ยอดขายรถยนต์ในไทย เมษายน 2569 รวม 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% BEV อันดับ 1 ส่วนแบ่ง 28.69%

ยอดขายรถยนต์ในไทย เมษายน 2569 รวม 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% BEV อันดับ 1 ส่วนแบ่ง 28.69%
Spread the love
Advertisement Advertisement


นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ สมาคมอุสาหกรรมยานยนต์ไทย  ได้เปิดเผยรายงานสถิติมียอดขายรถยนต์ภายในประเทศประจำเดือนเมษายน 2569 และยอดขายสะสม 4 เดือนแรกของปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างตลาดยานยนต์ไทย

ภาพรวมตลาดรถยนต์เดือนเมษายน 2569

ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยประจำเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนและข้อจำกัดที่น่าสนใจดังนี้

ปัจจัยบวกหนุนตลาด

  • ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV): ผลจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดจองรวมในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Motor Show 2026) ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
  • วิกฤตราคาน้ำมัน: ปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนใจพลังงานทางเลือก
  • การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่: มีการกระตุ้นตลาดด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยลบและข้อกังวล

  • ยอดขายรถกระบะยังคงหดตัว: ลดลง 9.7% จากมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
  • กำลังซื้ออ่อนแอ: ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศเติบโตต่ำ การลงทุนและการจ้างงานยังอยู่ในภาวะน่ากังวล
  • ปัจจัยเสี่ยงภายนอก: เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า
  • ต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง: มีความกังวลจากการขอปรับราคาขึ้นของชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ โดยอ้างผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งอาจซ้ำเติมยอดขายและยอดผลิตในอนาคต

มุมมองเชิงบวกในอนาคต: แม้เศรษฐกิจไตรมาส 1/2569 จะเติบโตเพียง 2.8% แต่การอนุมัติโครงการลงทุนจาก BOI รวมถึงแผนการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลเพื่อลดการนำเข้าพลังงานและเพิ่มการลงทุน อาจช่วยสร้างงานและผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในอัตราที่สูงขึ้นได้ในปีนี้

Advertisement Advertisement

เจาะลึกยอดขายแยกประเภท (เดือนเมษายน 2569)

ในเดือนนี้ กลุ่มรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ มีจำนวนรวม 33,654 คัน หรือคิดเป็น 69.54% ของยอดขายทั้งหมด โดยแบ่งตามประเภทเครื่องยนต์ได้ดังนี้:

  • รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV): จำนวน 13,882 คัน (สัดส่วน 28.69% ของยอดขายทั้งหมด) เพิ่มขึ้น 27.35%
  • รถยนต์ไฮบริด (HEV): จำนวน 11,204 คัน (สัดส่วน 23.15% ของยอดขายทั้งหมด) เพิ่มขึ้น 41.75%
  • รถยนต์สันดาปภายใน (ICE): จำนวน 7,109 คัน (สัดส่วน 14.69% ของยอดขายทั้งหมด) ลดลง 35.18%
  • รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): จำนวน 1,023 คัน (สัดส่วน 2.11% ของยอดขายทั้งหมด) ลดลง 5.54%
  • รถยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (REEV): จำนวน 436 คัน (สัดส่วน 0.90% ของยอดขายทั้งหมด) เพิ่มขึ้น 100%

ยอดขายรถยนต์ประเภทอื่นๆ ในเดือนเมษายน 2569 รวม 14,608 คัน

  • รถกระบะ: จำนวน 9,831 คัน (ลดลง 10.11%)
  • รถกระบะดัดแปลง (PPV): จำนวน 2,619 คัน (ลดลง 16.57%)
  • รถบรรทุก 5 – 10 ตัน: จำนวน 1,401 คัน (เพิ่มขึ้น 29.01%)
  • รถประเภทอื่นๆ: จำนวน 757 คัน (ลดลง 30.93%)

สรุปยอดขายสะสม 4 เดือนแรก (มกราคม – เมษายน 2569)

สำหรับภาพรวมสะสมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ตลาดรถยนต์ไทยมียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 230,477 คัน เพิ่มขึ้น 15.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

เมื่อเจาะลึกในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ มียอดขายสะสมรวม 157,099 คัน (คิดเป็น 68.16% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด) โดยแบ่งเป็น:

  • รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV): ยอดสะสม 64,109 คัน (สัดส่วน 27.82% ของยอดขายทั้งหมด) เพิ่มขึ้น 90.61%
  • รถยนต์ไฮบริด (HEV): ยอดสะสม 51,434 คัน (สัดส่วน 22.32% ของยอดขายกลุ่มรถยนต์นั่งฯ) เพิ่มขึ้น 24.76%
  • รถยนต์สันดาปภายใน (ICE): ยอดสะสม 37,957 คัน (สัดส่วน 16.47% ของยอดขายทั้งหมด) ลดลง 21.54%
  • รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): ยอดสะสม 2,891 คัน (สัดส่วน 1.25% ของยอดขายทั้งหมด) ลดลง 18.40%
  • รถยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (REEV): ยอดสะสม 708 คัน (สัดส่วน 0.31% ของยอดขายทั้งหมด) เพิ่มขึ้น 100%

ยอดขายสะสมรถยนต์ประเภทอื่นๆ (4 เดือนแรก)

  • รถกระบะสะสม: จำนวน 48,324 คัน (ลดลง 5.84%)
  • รถกระบะดัดแปลง (PPV) สะสม: จำนวน 14,746 คัน (เพิ่มขึ้น 16.35%)
  • รถบรรทุก 5 – 10 ตัน สะสม: จำนวน 6,123 คัน (เพิ่มขึ้น 30.97%)
  • รถประเภทอื่นๆ สะสม: จำนวน 3,707 คัน (ลดลง 22.20%)
Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้