ยืนยันรุ่นนี้เปิดตัวไทยปลายปี 2569 GAC AION i60 BEV โฉมใหม่ รวมภาพคันจริงในจีน! จีเอซี ไอออน

ยืนยันรุ่นนี้เปิดตัวไทยปลายปี 2569 GAC AION i60 BEV โฉมใหม่ รวมภาพคันจริงในจีน!  จีเอซี ไอออน
Spread the love
Advertisement Advertisement

GAC AION Thailand มีโอกาสนำ AION i60 REEV โฉมใหม่ มาขายไทยหรือไม่? และตอนไหน ?

เมื่อวันที่ 2 มกราคม GAC Aion ประกาศอย่างเป็นทางการว่ารถยนต์ SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นi60 มียอดขาย 10,804 คันในเดือนแรกของการส่งมอบ (ธันวาคม) หลังจากการเปิดตัว

GAC AION Thailand ยืนยันว่า AION i60 REEV/BEV เตรียมจำหน่ายในภายในปี 2569 ยืนยันแล้วปลายปี

กระแส รถไฟฟ้าพร้อมระบบขยายระยะทาง (REEV – Range Extended Electric Vehicle) กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่ผู้บริโภคยังมีความกังวลเรื่องสถานีชาร์จและระยะทางใช้งานจริง หนึ่งในรุ่นที่ถูกจับตามองคือ AION i60 REEV/BEV จากค่าย GAC AION สำหรับประเทศไทยยืนยันแล้ว รุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

ทำความรู้จัก AION i60 REEV คือรถแบบไหน?

AION i60 REEV เป็นรถ SUV พลังงานไฟฟ้าที่พัฒนาบนแนวคิด “ไฟฟ้าเป็นหลัก เครื่องยนต์เป็นตัวช่วย” หัวใจสำคัญของระบบ REEV คือ

  • ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100%
  • มีเครื่องยนต์สันดาปขนาดเล็ก ทำหน้าที่ ปั่นไฟเท่านั้น ไม่ได้ขับล้อโดยตรง
  • ลดปัญหา Range Anxiety เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด
  • ให้ประสบการณ์การขับแบบ EV แต่ไม่พึ่งสถานีชาร์จอย่างเดียว

ในตลาดจีน AION i60 ถูกวางตำแหน่งเป็น SUV ขนาดคอมแพกต์ เจาะกลุ่มผู้ใช้เมือง–ชานเมือง ที่ต้องการรถไฟฟ้าแต่ยังอยากได้ความอุ่นใจด้านระยะทาง

สถานะของ GAC AION Thailand ในปัจจุบัน

GAC AION Thailand ไม่ได้เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดไทยอีกต่อไป โดยมีจุดแข็งสำคัญคือ

  • เปิดตัวและทำตลาด AION Y Plus, AION V , AION UT , HYPEC และรุ่นอื่น ๆ อย่างจริงจัง
  • มี ฐานการประกอบในประเทศไทย (จังหวัดระยอง)
  • สร้างเครือข่ายโชว์รูม–ศูนย์บริการครอบคลุมหัวเมืองหลัก
  • วางกลยุทธ์ระยะยาวในไทย ไม่ใช่นำเข้าแล้วจบ

สิ่งนี้สะท้อนว่า AION มองประเทศไทยเป็น Hub สำคัญของอาเซียน ไม่ใช่เพียงตลาดรอง

เหตุผลที่ “AION i60 REEV” ขายไทย

1. ตลาดไทยเริ่มเปิดรับ REEV/PHEV มากขึ้น

แม้รัฐบาลจะผลักดัน BEV อย่างชัดเจน แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้จำนวนมากยังมีความกังวลเรื่อง

  • จุดชาร์จนอกเมือง

  • การเดินทางไกล

  • การใช้รถคันเดียวจบ ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

REEV จึงเป็น ทางสายกลางระหว่าง BEV กับ PHEV ที่เหมาะกับพฤติกรรมคนไทยจำนวนมาก ปัจจุบัน EV3.0 ผลักดันสรรพสามิต 5% สำหรับ PHEV/REEV วิ่งเกิน 80 กม./ชาร์จ ซึ่งปกติรถจีนจะเกินอยู่แล้ว

2. ช่องว่างระหว่าง BEV กับ Hybrid ยังเปิดอยู่

ในตลาดไทยปัจจุบัน

  • BEV แข่งขันกันรุนแรงด้านราคา

  • Hybrid จากญี่ปุ่นยังแข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์ความทนทาน

REEV อย่าง AION i60 สามารถวางตัวเป็น

“EV ที่ใช้ง่ายกว่ารถไฟฟ้าล้วน แต่ล้ำสมัยกว่า Hybrid”

หากตั้งราคาเหมาะสม จะสร้างตำแหน่งตลาดใหม่ได้ทันที

3. ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ต่างจังหวัด

ต่างจาก BEV ที่เหมาะกับเมืองใหญ่ REEV เหมาะกับผู้ใช้ที่

  • ต้องเดินทางข้ามจังหวัดบ่อย
  • ไม่มีที่ชาร์จประจำบ้าน
  • ใช้งานเชิงพาณิชย์บางส่วน

ซึ่งเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของประเทศไทย


รายละเอียดราคาและรุ่นย่อยทั้งหมด (เรียงจากถูกไปแพง)

สำหรับการทำตลาดในประเทศจีน GAC AION i60 มีตัวเลือกทั้งหมด 6 รุ่นย่อย โดยแบ่งตามประเภทขุมพลังและระยะทางการขับขี่ ซึ่งเมื่อนำมาจัดเรียงตามระดับราคาโปรโมชันช่วงเปิดตัว จะแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับราคาหลัก ดังนี้

1. ระดับราคาเริ่มต้น 104,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 509,000 บาท) ในระดับราคาเริ่มต้นนี้ GAC AION เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเลือกขุมพลังที่ตรงกับลักษณะการใช้งานได้ทันทีในราคาที่เท่ากันพอดี โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ

  • รุ่นขุมพลัง EREV (210 Standard): รุ่นเพิ่มระยะทาง ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 241 แรงม้า ทำระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 210 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) และทำระยะทางรวมสูงสุดเมื่อน้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่เต็มได้ถึง 1,240 กิโลเมตร มีราคาปกติอยู่ที่ 109,800 หยวน

  • รุ่นขุมพลัง BEV (530 Standard): รุ่นไฟฟ้าล้วน 100% มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า และแบตเตอรี่ขนาด 62.27 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน CLTC) มีราคาปกติอยู่ที่ 109,800 หยวน เช่นกัน

2. ระดับราคา 110,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 538,000 บาท)

  • รุ่นขุมพลัง EREV (210 Advanced): รุ่นท็อปของฝั่งเพิ่มระยะทาง ที่ได้รับการอัปเกรดออปชันและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารให้ครบครันยิ่งขึ้น โดยมีราคาปกติอยู่ที่ 115,800 หยวน

3. ระดับราคา 114,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 557,000 บาท)

  • รุ่นขุมพลัง BEV (530 Advanced): รุ่นไฟฟ้าล้วนขยับสเปกออปชันความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะเพิ่มขึ้น โดยยังคงใช้แบตเตอรี่ขนาด 62.27 kWh และให้ระยะทางวิ่ง 530 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) มีราคาปกติอยู่ที่ 119,800 หยวน

4. ระดับราคา 120,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 586,000 บาท)

  • รุ่นขุมพลัง BEV (650 Standard): รุ่นไฟฟ้าล้วนที่เน้นการเดินทางไกล อัปเกรดไปใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 75.26 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มกำลังเป็น 221 แรงม้า สามารถทำระยะทางวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน CLTC) มีราคาปกติอยู่ที่ 125,800 หยวน

5. ระดับราคาสูงสุด 130,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 635,000 บาท)

  • รุ่นขุมพลัง BEV (650 Advanced): รุ่นท็อปสุดของไลน์อัปทั้งหมด โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่วิ่งได้ไกล 650 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) เข้ากับชุดออปชันระดับพรีเมียมเต็มพิกัด เช่น เบาะนวดไฟฟ้า 8 จุด และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง โดยมีราคาปกติอยู่ที่ 135,800 หยวน

สิทธิพิเศษสำหรับผู้จองก่อนสิ้นปี

  • อัปเกรดอุปกรณ์ฟรี
  • ตัวเลือกสินเชื่อหลากหลาย
  • ส่วนลดเมื่อนำรถเก่ามาเปลี่ยน
  • นโยบายใหม่ “เผา 1 จ่าย 3” (หากเกิดการไหม้ จะชดเชย 3 เท่า)

ขนาดตัวถัง AION i60

  • ความยาว 4,685 มม.
  • ความกว้าง 1,854 มม.
  • ความสูง 1,660 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,775 มม.
  • จำนวนที่นั่ง 5 ที่นั่ง

มอเตอร์ไฟฟ้า BEV

  • มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (PMSM) ด้านหน้า
  • ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
  • รุ่น 530 → 204 PS  / 205 Nm

    • แบตเตอรี่แมกกาซีน 62.268 kWh 530 กม./ชาร์จ CLTC
  • รุ่น 650 → 224 PS / 240 Nm

    • แบตเตอรี่แมกกาซีน 74.96–75.26 kWh 650 กม./ชาร์จ CLTC

  • ระบบหล่อเย็นน้ำ + ระบบทำความร้อนแบตเตอรี่
  • DC 30-80% 22 นาที
  • AC 7kW
  • V2L จ่ายไฟออกภายนอก 6 kW

ระบบขับเคลื่อน (REEV)

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร
  • กำลังสูงสุดเครื่องยนต์ 100 PS
  • มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
  • ใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็น Generator (ไม่ขับล้อ)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า PMSM – Permanent Magnet Synchronous Motor
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: 244 PS / 280 Nm
  • แบตเตอรี่แมกกาซีน 29.165 kWh (แบตขนาดใหญ่สำหรับ REEV)
  • ระยะทางไฟฟ้าล้วน

    • 160 กม. (WLTC)

    • 210 กม. (CLTC)

  • ระยะทางรวมเมื่อใช้ไฟฟ้า + น้ำมัน: 1,240 กม. (CLTC)

    Advertisement Advertisement
  • ขนาดถังน้ำมัน 50 ลิตร
  • อัตราสิ้นเปลือง 18.1 กม./ลิตร
  • ชาร์จ DC 30-80% ภายใน 15 นาที

ระบบเบรก

  • เบรกหน้า: ดิสก์เบรก
  • เบรกหลัง: ดิสก์เบรก

ระบบช่วงล่าง

  • หน้า: แม็คเฟอร์สันแบบอิสระ (MacPherson Independent Suspension)
  • หลัง: อิสระแบบ 5-Link (Five-link Independent Suspension)

การออกแบบภายนอก

  • ตัวถังแนว SUV ขนาดกลาง เส้นสายคมชัด
  • กระจังหน้าแบบปิด (สไตล์รถไฟฟ้า)
  • กันชนหน้าออกแบบให้ดูแข็งแรง
  • ไฟท้ายลากยาวแบบ Signature LED
  • ดีไซน์ภายนอกเน้นความล้ำสมัย คลีน เรียบแบบ Modern EV
  • หลังคาลาดไล่สไตล์ Crossover Sporty
  • ไฟหน้า LED
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED DRL
  • ไฟท้าย LED
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ราวหลังคา (Roof Rail)
  • สปอยเลอร์ท้าย (Rear Spoiler)
  • ไฟเบรกดวงที่ 3
  • มือจับประตูสีตัวถัง
  • กันชนหน้า–หลังดีไซน์สปอร์ต
  • ที่ปัดน้ำฝนหลัง
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • กระจกมองข้างพับไฟฟ้า
  • กระจกมองข้างมีไล่ฝ้า
  • กระจกกรองแสงรอบคัน
  • ประตูท้ายไฟฟ้า
  • รุ่น Standard → 215/55 R18
  • รุ่น Premium → 225/45 R19
  • ออกแบบสไตล์ เรียบง่าย + ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวของคอนโซลสูงกว่า

ภายในแบบ สองโทน แบ่งบน–ล่างด้วยแถบประดับลายโลหะ

  • โทนภายใน 3 แบบ

    • Oat Milk White
    • Warm Light Brown
    • Tahiti Gray
  • ไฟห้องโดยสาร 32 สี
  • พวงมาลัยทรงใหม่ แบบโรลเลอร์
  • หน้าจอคู่แบบลอยตัว — จอกลาง + Digital Cluster
  • รองรับ ชาร์จไร้สาย 2 ตำแหน่ง

ระบบช่วยขับ

  • GAC GSD รองรับ

    • Highway NDA: ขับอัตโนมัติบนทางด่วน
    • HPA Intelligent Parking: ช่วยจอดอัจฉริยะ
    • รองรับการขึ้น–ลงทางลาด–ทางเชื่อม, การเปลี่ยนเลนเอง

ความสะดวกสบายภายใน

เบาะหน้าระบบ “8 ชั้น Comfort Sofa”

  • วัสดุพรีเมียมนุ่มพิเศษ
  • ผิวสัมผัสระดับ “ปลอดภัยเทียบเท่าเด็กทารก”
  • รองรับรูปทรงตามสรีระ
  • ฟังก์ชันนวด 8 จุด / 5 โหมด
  • ระบายอากาศ / อุ่น / จำตำแหน่ง / ปรับไฟฟ้าเต็มระบบ

เบาะหลัง

  • พนักพิงเอนได้สูงสุด 137°
  • ปรับเอนได้แบบ 20° ไม่เป็นขั้น
  • มี โต๊ะพับหลังเบาะหน้า
  • หลังคา Panoramic Roof

พื้นที่เก็บสัมภาระ

  • ความจุพื้นฐาน 416 ลิตร
  • ปรับเพิ่มได้สูงสุด 967 ลิตร
  • เป็นดีไซน์ แบ่งสองชั้น

ระบบช่วยขับขี่ (ADAS) และเทคโนโลยีขับขี่

ระบบ GSD Intelligent Driving Assistance เป็นระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่พัฒนาโดย GAC AION ครอบคลุมการใช้งานหลายรูปแบบ เช่น:

  • รองรับ ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง (NDA – Navigation Driving Assist) ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยเมื่อขับบนทางด่วน
  • ฟังก์ชัน ช่วยจอดอัจฉริยะ (HPA – Intelligent/Auto Parking Assist) ทำให้การเข้าจอดในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นไปได้ง่ายและแม่นยำ
  • ระบบสามารถรองรับ สถานการณ์ช่วยเหลือขับขี่มากกว่า 41 รูปแบบ และสถานการณ์ย่อยมากกว่า 390 กรณี ซึ่งหมายความว่าจะช่วยตรวจจับเส้นทางและสถานการณ์ที่หลากหลายได้อย่างฉลาด
  • ฮาร์ดแวร์เซ็นเซอร์ประกอบด้วย กล้องและเรดาร์ครบชุด (3R7V sensor suite) เพื่อจับสภาพแวดล้อมรอบคันรถและประมวลผลเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน

ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัว

  • ESC (Electronic Stability Control) เพื่อช่วยให้รถไม่ลื่นไถลในโค้งหรือการเบรกกะทันหัน
  • TCS (Traction Control System) ช่วยลดอาการล้อฟรีเมื่อเหยียบคันเร่งบนพื้นถนนลื่น
  • Hill Start Assist / Hill Descent Control ช่วยควบคุมการขึ้น–ลงทางลาดชันอย่างปลอดภัย

 ระบบไฟฟ้าและความปลอดภัยของแบตเตอรี่

  • ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดความเสี่ยงไฟลุกไหม้หลังชน
  • ระบบป้องกันไฟช็อตแรงดันสูง (High Voltage Isolation) ทำให้แบตเตอรี่ปลอดภัยต่อการใช้งานและซ่อมบำรุง
  • ระบบตรวจสอบอุณหภูมิแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันปัญหาแบตเตอรี่ร้อนเกินไปและยืดอายุแบตฯ

ถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งในตัวรถ

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (คนขับและผู้โดยสารด้านหน้า)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า ช่วยปกป้องช่วงลำตัวเมื่อเกิดการชนด้านข้าง
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Curtain Airbag) คลุมเหนือบานประตูทั้งสองฝั่งเพื่อช่วยป้องกันศีรษะทั้งด้านหน้า–หลัง
  • บางรุ่น (ขึ้นกับรุ่นย่อย) อาจมี ถุงลมนิรภัยรวมสูงสุด 6–8 ตำแหน่ง ซึ่งในหลายรุ่นรถรุ่นเดียวกันในจีนมักรวมถุงลมเพิ่มเติมในบริเวณเข่าและด้านหลังด้วย

 

Autohome

dongchedi

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้