เจาะลึก All-New Toyota C-HR+ 607 กม./ชาร์จ WLTP ในยุโรป รถยนต์ไฟฟ้า 100% ประกันแบต 10 ปีหรือ 1 ล้านกม.
เจาะลึก All-New Toyota C-HR+ รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดที่ยกระดับมาตรฐาน BEV ไปอีกขั้น
19 มีนาคม 2026 โตโยต้า ยุโรป ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Toyota C-HR+ ใหม่ คือการโชว์ศักยภาพของสมรรถนะการขับขี่ที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพ ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รุ่นหลักในกลยุทธ์ Multi-pathway ของ Toyota ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
ไฮไลท์สำคัญของ Toyota C-HR+
- ตัวเลือกแบตเตอรี่คู่: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยพละกำลังสูงสุด 343 แรงม้า (DIN hp) พร้อมเทคโนโลยี eAxle ที่ใช้ร่วมกับ bZ4X
- ระยะทางขับขี่ไกลที่สุด: วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 607 กม. (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งสูงที่สุดในบรรดารถ BEV ของ Toyota
- ดีไซน์ Coupe-SUV: รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ โดยไม่เสียพื้นที่ความสบายภายในห้องโดยสาร
- แพลตฟอร์ม eTNGA: ปรับจูนช่วงล่างเฉพาะตัว พร้อมระบบ Regenerative Braking ที่แม่นยำเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน
- ระบบขับเคลื่อน AWD: ผสานกำลัง 343 แรงม้า เข้ากับความเสถียรบนถนนลื่น และความสามารถในการลากจูงถึง 1,500 กก.
- เริ่มส่งมอบ: เดือนมีนาคม 2026 ในยุโรป
ขุมพลังและแบตเตอรี่ ทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการ
Toyota C-HR+ มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ 2 ขนาด พร้อมระบบขับเคลื่อนทั้งแบบล้อหน้า (FWD) และสี่ล้อ (AWD):
- แบตเตอรี่ 57.7 kWh: สำหรับรุ่น FWD ให้กำลัง 167 แรงม้า (123 kW) ระยะทางวิ่งสูงสุด 458 กม. (WLTP) ประมาณ 540 กม.NEDC
- แบตเตอรี่ 77 kWh (FWD): ให้กำลัง 224 แรงม้า (165 kW) ระยะทางวิ่งสูงสุด 607 กม. (WLTP) ประมาณ 710 กม.NEDC
- แบตเตอรี่ 77 kWh (AWD): ให้กำลังรวม 343 แรงม้า (252 kW) เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.2 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 548 กม. (WLTP) ประมาณ 647 กม.NEDC
ตารางเปรียบเทียบสมรรถนะ
| รุ่นการขับเคลื่อน | FWD | FWD | AWD |
|---|---|---|---|
| ขนาดแบตเตอรี่ | 57.7 kWh | 77 kWh | 77 kWh |
| พละกำลังสูงสุด | 167 แรงม้า | 224 แรงม้า | 343 แรงม้า |
| ระยะทางวิ่ง (WLTP) | สูงสุด 458 กม. | สูงสุด 607 กม. | สูงสุด 548 กม. |
นวัตกรรมการจัดการพลังงานและการชาร์จ
เพื่อให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย Toyota จึงติดตั้งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพดังนี้:
- ระบบชาร์จเร็ว DC 150 kW: สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 28 นาที
- Onboard Charger AC: ขนาด 11 kW เป็นมาตรฐาน และรุ่น High จะได้รับขนาด 22 kW ซึ่งช่วยลดเวลาชาร์จลงได้ครึ่งหนึ่ง
- ระบบ Pre-conditioning: ระบบอุ่นแบตเตอรี่ล่วงหน้าผ่านตัวแลกเปลี่ยนความร้อน Water-to-water ช่วยให้การชาร์จในสภาพอากาศหนาวเย็นรวดเร็วขึ้นถึง 20 นาที
- ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ: ใช้เทคโนโลยี Heat Pump และระบบหมุนเวียนอากาศสองชั้น (Two-layer operation) ช่วยลดการใช้พลังงานแต่ยังคงความสบายในห้องโดยสาร
สถาปัตยกรรม eTNGA: หัวใจของความสนุกในการขับขี่
การใช้แพลตฟอร์ม eTNGA ทำให้ Toyota C-HR+ มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง 65 มม. และเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังขึ้น 30% เมื่อเทียบกับรุ่น C-HR ปกติ ส่งผลให้การควบคุมรถมีความคล่องตัวและแม่นยำ
นอกจากนี้ยังมีระบบ Regenerative Braking ที่ปรับได้ 4 ระดับผ่าน Paddle Shift หลังพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการชะลอรถได้ตามต้องการ พร้อมกับชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ไปในตัว
ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ยั่งยืน
ภายนอกมาพร้อมดีไซน์ Hammerhead อันเป็นเอกลักษณ์ และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ต่ำเพียง 0.262 ซึ่งช่วยให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นความกว้างขวางเทียบเท่ารถ SUV ขนาดใหญ่กว่า (D-SUV)
- จอแสดงผล: จอเรือนไมล์ดิจิทัล 7 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดียความละเอียดสูงขนาด 14 นิ้ว
- วัสดุรักษ์โลก: เบาะนั่งใช้วัสดุรีไซเคิลจากขวด PET และหนังสังเคราะห์
- พื้นที่เก็บสัมภาระ: ความจุ 416 ลิตร (VDA) พร้อมฝาท้ายไฟฟ้าในรุ่น Mid+ และ High
ความปลอดภัยและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ
มั่นใจทุกการเดินทางด้วย Toyota T-Mate และ Toyota Safety Sense รุ่นล่าสุด รวมถึงระบบ Safe Exit Assist ที่จะเปลี่ยนไฟ Ambient Light เป็นสีแดงเพื่อเตือนหากมีรถเข้าใกล้ขณะกำลังเปิดประตู
นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอปฯ MyToyota เพื่อตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่, จองเวลาชาร์จไฟล่วงหน้า และระบบ EV Routing ที่ช่วยวางแผนการเดินทางไปยังจุดชาร์จที่เหมาะสมที่สุดแบบ Real-time
การรับประกันคุณภาพและความอุ่นใจในการใช้งาน (Warranty & Ownership Peace of Mind)
Toyota มอบความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน Toyota C-HR+ ด้วยโปรแกรมการรับประกันที่ครอบคลุมทั้งตัวรถและระบบแบตเตอรี่ เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานของ Toyota
การรับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปี (Battery Care Warranty)
Toyota มั่นใจในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ โดยมีการรับประกันที่โดดเด่นดังนี้:
- การรับประกันความจุแบตเตอรี่: การันตีว่าแบตเตอรี่จะยังคงมีความจุไม่ต่ำกว่า 70% จนถึงปีที่ 10 ของอายุรถ
- ระยะทางการรับประกัน: ครอบคลุมการใช้งานสูงสุดถึง 1 ล้านกิโลเมตร ภายใต้โปรแกรม Battery Care
- เงื่อนไขการต่ออายุ: การรับประกันนี้จะได้รับการเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องทุกปี เมื่อลูกค้านำรถเข้าตรวจเช็คสภาพระบบไฟฟ้า (EV Health Check) ตามกำหนดที่ศูนย์บริการ Toyota
การรับประกันตัวรถสูงสุด 10 ปี (Toyota Warranty)
เช่นเดียวกับรถยนต์ Toyota รุ่นใหม่ทุกรุ่น C-HR+ มาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการรับประกันตัวรถที่ยืดหยุ่น:
- การรับประกันเริ่มต้น: มาพร้อมการรับประกันจากผู้ผลิต 3 ปีแรก หรือ 60,000 ไมล์ (ประมาณ 90,000 กิโลเมตร)
- การต่ออายุการรับประกัน (Service Activated Warranty): หลังจากหมดระยะประกันเริ่มต้น ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นอีก 12 เดือน หรือ 10,000 ไมล์ หรือ 16,000 กม. ทุกครั้งที่นำรถเข้าเช็คระยะที่ศูนย์บริการ Toyota อย่างเป็นทางการ
- ระยะเวลารวมสูงสุด: สามารถต่ออายุการรับประกันตัวรถได้สูงสุดถึง 10 ปี หรือ 100,000 ไมล์ หรือ 90,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
บริการและการดูแลรักษา
- รอบการเข้าเช็คระยะ: กำหนดทุกๆ 10,000 ไมล์ หรือ 16,000 กม. หรือทุก 1 ปี เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดของตัวรถ
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: ดูแลโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมด้านรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) โดยเฉพาะ พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย
- การรับประกันอะไหล่: มั่นใจด้วยอะไหล่แท้จาก Toyota ที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะและความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้า 100%
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดในแต่ละประเทศ
FULL SPEC ยุโรป
มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย Toyota C-HR+ (Technical Specifications)
| รายการ | รายละเอียด (มม.) |
|---|---|
| ความยาวทั้งหมด (Overall length) | 4,530 มม. |
| ความกว้าง (ไม่รวมกระจกมองข้าง) | 1,870 มม. |
| ความสูงทั้งหมด (Overall height) | 1,595 มม. |
| ระยะฐานล้อ (Wheelbase) | 2,750 มม. |
| ระยะห่างจากพื้น (Ground clearance) | 186 มม. |
| ระยะยื่นหน้า / หลัง (Front / Rear overhang) | 915 มม. / 855 มม. |
มิติภายในห้องโดยสาร (Interior Dimensions)
- ความยาวภายใน: 1,835 มม.
- ความกว้างภายใน: 1,502 มม.
- ความสูงภายใน: 1,174 มม.
- ระยะห่างระหว่างผู้โดยสารหน้า-หลัง (Couple distance): 900 มม. (เพิ่มขึ้นจากเดิม 35 มม.)
ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระ (Load Capacity)
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังได้รับการออกแบบให้ยืดหยุ่นและกว้างขวางขึ้น:
- ความจุสัมภาระรวม: 416 ลิตร (มาตรฐาน VDA)
- ความลึกสัมภาระ: สามารถเพิ่มความสูงในการวางของได้อีก 74 มม. เมื่อปรับแผ่นกั้นพื้นรถ (Deck board)
- การบรรจุ: มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางกระเป๋าเดินทางขนาด 82 ลิตร จำนวน 2 ใบ แม้จะไม่พับเบาะหลัง
สมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบแบตเตอรี่ (Powertrain & Battery Specifications)
Toyota C-HR+ มาพร้อมตัวเลือกขุมพลังไฟฟ้า 100% (BEV) ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเน้นความคุ้มค่าและเน้นระยะทางการขับขี่ที่ยาวนานที่สุดในกลุ่มรถ SUV ไฟฟ้าของ Toyota
| คุณสมบัติ | รุ่น Icon | รุ่น Design / Excel |
|---|---|---|
| ระบบขับเคลื่อน | ล้อหน้า (FWD) | ล้อหน้า (FWD) |
| พละกำลังสูงสุด | 167 แรงม้า (123 kW) | 224 แรงม้า (165 kW) |
| แรงบิดสูงสุด | 268.6 นิวตันเมตร | 268.6 นิวตันเมตร |
| ความจุแบตเตอรี่ (Gross) | 57.7 kWh | 77 kWh |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP) | สูงสุด 284 ไมล์ (457 กม.) | สูงสุด 377 ไมล์ (607 กม.)* |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 8.4 วินาที | 7.3 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 138 กม./ชม. (86 mph) | 159 กม./ชม. (99 mph) |
*หมายเหตุ: ระยะทางวิ่งสูงสุด 377 ไมล์ (607 กม.) วัดจากรุ่นที่ใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว หากใช้ล้อ 20 นิ้ว ระยะทางจะลดลงเหลือประมาณ 347 ไมล์ (558 กม.)
แบตเตอรี่ผลิตโดยบริษัท Prime Planet Energy & Solutions (PPES) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Toyota Motor Corporation (51%) และ Panasonic Corporation (49%)
ระบบการชาร์จไฟ (Charging System)
- การชาร์จเร็ว (DC Fast Charging): รองรับกำลังไฟสูงสุด 150 kW เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 28 นาที
- การชาร์จปกติ (AC Charging):
- รุ่น Icon และ Design: มาพร้อมตัวชาร์จในตัวขนาด 11 kW
- รุ่น Excel: อัปเกรดเป็นตัวชาร์จในตัวขนาด 22 kW ช่วยลดเวลาชาร์จ 10-80% เหลือเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที
- ระบบจัดการอุณหภูมิ: มีระบบ Pre-conditioning ช่วยเตรียมความพร้อมของแบตเตอรี่ก่อนการชาร์จเร็ว เพื่อให้ได้กำลังไฟสูงสุดแม้ในสภาพอากาศหนาวเย็น
เทคโนโลยีขับเคลื่อนที่น่าสนใจ
- Toyota eAxle: ออกแบบให้รวม Inverter, มอเตอร์ และชุดเกียร์ไว้ในหน่วยเดียวกัน เพื่อความกะทัดรัดและน้ำหนักเบา
- เซมิคอนดักเตอร์ SiC: ใช้เทคโนโลยี Silicon-carbide (SiC) เจนเนอเรชั่นใหม่ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่อุณหภูมิสูง
- การลากจูง: รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด (Towing Capacity) อยู่ที่ 750 กิโลกรัม
เทคโนโลยีช่วงล่างและการควบคุม (Suspension & Driving Dynamics)
โครงสร้างและแพลตฟอร์ม eTNGA
- จุดศูนย์ถ่วงต่ำ: การติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรถช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง 65 มม. เมื่อเทียบกับรุ่น Hybrid เดิม ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้ง
- ความแข็งแกร่งของตัวถัง: โครงสร้าง eTNGA มีความทนทานต่อแรงบิดเพิ่มขึ้น 30% ส่งผลให้การควบคุมรถมีความแม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น
- ความสูงใต้ท้องรถ: แม้จะเป็นรถไฟฟ้า 100% แต่ยังคงรักษาระยะห่างจากพื้นไว้ที่ 186 มม. เพื่อความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
รายละเอียดทางเทคนิคของช่วงล่าง
| ระบบช่วงล่าง | รูปแบบที่ใช้ |
|---|---|
| ด้านหน้า (Front) | MacPherson Strut |
| ด้านหลัง (Rear) | Double Wishbone |
| ระบบเบรก | ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ |
นวัตกรรมการขับขี่เพื่อผู้ใช้งาน
- การจูนระบบกันสะเทือนเฉพาะตัว: มีการปรับตั้งค่าโช้คอัพ เหล็กกันโคลง และพุ่มช่วงล่างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะสมกับน้ำหนักและลักษณะการกระจายแรงของรถ BEV
- พวงมาลัยไฟฟ้าตอบสนองไว: ระบบพวงมาลัยแบบ Rack and Pinion พร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า ปรับเปลี่ยนน้ำหนักตามความเร็วรถ ให้ความรู้สึกเบาสบายในเมืองและมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง
- ระบบเบรกหน่วงอัจฉริยะ (Regenerative Braking): ผู้ขับขี่สามารถปรับระดับความแรงในการหน่วงเพื่อชาร์จไฟกลับได้ถึง 4 ระดับ ผ่าน Paddle Shift หลังพวงมาลัย ช่วยให้การขับขี่แบบ One-pedal เป็นไปได้อย่างนุ่มนวล
- การจัดการเสียงและแรงสั่นสะเทือน: มีการใช้วัสดุซับเสียงและกาวลดแรงสั่นสะเทือนคุณภาพสูง เพื่อให้ห้องโดยสารเงียบสงบสมกับเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม
ข้อมูลล้อและยาง
- รุ่น Icon และ Design: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ยาง 235/60 R18) เพื่อเน้นระยะทางขับขี่สูงสุด
- รุ่น Excel: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว (ยาง 235/50 R20) เพื่อลุคที่สปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้น
การออกแบบภายนอก (Exterior Design): สไตล์ Coupe-SUV ที่สะกดทุกสายตา
Toyota C-HR+ ใหม่ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Authentic SUV Crossover” ที่ผสมผสานความโฉบเฉี่ยวของรถคูเป้เข้ากับความแข็งแกร่งของรถ SUV พร้อมเส้นสายที่เฉียบคมเพื่อสื่อถึงความคล่องตัวแม้ในขณะจอดนิ่ง
เอกลักษณ์การออกแบบ Hammerhead
- ดีไซน์ด้านหน้า: มาพร้อมภาษาการออกแบบ “Hammerhead” (ฉลามหัวค้อน) อันเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของ Toyota ผสานกับไฟหน้า LED ที่เรียวบางและกระจังหน้าแบบปิดทึบซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
- รูปทรง Coupe Silhouette: หลังคาที่ลาดเอียงแบบรถคูเป้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่สปอร์ต แต่ยังคงรักษาพื้นที่เหนือศีรษะของผู้โดยสารตอนหลังไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
- เส้นสายตัวถัง: การใช้เส้นสายที่เฉียบคมและการปั้นแต่งพื้นผิวตัวถังช่วยสร้างมิติของแสงและเงา เพิ่มความรู้สึกหรูหราและทันสมัย
อากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น (Aerodynamics)
Toyota C-HR+ ได้รับการปรับแต่งเพื่อลดแรงต้านอากาศให้เหลือน้อยที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) อยู่ที่ Cd 0.262 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดพลังงานและระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น:
- มือจับประตูแบบเรียบ (Flush Rear Door Handles): ซ่อนเนียนไปกับตัวถังเพื่อลดการเกิดลมหมุนวนด้านข้างตัวรถ
- ระบบกระจังหน้าอัจฉริยะ (Active Shutters): สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติเพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อน
- การจัดการกระแสลมด้านหลัง: ติดตั้งสปอยเลอร์หลังคาและดีไซน์ฝาท้ายแบบ “Ducktail” พร้อมครีบรีดอากาศ (Aerodynamic Fins) ใต้กันชนหลัง เพื่อลดการแยกตัวของกระแสลม
- พื้นตัวถังแบบเรียบ: ออกแบบให้ใต้ท้องรถเรียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน
สีตัวถังและล้ออัลลอย
เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย Toyota C-HR+ มาพร้อมตัวเลือกสีที่โดดเด่น:
- ตัวเลือกสี: มีให้เลือก 5 สีหลัก ได้แก่ Platinum Pearl White, Cement Grey, Attitude Black, Metal Oxide และสีใหม่ล่าสุดอย่าง “Mineral”
- ดีไซน์ Bi-tone: ในรุ่นเกรดสูง (High) จะมาพร้อมการตกแต่งสีทูโทน ตัดด้วยหลังคาสีดำ (Black Roof) เป็นมาตรฐาน
- ล้ออัลลอย:
- ขนาด 18 นิ้ว: เป็นมาตรฐานสำหรับรุ่นเริ่มต้น ออกแบบมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพของระยะทางวิ่งสูงสุด
- ขนาด 20 นิ้ว: มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตดุดันสำหรับรุ่นเกรดสูง เสริมภาพลักษณ์ให้ดูพรีเมียมยิ่งขึ้น
การออกแบบภายในและความสะดวกสบาย (Interior Design & Comfort)
ภายในห้องโดยสารของ Toyota C-HR+ ถูกยกระดับให้มีความพรีเมียมและทันสมัย โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม eTNGA เพื่อขยายพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขวางเทียบเท่ากับรถ SUV ขนาดใหญ่ (D-SUV) พร้อมการตกแต่งที่เน้นความยั่งยืน
พื้นที่ห้องโดยสารและบรรยากาศภายใน
- ความกว้างขวางที่เหนือกว่า: ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น 110 มม. ทำให้มีระยะห่างระหว่างเบาะหน้า-หลัง (Couple Distance) ถึง 900 มม. ซึ่งกว้างกว่ารุ่นเดิม 35 มม. ช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะที่ผ่อนคลาย
- ไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Lighting): สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 เฉดสี เพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในทุกการเดินทาง พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อกับระบบความปลอดภัย โดยจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อเตือนหากตรวจพบความเสี่ยงขณะเปิดประตู
- หลังคาพาโนรามิค (Optional): ช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและรับแสงจากธรรมชาติ ทำให้ห้องโดยสารดูโอ่โถงยิ่งขึ้น
เบาะนั่งและการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน
- วัสดุรักษ์โลก: เบาะนั่งและวัสดุตกแต่งภายในผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เช่น ขวด PET และหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ในกระบวนการผลิต
- ความสะดวกสบายของผู้ขับขี่: ในรุ่นเกรดสูง (Excel) มาพร้อมเบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Function) และระบบดันหลังไฟฟ้า (Power Lumbar Support)
- ระบบทำความร้อน: ติดตั้งระบบอุ่นเบาะ (Heated Seats) และอุ่นพวงมาลัย (Heated Steering Wheel) เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ (Infotainment & Connectivity)
เทคโนโลยีภายในถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อผ่านหน้าจอระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ:
- หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 14 นิ้ว: จอสัมผัสความละเอียดสูงติดตั้งบริเวณกึ่งกลางแผงคอนโซล รองรับระบบนำทางผ่าน Cloud และการสั่งงานด้วยเสียง “Hey Toyota”
- มาตรวัดดิจิทัล 7 นิ้ว: หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Full Graphic ที่ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้ตามความต้องการ เช่น สถานะแบตเตอรี่, ระยะทางวิ่ง และระบบนำทางแบบ Turn-by-turn
- การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน: รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมแท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ถึง 2 ตำแหน่ง
- ระบบเสียงระดับพรีเมียม: มาพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน และมีตัวเลือกอัปเกรดเป็นระบบเสียง JBL Premium Audio ลำโพง 9 ตำแหน่ง พร้อมแอมพลิฟายเออร์ 800 วัตต์ และซับวูฟเฟอร์ขนาด 9 นิ้ว
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ
- การจัดการพลังงานอัจฉริยะ: ระบบปรับอากาศแบบ Dual-zone มาพร้อมเทคโนโลยี Heat Pump ที่ประหยัดพลังงาน และโหมด ECO ที่เน้นการทำความเย็น/อุ่นเฉพาะจุดที่มีผู้โดยสารนั่งอยู่
- พอร์ตเชื่อมต่อ: ผู้โดยสารตอนหลังมีพอร์ต USB-C คู่ที่ให้กำลังไฟรวมสูงสุด 60W เพียงพอสำหรับการชาร์จอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น แล็ปท็อป
- พื้นที่เก็บสัมภาระ: ความจุรวม 416 ลิตร พร้อมพื้นห้องสัมภาระแบบสองชั้น (Dual-level deck board) และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า (Powered Tailgate) ในรุ่น Design และ Excel
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (Safety & Driver Assistance)
Toyota C-HR+ มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Toyota Safety Sense เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดและการขับขี่ที่ง่ายดายในทุกสถานการณ์
ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน (Toyota Safety Sense)
ระบบตรวจจับความเสี่ยงและช่วยหลีกเลี่ยงการชนอัตโนมัติ ประกอบด้วยฟังก์ชันหลักดังนี้:
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System): ตรวจจับยานพาหนะ คนเดินถนน และรถจักรยาน พร้อมระบบช่วยหักหลบพวงมาลัยฉุกเฉิน (Emergency Steering Assist)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control): ปรับความเร็วตามรถคันหน้าโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
- ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Trace Assist): ช่วยประคองพวงมาลัยให้รถวิ่งอยู่กึ่งกลางเลนตลอดเวลา
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive High-beam System): ปรับการส่องสว่างของไฟหน้าเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาของผู้ร่วมทางคันอื่น
- ระบบช่วยหยุดรถฉุกเฉิน (Emergency Driving Stop System): สามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยหากตรวจพบว่าผู้ขับขี่ไม่มีการตอบสนอง
นวัตกรรมความปลอดภัยเพื่อการใช้งานในเมือง
- ระบบ Safe Exit Assist: ป้องกันอุบัติเหตุขณะเปิดประตู โดยระบบจะทำงานร่วมกับไฟ Ambient Light ในห้องโดยสารที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อเตือนหากตรวจพบรถหรือจักรยานกำลังวิ่งเข้ามาจากด้านหลัง
- ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor): ช่วยตรวจสอบรถที่อยู่ในจุดที่มองไม่เห็นพร้อมระบบช่วยเบรกขณะถอยรถ (Parking Support Brake)
- การแจ้งเตือนผู้โดยสารตอนหลัง (Rear Seat Reminder): แจ้งเตือนคนขับก่อนลงจากรถหากตรวจพบว่ามีผู้โดยสารหรือสิ่งของหลงเหลืออยู่ที่เบาะหลัง
เทคโนโลยีขั้นสูงในรุ่น Excel (High-grade)
สำหรับรุ่นสูงสุดจะได้รับการยกระดับความปลอดภัยด้วยฟังก์ชันเพิ่มเติม ได้แก่:
- ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Lane Change Assist): ช่วยเหลือในการเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างปลอดภัยเมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว
- ระบบเตือนรถตัดหน้าขณะทางแยก (Front Cross Traffic Alert): แจ้งเตือนและช่วยเบรกเมื่อมีรถวิ่งตัดหน้าในจุดอับสายตาขณะเคลื่อนตัวออกจาสี่แยก
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Panoramic View Monitor): แสดงภาพจำลองรอบตัวรถแบบ 360 องศา เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการจอดรถในพื้นที่แคบ
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Park Assist): ช่วยควบคุมพวงมาลัยและเบรกในขณะนำรถเข้าช่องจอด
โครงสร้างและความแข็งแกร่ง
- ถุงลมนิรภัยครบครัน: ติดตั้งถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน รวมถึงถุงลมนิรภัยระหว่างเบาะหน้า (Front Centre Airbag) เพื่อป้องกันการกระแทกกันเองของผู้โดยสารตอนหน้า
- แพลตฟอร์ม eTNGA: โครงสร้างตัวถังมีความแข็งแกร่งสูงและออกแบบมาเพื่อปกป้องแบตเตอรี่และผู้โดยสารจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (Advanced Driver Assistance Technologies)
นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยพื้นฐาน Toyota C-HR+ ยังติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัย เพื่อลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมือง
ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Toyota T-Mate)
เป็นการผสานการทำงานของเซนเซอร์และกล้องรอบคัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ:
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Park Assist): ช่วยควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรก เพื่อนำรถเข้าช่องจอดหรือออกจากที่จอดรถได้อย่างอัตโนมัติ (มีในรุ่น Excel)
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Panoramic View Monitor): ให้มุมมองแบบ 360 องศารอบตัวรถ ช่วยให้การขับขี่ในที่แคบหรือการถอยจอดทำได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist): เมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบจะช่วยตรวจสอบพื้นที่ว่างและประคองพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถให้อย่างนุ่มนวล
- ระบบเตือนรถตัดหน้า (Front Cross Traffic Alert): แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งตัดหน้าจากมุมอับในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกจากซอยหรือทางแยก
การขับขี่ที่ปรับตามสภาพแวดล้อม
- ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Regenerative Braking): ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับความแรงในการหน่วงเครื่องยนต์ได้ 4 ระดับ ผ่านแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย ช่วยให้ควบคุมความเร็วได้โดยใช้เพียงคันเร่งเป็นหลัก (One-pedal driving feeling)
- พวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักอัตโนมัติ: ปรับการตอบสนองให้เบาสบายที่ความเร็วต่ำเพื่อความคล่องตัว และจะมีความแม่นยำมั่นคงมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง
- ระบบนำทางสำหรับรถไฟฟ้า (BEV Navigation): วางแผนเส้นทางโดยคำนวณจากปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ พร้อมเสนอจุดชาร์จที่เหมาะสมที่สุดระหว่างทางแบบ Real-time
เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายเพิ่มเติม
- ระบบแสดงข้อมูลบนมาตรวัดดิจิทัล: หน้าจอขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ระยะทางคงเหลือ (Range), สถานะสุขภาพของแบตเตอรี่ (State of Health) และกำลังไฟที่ชาร์จเข้าจริงแบบ Real-time
- ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Agent): รองรับการสั่งงานด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติเพื่อควบคุมระบบนำทาง เครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
- การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย (Over-the-Air): ตัวรถสามารถรับการอัปเดตฟังก์ชันการขับขี่และระบบความปลอดภัยใหม่ๆ ได้โดยตรงผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ







