Advertisement
Advertisement

วิกฤตตะวันออกกลางดันราคา LNG พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี: สัญญาณเตือนถึงค่าไฟไทย
สถานการณ์พลังงานโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติที่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกำลังส่งแรงกระเพื่อมมาถึงต้นทุนพลังงานของประเทศไทยโดยตรง
- LNG (Liquefied Natural Gas) หรือ ก๊าซธรรมชาติเหลว คือ ก๊าซธรรมชาติ (ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน) ที่ถูกทำให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิประมาณ -160 องศาเซลเซียส เพื่อเปลี่ยนสถานะจากก๊าซให้กลายเป็น ของเหลว
- สาเหตุหลักที่ต้องทำเป็นของเหลวคือเพื่อ การขนส่ง ครับ เพราะเมื่อเป็นของเหลว ปริมาตรจะลดลงถึง 600 เท่า ทำให้สามารถบรรจุใส่เรือบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อส่งไปขายยังที่ไกลๆ ที่ท่อส่งก๊าซไปไม่ถึงได้
ต้นตอของวิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งทะยาน
-
ราคาพุ่งสูงสุด: ราคา Spot LNG เฉลี่ยในช่วงสัปดาห์นี้ (2 – 6 มี.ค. 69) พุ่งทะยานไปอยู่ที่ระดับ 21.262 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู ซึ่งเป็นการกระโดดขึ้นอย่างรุนแรงถึง 10.663 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียูจากสัปดาห์ก่อนหน้า ดันให้ราคา LNG แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี
-
สงครามและการระงับการผลิต: ปัจจัยหลักมาจากสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับการที่ประเทศกาตาร์ต้องระงับการผลิต LNG หลังจากถูกโจมตี ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลด้านอุปทานอย่างหนัก
-
อัมพาตช่องแคบฮอร์มุซ: ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไม่พบเรือขนส่ง LNG เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลย ทำให้ความเสี่ยงด้านการขนส่งสูงขึ้น และส่งผลให้ค่า war-risk premium เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับระดับก๊าซคงคลังในยุโรปที่ลดลง ยิ่งซ้ำเติมให้เกิดความตึงตัวด้านอุปทาน

ส่องโครงสร้างพลังงานไทย ทำไมเราถึงเลี่ยงผลกระทบได้ยาก?
วิกฤตระดับโลกนี้ส่งผลสะเทือนถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อกางดูตัวเลขโครงสร้างการจัดหาและการใช้พลังงาน
-
เรานำเข้าพลังงานมากกว่าที่คิด: ประเทศไทยมีปริมาณการจัดหาเฉลี่ยอยู่ที่ 4,588 MMSCFD แม้จะพึ่งพาก๊าซจากแหล่งอ่าวไทยเป็นหลักถึง 64% (2,936 MMSCFD) แต่เรายังต้องนำเข้า LNG ถึง 27% (1,230 MMSCFD) และนำเข้าจากเมียนมาอีก 9% (422 MMSCFD)
-
ผู้แบกรับความเสี่ยงคือภาคไฟฟ้า: ปริมาณการใช้เฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 4,422 MMSCFD โดย “ภาคไฟฟ้า” คือผู้ที่ดึงก๊าซไปใช้มากที่สุดถึง 61% (2,677 MMSCFD) ตามมาด้วยโรงแยกก๊าซธรรมชาติ 20% (893 MMSCFD) ภาคอุตสาหกรรม 17% (768 MMSCFD) และภาคขนส่งเพียง 2% (83 MMSCFD)
ผลกระทบต่อต้นทุนเริ่มสะท้อนให้เห็นตั้งแต่ต้นปี โดยในเดือนมกราคม 2569 ราคา Pool Gas อยู่ที่ 268.9082 บาท/ล้านบีทียู ปรับเพิ่มขึ้น 0.7203 บาท/ล้านบีทียู ซึ่งมีสาเหตุจากราคาก๊าซในอ่าวไทยที่สูงขึ้น ขณะที่ราคา Spot LNG ในเดือนมกราคมก็ปรับเพิ่มขึ้น 0.6345 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู (มาอยู่ที่ 10.5067 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู) จากแรงซื้อในเอเชียเพื่อสำรองก๊าซและชดเชยการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า
อัปเดตสถานการณ์ NGV: เข้าสู่ยุคราคาเดียว
สำหรับภาคการขนส่ง มีความเคลื่อนไหวทางนโยบายและราคาที่ผู้ใช้รถต้องปรับตัวรับมือ
-
สิ้นสุดการอุดหนุน: ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 ได้มีการสิ้นสุดมาตรการผู้ถือบัตรสิทธิประโยชน์ ทำให้ในปัจจุบัน รถทั่วไป รถแท็กซี่ และรถโดยสารสาธารณะ ต้องชำระค่าก๊าซในราคาเดียวกันทั้งหมด
-
ราคาขายปลีกตามระยะทาง (16 ก.พ. – 15 มี.ค. 69): ต้นทุนก๊าซถูกสะท้อนผ่านระยะทางขนส่ง โดยสถานีภายในรัศมี 50 กิโลเมตรจากสถานีแม่ จะมีราคา 16.62 บาท/กิโลกรัม ส่วนสถานีลูกที่ไกลที่สุดราคาจะอยู่ที่ 20.48 บาท/กิโลกรัม (ยังไม่รวมภาษี อบจ.)
-
ภาพรวมการใช้งาน: ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 มีปริมาณการจำหน่ายก๊าซ NGV อยู่ที่ 2,051 ตัน/วัน โดยมีสถานีบริการของ ปตท. ที่ยังเปิดให้บริการรวม 258 สถานี (ประกอบด้วย สถานีแม่ 17 สถานี, สถานีลูก 140 สถานี, และสถานีแนวท่อ 101 สถานี)
สัดส่วนเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า
| ประเภทเชื้อเพลิง |
สัดส่วน (%) |
หมายเหตุ |
| ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) |
55% – 58% |
เป็นแหล่งพลังงานหลัก ทั้งจากอ่าวไทยและนำเข้า LNG |
| การนำเข้าไฟฟ้า (Import) |
15% – 18% |
ส่วนใหญ่เป็นพลังน้ำจาก สปป.ลาว |
| ถ่านหินและลิกไนต์ (Coal & Lignite) |
14% – 15% |
จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะและโรงไฟฟ้าเอกชน (IPP) |
| พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) |
10% – 12% |
รวมถึงแสงอาทิตย์, ลม, ชีวมวล และขยะ |
| อื่นๆ (น้ำมันดีเซล/น้ำมันเตา/พลังน้ำในปท.) |
< 2% |
ใช้เสริมในช่วงความต้องการไฟฟ้าพีค |
Shell ส่งสัญญาณฉุกเฉิน ตลาด LNG โลกปั่นป่วนหลังกาตาร์หยุดส่งออก

Advertisement
Advertisement
บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่เริ่มประกาศ Force Majeure หลัง LNG กาตาร์หยุดชะงัก กระทบตลาดก๊าซทั่วโลก
บริษัทพลังงานรายใหญ่หลายแห่งเริ่มประกาศ เหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ต่อคู่ค้าปลายทางของตนเอง หลังการหยุดชะงักของการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ เริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนเป็นวงกว้างไปยังตลาดพลังงานโลก ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทพลังงานระดับโลกอย่าง Shell และ TotalEnergies ซึ่งเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดซื้อขาย LNG และมีสัญญารับก๊าซจาก QatarEnergy ได้แจ้งลูกค้าปลายทางแล้วว่า การส่งมอบ LNG ตามสัญญาอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ล่าสุดในกาตาร์
สัญญาณแรกว่าปัญหากาตาร์เริ่มลามสู่ตลาด LNG โลก
การประกาศเหตุสุดวิสัยของบริษัทพลังงานรายใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนครั้งแรกว่า การหยุดส่งออก LNG ของกาตาร์ไม่ได้กระทบแค่ภายในประเทศ แต่กำลังลุกลามเข้าสู่ระบบการค้าพลังงานโลก โดยเฉพาะตลาด LNG ซึ่งมีการเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้ใช้ปลายทางในหลายภูมิภาค
ก่อนหน้านี้ QatarEnergy ได้สั่งหยุดการผลิตที่คอมเพล็กซ์ LNG ขนาดใหญ่ของประเทศ พร้อมประกาศเหตุสุดวิสัยต่อการส่งออก หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใน Ras Laffan Industrial City และ Mesaieed Industrial City ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม LNG ของกาตาร์
กาตาร์มีกำลังการผลิต LNG ราว 77 ล้านตันต่อปี และเป็น ผู้ส่งออก LNG รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ดังนั้นการหยุดชะงักแม้เพียงช่วงสั้น ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ซื้อทั่วโลกต้องเร่งหาทางเลือกอื่นทันที
Shell และ TotalEnergies ได้รับผลกระทบโดยตรง
นักวิเคราะห์ประเมินว่า Shell มีปริมาณรับมอบ LNG จากกาตาร์ประมาณ 6.8 ล้านตันต่อปี ขณะที่ TotalEnergies รับอยู่ราว 5.2 ล้านตันต่อปี ก๊าซเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้ภายในบริษัทเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปบริหารพอร์ตการขายต่อให้กับลูกค้าทั่วโลก ทั้งกลุ่มสาธารณูปโภค โรงไฟฟ้า และภาคอุตสาหกรรมในยุโรปและเอเชีย
นั่นหมายความว่า เมื่อซัพพลายจากกาตาร์สะดุด บริษัทผู้ค้ารายใหญ่เหล่านี้ก็มีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าตามสัญญาได้ครบถ้วน จึงต้องใช้มาตรการทางกฎหมายด้วยการแจ้ง Force Majeure เพื่อป้องกันความรับผิดจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการประกาศดังกล่าว โดย Shell ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น ส่วน TotalEnergies ยังไม่ได้ตอบกลับต่อคำขอความเห็นจากสื่อ
กาตาร์หยุดส่งออกหลายวัน ไม่มีเรือ LNG ผ่านฮอร์มุซ
ผลกระทบของวิกฤตครั้งนี้เริ่มปรากฏชัดผ่านข้อมูลการขนส่งทางทะเล โดยข้อมูลติดตามเรือของ Kpler ที่ Bloomberg นำมาอ้างอิง ระบุว่า กาตาร์มีช่วงเวลาที่ ไม่มีการส่งออก LNG ติดต่อกันถึง 5 วัน ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลว่า ไม่มีเรือบรรทุก LNG ลำใดเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลไม่เฉพาะต่อก๊าซจากกาตาร์เท่านั้น แต่ยังกระทบต่อการขนส่ง LNG จาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ด้วย
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การหยุดชะงักของการเดินเรือในบริเวณนี้จึงส่งผลโดยตรงต่อสมดุลซัพพลายของตลาดพลังงานทันที
กาตาร์ถือสัดส่วนราว 20% ของ LNG โลก
กาตาร์มีสัดส่วนราว 20% ของการส่งออก LNG ทั่วโลก ดังนั้นเมื่อการผลิตและการส่งออกของประเทศนี้หยุดลง แม้เพียงบางส่วน ก็ทำให้ตลาดโลกเกิดภาวะตึงตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศยังคงพึ่งพา LNG เพื่อลดความเสี่ยงจากพลังงานชนิดอื่น
สถานการณ์ดังกล่าวได้ผลักดันให้ราคาก๊าซในทั้ง เอเชีย และ ยุโรป ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อเร่งแสวงหาแหล่งจัดหาทดแทน ขณะที่ผู้ค้าต้องประเมินใหม่ว่าควรส่งมอบสินค้าไปยังภูมิภาคใดจึงจะคุ้มค่ามากที่สุด
ยุโรปเสี่ยงตึงตัว หากคาร์โก้เบนไปเอเชีย
รายงานยังระบุว่า LNG บางคาร์โก้ที่เดิมมีแผนจะมุ่งหน้าไปยังยุโรป ได้ถูก เปลี่ยนเส้นทางไปยังตลาดเอเชีย ซึ่งเสนอราคาที่สูงกว่าในช่วงเวลานี้ ส่งผลให้ปริมาณก๊าซที่พร้อมใช้สำหรับผู้ซื้อในยุโรปลดลง และเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทสาธารณูปโภคในภูมิภาคดังกล่าว
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป ยุโรปอาจต้องเผชิญกับต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นอีก ขณะเดียวกันผู้ซื้อในเอเชียเองก็อาจต้องแข่งขันกันรุนแรงขึ้นเพื่อ
บริษัทต่างประเทศที่ขาย LNG ให้ไทย
บริษัทพลังงานโลกที่มักเป็นผู้ขาย เช่น
- QatarEnergy (กาตาร์)
- Shell
- TotalEnergies
- Cheniere Energy (สหรัฐ)
- โครงการ LNG จาก Alaska ในสหรัฐฯ ที่ทำสัญญากับ PTT ระยะยาว
*กาตาร์ (Qatar) คือหนึ่งในมหาอำนาจด้านพลังงานของโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งปัจจุบันกาตาร์กำลังดำเนินการขยายโครงการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อทวงคืนตำแหน่งผู้ผลิตและส่งออก LNG อันดับ 1 ของโลกอย่างถาวร จุดเด่นของการ์ต้าคือ มีต้นทุนการดึงก๊าซขึ้นมาและการทำเป็นของเหลว (Liquefaction) ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างสหรัฐฯ หรือออสเตรเลียมาก ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างตลาดหลักใน เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย) และ ยุโรป ทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดส่ง
ตารางเปรียบเทียบกำลังการผลิต LNG (ประมาณการปี 2026)
| ประเทศ |
กำลังการผลิตโดยประมาณ (ล้านตัน/ปี) |
สถานะ |
| สหรัฐอเมริกา |
110 – 120+ |
ผู้นำปัจจุบัน มีโครงการใหม่เปิดตัวต่อเนื่อง |
| กาตาร์ |
110 – 126 |
กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดดจาก North Field |
| ออสเตรเลีย |
80 – 88 |
การเติบโตเริ่มคงที่ เน้นรักษาระดับการผลิตเดิม |

oilprice.com
Shell ส่งสัญญาณฉุกเฉิน ตลาด LNG โลกปั่นป่วนหลังกาตาร์หยุดส่งออก
Advertisement
Advertisement