50 กม./ลิตร กำลังมา! GEELY / CHERY / CHANGAN “ไฮบริด (HEV)” ท้าชน TOYOTA ในตลาดโลก

50 กม./ลิตร กำลังมา! GEELY / CHERY / CHANGAN “ไฮบริด (HEV)” ท้าชน TOYOTA ในตลาดโลก
Spread the love
Advertisement Advertisement

จับตาเทรนด์ 2026! ค่ายรถจีนหวนลุยตลาด “ไฮบริด (HEV)” ท้าชน TOYOTA ด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังและคุ้มค่ากว่า

ในปี 2026 ตลาดรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอีกครั้ง เมื่อค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง Changan, Geely และ Chery ได้ประกาศหวนกลับมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี รถยนต์ไฮบริด (HEV) แบบไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ อย่างเต็มรูปแบบ ตามรายงานของสื่อจีน 36kr

การปรับแผนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Toyota ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาดไฮบริดระดับโลกอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ BYD ก็กำลังขยายอิทธิพลอย่างหนักในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV)

เทคโนโลยีที่แตกต่าง จีนเน้น “มอเตอร์” ญี่ปุ่นเน้น “เครื่องยนต์”

แม้จะเป็นรถไฮบริดเหมือนกัน แต่แนวทางวิศวกรรมระหว่างค่ายจีนและ Toyota นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  • Toyota Hybrid System (THS) ใช้ระบบเกียร์แบบ Planetary Gear Power-split ซึ่งเชื่อมต่อเครื่องยนต์และล้อด้วยกลไกทางวิศวกรรมโดยตรง ระบบนี้เน้นให้เครื่องยนต์ทำงานในจุดที่ประหยัดน้ำมันที่สุดและมีความนุ่มนวลสูง แต่ข้อจำกัดคือ “มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังขับเคลื่อนสูงสุด (Peak Output) ที่ค่อนข้างจำกัด”
  • ระบบ HEV ของจีน ค่ายจีนเลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบ Series-Parallel ผสานกับระบบเกียร์เฉพาะสำหรับไฮบริดแบบหลายสปีด (Multi-gear DHT – Dedicated Hybrid Transmission) ระบบนี้ “ให้ความสำคัญกับมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก” โดยเครื่องยนต์มักจะทำหน้าที่ปั่นไฟ (Generator) หรือขับเคลื่อนตรงเฉพาะในช่วงความเร็วที่เหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่น Changan Blue Core HEV ที่ใช้มอเตอร์คู่ (Dual-motor) ซึ่งสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนในความเร็วต่ำ และสลับให้เครื่องยนต์ช่วยเร่งหรือขับเคลื่อนตรงในความเร็วสูงบนทางหลวง สิ่งที่ทำให้ HEV จีนโดดเด่นคือการใช้ มอเตอร์ขับเคลื่อนขนาดใหญ่ถึง 130 – 180 kW หรือ 176 – 244 แรงม้า PS ทำให้มีอัตราเร่งที่ทรงพลังกว่ามาก โดยมีการเคลมว่าสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองในเมืองได้ต่ำเพียง 2-3 ลิตร/100 กม. เท่านั้น หรือระดับ 33-50 กม./ลิตร

โครงสร้างต้นทุนที่ได้เปรียบในยุคสงครามราคา

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ค่ายรถจีนหันมาลุย HEV คือ “โครงสร้างต้นทุน”

รถยนต์ HEV ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กเพียง 1-2 kWh ซึ่งเล็กกว่ารถ PHEV (10-20 kWh) และ BEV (50 kWh ขึ้นไป) อย่างมาก การใช้แบตเตอรี่เล็กช่วยลดความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุผลิตแบตเตอรี่ที่ยังคงสูงอยู่ แม้ราคาแร่ลิเธียมจะผันผวนก็ตาม และในยุคที่ตลาดรถยนต์จีนแข่งขันกันหั่นราคาอย่างดุเดือด แบตเตอรี่ขนาดเล็กคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ค่ายรถสามารถ “รักษาส่วนต่างกำไร (Margin)” เอาไว้ได้

สถิติโลกและทิศทางการขยายตัว (Scaling up)

แบรนด์จีนไม่ได้มองว่า HEV จะมาแทนที่ EV แต่จัดวางตำแหน่งให้เป็น “โซลูชันคู่ขนาน” ที่ขาดไม่ได้ หากดูจากสถิติโลกในปี 2025:

Advertisement Advertisement
  • Toyota กวาดยอดขายทั่วโลกไป 11.3 ล้านคัน โดยเป็นรถไฮบริดถึง 42% (ประมาณ 4.4 ล้านคัน) พิสูจน์ให้เห็นว่าความต้องการรถไฮบริดระดับโลกยังมีมหาศาล
  • BYD ส่งมอบรถไป 4.6 ล้านคัน แบ่งสัดส่วนยอดขายระหว่าง PHEV และ BEV เกือบคนละครึ่ง แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ก็ยังต้องพึ่งพาระบบไฮบริดอยู่มาก

ปัจจุบันค่ายจีนกำลังเตรียมเปิดตัว HEV อย่างคึกคัก เช่น Geely ประกาศระบบ i-HEV ที่ตั้งเป้าอัตราสิ้นเปลืองเพียง 3 ลิตร/100 กม. หรือ 33.3 กม./ลิตร ส่วน Chery กำลังทดลอง HEV ที่ใช้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นระดับ 5 kWh ซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างรถ HEV แบบดั้งเดิมและ PHEV เริ่มเบลอลง และทางด้าน Changan ก็เริ่มจัดให้มีการทดลองขับรถ HEV รุ่นใหม่แล้ว ซึ่งส่งสัญญาณว่าจะมีการวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้

บริบทด้านนโยบายและตลาดส่งออก (Policy & Industry Push)

การฟื้นคืนชีพของ HEV สะท้อนถึงการพิจารณาทั้งในมิติระดับประเทศและระดับโลก:

  • ตลาดนานาชาติ: ในหลายภูมิภาคที่โครงสร้างพื้นฐานจุดชาร์จยังไม่ครอบคลุม หรือค่าไฟฟ้ามีราคาสูง รถไฮบริดยังคงเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงที่สุด ซึ่งยอดขายที่แข็งแกร่งของ Toyota ก็เป็นเครื่องยืนยันในจุดนี้
  • ตลาดในประเทศจีน: ยังคงมีฐานผู้ใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ดั้งเดิมอยู่อีกมหาศาล รถ HEV จึงทำหน้าที่เป็น “รถเปลี่ยนผ่าน” ที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จ
  • นโยบายรัฐที่เปลี่ยนไป: ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นมา จีนได้ ลดมาตรการลดหย่อนภาษี สำหรับรถ PHEV ลงจากการยกเว้นภาษีเต็มจำนวนเหลือเพียงการบรรเทาภาษีบางส่วน แม้รถ HEV จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ แต่ช่องว่างทางนโยบายระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ก็กำลังแคบลง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยังคาดการณ์ว่ามาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับทุกระบบขับเคลื่อนอาจค่อยๆ ถูกยกเลิกในอนาคต ซึ่งจะยิ่งทำให้รถ HEV มีความน่าดึงดูดด้านราคามากขึ้น

 ตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจน

คลื่นลูกใหม่ของการพัฒนารถยนต์ HEV ของค่ายรถจีนไม่ได้เป็นการคัดลอกแนวทางของ Toyota แต่เป็นการสร้างเส้นทางเทคโนโลยีที่แตกต่าง โดยเน้นสมรรถนะการขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าและความยืดหยุ่นของระบบ

สิ่งนี้ไม่ใช่การ “ถอยหลัง” จากเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่เป็นกลยุทธ์คู่ขนาน (Parallel Strategy) ที่ก่อตัวขึ้นจากแรงกดดันด้านต้นทุน ข้อกำหนดในการส่งออกตลาดโลก และการปรับตัวรับนโยบายภาษี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนครับ

เข้าสู่ยุค 50 กม./ลิตร GEELY เปิดตัว Thor AI Hybrid 2.0 PHEV ประสิทธิภาพความร้อนสูงถึง 47.26%

carnewschina

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้