียบชั้นเครื่องใหญ่กว่า โดยให้ระบบไฟฟ้า (มอเตอร์) ช่วย “เติมแรงบิดทันที” ในช่วงออกตัวและเร่งแซง






