Honda ปรับทัพใหญ่ เขย่าตลาดจีน เล็งลดบทบาทการผลิตรถ ICE ผ่าน JV กับ GAC และ Dongfeng Motor
ฮอนด้า (Honda) ปรับทัพครั้งใหญ่ ประกาศระงับการผลิตโรงงานในจีน หวังแก้วิกฤตยอดขายซบเซา
วันที่ 17 เมษายน ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดยานยนต์ของประเทศจีน ล่าสุดมีรายงานข่าวจาก สำนักข่าวนิกเคอิ (Nikkei) ระบุว่า ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง ฮอนด้า (Honda) เตรียมใช้มาตรการรัดเข็มขัดครั้งสำคัญ โดยเตรียมระงับการดำเนินงานในโรงงานประกอบรถยนต์บางแห่งในประเทศจีน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
การระงับการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน
แหล่งข่าวระบุว่า GAC Honda ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างฮอนด้าและ GAC Group (Guangzhou Automobile Group) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน มีกำหนดการที่จะ ระงับการดำเนินงานของโรงงานผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) แห่งหนึ่งในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังไม่ได้หยุดการประเมินความเสี่ยงไว้เพียงแค่นั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อระงับการดำเนินงานของโรงงานร่วมทุนบางแห่งที่ทำร่วมกับพันธมิตรอีกรายอย่าง Dongfeng Motor เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ เพื่อลดต้นทุนส่วนเกินให้รวดเร็วที่สุด
เจาะลึกตัวเลขกำลังการผลิต อัตราการเดินเครื่องที่ลดต่ำลง
ปัจจุบัน ฮอนด้ามีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในประเทศจีน โดยมีโรงงานประกอบรถยนต์แบบครบวงจรทั้งหมด 6 แห่งผ่านรูปแบบการร่วมทุน อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคหันไปนิยมรถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการเดินเครื่อง (Utilization Rate) ของโรงงานเหล่านี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
โครงสร้างกำลังการผลิตปัจจุบันของ Honda ในจีน:
- กำลังการผลิตรวมทั้งหมด: 1.2 ล้านคันต่อปี
- สัดส่วนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (น้ำมัน): 960,000 คันต่อปี
- สัดส่วนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV): 240,000 คันต่อปี
โรงงานของ GAC Honda ที่กำลังจะถูกสั่งระงับการดำเนินงานในเดือนมิถุนายนนี้ มีกำลังการผลิตสูงถึง 240,000 คันต่อปี ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วคิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ที่ฮอนด้ามีอยู่ในประเทศจีน การตัดสินใจครั้งนี้จึงถือเป็นการหั่นกำลังการผลิตครั้งใหญ่เพื่อสอดรับกับความต้องการของตลาดที่แท้จริง
วิกฤตยอดขายและผลประกอบการในปี 2025
ข้อมูลจากรายงานของ IT Home เผยให้เห็นถึงตัวเลขที่น่าตกใจของผลประกอบการฮอนด้าในตลาดจีนช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการดึงดูดผู้บริโภคท่ามกลางสงครามราคาและเทคโนโลยี:
- ยอดการผลิตรวมในปี 2025: ทำได้เพียง 680,000 คัน ซึ่ง ลดลงเกือบ 60% เมื่อเทียบกับช่วงยุคทองที่ฮอนด้าเคยทำยอดผลิตได้สูงสุด
- ยอดขายรวมในประเทศจีน: ปิดตัวเลขที่ 640,000 คัน ลดลง 24% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี (Year-on-Year) และตัวเลขนี้คิดเป็นเพียง 40% ของจุดสูงสุดในอดีต เท่านั้น
“การลดลงของยอดขายกว่าครึ่งจากจุดสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ท้องถิ่นของจีน ที่ทำราคาได้น่าดึงดูดและมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานรุ่นใหม่มากกว่า”
ก้าวต่อไป การปรับโครงสร้างเพื่อฟื้นฟูกำไร
จากสถานการณ์ที่บีบคั้น ฮอนด้าจำเป็นต้อง เดินหน้าปรับลดและเพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิต (Capacity Optimization) อย่างเร่งด่วน การปิดโรงงานที่ผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ถือเป็นก้าวแรกในการลดต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) เพื่อหยุดภาวะเลือดไหลและปรับปรุงผลกำไรของบริษัทให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
หลังจากนี้ คาดว่าทิศทางของฮอนด้าในจีนจะมุ่งเน้นไปที่การจัดสรรทรัพยากรใหม่ เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น ทั้งในแง่ของราคา สเปก และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อรักษาพื้นที่ในสมรภูมิยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ต่อไป

