โตโยต้า เปิดตัว Land Cruiser 300 Hybrid ใหม่บนขุมพลัง V6 3.5 Twin Turbo 457 แรงม้า PS 10AT ในยุโรป

โตโยต้า เปิดตัว Land Cruiser 300 Hybrid ใหม่บนขุมพลัง V6 3.5 Twin Turbo 457 แรงม้า PS 10AT ในยุโรป
Spread the love
Advertisement Advertisement

Land Cruiser 300 Hybrid เปิดศักราชใหม่ SUV สายลุยระดับตำนาน ขุมพลังไฮบริดแรงสุดที่เคยมีมา

Toyota เดินหน้าพลิกหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Land Cruiser 300 Hybrid อย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 75 ปี ที่ตระกูล Land Cruiser ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดเต็มรูปแบบ โดยยังคงยืนบนจุดยืนเดิมคือ “ลุยได้จริง ไปได้ทุกที่ และพากลับบ้านอย่างปลอดภัย”

Land Cruiser 300 Hybrid ไม่ใช่ไฮบริดเพื่อความประหยัดเพียงอย่างเดียว แต่เป็น Performance Hybrid ที่ถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะ พละกำลัง และแรงบิดให้เหนือกว่า Land Cruiser ทุกยุคที่ผ่านมา โดยไม่ลดทอนความสามารถในการลุยออฟโรดแม้แต่น้อย

Land Cruiser ตำนานกว่า 75 ปี กับการพัฒนา 3 สายหลัก

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1954 Land Cruiser ได้พัฒนาและแตกแขนงออกเป็น 3 สายหลัก เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละภูมิภาคของโลก

  • Station Wagon – ตัวแทนคือ Land Cruiser 300 Series และรุ่นใหม่ Hybrid วางจำหน่ายในยุโรปตะวันออก แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย และแปซิฟิก
  • Heavy Duty – รุ่น 70 Series ระดับตำนาน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดถึกทน วางจำหน่ายในตลาดสายลุยโดยเฉพาะ
  • Light Duty – กลุ่มรุ่นใหม่อย่าง 250 Series ซึ่งเป็นรุ่นหลักของตลาดยุโรป

ขุมพลัง Performance Hybrid ใหม่ แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ Land Cruiser

ไฮไลต์สำคัญของ Land Cruiser 300 Hybrid คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดแบบขนาน (Parallel Hybrid) ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.5 ลิตร ทวินเทอร์โบ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

กำลังสูงสุดของระบบอยู่ที่ 457 แรงม้า DIN (227 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 790 นิวตันเมตร เพิ่มขึ้นถึง 20% จากรุ่นเครื่องยนต์เดิม ทำให้กลายเป็น Land Cruiser ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Toyota เคยผลิตมา การตอบสนองของคันเร่งดีขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับ Land Cruiser 300 เครื่องยนต์สันดาปล้วน ช่วยให้การเร่งแซงและการลากจูงทำได้ฉับไว ต่อเนื่อง และมั่นใจยิ่งขึ้น

Advertisement Advertisement

ขับด้วยไฟฟ้าได้จริง พร้อมเปลี่ยนโหมดอัตโนมัติ

Land Cruiser 300 Hybrid สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน ที่ความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. เหมาะกับการคลานทางออฟโรด หรือการใช้งานในพื้นที่จำกัด โดยระบบจะสลับการทำงานระหว่าง EV และเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติอย่างราบรื่น

แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Nickel-Metal Hydride (Ni-MH) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เหมาะกับการใช้งานหนักในสภาพอากาศ และภูมิประเทศที่หลากหลาย

ลุยน้ำลึก 700 มม. ได้เหมือนเดิม ไม่ลดทอน DNA สายลุย

แม้จะเพิ่มระบบไฟฟ้าเข้ามา แต่ Toyota ยืนยันว่า Land Cruiser 300 Hybrid ยังคงความสามารถในการลุยแบบไร้ข้อจำกัด ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมสุดโหดทั่วโลก

ชุดแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าถูกออกแบบให้กันน้ำอย่างสมบูรณ์ รองรับการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 700 มิลลิเมตร เทียบเท่ารุ่นเครื่องยนต์ปกติ

รุ่นย่อย VX, ZX และ GR SPORT ครบทั้งหรูและโหด

Land Cruiser 300 Hybrid ทำตลาดด้วยตัวถัง 5 ที่นั่ง มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยหลัก ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานหรูหราและสายออฟโรดจริงจัง

VX – หรู ครบ เทคโนโลยีจัดเต็ม

รุ่น VX มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว ไฟหน้า LED Sequential หน้าจอดิจิทัล 12.3 นิ้ว คู่กับระบบมัลติมีเดีย และเครื่องเสียง JBL 14 ลำโพง พร้อมปลั๊กไฟ AC 1,500 วัตต์
สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

ZX – สปอร์ต หรู พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง

รุ่น ZX เพิ่มชุดแต่งแอโรไดนามิก ระบบกันสะเทือน Adaptive Variable Suspension โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ Head-up Display และเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปด้านหลัง

GR SPORT – DNA มอเตอร์สปอร์ต เพื่อสายลุยตัวจริง

รุ่น GR SPORT ถ่ายทอดจิตวิญญาณจาก TOYOTA GAZOO Racing มาพร้อมกันชนและโป่งล้อเฉพาะรุ่น กระจังหน้าตัวอักษร TOYOTA และระบบ e-KDSS ที่ช่วยเพิ่มระยะยุบตัวของล้อ สำหรับเส้นทางออฟโรดสุดโหด

เริ่มทำตลาดยุโรปตะวันออก มกราคม 2026

Land Cruiser 300 Hybrid เตรียมวางจำหน่ายในบางประเทศแถบยุโรปตะวันออก ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2026 เป็นต้นไป และถือเป็นก้าวสำคัญของ Land Cruiser บนเส้นทางสู่ยุคพลังงานทางเลือก โดยไม่ทิ้งรากฐานความอึด ถึก ทน ที่สร้างชื่อเสียงมานานหลายทศวรรษ

สำหรับตลาดอื่น ๆ รวมถึงเอเชียและตะวันออกกลาง ยังต้องติดตามทิศทางการทำตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะ Land Cruiser 300 Hybrid อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ SUV สายลุยระดับโลกในอนาคตอันใกล้

TOYOTA Land Cruiser 300 Hybrid 2026 Full SPEC

ข้อมูลทั่วไป

  • รุ่น: Toyota Land Cruiser 300 Hybrid
  • ปีโมเดล: 2026
  • ตัวถัง: SUV ขนาดใหญ่ (Full-size SUV)
  • โครงสร้าง: TNGA-F Body-on-Frame
  • จำนวนที่นั่ง: 5 ที่นั่ง
  • รุ่นย่อย: VX / ZX / GR SPORT

ขุมพลังและระบบไฮบริด

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 3.5 ลิตร V6 Twin-Turbo
  • ระบบไฮบริด: Performance Hybrid (Parallel Hybrid)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: 1 ตัว ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์
  • กำลังสูงสุดรวม: 457 แรงม้า (DIN hp)
  • แรงบิดสูงสุดรวม: 790 นิวตันเมตร
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
  • ระบบขับเคลื่อน: 4WD เต็มรูปแบบ

สมรรถนะ

  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 6.4 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: ประมาณ 210 กม./ชม.
  • ความสามารถลุยน้ำ (Wading Depth): 700 มม.

อัตราประหยัดน้ำมัน (Fuel Economy)

  • อัตราการใช้น้ำมัน (รวมเฉลี่ย): ประมาณ 10.9 ลิตร/100 กม. หรือประมาณ 9.2 กม./ลิตร 
  • ค่าประหยัดโดยประมาณเทียบเท่า: ประมาณ 21.6 mpg (US) / 25.9 mpg (UK)
  • การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพถนน การจราจร และสไตล์การขับขี่

ระบบขับเคลื่อนและออฟโรด

  • Center Differential Lock
  • Rear Differential Lock (เฉพาะบางรุ่น)
  • Multi-Terrain Select
  • Crawl Control
  • Downhill Assist Control
  • โหมดขับขี่ออฟโรดเฉพาะรุ่น GR SPORT

ช่วงล่าง

  • ด้านหน้า: อิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง
  • ด้านหลัง: คอยล์สปริง พร้อมลิงก์มัลติลิงก์
  • Adaptive Variable Suspension (เฉพาะบางรุ่น)

มิติตัวถัง

  • ความยาว: ประมาณ 4,965 มม.
  • ความกว้าง: ประมาณ 1,990 มม.
  • ความสูง: ประมาณ 1,905 มม.
  • ระยะฐานล้อ: ประมาณ 2,850 มม.
  • น้ำหนักตัวรถโดยประมาณ: 2,800–2,900 กก.

ภายนอก

  • ดีไซน์ตัวถัง SUV ขนาดใหญ่ แข็งแกร่ง ตามเอกลักษณ์ Land Cruiser
  • โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame บนแพลตฟอร์ม TNGA-F
  • กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่น Hybrid (แตกต่างตามรุ่นย่อย)
  • ไฟหน้า LED พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ
  • ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
  • ไฟท้าย LED ดีไซน์แนวนอน
  • ไฟเลี้ยว LED
  • กันชนหน้า–หลังออกแบบรองรับการลุยออฟโรด
  • ซุ้มล้อขนาดใหญ่ รองรับยางออฟโรด
  • ล้ออัลลอยขนาด 18–20 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • ยาง All-Terrain / Highway Terrain (ตามรุ่น)
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • หลังคาพร้อมราวหลังคา (Roof Rail)
  • กระจกบังลมหน้าแบบ Acoustic ลดเสียงรบกวน
  • กระจกหน้าต่างสีเข้ม (Privacy Glass)
  • บันไดข้าง ช่วยขึ้น–ลงรถ
  • ฝาท้ายเปิด–ปิดไฟฟ้า (บางรุ่น)
  • โลโก้ Hybrid ติดตั้งรอบคัน (ตำแหน่งตามสเปคตลาด)
  • ดีไซน์ภายนอกเฉพาะรุ่น GR SPORT พร้อมชุดตกแต่งสปอร์ตและตรา GR

ภายในห้องโดยสาร

  • ห้องโดยสารโทนพรีเมียม วัสดุคุณภาพสูง
  • โครงสร้างห้องโดยสารออกแบบเน้นความทนทานและความเงียบ
  • หน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่แบบดิจิทัล (Digital Instrument Cluster)
  • หน้าจอสัมผัสกลาง ขนาดประมาณ 12.3 นิ้ว
  • ระบบอินโฟเทนเมนต์รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • ระบบนำทาง (Navigation System)
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนัง
  • เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศและระบบทำความร้อน (บางรุ่น)
  • เบาะหลังพับได้ เพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระหลายโซน
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Entry
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
  • ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ Ambient Light
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger
  • ช่องเชื่อมต่อ USB หลายตำแหน่ง (USB-A / USB-C ตามรุ่น)
  • ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • วัสดุดูดซับเสียงและแรงสั่นสะเทือนรอบห้องโดยสาร

ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS)

  • Pre-Collision System (PCS) ระบบความปลอดภัยก่อนการชน พร้อมตรวจจับรถ คนเดินถนน และจักรยาน
  • Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
  • Lane Departure Alert (LDA) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
  • Lane Tracing Assist (LTA) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • Automatic High Beam (AHB) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
  • Road Sign Assist (RSA) ระบบอ่านและแสดงป้ายจราจร
  • Blind Spot Monitor (BSM)
  • Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • Parking Support Brake (PKSB)
  • Vehicle Stability Control (VSC)
  • Traction Control (TRC)
  • Hill-start Assist Control (HAC)
  • Downhill Assist Control (DAC)

 

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้