Honda ประกาศเรียกคืนรถยนต์กว่า 8.8 แสนคัน! พบปัญหาสนิมกินช่วงล่างเสี่ยงล้อหลุด ในสหรัฐฯ

Honda ประกาศเรียกคืนรถยนต์กว่า 8.8 แสนคัน! พบปัญหาสนิมกินช่วงล่างเสี่ยงล้อหลุด
หากคุณรู้สึกว่าช่วงนี้ได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเรียกคืนรถยนต์เพราะปัญหาสนิมบ่อยผิดปกติ คุณไม่ได้คิดไปเองคนเดียวแน่นอน เพราะล่าสุด Honda (ฮอนด้า) ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจำนวนสูงถึง 880,514 คัน หลังจากตรวจพบว่าปัญหาสนิมสามารถกัดกร่อนจุดยึดช่วงล่างด้านหลัง จนอาจส่งผลให้ผู้ขับขี่สูญเสียการควบคุมรถและนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
เจาะลึกรุ่นที่ได้รับผลกระทบ: มีรุ่นไหนบ้าง?
การเรียกคืน (Recall) ในครั้งนี้ครอบคลุมรถยนต์แบรนด์ Honda และแบรนด์หรูในเครืออย่าง Acura ตั้งแต่ปีรุ่น (Model Year) 2014 ไปจนถึงปี 2023 โดยแบ่งเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้:
- Honda Pilot (รุ่นปี 2016-2022): จำนวน 463,253 คัน
- Acura MDX (รุ่นปี 2014-2020): จำนวน 217,517 คัน
- Honda Ridgeline (รุ่นปี 2017-2023): จำนวน 110,070 คัน
- Honda Passport (รุ่นปี 2019-2023): จำนวน 89,674 คัน
พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ (Salt-Belt States): แคมเปญนี้พุ่งเป้าไปที่รถยนต์ที่ใช้งานในรัฐแถบตอนเหนือของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักและมีการใช้เกลือพ่นบนพื้นผิวถนนเพื่อละลายน้ำแข็ง โดยสารเคมีเหล่านี้มักจะเข้าไปสะสมและกัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะใต้ท้องรถยนต์อย่างรวดเร็ว
สาเหตุของปัญหา: เมื่อสีพ่นเคลือบ “ไม่ได้มาตรฐาน”
จากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่า ต้นตอของปัญหามาจากกระบวนการผลิตชิ้นส่วน ซับเฟรมท้าย (Rear Subframe) ที่ขาดประสิทธิภาพในการยึดเกาะของสีเคลือบกันสนิม ส่งผลให้สีพ่นหลุดล่อนออกได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป
เมื่อไม่มีชั้นสีปกป้องโลหะ ความชื้นและเกลือจากผิวถนนจึงเข้าไปสัมผัสกับเนื้อเหล็กโดยตรง ก่อให้เกิดสนิมขยายตัวเป็นวงกว้าง และกัดกร่อนลึกลงไปในบริเวณ จุดยึดปีกนกหลัง (Control Arm Mount) จนทำให้โครงสร้างเหล็กอ่อนแอและเกิดการแตกร้าวในที่สุด
อันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น และสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
ทาง Honda ได้ระบุว่า หากจุดยึดปีกนกควบคุมล้อหลังเกิดความเสียหาย ขาด หรือหลุดออกจากซับเฟรม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยดังนี้:
- ล้อหลังเสียศูนย์ (Misalignment): ส่งผลต่อการทรงตัว การบังคับเลี้ยว และประสิทธิภาพในการเบรกลดลงอย่างรุนแรง
- ปีกนกหลุดออกจากตัวถัง: ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด ชิ้นส่วนช่วงล่างอาจหลุดออกมาระหว่างขับขี่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ
สัญญาณเตือนที่ผู้ขับขี่สามารถสังเกตได้ก่อนเกิดเหตุ:
ก่อนที่ระบบช่วงล่างจะพังทลายลงมา ผู้ขับขี่อาจสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น มีเสียงดังแปลกๆ จากช่วงล่างด้านหลัง, รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ หรือการควบคุมพวงมาลัยและอาการของรถเปลี่ยนไปจากเดิม
ไม่ใช่ครั้งแรก! ย้อนรอยมหากาพย์สนิมใต้ท้องรถของ Honda
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นรายนี้ต้องเผชิญกับวิกฤตสนิมใต้ท้องรถ เพราะหากย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมา รถยนต์ของ Honda ก็เคยถูกเรียกคืนในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วในรัฐแถบพื้นที่หิมะตก
- ปี 2022 (Honda Ridgeline รุ่นปี 2006-2014): ถูกเรียกคืนจำนวนกว่า 112,000 คัน เนื่องจากพบปัญหาสนิมกัดกร่อนจุดยึดถังน้ำมัน ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจทำให้ถังน้ำมันหลุดและเกิดการรั่วไหลจนนำไปสู่เหตุเพลิงไหม้ได้
- ปี 2023 (Honda CR-V รุ่นปี 2007-2011): ประกาศเรียกคืนครั้งใหญ่กว่า 560,000 คัน หลังจากตรวจพบว่าสนิมสามารถกัดกร่อนเฟรมท้าย จนส่งผลให้ปีกนกตาม (Trailing Arm) หลุดออกมาระหว่างการใช้งาน
- ปี 2026 (แคมเปญล่าสุด): เป็นการขยายวงกว้างมาสู่รถยนต์ SUV และรถกระบะขนาดใหญ่รวมกว่า 8.8 แสนคัน ซึ่งใช้โครงสร้างที่ผลิตในลักษณะเดียวกัน
แนวทางการแก้ไขและกำหนดการเยียวยา
Honda เริ่มพบความผิดปกติของสีพ่นซับเฟรมจากการทดสอบคุณภาพภายในตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 และได้ใช้เวลาติดตามผล รวมถึงเฝ้าระวังรถยนต์ที่ใช้งานจริงในสหรัฐฯ และแคนาดาเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งมั่นใจว่าเข้าข่ายข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย (Safety Defect)
มาตรการแก้ไข: ดีลเลอร์และศูนย์บริการจะดำเนินการตรวจสอบความเสียหายของรถยนต์แต่ละคัน หากพบว่าสนิมยังไม่ฝังลึก จะทำการติดตั้ง “ชุดอุปกรณ์เสริมความแข็งแรงของซับเฟรมท้าย” (Rear Subframe Reinforcement Kit) ให้ฟรี แต่ในกรณีที่พบความเสียหายรุนแรง โครงสร้างเหล็กผุพัง ทาง Honda จะเปลี่ยนชิ้นส่วนซับเฟรมใหม่ให้ทั้งชุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ Honda มีกำหนดการจะส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังเจ้าของรถยนต์ที่เข้าข่ายอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มทยอยส่งตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม นี้เป็นต้นไป

