รวมภาพคันจริงในจีน! XPENG G7 EREV SUV ไฟฟ้าช่วงขยาย 430 กม. รวมไกลกว่า 1,704 กม. ราคา 932,000 – 979,000 บาท

รวมภาพคันจริงในจีน! XPENG G7 EREV SUV ไฟฟ้าช่วงขยาย 430 กม. รวมไกลกว่า 1,704 กม. ราคา 932,000 – 979,000 บาท
Spread the love
Advertisement Advertisement

รวมภาพคันจริงในจีน! XPENG G7 EREV SUV ไฟฟ้าช่วงขยาย 430 กม. รวมไกลกว่า 1,704 กม. ราคา 883,000 บาท

XPENG G7 EREV เปิดเกมใหม่ SUV ยุค EREV วิ่งไฟฟ้า 430 กม. รวมไกลกว่า 1,700 กม. ในจีน

XPeng G7 Super Extended Range เปิดตัว! SUV กลางสายเทค วิ่งไฟฟ้า 430 กม. วิ่งรวม 1,704 กม. พร้อม 800V + แบต 5C

อัปเดตข้อมูล: 8 มกราคม 2569 | อัตราแปลงค่าเงิน: 1 หยวน = 4.514 บาท

XPeng เปิดตัว G7 Super Extended Range อย่างเป็นทางการ โดยวางตำแหน่งเป็น SUV ขนาดกลาง ที่เน้น “ความอเนกประสงค์ + เทคโนโลยี” พร้อมตัวเลือกขุมพลัง ขยายระยะทาง (EREV) และประกาศราคาของ รุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) ในเกรด Max Flagship ในช่วงราคาเดียวกัน จุดเด่นคือการยกระดับแพลตฟอร์มด้วย สถาปัตยกรรม 800V และ แบตเตอรี่ชาร์จเร็วระดับ 5C เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงตัวเลขการใช้งานที่ดึงความสนใจได้ทันที: วิ่งไฟฟ้าล้วน 430 กม. และ วิ่งรวมสูงสุด 1,704 กม.

ราคา XPeng G7 (แปลงเป็นบาท) พร้อมรุ่นย่อยครบ

ราคาในจีนอยู่ที่ 195,800–205,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 932,000 – 979,000 บาท (แปลงค่าเงินเท่านั้น ยังไม่รวมภาษี/โครงสร้างราคาตลาดไทย)

  • G7 EREV 1704 Max Technology: 195,800 หยวน ≈ 932,000 บาท
  • G7 EREV 1704 Max Flagship: 205,800 หยวน ≈ 979,000 บาท
  • G7 BEV 602 Max Flagship: 195,800 หยวน ≈ 932,000 บาท
  • G7 BEV 702 Max Flagship: 205,800 หยวน ≈ 979,000 บาท

หมายเหตุ: การแปลงค่าเงินช่วยให้เห็น “ระดับราคา” เท่านั้น ราคาจริงในไทย (ถ้ามีทำตลาด) ต้องขึ้นกับภาษี นโยบายรัฐ ต้นทุน และแพ็กเกจอุปกรณ์ของแต่ละประเทศ

ตำแหน่งทางการตลาด SUV กลางที่พยายาม “รวมทุกอย่างไว้คันเดียว”

G7 ถูกวางเป็น SUV กลางที่ตั้งใจตอบโจทย์คนใช้รถจริงจัง โดยเน้น 3 แกนหลัก: (1) ระยะทางและความอุ่นใจ ด้วยระบบขยายระยะทาง, (2) ความเร็วในการเติมพลังงาน ด้วย 800V + แบต 5C, และ (3) ประสบการณ์ในห้องโดยสาร ที่จัดเต็มทั้งจอ ระบบเสียง เบาะ และความเงียบ

มิติตัวถังภายนอก ขนาดใหญ่ระดับ SUV พรีเมียม

  • ความยาวตัวรถรุ่น EREV (1704 Max): มีความยาว 4,918 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นไฟฟ้าเล็กน้อยเพื่อรองรับระบบเครื่องยนต์ปั่นไฟ)
  • ความยาวตัวรถรุ่น BEV (602 / 702 Max): มีความยาว 4,892 มิลลิเมตร
  • ความกว้างของตัวรถ: 1,925 มิลลิเมตร (เท่ากันทุกรุ่นย่อย ให้ความกว้างขวางและดูภูมิฐาน)
  • ความสูงของตัวรถ: 1,655 มิลลิเมตร (เท่ากันทุกรุ่นย่อย ออกแบบมาให้มีความลู่ลมสูง)
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,890 มิลลิเมตร
  • ขนาดความจุถังน้ำมัน: 60 ลิตร

พื้นที่เก็บสัมภาระและความอเนกประสงค์

  • พื้นที่ท้ายรถรุ่น EREV (1704 Max): ความจุเริ่มต้นที่ 779 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 2,237 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่ 2 ลง
  • พื้นที่ท้ายรถรุ่น BEV (602 / 702 Max): จะมีพื้นที่มากกว่าเล็กน้อย โดยเริ่มต้นที่ 819 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 2,277 ลิตร
  • ที่เก็บของด้านหน้า (Frunk): พิเศษสำหรับ รุ่น BEV เท่านั้น ที่จะมีช่องเก็บของด้านหน้าความจุ 42 ลิตร ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถใช้น้ำฉีดล้างทำความสะอาดได้ เหมาะสำหรับใส่ของเปียกหรืออุปกรณ์เอาท์ดอร์

ไฮไลท์ด้านการออกแบบตัวถัง

  • ประตูแบบไร้กรอบ (Frameless Doors): ติดตั้งมาให้ทั้ง 4 บาน เสริมลุคสปอร์ตพรีเมียมและให้ความรู้สึกที่ทันสมัย
  • เทคโนโลยีการผลิตโครงตัวถัง: ใช้การขึ้นรูปอลูมิเนียมฉีดชิ้นเดียว (Integrated Die-casting) ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดเสียงรบกวน และทำให้น้ำหนักรถเบาลง
  • กระจกกันเสียง: กระจกคู่หน้าเป็นแบบ Acoustic Glass ช่วยเก็บเสียงในห้องโดยสารให้เงียบสงัดแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง
  • มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles): เป็นแบบเก็บเรียบไปกับตัวรถ และใช้ระบบไฟฟ้าในการเปิด-ปิด ช่วยลดแรงต้านอากาศได้ดียิ่งขึ้น

สรุปสเปกและฟีเจอร์ XPeng รุ่นปี 2026: แยกตามรุ่นย่อยอย่างละเอียด

XPeng รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับ 4 รุ่นย่อยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่างกัน โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นสำหรับสายเดินทางไกล (EREV) และ 2 รุ่นสำหรับสายไฟฟ้า 100% (BEV) ดังนี้ครับ

รุ่น 1704 Max 科技版 (Tech Edition – EREV)

รุ่นเริ่มต้นสำหรับสายปั่นไฟที่เน้นเทคโนโลยีพื้นฐานครบครันในราคาคุ้มค่าที่สุด

  • ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 1.5T (增程器) ปั่นไฟ 85kW 115 แรงม้า  ทำงานร่วมกับมอเตอร์หลัง 218kW 296 แรงม้า
  • งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึงประมาณ 60 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 1,704 กม. (ไฟฟ้าล้วน 430 กม.)
  • ขนาดความจุถังน้ำมัน: 60 ลิตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 202 กม./ชม.
  • การชาร์จ: DC ชาร์จ 12 นาที เพิ่มระยะทางวิ่งได้ 314 กม.
  • ฟีเจอร์เด่น: ชิป AI Turing, ระบบขับขี่ NGP, หน้าจอ 15.6 นิ้ว, ลำโพง 20 ตำแหน่ง, เบาะหน้าอุ่น/ระบายอากาศ/นวด
  • ความต่าง: ใช้เบาะหนังมาตรฐาน (ไม่ใช่ Nappa) และเบาะหลังไม่สามารถปรับไฟฟ้าหรือนวดได้

รุ่น 1704 Max 旗舰版 (Flagship Edition – EREV)

รุ่นท็อปของสายปั่นไฟที่อัปเกรดความหรูหราและความสบายระดับ First-class ทั้งคัน

  • ขุมพลังและสมรรถนะ: เหมือนรุ่น Tech Edition ทุกประการ (1,704 กม. / 6.9 วินาที)
  • การชาร์จ: DC ชาร์จ 12 นาที เพิ่มระยะทางวิ่งได้ 314 กม.
  • ฟีเจอร์ที่อัปเกรดขึ้น:
    • เบาะหนัง Nappa แท้: ให้ผิวสัมผัสที่หรูหรากว่า
    • ระบบเบาะหลังอัจฉริยะ: เพิ่มระบบนวด, อุ่นเบาะ, ระบายอากาศ และปรับเอนด้วยไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    • ความสะดวกสบาย: กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติแบบ Streaming และแท่นชาร์จไร้สาย 50W สำหรับเบาะหลัง
    • ประตูดูดไฟฟ้า (Soft-close): ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานทั้ง 4 บาน

 รุ่น 602 Max 旗舰版 (Flagship Edition – BEV)

รุ่นไฟฟ้า 100% ที่เน้นความคล่องตัวและการชาร์จที่รวดเร็วระดับโลกด้วยสถาปัตยกรรม 800V

  • ขุมพลัง: มอเตอร์เดี่ยวขับหลัง 218kW  296 แรงม้า (SiC High-voltage platform)
  • แบตเตอรี่ความจุประมาณ 78 kWh ให้อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่ำเพียง 12.9 kWh/100km
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 602 กม.
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.6 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 202 กม./ชม.
  • การชาร์จ 5C: DC ชาร์จ 12 นาที เพิ่มระยะทางวิ่งได้ 426 กม.
  • ฟีเจอร์เด่น: มีช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) 42 ลิตร, เบาะหนัง Nappa, ระบบนวดเบาะหลัง, และประตูดูดไฟฟ้า

รุ่น 702 Max 旗舰版 (Flagship Edition – BEV)

รุ่นท็อปสเปกสูงสุด วิ่งได้ไกลที่สุดในกลุ่มไฟฟ้าล้วน พร้อมสมรรถนะการออกตัวที่ไวที่สุด

  • ขุมพลัง: มอเตอร์เดี่ยวขับหลัง 218kW 296 แรงม้า พร้อมการจัดการพลังงาน AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ประมาณ 93 kWh เพื่อรองรับการเดินทางไกลถึง 702 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 702 กม.
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.5 วินาที (เร็วที่สุดในทุกรุ่นย่อย)
  • ความเร็วสูงสุด: 202 กม./ชม.
  • การชาร์จ 5C: DC ชาร์จ 12 นาที เพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 497 กม.
  • ฟีเจอร์เด่น: จัดเต็มทุกออปชันที่มี ทั้งระบบ AI Turing, เบาะ Nappa ฟูลฟังก์ชันหน้า-หลัง, หน้าจอ HUD 87 นิ้ว และระบบเสียง 7.1.4

ระบบช่วงล่างอัจฉริยะไท่จี๋ (Taiji AI Chassis): สุนทรียภาพแห่งการขับขี่

XPeng รุ่นใหม่นี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องระยะทางวิ่ง แต่ยังมาพร้อมกับระบบช่วงล่างที่เรียกว่า “Taiji AI Chassis” ซึ่งเป็นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ช่วงล่างระดับพรีเมียม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความนุ่มนวลระดับรถหรูและความมั่นใจระดับรถสปอร์ตครับ

โครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียม (Hardware Foundation)

ตัวรถเลือกใช้การจัดวางช่วงล่างที่มักพบในรถยุโรปราคาแพงเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด:

  • ช่วงล่างด้านหน้า: แบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ที่ช่วยให้ล้อหน้าสัมผัสพื้นได้อย่างเต็มหน้ายางในทุกการเข้าโค้ง ลดอาการหน้าทิ่มขณะเบรก
  • ช่วงล่างด้านหลัง: แบบอิสระ 5 ลิงก์ (Five-link) ให้การยึดเกาะถนนที่เหนือกว่าและดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ละเอียดกว่าช่วงล่างทั่วไป
  • โครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป (Die-casting): ใช้เทคโนโลยีฉีดขึ้นรูปชิ้นเดียวทั้งส่วนหน้าและหลัง ช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแกร่ง (Rigidity) สูงมาก ส่งผลให้ช่วงล่างทำงานได้อย่างแม่นยำ

เทคโนโลยีซับแรงกระแทกอัจฉริยะ

สิ่งที่ทำให้ช่วงล่างรุ่นนี้แตกต่างคือการเปลี่ยนจากระบบกลไกล้วนๆ มาเป็นระบบที่ทำงานตามคำสั่งของซอฟต์แวร์:

  • โช้คอัพปรับความหนืดแปรผัน (Intelligent Variable Damping): ระบบสามารถปรับความแข็ง-นุ่มของโช้คอัพตามสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ได้แบบเรียลไทม์
  • บูชไฮดรอลิกไท่จี๋ (Taiji Hydraulic Bushings): ใช้ของเหลวภายในบูชเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมายังห้องโดยสาร ทำให้การขับผ่านรอยต่อถนนหรือหลุมบ่อมีความนุ่มนวลเป็นพิเศษ

การควบคุมด้วย AI (AI Intelligent Control)

ด้วยชิปประมวลผล Turing AI ระบบจะทำการประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์รอบคันเพื่อปรับตั้งค่าช่วงล่างล่วงหน้า:

  • ระบบ AI Chassis: เรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่และสภาพถนนที่ใช้บ่อย เพื่อปรับจูนความรู้สึกของพวงมาลัยและการตอบสนองของช่วงล่างให้ตรงใจผู้ขับขี่มากที่สุด
  • การปรับความหนืดแบบเลือกได้: ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดความนุ่ม-แข็งได้ถึง 4 ระดับ (Comfort+ / Comfort / Standard / Sport) ผ่านหน้าจอจอกลาง

ระบบเบรกและการควบคุมการทรงตัว (Braking & Control)

  • IPB Intelligent Integrated Braking: ระบบเบรกไฟฟ้าอัจฉริยะที่ให้แรงเบรกที่สม่ำเสมอและแม่นยำ
  • Comfort Brake Mode: ระบบช่วยประคองแรงเบรกในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนรถหยุดนิ่ง เพื่อลดอาการ “หน้าทิ่ม” ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกเวียนหัว
  • dTCS (Distributed Traction Control): ระบบควบคุมการลื่นไถลแบบกระจายตัวที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง ทำให้ตอบสนองไวกว่าระบบ TCS ปกติหลายเท่าตัว

โหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้ละเอียด

ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวของรถรุ่นนี้สามารถปรับแต่งแยกย่อยตามความต้องการได้ดังนี้:

  • พวงมาลัย: ปรับได้ 3 ระดับ (Light / Standard / Firm) ตามความชอบของน้ำหนักมือ
  • แป้นเบรก: ปรับความรู้สึกการเหยียบได้ (Smooth / Standard / Sensitive)
  • X-Pedal: ระบบ One-pedal ที่ปรับระดับการหน่วงพลังงานคืนได้ตามความถนัด

สรุปทิ้งท้าย: ช่วงล่างของ XPeng รุ่นปี 2026 คือการผสานศาสตร์แห่งวิศวกรรมเครื่องกลเข้ากับโลกของซอฟต์แวร์ได้อย่างลงตัว ทำให้มันเป็นรถที่ขับสนุกเมื่อต้องการความเร็ว และนุ่มนวลอย่างที่สุดเมื่อต้องการการเดินทางที่ผ่อนคลายครับ

การออกแบบภายนอก

XPeng รุ่นใหม่ปี 2026 นี้คือเครื่องยืนยันว่า “ความเรียบง่ายคือความหรูหราที่แท้จริง” โดยตัวรถได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ที่เน้นความทันสมัย ลื่นไหล และประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการกระแสลม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความสวยงามและระยะทางวิ่งที่ไกลขีดสุดครับ

ด้านหน้า: เอกลักษณ์ ‘X-Robot Face’ เจนเนอเรชันใหม่

ด้านหน้าของ XPeng G7 (2026) โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบที่ได้รับความนิยมอย่าง ‘X-Robot Face’ ที่ถูกพัฒนาให้ดูสะอาดตาแต่มีรายละเอียดที่คมชัดยิ่งขึ้น:

  • ชุดไฟ贯穿 (Full-width LED Light Strip): ในรุ่น 旗舰版 (Flagship) จะเป็นไฟ LED คาดยาวแบบชิ้นเดียวที่ให้แสงที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง (ดังภาพ) ส่วนรุ่น 科技版 (Tech) จะเป็นแบบ分段式 (Segmented) ที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวต่างกัน
  • ไฟหน้าแบบ Matrix LED: ถูกจัดวางอยู่ในโมดูลด้านล่าง (ใต้แถบไฟยาว) โดยมีการแบ่งรายละเอียดภายในอย่างประณีตเพื่อให้แสงสว่างที่แม่นยำและช่วยลดการแยงตา
  • ช่องดักอากาศอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น EREV): บริเวณกันชนด้านล่าง (ที่มีป้ายทะเบียน G7) จะมีช่องดักอากาศแบบ Active ที่มีลวดลายเปิดเป็นช่องสี่เหลี่ยมเรียงตัวสวยงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น EREV ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟในการระบายความร้อน

ด้านข้าง: SUV-Coupe ที่สมบูรณ์แบบ

เส้นสายด้านข้างคือหัวใจสำคัญที่บ่งบอกความทันสมัยและความพรีเมียมของ XPeng รุ่นนี้:

  • รูปทรง SUV-Coupe: แนวหลังคาที่ค่อยๆ ลาดเอียงลงไปถึงส่วนท้ายช่วยลดแรงต้านอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่ยังคงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง (Wheelbase 2,890 มม.)
  • ประตูแบบไร้กรอบ (Frameless Doors): ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานทั้ง 4 บาน เพิ่มลุคสปอร์ตพรีเมียมและให้ความรู้สึกที่ทันสมัย
  • มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles): เป็นแบบเก็บเรียบไปกับตัวรถ และใช้ระบบไฟฟ้าในการเปิด-ปิด ช่วยให้ตัวรถด้านข้างดูเรียบเนียนที่สุด (ดังภาพ)
  • กระจกกันเสียง Acoustic Glass: กระจกคู่หน้าเป็นแบบพิเศษช่วยเก็บเสียงในห้องโดยสารให้เงียบสงัด
  • ล้อและยาง: มาพร้อมตัวเลือกตั้งแต่ 18 นิ้ว ลายต่ำ (Low-drag) ไปจนถึงล้อ运动 ขนาด 20 นิ้ว สีดำ (Black Knight style) พร้อมยางประสิทธิภาพสูงจาก Michelin (ดังภาพ)

ด้านหลัง: ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง

ส่วนท้ายของรถได้รับการออกแบบให้มีเส้นสายที่ชัดเจนและสะอาดตาที่สุด:

  • ไฟท้ายแบบ贯穿 (Full-width LED Taillights): คาดยาวต่อเนื่องตลอดความกว้างของตัวรถ พร้อมลวดลายภายในแบบ Ads (ADS Light) ที่ให้แสงที่สวยงามและจดจำง่ายในยามค่ำคืน
  • ฝาท้ายไฟฟ้า (Electric Tailgate): ดีไซน์ให้เรียบเนียนไปกับตัวรถ โดยไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลังให้เห็น ช่วยให้ตัวรถดูสะอาดและมีเส้นสายที่ต่อเนื่อง
  • ดิฟฟิวเซอร์หลัง: ติดตั้งมาให้ที่ส่วนล่างของกันชนหน้าและหลังเพื่อช่วยจัดการกระแสลมใต้ท้องรถ เพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ (Stability)

สีตัวถังและชุดแต่งเลือกได้ตามสไตล์ (Customization)

ผู้ซื้อสามารถเลือกตกแต่งรถให้ตรงใจมากขึ้นผ่านแพ็กเกจต่าง ๆ ดังนี้:

  • สีตัวถังมาตรฐาน 5 สี: อาทิ สี Nebula White (ดังภาพ), New Moon Silver, Dark Night Black, Starry Grey, และ Starry Purple
  • 黑武士升级套装 (Black Knight Package): อัปเกรดความดุดันด้วยสีตัวถัง Dark Night Black, ล้อ 20 นิ้วสีดำ, และคาลิปเปอร์สีดำ
  • ธีม座舱: มีให้เลือก 4 โทนสีหลัก อาทิ 深空灰 (Deep Grey), 气宇灰 (Qi Yu Grey), 秘境蓝 (Mystic Blue), และ 暖阳橙 (Warm Sunset Orange)

การออกแบบภายใน All-New XPeng G7 (2026): ห้องนั่งเล่นอัจฉริยะระดับ First Class

ภายในของ XPeng G7 รุ่นปี 2026 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Luxury & Eco-friendly” ที่ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระดับแม่และเด็ก (Mother-and-Baby Grade) ผสานกับงานฝีมือที่หรูหรา เพื่อเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ

การตกแต่งและบรรยากาศในห้องโดยสาร

  • เพดาน Microfiber: บุด้วยผ้ากำมะหยี่ไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง ให้สัมผัสนุ่มนวลและช่วยซับเสียงในห้องโดยสาร
  • วัสดุลายไม้แท้ (Real Wood): แผงคอนโซลและแผงข้างประตูตกแต่งด้วยไม้แท้ เพิ่มความอบอุ่นและภูมิฐาน
  • ไฟ Ambient Light 256 สี: ระบบไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสารแบบ漫反射 (Diffuse Reflection) ที่ให้แสงนุ่มนวล ไม่แยงตา และสามารถปรับเปลี่ยนตามจังหวะเพลงหรือโหมดการขับขี่
  • ระบบน้ำหอมอัจฉริยะ: มาพร้อมน้ำหอมเกรดพรีเมียม 3 กลิ่น (Amber, Cedar, White Quiet) ที่สามารถตรวจสอบปริมาณคงเหลือผ่านหน้าจอได้

เบาะนั่งอัจฉริยะ (Luxury Seating)

เบาะนั่งคือไฮไลท์สำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะในรุ่น Flagship (旗舰版):

  • วัสดุหนัง Nappa: เบาะหุ้มด้วยหนัง Nappa แท้ที่ให้ความนุ่มนวลและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม
  • ฟังก์ชันเบาะคู่หน้า: ปรับไฟฟ้า 12 ทิศทางสำหรับคนขับ และ 10 ทิศทางสำหรับผู้โดยสาร มาพร้อมระบบ นวดไฟฟ้า, อุ่นเบาะ และระบายอากาศ (Dual-suction)
  • เบาะหลังระดับพรีเมียม: ในรุ่น Flagship เบาะหลังสามารถปรับเอนด้วยไฟฟ้า มีระบบนวด ระบบอุ่น และระบบระบายอากาศครบครัน พร้อมที่พักแขนขนาดใหญ่
  • เบาะ Zero Gravity (選裝): สามารถเลือกติดตั้งเบาะฝั่งผู้โดยสารหน้าแบบ “ไร้แรงโน้มถ่วง” ที่เอนนอนได้เกือบแบนราบเพียงปุ่มเดียว
  • โต๊ะพับอเนกประสงค์: ด้านหลังเบาะผู้โดยสารหน้าติดตั้งโต๊ะพับแม่เหล็กคุณภาพสูง เหมาะสำหรับวางแท็บเล็ตหรือทำงานขณะเดินทาง

ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี (Infotainment)

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิป Qualcomm Snapdragon 8295P และชิป Turing AI ทำให้ระบบประมวลผลลื่นไหลที่สุดในปัจจุบัน:

Advertisement Advertisement
  • หน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว: หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงที่รองรับการแบ่งหน้าจอ (Split Screen) และการใช้งานมัลติทาสกิ้ง
  • หน้าจอความบันเทิงหลัง 8 นิ้ว: สำหรับผู้โดยสารตอนหลังใช้ควบคุมระบบปรับอากาศ เพลง และดูสถานะตัวรถ
  • ระบบ追光 HUD 87 นิ้ว: หน้าจอ Head-up Display ขนาดใหญ่ยักษ์ที่สะท้อนข้อมูลการขับขี่และระบบนำทาง AR ลงบนกระจกหน้าอย่างคมชัด
  • ระบบเสียง 7.1.4 Surround: ลำโพงคุณภาพสูง 20 ตำแหน่ง พลังเสียงกระหึ่มรอบทิศทาง พร้อมลำโพงส่วนตัวที่พนักพิงศีรษะคนขับ 2 ตำแหน่ง
  • No-mic Karaoke: สามารถร้องเพลงในรถได้โดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟนแยก ด้วยเทคโนโลยีการรับเสียงอัจฉริยะภายในรถ

ความสะดวกสบายและฟีเจอร์อัจฉริยะ

  • ระบบชาร์จไร้สาย 50W: มีแท่นชาร์จแบบระบายความร้อนด้วยลมถึง 3 ตำแหน่ง (หน้า 2 หลัง 1) ชาร์จไวและโทรศัพท์ไม่ร้อน
  • ประตูดูดไฟฟ้า (Soft-close Doors): ระบบปิดประตูแบบเงียบสนิททั้ง 4 บาน ช่วยเพิ่มความหรูหราและปลอดภัย
  • ตู้แช่เย็น/ร้อน (ถ้ามีติดตั้ง): พื้นที่เก็บของที่สามารถปรับอุณหภูมิได้เพื่อแช่เครื่องดื่ม
  • ผู้ช่วย AI “Xiao P”: รองรับการสั่งงานด้วยเสียง 4 โซน สามารถแยกแยะผู้พูดได้แม่นยำ และทำงานได้แม้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Offline Voice Control)
  • กระจกมองหลัง Streaming: หน้าจอขนาด 9 นิ้วที่แสดงภาพจากกล้องหลังแบบเรียลไทม์ ให้มุมมองที่กว้างและชัดเจนกว่ากระจกเงาปกติ

สรุปทิ้งท้าย: ห้องโดยสารของ All-New XPeng G7 (2026) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่นั่งในรถยนต์ แต่คือ “พื้นที่ที่สาม” (Third Space) ที่รวบรวมเทคโนโลยีระดับโลก ความหรูหรา และความสบายไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานหรือออกทริปกับครอบครัวครับ

ความปลอดภัยระดับอัจฉริยะ

XPeng G7 รุ่นปี 2026 ไม่ได้เน้นแค่ความเร็วและความล้ำสมัย แต่ยังให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” เป็นอันดับหนึ่ง โดยผสานงานวิศวกรรมโครงสร้างขั้นสูงเข้ากับระบบสมองกลอัจฉริยะที่สามารถคาดการณ์และป้องกันอุบัติเหตุได้ล่วงหน้าครับ

โครงสร้างตัวถังอัจฉริยะ (High-Strength Body Structure)

ตัวถังของ XPeng G7 ถูกออกแบบมาให้เป็น “กรงนิรภัย” ที่แข็งแกร่งที่สุดในคลาสด้วยเทคโนโลยีล่าสุด:

  • โครงสร้างอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป (Integrated Die-casting): ใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับโลกด้วยการฉีดขึ้นรูปอลูมิเนียมชิ้นเดียวทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังของตัวรถ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง (Torsional Rigidity) และลดจุดเชื่อมต่อที่อาจเป็นจุดอ่อนเมื่อเกิดการกระแทก
  • เทคโนโลยี CIB (Cell-to-Body): การรวมชุดแบตเตอรี่ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับพื้นรถและลดจุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity) ทำให้รถทรงตัวได้ดีเยี่ยมและปกป้องแบตเตอรี่จากการชนด้านข้าง
  • เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (Ultra-high Strength Steel): ผสมผสานวัสดุอลูมิเนียมและเหล็กกล้าในจุดสำคัญรอบห้องโดยสาร เพื่อกระจายแรงกระแทกออกไปจากผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ระบบถุงลมนิรภัยและการปกป้องภายใน (Passive Safety)

XPeng จัดเต็มด้วยถุงลมนิรภัยรอบคันที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการบาดเจ็บในทุกองศาการชน:

  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน: ประกอบด้วยคู่หน้า, ด้านข้างคู่หน้า, ม่านนิรภัยด้านข้างที่ยาวครอบคลุมถึงแถวหลัง
  • ถุงลมนิรภัยกลางเบาะหน้า (Far-side Airbag): นี่คือฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่ติดตั้งอยู่ระหว่างเบาะคนขับและผู้โดยสารหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของผู้โดยสารตอนหน้ากระแทกกันเองเมื่อเกิดการชนจากด้านข้าง
  • ระบบล็อคเด็กอิเล็กทรอนิกส์: ควบคุมจากหน้าจอกลางเพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ (AI Driving Intelligence)

ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Turing AI ที่มีพลังประมวลผลมหาศาล (สูงสุด 1,500 TOPS) ทำงานร่วมกับระบบ End-to-End Big Model:

  • NGP (Navigation Guided Pilot): รองรับการขับขี่อัตโนมัติทั้งบนทางหลวงและในเมืองแบบ “车位到车位” (Parking-to-Parking) โดยรถสามารถขับออกจากที่จอดรถ ขึ้นทางด่วน เปลี่ยนเลน และเข้าจอดที่จุดหมายได้เอง
  • ระบบตรวจจับรอบทิศทาง: ใช้เซนเซอร์ความละเอียดสูงรอบคัน ทั้ง LiDAR, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร และกล้องความละเอียดสูง เพื่อสร้างแผนที่ 3D รอบตัวรถแบบเรียลไทม์
  • ระบบจอดรถอัจฉริยะ (APA/RPA): นอกจากจะจอดรถเองได้แล้ว ยังรองรับการจอดผ่านรีโมท (RPA) และระบบ “離車泊入” ที่คุณสามารถลงจากรถก่อนแล้วให้รถถอยเข้าซองเองได้อย่างแม่นยำ

ระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety)

ระบบ ADAS ของ XPeng G7 ทำหน้าที่เป็น “บอดี้การ์ด” ส่วนตัวที่คอยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง:

  • AEB & AES (Emergency Braking & Steering): ระบบเบรกและช่วยหักหลบฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทำงานได้แม่นยำแม้ในสภาวะแสงน้อยหรือมีสิ่งกีดขวางที่คาดไม่ถึง
  • ระบบเสถียรภาพขณะยางระเบิด (Blow-out Stable Driving): เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมแรงบิดของมอเตอร์และระบบเบรกเมื่อเกิดเหตุยางระเบิดกะทันหัน เพื่อป้องกันรถเสียหลักพลิกคว่ำ
  • DSM (Driver Status Monitoring): กล้องภายในรถที่คอยตรวจจับอาการเหนื่อยล้าหรือการเสียสมาธิของผู้ขับขี่ และแจ้งเตือนทันทีเพื่อความปลอดภัย
  • การป้องกันรอบคัน: ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSD), เตือนขณะเปิดประตู (DOW), และระบบรักษาเลนฉุกเฉิน (ELK)

 

https://www.car250.com/xpeng-p7-erev-th-new-2.html

รถบ้าน

dongchedi

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้