BYD Yangwang U7 โผล่รายชื่อ MIIT แบต 150.01 kWh วิ่งไกล 1,006 กม. (CLTC) ชี้ทิศทาง “แบตใหญ่ + ชาร์จเมกะวัตต์”

BYD Yangwang U7 โผล่รายชื่อ MIIT แบต 150.01 kWh วิ่งไกล 1,006 กม. (CLTC) ชี้ทิศทาง “แบตใหญ่ + ชาร์จเมกะวัตต์”
สรุปประเด็น: MIIT จีนเผยรายชื่อรถยนต์พลังงานใหม่ที่เข้าข่าย “ลด/ยกเว้นภาษีซื้อรถ” ล่าสุด พบข้อมูล BYD Yangwang U7 (ไฟฟ้าล้วน) พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 150.01 kWh ระยะทาง 1,006 กม. ตามมาตรฐาน CLTC และยังมีรุ่นแบต 150 kWh ระยะ 860 กม. รวมถึงตัวเลือก 135.5 kWh ระยะ 800 กม.
MIIT จีนประกาศ “รถ EV ลดภาษี” รอบใหม่ พบชื่อ Yangwang U7
รายงานจากสื่อจีนระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้เผยแพร่รายการรถยนต์พลังงานใหม่ที่อยู่ใน “บัญชีรุ่นรถที่ได้รับสิทธิ์ลด/ยกเว้นภาษีซื้อรถ” ชุดล่าสุด ซึ่งเป็นรายการที่มักถูกใช้เป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญในช่วงก่อนการทำตลาดจริง เพราะสะท้อนทั้งสเปกด้านพลังงานและตัวเลขระยะทางตามมาตรฐานการทดสอบที่หน่วยงานรัฐรับรอง
ในลิสต์ดังกล่าว มีข้อมูลของ BYD Yangwang U7 ปรากฏอย่างชัดเจน และจุดที่น่าสนใจที่สุดคือการใช้แบตเตอรี่ความจุสูงระดับ “150 kWh” ซึ่งเป็นขนาดที่ถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับรถ EV ทั่วไปในตลาด
ไฮไลต์สเปกที่ถูกเปิดเผย: 150.01 kWh วิ่งไกล 1,006 กม. (CLTC)
ข้อมูลในรายการระบุว่า Yangwang U7 รุ่นหนึ่งใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน (BEV) และติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 150.01 kWh ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน CLTC สูงสุด 1,006 กม.
ตัวเลขนี้ทำให้รถถูกยกประเด็นว่า “วิ่งไกลกว่ารถน้ำมันหลายรุ่น” ในมุมของการใช้งานจริง แม้ผู้ใช้จะประเมินเผื่อการใช้งานหนัก/ความเร็วสูง/อุณหภูมิที่ทำให้ระยะจริงลดลง เหลือราว 70–80% ก็ยังมีโอกาสทำระยะได้ มากกว่า 700 กม. ต่อการชาร์จ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ขับข้ามจังหวัดได้สบาย” โดยไม่ต้องกังวลบ่อยเรื่องจุดชาร์จ
ไม่ได้มีแค่รุ่นเดียว 150 kWh อีกเวอร์ชันได้ 860 กม. และ 135.5 kWh ได้ 800 กม.
นอกจากรุ่นที่ทำระยะได้มากกว่า 1,000 กม. (CLTC) แล้ว ยังพบข้อมูลของ Yangwang U7 อีกรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ 150 kWh เช่นกัน แต่ทำระยะตาม CLTC ที่ 860 กม. ซึ่งรายงานคาดการณ์ว่าอาจเป็น รุ่นขับสี่เน้นสมรรถนะ (เช่น มีมอเตอร์/กำลังสูงขึ้น ส่งผลให้กินพลังงานมากขึ้นและระยะลดลง)
ขณะเดียวกัน ยังมีตัวเลือกแบตเตอรี่ 135.5 kWh ให้ระยะทาง 800 กม. (CLTC) ซึ่งอาจเป็นจุดสมดุลระหว่าง “ความจุแบต/น้ำหนัก/ต้นทุน” เพื่อให้ลูกค้าเลือกสเปกให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณ
สรุปตัวเลขที่ปรากฏในรายการ
- 150.01 kWh ระยะทาง 1,006 กม. (CLTC)
- 150 kWh ระยะทาง 860 กม. (CLTC) (คาดเป็นเวอร์ชันขับสี่/สมรรถนะ)
- 135.5 kWh ระยะทาง 800 กม. (CLTC)
แกนยุทธศาสตร์: “แบตใหญ่” ต้องเดินคู่ “ชาร์จเร็วระดับเมกะวัตต์”
การเพิ่มความจุแบตเตอรี่ให้ใหญ่ระดับ 150 kWh ช่วยแก้ “ความกังวลเรื่องระยะทาง” ได้จริง แต่จะสมบูรณ์ขึ้นมาก หากจับคู่กับโครงสร้างชาร์จที่เร็วพอ เพราะแบตใหญ่ย่อมใช้เวลาชาร์จนานขึ้นเมื่อเทียบกับแบตความจุทั่วไป
รายงานระบุว่า BYD กำลังลงทุนติดตั้ง สถานีชาร์จเมกะวัตต์ (Megawatt Charging) จำนวนมาก โดยกล่าวถึงกำลังชาร์จสูงสุดที่ เกิน 1,000 kW และยกตัวอย่างความสามารถว่า ชาร์จ 5 นาที เพิ่มระยะทางได้มากกว่า 400 กม. รวมถึงระบุว่าแบต 150 kWh หากใช้กับชาร์จเมกะวัตต์ ก็อาจชาร์จแบบเร็วได้ภายในราว 20 นาที
หากแนวทางนี้เกิดขึ้นในวงกว้าง จะทำให้ประสบการณ์ใช้งาน EV เข้าใกล้รถน้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบ “แวะสั้น ๆ แล้วไปต่อ” แทนการจอดชาร์จนาน
เทียบกับคู่แข่ง NIO ก็มีแบต 150 kWh แต่ต้นทุนสูงและ “ให้เช่าไม่ขาย”
ในตลาดจีน ปัจจุบัน NIO มีแบตเตอรี่ขนาด 150 kWh ให้ใช้งานแล้ว แต่ด้วยต้นทุนที่ถูกอ้างถึงว่าราว 300,000 หยวน ทำให้ NIO เลือกโมเดลแบบ ให้เช่า (ไม่จำหน่ายขาด) เพื่อบริหารต้นทุนและความเสี่ยงด้านราคา
ขณะที่ BYD มีความได้เปรียบในฐานะผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ด้วยตนเอง ต้นทุนแบต 150 kWh ของ BYD จึงถูกคาดหมายว่าจะต่ำกว่า ซึ่งอาจเป็น “ตัวเร่ง” ให้แบตความจุสูงเริ่มเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น และกระตุ้นให้ค่ายอื่นต้องเร่งพัฒนา/ปรับกลยุทธ์ตาม
สิ่งที่ต้องจับตา ตัวเลข CLTC กับการใช้งานจริง และเครือข่ายชาร์จจะไปได้ไกลแค่ไหน
แม้ตัวเลข CLTC จะช่วยสะท้อนศักยภาพของระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ แต่การใช้งานจริงมักขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ความเร็วเฉลี่ย สภาพอากาศ เส้นทาง การบรรทุก น้ำหนักล้อ/ยาง รวมถึงสไตล์การขับขี่ โดยทั่วไปผู้ใช้มักคาดการณ์ “เผื่อ” ให้ระยะลดลงจากตัวเลขทดสอบ
ประเด็นสำคัญอีกด้านคือ โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ หากชาร์จเมกะวัตต์ถูกขยายติดตั้งได้รวดเร็วและครอบคลุม ก็จะยิ่งส่งเสริมแนวคิด “แบตใหญ่ไม่ใช่ภาระ” แต่หากโครงสร้างยังไม่ทั่วถึง แบตใหญ่ก็ยังคงเป็นข้อได้เปรียบหลักเรื่องระยะทาง มากกว่าความเร็วในการเติมพลังงาน
บทสรุป BYD กำลังผลัก “ยุคแบต 150 kWh” ให้ใกล้ผู้ใช้ทั่วไปขึ้น
การปรากฏตัวของ BYD Yangwang U7 พร้อมแบตเตอรี่ 150.01 kWh และตัวเลข 1,006 กม. (CLTC) สะท้อนทิศทางชัดเจนว่า BYD ต้องการยกระดับมาตรฐาน “ระยะทางและการเติมพลังงาน” ของรถ EV ไปอีกขั้น โดยเฉพาะเมื่อพ่วงแนวคิด ชาร์จเมกะวัตต์ ที่ถูกระบุว่ามีกำลังสูงและเติมระยะได้รวดเร็ว
จากนี้ต้องติดตาม 2 เรื่องหลัก: (1) สเปกตัวจริงและการวางตำแหน่งรุ่นย่อยของ U7 และ (2) ความเร็วในการขยายเครือข่ายชาร์จเมกะวัตต์ เพราะหากทำได้จริง “แบตใหญ่ + ชาร์จไว” จะเป็นสูตรที่ลดความกังวลของผู้ใช้ EV ได้อย่างเป็นรูปธรรม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
BYD Yangwang U7 แบต 150.01 kWh วิ่งได้กี่กิโลเมตร?
ตามข้อมูลที่ปรากฏในรายการของ MIIT รุ่นหนึ่งมีระยะทาง 1,006 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
ทำไมมีรุ่นแบต 150 kWh แต่ระยะต่างกัน (1,006 กม. vs 860 กม.)?
รายงานคาดว่าอาจเป็นความต่างของการตั้งค่า/รุ่นย่อย เช่น เวอร์ชันขับสี่หรือเน้นสมรรถนะที่ใช้พลังงานมากขึ้น ทำให้ระยะ CLTC ลดลง
แบตใหญ่ 150 kWh จะชาร์จนานไหม?
โดยหลักแบตใหญ่ย่อมใช้เวลาชาร์จนานขึ้น แต่รายงานกล่าวถึงแนวคิด ชาร์จเมกะวัตต์ ที่มีกำลังสูงกว่า 1,000 kW ซึ่งอาจทำให้การชาร์จเร็วขึ้นมาก เมื่อมีโครงสร้างรองรับ
ทำไม NIO ไม่ขายแบต 150 kWh แบบซื้อขาด?
รายงานระบุว่าต้นทุนแบตสูงมาก จึงใช้โมเดล “ให้เช่า” เพื่อทำให้การเข้าถึงง่ายขึ้นและบริหารต้นทุน
เปิดขายจีนเริ่ม 2.97 ล้านบาท BYD Yangwang U7 ปลั๊กอินไฮบริด เครื่องสูบแนวนอน วิ่งไฟฟ้า 200 กม.
