HONDA ประกาศยุติจำหน่ายรถยนต์ในเกาหลีใต้ ท่ามกลางมรสุมการแข่งขันในเอเชีย
ปิดตำนาน 20 ปี! Honda ประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ในเกาหลีใต้สิ้นปีนี้ ท่ามกลางมรสุมการแข่งขันในเอเชีย
นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อ ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับสองของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ตัดสินใจที่จะยุติการดำเนินธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเกาหลีใต้ โดยจะมีผลภายในสิ้นปีนี้ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทั้งในตลาดรถยนต์ระดับโลกและตลาดภายในเกาหลีใต้เอง
ย้อนรอยการเดินทางของ Honda ในตลาดเกาหลีใต้
ฮอนด้าได้ก้าวเข้ามาทำตลาดและเริ่มต้นการจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเกาหลีใต้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 โดยตลอดระยะเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้นำเสนอรถยนต์รุ่นเรือธงที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศอย่าง Honda Accord และ Honda CR-V เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป บริบทของการแข่งขันได้เปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง
เผชิญหน้ากับ “เจ้าถิ่น” และ “ผู้ท้าชิงหน้าใหม่”
สำหรับฮอนด้าแล้ว เกาหลีใต้ถือเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างเล็กและมีความท้าทายสูงลิ่ว สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมใช้แบรนด์ภายในประเทศ โดยมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับชาติอย่าง Hyundai และ Kia ครองส่วนแบ่งการตลาดอย่างเหนียวแน่น ในขณะเดียวกัน สมรภูมินี้ยังทวีความดุเดือดขึ้นไปอีกขั้น เมื่อ BYD ผู้นำด้านตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สัญชาติจีน ได้เริ่มรุกคืบและผลักดันแบรนด์เข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้อย่างหนักหน่วงและก้าวร้าว
ผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในผลประกอบการ โดยในปีที่ผ่านมา ฮอนด้ามียอดจำหน่ายรถยนต์ในเกาหลีใต้ ต่ำกว่า 2,000 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่หดตัวลงมากกว่า 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
มรสุมยอดขายที่หดตัวในตลาดหลักแห่งเอเชีย
สถานการณ์ที่ยากลำบากของฮอนด้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น ปัจจุบันค่ายรถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัยรายนี้กำลังเผชิญหน้ากับภาวะยอดขายที่ชะลอตัวลงในหลายตลาดสำคัญทั่วภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากคู่แข่งทั้งแบรนด์เกาหลีใต้และแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
- วิกฤตในตลาดจีน: ยอดขายปลีกของฮอนด้าในประเทศจีนในปี 2025 ร่วงลงเหลือเพียง 646,000 คัน ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างน่าตกใจถึง 60% เมื่อเทียบกับสถิติเมื่อ 5 ปีก่อน นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากรอยเตอร์ (Reuters) ยังได้รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ฮอนด้าเตรียมที่จะปิดโรงงานผลิตรถยนต์ที่ดำเนินการในรูปแบบบริษัทร่วมทุน (Joint-venture) ในจีนลงอย่างน้อย 1 แห่ง
- ความท้าทายในตลาดอาเซียน ยอดขายของฮอนด้าในปีที่ผ่านมายังคงปรับตัวลดลงเมื่อเทียบแบบปีต่อปีในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงตลาดสำคัญอย่าง ประเทศไทย, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
การปรับลดขนาดธุรกิจและยุติการจำหน่ายในบางประเทศของฮอนด้า ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการปรับตัวครั้งใหญ่ของค่ายรถยนต์ดั้งเดิม (Legacy Automakers) ที่ต้องเร่งหาทางรอดและปรับกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับยุคเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยียานยนต์และการผงาดขึ้นของค่ายรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ในระดับโลก
ภาพรวม บริษัท ฮอนด้า โคเรีย จำกัด
ก่อตั้ง: ตุลาคม 2544 (ชื่อบริษัทเดิม: Honda Motorcycle Korea)
เริ่มจำหน่ายรถจักรยานยนต์: พฤษภาคม 2002
เริ่มจำหน่ายรถยนต์: พฤษภาคม 2004
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: โซล ประเทศเกาหลีใต้
ทุนจดทะเบียน: 12,000 ล้านวอน
สัดส่วนการถือหุ้น: 100% โดย Honda Motor Co., Ltd.
ผู้แทน: ประธาน จีฮง ลี
กิจกรรมทางธุรกิจ: นำเข้า จำหน่าย และบริการหลังการขายรถจักรยานยนต์และรถยนต์
รุ่นรถจักรยานยนต์ที่จำหน่ายหลัก: PCX125, Super Cub, FORZA350, ADV350, FORZA750, CBR600RR
รุ่นรถยนต์ที่จำหน่ายหลัก: ACCORD, CR-V
จำนวนพนักงาน: 84 คน (ณ เดือนเมษายน 2026)
เจาะลึกสถิติยอดขาย สถานการณ์แบรนด์ต่างชาติในเกาหลีใต้ (มีนาคม 2026)
อ้างอิงข้อมูลจาก สมาคมผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แห่งเกาหลี (Korea Automobile Importers & Distributors Association – KAIDA) พบว่าในเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา มีรถยนต์ Honda จดทะเบียนใหม่เพียง 84 คัน เท่านั้น แม้จะเป็นตัวเลขที่น้อย แต่ก็ยังสามารถทำยอดขายชนะแบรนด์ตะวันตกบางรายได้ เช่น Cadillac (75 คัน), Peugeot (72 คัน), Ford (35 คัน), Lincoln (20 คัน) และ Chevrolet (6 คัน)
ในขณะที่หลายแบรนด์กำลังดิ้นรน กลับมีบางแบรนด์ที่โกยยอดขายได้อย่างมหาศาล ผู้นำตลาดแบรนด์นำเข้าในเดือนมีนาคมตกเป็นของ Tesla ที่ทำยอดจดทะเบียนสูงถึง 11,130 คัน (เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด) ตามมาด้วยแบรนด์รถหรูยอดนิยมตลอดกาลอย่าง BMW (6,785 คัน) และ Mercedes-Benz (5,419 คัน) สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ที่เลือกซื้อรถยนต์นำเข้า มักจะเทใจไปที่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สุดล้ำ หรือไม่ก็กลุ่มรถหรูระดับพรีเมียม (Luxury Brands) ไปเลย

ตารางสรุปยอดขายรถยนต์แบรนด์ต่างชาติในเกาหลีใต้ (เปรียบเทียบ มี.ค. vs ก.พ. 2026)
| แบรนด์ (Brand) | มี.ค. 2026 | ส่วนแบ่ง (%) | ก.พ. 2026 | ส่วนแบ่ง (%) | การเปลี่ยนแปลง (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| Tesla | 11,130 | 32.8% | 7,868 | 28.9% | +41.5% |
| BMW | 6,785 | 20.0% | 6,313 | 23.2% | +7.5% |
| Mercedes-Benz | 5,419 | 16.0% | 5,322 | 19.6% | +1.8% |
| BYD | 1,664 | 4.9% | 957 | 3.5% | +73.9% |
| Volvo | 1,496 | 4.4% | 1,095 | 4.0% | +36.6% |
| Audi | 1,300 | 3.8% | 991 | 3.6% | +31.2% |
| Lexus | 1,178 | 3.5% | 1,113 | 4.1% | +5.8% |
| Porsche | 911 | 2.7% | 494 | 1.8% | +84.4% |
| MINI | 878 | 2.6% | 510 | 1.9% | +72.2% |
| Toyota | 738 | 2.2% | 793 | 2.9% | -6.9% |
| Land Rover | 727 | 2.1% | 386 | 1.4% | +88.3% |
| Polestar | 684 | 2.0% | 243 | 0.9% | +181.5% |
| Volkswagen | 476 | 1.4% | 600 | 2.2% | -20.7% |
| Jeep | 102 | 0.3% | 102 | 0.4% | 0.0% |
| GMC | 100 | 0.3% | 123 | 0.5% | -18.7% |
| Honda | 84 | 0.3% | 23 | 0.1% | +265.2% |
| Cadillac | 75 | 0.2% | 23 | 0.1% | +226.1% |
| Peugeot | 72 | 0.2% | 79 | 0.3% | -8.9% |
| Ford | 35 | 0.1% | 66 | 0.2% | -47.0% |
| Bentley | 31 | 0.1% | 40 | 0.2% | -22.5% |
| Lamborghini | 26 | 0.1% | 4 | 0.0% | +550.0% |
| Lincoln | 20 | 0.1% | 15 | 0.1% | +33.3% |
| Ferrari | 18 | 0.1% | 13 | 0.1% | +38.5% |
| Rolls-Royce | 15 | 0.0% | 17 | 0.1% | -11.8% |
| Chevrolet | 6 | 0.0% | 0 | 0.0% | 0.0% |
| Maserati | 0 | 0.0% | 0 | 0.0% | 0.0% |
| รวม (Total) | 33,970 | 100.0% | 27,190 | 100.0% | +24.9% |
แหล่งข้อมูล: สำนักข่าว Reuters และ สมาคมผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แห่งเกาหลี (KAIDA)


