เปิดราคา 569,000 บาทในอินเดีย Mahindra Thar Roxx Star Edition (2026) รุ่นพิเศษใหม่!

เปิดราคา 569,000 บาทในอินเดีย Mahindra Thar Roxx Star Edition (2026) รุ่นพิเศษใหม่!
Spread the love
Advertisement Advertisement

Mahindra Thar Roxx Star Edition (2026) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในอินเดีย

Mahindra Thar Roxx Star Edition คือรุ่นพิเศษของ Thar Roxx ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับ “ภาพลักษณ์” ให้ดูพรีเมียมและดุดันยิ่งขึ้น โดยยังคงพื้นฐานตัวรถ โครงสร้าง และสมรรถนะหลักไว้เหมือนรุ่นปกติ จุดขายของ Star Edition จึงไม่ใช่เรื่องเครื่องยนต์หรือความแรง แต่เป็นเรื่อง “ดีไซน์” และ “คาแรกเตอร์”

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจาก Thar Roxx รุ่นปกติ

1. ดีไซน์ภายนอกโทนเข้มมากขึ้น

Star Edition ถูกออกแบบให้แตกต่างจาก Thar Roxx รุ่นปกติอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการใช้ธีมสีดำเงา (Piano Black) ในหลายจุดสำคัญ

  • กระจังหน้าสีดำเงา Piano Black
  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว โทนสีดำทั้งวง
  • รายละเอียดตกแต่งภายนอกที่ลดความเงาโครเมียม เพิ่มความดุดัน
  • ตราสัญลักษณ์ Star Edition เพื่อบ่งบอกความพิเศษของรุ่น

ภาพรวมทำให้ Thar Roxx Star Edition ดู “เข้ม สปอร์ต และพรีเมียม” มากกว่ารุ่นมาตรฐาน

2. ห้องโดยสารเน้นโทนดำพรีเมียม

ภายในห้องโดยสารของ Star Edition ถูกปรับโทนให้เข้มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเลือกใช้วัสดุและโทนสีที่สื่อถึงความหรูและความดุดันไปพร้อมกัน

  • เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ
  • ตกแต่งด้วยวัสดุ Suede ในบางจุด
  • บรรยากาศภายในเน้นความสปอร์ตและพรีเมียมมากกว่ารุ่นปกติ

3. เพิ่มสีตัวถังใหม่สำหรับรุ่นพิเศษ

Star Edition มีการนำเสนอสีตัวถังที่โดดเด่นและแตกต่างจากสีหลักของรุ่นมาตรฐาน เพื่อช่วยให้รุ่นพิเศษดูสะดุดตาและแยกตัวตนออกจาก Thar Roxx รุ่นปกติได้ชัดเจน

สิ่งที่ “ไม่เปลี่ยน” ใน Thar Roxx Star Edition

1. เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน

Star Edition ยังคงใช้ขุมพลังชุดเดียวกับ Thar Roxx รุ่นปกติ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ไม่มีการเพิ่มกำลังหรือปรับจูนพิเศษ

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)

2. โครงสร้างและสมรรถนะการใช้งาน

โครงสร้างตัวถัง แชสซี ช่วงล่าง และความสามารถในการใช้งานยังคงเหมือนกับ Thar Roxx รุ่นมาตรฐาน ทั้งมิติรถ ความสูงจากพื้น และแนวคิดความเป็น SUV สายลุย

3. ฟีเจอร์หลักยังคงครบ

Star Edition ยังคงฟีเจอร์สำคัญของรุ่นสูงไว้ครบถ้วน ไม่ได้ลดอุปกรณ์เพื่อแลกกับดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น

  • หน้าจอคู่ขนาดใหญ่สำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์และมาตรวัด
  • ระบบเชื่อมต่อรถอัจฉริยะ
  • กล้องรอบคัน
  • ซันรูฟแบบพาโนรามา
  • ระบบความปลอดภัยครบชุด
รุ่นย่อย ราคาอินเดีย (Ex-Showroom) ราคาโดยประมาณ (บาท)
Star Edition Diesel MT ₹16.85 lakh ≈ 569,530 บาท
Star Edition Petrol AT ₹17.85 lakh ≈ 603,330 บาท
Star Edition Diesel AT ₹18.35 lakh ≈ 620,230 บาท

ข้อมูลทั่วไป

  • ประเภทรถ: SUV 5 ประตู (ซับคอมแพ็กต์ < 4.5 ม.)
  • โครงสร้าง: M_GLYDE Platform (แชสซีเหล็กกำลังสูง)
  • ระบบขับเคลื่อน: RWD / 4WD (Part-time)
  • ที่นั่ง: 5 ที่นั่ง
  • มาตรฐานความปลอดภัย: Bharat NCAP 5 ดาว (ผู้ใหญ่ 31.09 / เด็ก 45.00)

มิติตัวถัง & สมรรถนะออฟโรด

  • ยาว x กว้าง x สูง: 4,428 x 1,870 x 1,923 มม.
  • ฐานล้อ: 2,850 มม.
  • ช่วงล้อ (หน้า/หลัง): 1,580 มม.
  • มุมไต่/จาก/คร่อม: 41.7° / 36.1° / 23.9°
  • ความลุยน้ำ: 650 มม.
  • ถังน้ำมัน: 57 ลิตร

เครื่องยนต์ & ระบบส่งกำลัง

เบนซิน

  • 2.0L TGDI mStallion

  • กำลังสูงสุด: 130 kW (≈177 แรงม้า) @ 5,000 rpm

  • แรงบิดสูงสุด: 380 Nm @ 1,750–3,000 rpm

  • เกียร์: MT 6 สปีด / AT 6 สปีด (Torque Converter)

  • เทอร์โบ: eWGT (Intercooled)

ดีเซล

  • 2.2L CRDi mHawk

  • กำลังสูงสุด:

    • 111.9 kW (≈152 แรงม้า) MT/AT

    • 128.6 kW (≈175 แรงม้า) (AT บางรุ่น)

  • แรงบิดสูงสุด:

    • 330 Nm @ 1,500–3,000 rpm

    • 400 Nm @ 1,750–2,750 rpm (AT บางรุ่น)

  • เกียร์: MT 6 สปีด / AT 6 สปีด

  • ระบบ 4WD: Part-time พร้อม ELD และ Front Axle Disconnect

ระบบช่วงล่าง (Suspension) “แข็งแกร่ง นุ่มนิ่ง และลุยได้จริง”

ระบบช่วงล่างของ Mahindra Thar Roxx ถูกพัฒนาใหม่ทั้งหมดบนโครงสร้างแพลตฟอร์ม M_GLYDE โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ “ทำให้รถออฟโรดขับดีขึ้นบนถนนปกติ และยังคงความสามารถในการลุยหนักแบบตัวจริง” ไม่ใช่แค่รถลุคออฟโรด แต่เป็น SUV ที่ใช้งานได้ทุกวัน

แนวคิดการพัฒนาช่วงล่าง

  • เน้น เสถียรภาพ ความนุ่ม และการควบคุม บนถนนดำ
  • ลดอาการโยน โคลง และแรงสะท้านจากคานหลังแบบรถออฟโรดดั้งเดิม
  • ยังคงความแข็งแรงสำหรับการลุยทางชัน โขดหิน และทางทุรกันดาร

ช่วงล่างด้านหน้า

Thar Roxx ใช้ระบบช่วงล่างหน้าแบบ Independent Front Suspension ชนิด Double Wishbone พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้การขับขี่บนถนนเรียบ “นิ่งและแม่นยำ” กว่ารถออฟโรดสายคานแข็งแบบดั้งเดิม

  • Double Wishbone ช่วยควบคุมมุมล้อได้ดี ลดอาการหน้าดื้อโค้ง
  • FDD (Frequency Dependent Damping) ปรับความหนืดตามสภาพถนน  ถนนเรียบจะนุ่ม / ถนนขรุขระจะหนึบ
  • MTV-CL Damper ช่วยให้การตอบสนองของโช้กละเอียดและสม่ำเสมอ

ช่วงล่างด้านหลัง

จุดเด่นสำคัญของ Thar Roxx คือการใช้ คานแข็งด้านหลัง (Rigid Axle) แต่เสริมเทคโนโลยีเพื่อลดข้อเสียของคานแข็งแบบเดิม ทำให้ได้ทั้ง “ความทน” และ “ความนุ่ม”

  • Rigid Axle + Coil Spring แข็งแรง เหมาะกับงานออฟโรดจริง
  • Watt’s Linkage ช่วยควบคุมการเคลื่อนตัวด้านข้างของเพลาหลัง ทำให้รถนิ่งขึ้นเวลาเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน
  • FDD + MTV-CL ทำงานร่วมกับโช้กเพื่อลดแรงกระแทก
  • HRS (Hydraulic Rebound Stop) ช่วยซับแรงกระแทกช่วงยืดสุดของโช้ก ลดอาการ “ดีด” เมื่อเจอหลุมหรือทางลูกระนาดแรง ๆ

ผลลัพธ์ในการขับขี่จริง

  • ถนนเรียบ: นุ่มกว่ารถออฟโรดแบบเฟรมคานหลังทั่วไปอย่างชัดเจน
  • ทางขรุขระ: ดูดซับแรงสะเทือนได้ดี ไม่กระด้างจนเกินไป
  • เข้าโค้ง: ตัวรถนิ่ง ลดอาการโยนจากช่วงล่างหลัง
  • ออฟโรด: คานหลังยังให้การยึดเกาะและความทนทานตามแบบรถลุยแท้

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

Mahindra Thar Roxx ถูกพัฒนางานดีไซน์ภายนอกจากพื้นฐานความเป็น Thar ที่แฟน ๆ คุ้นตา แล้ว “ขยายสัดส่วน–เพิ่มความสง่า–เติมรายละเอียดสมัยใหม่” ให้เข้ากับบทบาท SUV 5 ประตู โดยยังคงเอกลักษณ์แนวออฟโรดไว้ครบ ทั้งล้ออะไหล่ท้ายรถ เส้นสายเหลี่ยมสัน และท่าทางที่ดูพร้อมลุยทุกเวลา

ภาพรวมงานออกแบบ: ยกระดับ “Form & Presence” ให้ชัดกว่าเดิม

  • สัดส่วนตัวถังถูกทำให้ “ดูบึกบึนและมั่นคง” ด้วยช่วงล้อที่กว้างและทรงยืนสูง
  • คาแรกเตอร์ Thar ชัดเจนจากรายละเอียดอย่าง “บานพับภายนอก/มือจับแบบออฟโรด/ล้ออะไหล่ติดท้ายรถ”
  • ภาพลักษณ์โดยรวมเน้นความ “Commanding Presence” คือเห็นแล้วรู้ว่าเป็น SUV ที่ตั้งใจทำมาเพื่อความทนและการลุย

ดีไซน์ด้านหน้า: เอกลักษณ์ชัดด้วยไฟ DRL รูปตัว C และ “THE Grille”

  • C-shaped LED DRLs ไฟ DRL ทรงตัว C เป็นไฮไลต์ที่ทำให้หน้ารถดูดุดันและจำง่าย
  • “THE” Grille กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เพิ่มความพรีเมียมจากขอบและงานตกแต่ง ดูทันสมัยขึ้นแต่ยังคงทรงออฟโรด
  • ซุ้มล้อทรงเด่นแบบทราเปโซอิด (ทรงเฉพาะของรถสายลุย) ช่วยเสริมภาพความแข็งแรงของช่วงล่างและยาง

ด้านข้าง: โอเวอร์แฮงก์สั้น + ทรงตั้ง + ฐานล้อยาวขึ้น

  • จุดเด่นด้านสัดส่วนคือ โอเวอร์แฮงก์สั้น ช่วยให้ภาพลักษณ์ “ลุยจริง” และเป็นมิตรกับมุมไต่/มุมจาก
  • ทรงเสา A ตั้งและกระจกหน้าราบ (flat windshield) ให้ฟีลรถออฟโรดคลาสสิก แต่รวมกับงานผิวและเส้นสายใหม่ที่ดูสะอาดขึ้น
  • ซุ้มล้อขยายใหญ่รองรับล้อ/ยางไซซ์ใหญ่ พร้อมเพิ่มความ “ยืนเต็มซุ้ม” ในภาพรวม

หลังคา: Dual-tone Metal Roof

Thar Roxx ให้ทางเลือกงานหลังคาแบบ Dual-tone Metal Roof โทนดำด้าน (matte black)
ซึ่งถูกวางเป็น “ดีไซน์ที่มีเหตุผล” นอกจากความเท่ ยังเน้นภาพความแข็งแรงของหลังคาโลหะในเชิงการใช้งานจริง
(รายละเอียดรุ่นย่อย/ความพร้อมใช้งานอาจต่างกันตามตลาด)

ล้อและภาพลักษณ์ความ “ยืนทรง”

  • มีล้อ R19 (บางรุ่น) พร้อมดีไซน์ Diamond-cut/Piano Black ช่วยเพิ่มภาพความพรีเมียมและความสปอร์ต
  • โทนล้อและสัดส่วนซุ้มล้อถูกออกแบบให้ “ดูสูงและเต็ม” ย้ำคาแรกเตอร์ SUV สายลุยอย่างชัดเจน
  • หมายเหตุ: แบบล้ออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามรุ่นย่อย (ควรตรวจสอบสเปคจริงกับผู้จำหน่าย)

ด้านท้าย: ไอคอนออฟโรดที่ต้องมี

  • ล้ออะไหล่ติดท้ายรถ คือซิกเนเจอร์ที่ทำให้ Thar Roxx “ดูเป็นออฟโรดแท้” ตั้งแต่แรกเห็น
  • องค์ประกอบท้ายรถถูกทำให้ดูเรียบ แข็งแรง และพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ใช้งานจริง

สีตัวถัง: โทนเข้ม–โทนลุย–โทนพรีเมียม

โบรชัวร์ระบุสีหลัก เช่น Nebula Blue, Deep Forest, Everest White, Burnt Sienna, Battleship Grey, Tango Red, Black
และมีคู่สีหลังคาดำในบางรุ่นย่อย

Advertisement Advertisement

สีตัวถัง

Nebula Blue, Deep Forest, Everest White, Burnt Sienna, Battleship Grey, Tango Red, Black (หลังคาทูโทน Black ในบางรุ่น)

การออกแบบภายในห้องโดยสาร (Interior Design)

ห้องโดยสารของ Mahindra Thar Roxx ถูกออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “Rugged Sophistication” คือผสานความดิบ แข็งแรง แบบรถออฟโรด เข้ากับความหรู เทคโนโลยี และความสบายในระดับ SUV ยุคใหม่
โดยเปลี่ยนภาพจำของ Thar จากรถลุยล้วน ให้กลายเป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้จริง โดยไม่ทิ้งตัวตนเดิม

โทนและบรรยากาศภายใน

ห้องโดยสารเน้นโทนสีเข้ม ดูสุขุมและแข็งแรง
ผสมวัสดุผิวสัมผัสหลากหลาย ทั้งพลาสติกแข็งแบบทนทาน
หนังสังเคราะห์ (Leatherette) และผิวซอฟต์ทัชในตำแหน่งสำคัญ
เพื่อให้ได้ทั้งความทนสำหรับการลุย และความรู้สึกพรีเมียมขณะใช้งานจริง

ภายในมีตัวเลือกโทน Mocha Brown Interior
ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์หรู สุขุม และแตกต่างจากรถออฟโรดทั่วไป
โดยยังคงลุค “พร้อมใช้งานหนัก” ไม่เน้นความบอบบาง

การออกแบบแดชบอร์ดและแผงควบคุม

  • แดชบอร์ดออกแบบเป็นเส้นแนวนอน เน้นความกว้างและความมั่นคง
  • รูปทรงเหลี่ยม แข็งแรง สื่อถึงบุคลิกออฟโรด แต่เก็บขอบมุมให้ดูเรียบร้อยขึ้น
  • มี Dashboard Grab Handle สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ช่วยเสริมภาพลักษณ์รถลุยและใช้งานได้จริง
  • ตำแหน่งสวิตช์และปุ่มควบคุมจัดวางให้ใช้งานง่าย แม้ขณะขับขี่ในสภาพทางขรุขระ

เบาะนั่งและพื้นที่โดยสาร

  • เบาะนั่งออกแบบใหม่ รองรับสรีระได้ดีขึ้นทั้งด้านหลังและช่วงไหล่
  • วัสดุเบาะมีทั้งผ้าพรีเมียมและหนังสังเคราะห์ พร้อมงานเย็บที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงทนทาน
  • ในรุ่นสูง มาพร้อม เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และ เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ
  • เบาะหลังแยกพับแบบ 60:40 พร้อมปรับเอนได้หลายระดับ เพิ่มความสบายในการเดินทางไกล
  • พื้นที่วางขา ศีรษะ และช่วงไหล่ ได้อานิสงส์จากฐานล้อที่ยาวขึ้น ทำให้ห้องโดยสารโปร่งกว่า Thar รุ่นเดิมอย่างชัดเจน

หลังคา Skyroof™ และความโปร่งของห้องโดยสาร

Thar Roxx ติดตั้ง Skyroof™ Panoramic Sunroof ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซันรูฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม SUV ขนาดใกล้เคียงกัน ช่วยเพิ่มความโปร่ง โล่ง และลดความอึดอัดของทรงตัวถังเหลี่ยม ทำให้ห้องโดยสารดูทันสมัยและเหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัวมากขึ้น

ระบบปรับอากาศและความสบาย

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความสบายทุกตำแหน่งที่นั่ง
  • มีการจัดวางช่องลมและทิศทางลมเพื่อรองรับห้องโดยสารทรงเหลี่ยมโดยเฉพาะ

งานเก็บเสียงและความประณีต

ห้องโดยสารของ Thar Roxx ให้ความสำคัญกับ NVH (Noise, Vibration, Harshness) มากขึ้น โดยติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงในตำแหน่งสำคัญ ช่วยลดเสียงลม เสียงยาง และแรงสั่นสะเทือน ทำให้การขับขี่ด้วยความเร็วสูงเงียบและผ่อนคลายกว่ารถออฟโรดแบบดั้งเดิม

รายละเอียดเพื่อการใช้งานจริง

  • ช่องเก็บของรอบคันออกแบบให้ใช้งานง่าย และทนต่อการใช้งานหนัก
  • กล่องเก็บของล็อกได้ เพิ่มความปลอดภัย
  • มือจับเสา A / B สำหรับขึ้น–ลงรถ ช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อรถยกสูง
  • พื้นห้องโดยสารออกแบบให้ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับการใช้งานลุย ฝุ่น โคลน หรือทริปแอดเวนเจอร์

 

ระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีการขับขี่

Mahindra Thar Roxx ถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่ารถออฟโรดสายลุย โดยให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง + ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่” ในระดับเดียวกับ SUV สมัยใหม่ พร้อมยกระดับเทคโนโลยีการขับขี่ให้รองรับทั้งการใช้งานในเมือง ทางไกล และเส้นทางทุรกันดารอย่างจริงจัง

มาตรฐานความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง

Thar Roxx พัฒนาบนแพลตฟอร์ม M_GLYDE ซึ่งใช้โครงสร้างเหล็กกำลังสูง (High-strength steel) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวถังและความต้านทานแรงบิด ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

  • ผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับ Bharat NCAP 5 ดาว
  • คะแนนผู้โดยสารผู้ใหญ่: 31.09 คะแนน
  • คะแนนผู้โดยสารเด็ก: 45.00 คะแนน

ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน (Passive & Active Safety)

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลม)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทุกตำแหน่งที่นั่ง
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง พร้อม ODS
  • ระบบดึงกลับเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ (Pretensioner) สำหรับเบาะหน้า
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX / i-SIZE
  • ระบบ E-call & SOS สำหรับเหตุฉุกเฉิน
  • ระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer

ระบบควบคุมเสถียรภาพและระบบเบรก

  • Electronic Stability Control (ESC)
  • ABS พร้อม Corner Braking Control
  • Electronic Brakeforce Distribution (EBD)
  • Traction Control System (TCS)
  • Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • Hill Hold Control (HHC)
  • Hill Descent Control (HDC)
  • Hydraulic Brake Assist (HBA)
  • Roll Over Mitigation (ROM)
  • Emergency Stop Signal
  • Brake Locking Differential (BLD)
  • Brake Disc Wiping

ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ADAS Level 2

Thar Roxx มาพร้อมระบบ ADAS Level 2 (ในรุ่นที่ติดตั้ง Tech Pack และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ) ซึ่งถูกปรับจูนให้เหมาะกับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่จริง

  • Autonomous Emergency Braking (AEB) – รถยนต์
  • Autonomous Emergency Braking – คนเดินถนน
  • Autonomous Emergency Braking – รถจักรยาน
  • Forward Collision Warning (FCW)
  • Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go
  • Lane Departure Warning (LDW)
  • Lane Keep Assist (LKA)
  • Smart Pilot Assist (SPA)
  • High Beam Assist (HBA)
  • Traffic Sign Recognition (TSR)

เทคโนโลยีการมองเห็นและช่วยจอด

  • กล้องมองหลัง พร้อมเส้นกะระยะ
  • กล้องรอบคัน 360 องศา
  • Blind View Monitor
  • Obstacle View (มุมมองพื้นผิว/สิ่งกีดขวางด้านหน้า)
  • เซนเซอร์ช่วยจอดหน้า–หลัง
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ (Auto-dimming IRVM)

เทคโนโลยีการขับขี่และระบบช่วยออฟโรด

  • โหมดขับขี่ Zip / Zoom สำหรับการใช้งานบนถนน
  • ระบบ 4XPLOR Terrain Modes (Snow / Sand / Mud)
  • CrawlSmart ควบคุมคันเร่งอัตโนมัติสำหรับการไต่ทางชันหรือทางโหด
  • IntelliTurn ช่วยให้กลับรถหรือเลี้ยวในพื้นที่แคบได้ง่ายขึ้น
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time พร้อมเกียร์ High/Low
  • Electric Locking Differential (ELD)
  • Electric Front Axle Disconnect

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้