เปิดตัวในจีน GEELY EX7 EV ใหม่ 605 กม./ชาร์จ CLTC ราคา 533,000 บาท Galaxy Starship 7 EV



Geely Galaxy Starship 7 EV หรือ EX7 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในพิกัด Compact SUV (C-Segment) ที่พัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) เพื่อเสริมทัพร่วมกับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด (EM-i) ที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้
1. รุ่น 525km (Voyager)
-
ราคาปกติ: 109,800 หยวน (ประมาณ 533,700 บาท)
-
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 99,800 หยวน (ประมาณ 485,100 บาท)
2. รุ่น 525km + (Voyager Plus)
-
ราคาปกติ: 119,800 หยวน (ประมาณ 582,300 บาท)
-
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 109,800 หยวน (ประมาณ 533,700 บาท)
3. รุ่น 605km (Voyager)
-
ราคาปกติ: 119,800 หยวน (ประมาณ 582,300 บาท)
-
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 109,800 หยวน (ประมาณ 533,700 บาท)
4. รุ่น 605km + (Voyager Plus)
-
ราคาปกติ: 129,800 หยวน (ประมาณ 630,900 บาท)
-
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 119,800 หยวน (ประมาณ 582,300 บาท)
ข้อมูลสมรรถนะ ระบบแบตเตอรี่ และการชาร์จ Geely Galaxy Starship 7 EV
ตัวรถพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) รองรับระบบโครงสร้างไฟฟ้าแรงดันสูง และใช้โครงสร้างแบตเตอรี่แบบผสานรวมกับตัวถัง CTB (Battery-to-Body)
ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะพื้นฐาน (เหมือนกันทุกรุ่นย่อย)
- รูปแบบระบบ: รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% (BEV) ขับเคลื่อนล้อหน้า
- ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor)
- กำลังมอเตอร์สูงสุด: 160 กิโลวัตต์ (ประมาณ 218 แรงม้า)
- แรงบิดมอเตอร์สูงสุด: 320 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง: 7.3 วินาที
- ประเภทเทคโนโลยีแบตเตอรี่: ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ดีไซน์ใบมีดสั้นความปลอดภัยสูง “Aegis Short Blade Battery”
- ระบบจัดการพลังงาน: ควบคุมด้วย AI Intelligent Energy Management ประมวลผลและจัดสรรกระแสไฟอัจฉริยะตามสภาพการขับขี่
- ระบบดึงพลังงานกลับ (Regenerative Braking): ปรับระดับความหน่วงได้ 4 ระดับ (อัตโนมัติ / ต่ำ / กลาง / สูง)
- ระบบช่วงล่าง: ด้านหน้าอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) / ด้านหลังอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-link)
• รุ่นย่อย 525km Voyager (รุ่นเริ่มต้น)
- ขนาดความจุแบตเตอรี่: 60.22 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม: 525 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเฉลี่ย: 12.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อ 100 กิโลเมตร (kWh/100km)
- น้ำหนักตัวรถเปล่า (Curb Weight): 1,712 กิโลกรัม
- ขนาดล้อและยาง: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายลดแรงต้านลม (ขนาดยาง 225/55 R18)
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบธรรมดา (Cruise Control) ไม่มีระบบเรดาร์อัจฉริยะช่วยเหลือการขับขี่ระดับ L2
• รุ่นย่อย 525km Voyager Plus (รุ่นอัปเกรดออปชัน)
- ขนาดความจุแบตเตอรี่: 60.22 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม: 525 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเฉลี่ย: 12.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อ 100 กิโลเมตร (kWh/100km)
- น้ำหนักตัวรถเปล่า (Curb Weight): 1,750 กิโลกรัม
- ขนาดล้อและยาง: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายลดแรงต้านลม (ขนาดยาง 225/55 R18)
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่: อัปเกรดติดตั้งระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะเต็มความเร็ว (ACC S&G) พร้อมระบบความปลอดภัยและการขับขี่อัตโนมัติระดับ L2 เต็มรูปแบบ (มีฮาร์ดแวร์เรดาร์และกล้องตรวจจับรอบคัน)
• รุ่นย่อย 605km Voyager (รุ่นวิ่งไกลมาตรฐาน)
- ขนาดความจุแบตเตอรี่: 68.39 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม: 605 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเฉลี่ย: 12.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อ 100 กิโลเมตร (kWh/100km) *(กินไฟเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักเซลล์แบตเตอรี่ที่หนาแน่นขึ้น)*
- น้ำหนักตัวรถเปล่า (Curb Weight): 1,750 กิโลกรัม
- ขนาดล้อและยาง: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายลดแรงต้านลม (ขนาดยาง 225/55 R18)
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติระดับ L2 เต็มรูปแบบมาให้เป็นมาตรฐาน (สเปกเทียบเท่ารุ่น 525km Voyager Plus)
• รุ่นย่อย 605km Voyager Plus (รุ่นท็อปเรือธง)
- ขนาดความจุแบตเตอรี่: 68.39 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม: 605 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเฉลี่ย: 12.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อ 100 กิโลเมตร (kWh/100km)
- น้ำหนักตัวรถเปล่า (Curb Weight): 1,798 กิโลกรัม *(เป็นรุ่นที่น้ำหนักเยอะที่สุดเนื่องจากอัดแน่นทั้งออปชันอำนวยความสะดวกและโมดูลแบตเตอรี่ขนาดใหญ่)*
- ขนาดล้อและยาง: อัปเกรดเป็นล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 19 นิ้ว พร้อมชุดยางสมรรถนะสูงแบรนด์ Goodyear
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่และออปชันเสริมประสิทธิภาพ: ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติระดับ L2 เต็มรูปแบบ, ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะ (IHBC) และติดตั้งกระจกหน้าต่างแถวหลังแบบความเป็นส่วนตัว (Privacy Glass) ช่วยลดความร้อนสะสมและการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศได้ดีขึ้น
ข้อมูลระบบประจุไฟฟ้าและการจ่ายกระแสไฟ (มาตรฐานสถานีชาร์จร่วม)
- สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า: รองรับระบบแรงดันไฟสูงแพลตฟอร์ม 800V High-Voltage System
- ระบบชาร์จเร็วไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charge):
- รองรับกำลังไฟชาร์จสูงสุด (Peak Input) ในช่วง 120 กิโลวัตต์ ถึง 150 กิโลวัตต์ (kW)
- ความเร็วการชาร์จ: ประจุไฟจาก 30% ถึง 80% ภายในเวลา 20 นาที
- ชาร์จเร่งด่วน: ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถวิ่งต่อได้ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร
- ระบบชาร์จปกติไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Normal Charge):
- ติดตั้งระบบตัวแปลงกระแสไฟออนบอร์ด (On-Board Charger) ขนาดสูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ หรือ 7 กิโลวัตต์ (kW) (รองรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส)
- ระบบจ่ายกระแสไฟออกภายนอก (V2L / V2V):
- ระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกตัวรถ (V2L) กำลังไฟสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ (kW)
- ระบบชาร์จไฟช่วยเหลือระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าสู่รถยนต์ไฟฟ้า (V2V) กำลังไฟสูงสุด 6 กิโลวัตต์ (kW)
ขนาดตัวถัง
- ความยาวตัวรถ: 4,750 มิลลิเมตร
- ความกว้างตัวรถ: 1,905 มิลลิเมตร
- ความสูงตัวรถ: 1,680 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,755 มิลลิเมตร
- ความจุห้องสัมภาระท้ายรถ (เบาะปกติ): 528 ลิตร
- ความจุห้องสัมภาระท้ายรถสูงสุด (เมื่อพับเบาะแถวหลัง): 2,065 ลิตร
- ลักษณะพื้นห้องโดยสารตอนหลัง: ออกแบบให้เรียบเสมอกันแบบ Flat Floor (ไม่มีส่วนนูนตรงกลาง) เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาให้กว้างขวางและนั่งสบายยิ่งขึ้น

ข้อมูลการออกแบบและเทคโนโลยีความปลอดภัย Geely Galaxy Starship 7 EV
รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากสถาปัตยกรรมระดับโลก GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) ผสมผสานความเป็นยานยนต์ไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ เข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดและการออกแบบที่เรียบหรูเป็นเอกลักษณ์
การออกแบบภายนอก (Exterior Design)
รูปลักษณ์ภายนอกมาในสไตล์สมาร์ทเอสยูวีที่เน้นความทันสมัย ลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์ มอบค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.278
- แนวคิดการดีไซน์: ด้านหน้าแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ เส้นสายตัวถังมีความโค้งมนแต่แฝงด้วยมัดกล้ามที่ดูแข็งแกร่ง
- ระบบไฟส่องสว่างด้านหน้า: ไฟหน้าแบบ LED อัจฉริยะ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันดีไซน์ลากยาวเชื่อมถึงกันซ้าย-ขวา แบบคลื่นระลอกน้ำ (Galaxy Ripple) แฝงความล้ำสมัย พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติและระบบหน่วงเวลาปิดไฟหน้า (Follow Me Home)
- ระบบไฟส่องสว่างด้านหลัง: ไฟท้าย LED แบบลากยาวตลอดความกว้างของท้ายรถ ในแนวคิดการออกแบบ “อาทิตย์อุทัย” (Sunrise) ที่ให้ความคมชัดและโดดเด่นในยามค่ำคืน
- หลังคาและส่วนเสริม: ติดตั้งหลังคาซันรูฟพาโนรามาขนาดใหญ่ที่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะสั่งปิดเองโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจจับได้ว่ามีฝนตก (Rain-Sensing) และม่านบังแดดไฟฟ้า รวมถึงราวหลังคาอะลูมิเนียมสำหรับการบรรทุกสัมภาระ
- ระบบรีดอากาศและการระบายความร้อน: ระบบกระจังหน้าอัจฉริยะ AGS (Active Grille Shutter) เปิด-ปิดแผงรับลมหน้าโดยอัตโนมัติเพื่อระบายความร้อนระบบขับเคลื่อน และปิดตัวลงเมื่อขับขี่ความเร็วสูงเพื่อลดแรงต้านลม
- ล้อและยาง:
- ซีรีส์รุ่น 525 กม. และรุ่น 605 กม. (เริ่มต้น): ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ปิดหน้าล้อเพื่อลดมวลลมหมุนวน (Low Wind Resistance)
- รุ่นท็อปเรือธง 605 กม. Plus: อัปเกรดเป็นล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 19 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตหรู พร้อมยางสมรรถนะสูงแบรนด์ Goodyear

การออกแบบภายในและห้องโดยสาร (Interior & Cabin Space)
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “ห้องนั่งเล่นดิจิทัล” ที่มอบทั้งความกว้างขวาง ความสะดวกสบายขั้นสุด และเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย
- ระบบปฏิบัติการและหน้าจออัจฉริยะ:
- ติดตั้งระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Geely Flyme Auto ที่ประมวลผลลื่นไหลอินเตอร์เฟสคล้ายสมาร์ทโฟน
- หน้าจอกลางระบบสัมผัสควบคุมอัจฉริยะขอบบางพิเศษขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว และหน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ความละเอียดสูง Full LCD ขนาด 10.2 นิ้ว
- ระบบฉายข้อมูลบนกระจกหน้าขนาดใหญ่ W-HUD ขนาด 13.8 นิ้ว (สิทธิ์ของแถมพิเศษช่วงเปิดตัว)
- รองรับการเชื่อมต่อมือถือไร้รอยต่อทั้ง Flyme Link, Huawei HiCar และ Carlink ครอบคลุมระบบสมาร์ทโฟน
- วัสดุและเบาะนั่งระดับพรีเมียม: เบาะนั่งหุ้มหนังพรีเมียมต้านเชื้อแบคทีเรียและเจาะรูระบายอากาศ โดยเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า (คนขับปรับ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสารปรับ 4 ทิศทาง) พร้อมระบบอุ่นเบาะ (Heated) ระบบระบายความร้อน (Ventilated) และบันทึกตำแหน่งเบาะคนขับ (Memory)
- ระบบนวดผ่อนคลาย (SPA Massage): เบาะนั่งคู่หน้าติดตั้งระบบนวดฝังในเบาะถึง 14 จุด ดีไซน์จุดนวดแบบลอยตัวเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างการเดินทางไกล
- ระบบเสียงเสมือนจริง: ชุดเครื่องเสียง Flyme Sound ไร้ขอบเขต มาพร้อมลำโพงจัดเต็มถึง 16 ตัว รวมถึงลำโพงที่ฝังอยู่บริเวณพนักพิงศีรษะของผู้ขับขี่ (Headrest Speaker) มอบเสียงโอบล้อมแบบสามมิติ
- บรรยากาศภายในห้องโดยสาร: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังต้านเชื้อแบคทีเรีย (พร้อมระบบอุ่นพวงมาลัยในรุ่นท็อป), ระบบไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light ปรับได้ 256 สี กระพริบตามจังหวะดนตรี, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายกำลังไฟสูง 50W พร้อมระบบเป่าลมเย็นลดความร้อนและระบบเตือนเมื่อลืมโทรศัพท์
- กระจกและความเป็นส่วนตัว: กระจกบังลมคู่หน้าเป็นกระจกเก็บเสียงหนาพิเศษ 2 ชั้น (Double-layered Acoustic Glass) และกระจกหน้าต่างแถวหลังเป็นกระจกกรองแสงแบบความเป็นส่วนตัว (Privacy Glass) ในรุ่นท็อป
- การจัดสรรพื้นที่: ออกแบบพื้นห้องโดยสารตอนหลังให้เรียบเสมอกันแบบ Flat Floor โดยเบาะหลังสามารถพับแยกได้แบบ 40:60 และปรับเอนได้ 2 ระดับ มาพร้อมลิ้นชักเก็บของอัจฉริยะใต้เบาะนั่งแถวหลัง และฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อมระบบจำความสูง
โครงสร้างตัวถังและเทคโนโลยีการปกป้อง (Body Structure & Battery Safety)
ความปลอดภัยเชิงโครงสร้างของรถยนต์รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแรงทนทานต่อการชนปะทะจากทุกทิศทางด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
- เทคโนโลยีโครงสร้าง CTB (Battery-to-Body): โครงสร้างพื้นตัวถังและฝาปิดด้านบนของชุดแบตเตอรี่ถูกผสานรวมเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการบิดตัวของตัวถัง (Torque Rigidity) สูงถึง 31,000 N·m/deg ป้องกันการบิดเบี้ยวของตัวรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เพื่อให้สามารถเปิดประตูรถออกมาได้ตามปกติ
- โครงสร้างนิรภัย 360 องศา (Six-Ring Protection): โครงเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงดีไซน์แบบวงแหวน 6 จุดรอบคันรถ ปกป้องห้องโดยสารไม่ให้เกิดการยุบตัว พร้อมคานรับแรงกระแทกด้านล่าง 3 ชั้นแบบขั้นบันได เพื่อกระจายแรงกระแทกออกไปด้านข้างเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้าหรือด้านข้าง
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Aegis Short Blade: ตัวเซลล์แบตเตอรี่ผ่านการทดสอบสุดขั้วอย่างเข้มงวด ทั้งการใช้แท่งเหล็ก 8 แท่งแทงทะลุพร้อมกันโดยไม่เกิดการลุกไหม้, การแช่น้ำต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงโดยไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล, การทดสอบปล่อยตกจากความสูง 2 เมตรโดยไม่ระเบิด และทนต่อความร้อนจากการเผาไหม้สูง 1,000 องศาเซลเซียส
- กล่องแบตเตอรี่โครงสร้างตาราง (Tic-Tac-Toe Frame): โครงด้านนอกและคานซับแรงกระแทกด้านในกล่องแบตเตอรี่ ออกแบบเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยม ช่วยกระจายแรงจากการชนปะทะออกไปที่ขอบแชสซี ปกป้องไม่ให้แรงกระแทกเข้าไปถึงเซลล์แบตเตอรี่ด้านใน ตัวฝาปิดด้านล่างทำจากเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูงแบบคอมโพสิต แข็งแรงกว่าแผ่นกันกระแทกทั่วไปถึง 2 เท่า
- ระบบตัดไฟอัตโนมัติความเร็วสูง: มีระบบควบคุมความปลอดภัยแบตเตอรี่ BMS 3.0 คอยตรวจจับสถานะของระบบไฟฟ้าตลอดเวลา และเมื่อเกิดการชนปะทะที่รุนแรง ระบบจะทำการตัดกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงทั้งหมดภายในเวลาเพียง 39 มิลลิวินาที (ms) ป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือประกายไฟ
ระบบถุงลมนิรภัยและระบบความปลอดภัยภายในห้องโดยสาร (Airbags & Passive Safety)
ระบบปกป้องผู้โดยสารภายในห้องโดยสารเมื่อเกิดการชนปะทะ ทำงานร่วมกันในระดับมิลลิวินาที:
- ระบบถุงลมนิรภัยนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน (Full-Size 6 Airbags): ติดตั้งเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า: ฝั่งผู้ขับขี่ขนาดความจุ 55 ลิตร และฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าขนาดความจุใหญ่พิเศษ 105 ลิตร
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า: ปกป้องบริเวณหน้าอก ชายโครง และสะโพกของผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
- ม่านถุงลมนิรภัยนิรภัยด้านข้างยาวตลอดแนว (Curtain Airbags): ลากยาวครอบคลุมตั้งแต่เสาคู่หน้าจนถึงผู้โดยสารแถวหลัง เพื่อปกป้องส่วนศีรษะและลำคอจากการกระแทกกระจกหรือโครงสร้างด้านข้าง
- ระบบเข็มขัดนิรภัยอัจฉริยะ (Pre-tensioner & Force Limiter):
- เบาะนั่งคู่หน้า: ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ช่วยรัดตรึงร่างกายให้อยู่กับเบาะนั่งในจังหวะแรกที่เกิดการชน และผ่อนแรงกดเพื่อลดการบาดเจ็บที่หน้าอก
- เบาะนั่งตอนหลัง (ซ้าย-ขวา): ติดตั้งระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติเช่นเดียวกัน (ในสเปกรุ่น Plus และ 605 กม.) เพื่อการปกป้องผู้โดยสารตอนหลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ระบบยึดเกาะและแจ้งเตือน: จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กมาตรฐาน ISO-FIX ที่เบาะหลังทั้งสองฝั่ง และระบบแจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่งนั่ง
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบขับขี่อัจฉริยะ (Active Safety & L2 Drivers Assistance)
นอกเหนือจากระบบควบคุมการทรงตัวขั้นพื้นฐาน (ESC, ABS, EBD, TCS, HAC) รถรุ่นนี้ยังติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับ L2 (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น 525km Voyager) ดังนี้:
- ICC (Intelligent Pilot System): ระบบช่วยควบคุมรถอัจฉริยะรวมศูนย์ ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันเต็มความเร็วพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวอัตโนมัติ (ACC S&G) ที่ความเร็ว 0-150 กม./ชม.
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB & AEB-P): ระบบตรวจจับและช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงระบบตรวจจับพ่วงป้องกันคนเดินถนนเพื่อลดความเสี่ยงการชนในเมือง
- ระบบรักษาช่องทางเดินรถ (LDW / LKA / ELKA): ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบช่วยหักหลบพวงมาลัยฉุกเฉินเพื่อรักษาเลน
- ระบบเตือนจุดอับสายตาและอันตรายรอบคัน (BSD / LCA / DOW): ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนเมื่อมีรถหรือจักรยานวิ่งมาทางด้านหลังก่อนเปิดประตูรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- ระบบเตือนการชนท้ายและการถอยรถ (RCW / RCTA): ระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงจากการถูกชนท้าย และระบบช่วยเตือนพร้อมเบรกเมื่อมีรถวิ่งตัดผ่านขณะถอยหลัง
- ระบบกล้องภาพรอบทิศทาง 540 องศา (Transparent Chassis): กล้องความละเอียดสูงรอบคันที่สร้างภาพจำลองใต้ท้องรถล่องหน ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวางใต้ท้องรถและรอบตัวรถได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบกล้องบันทึกวิดีโอการขับขี่ความละเอียดสูง (Dashcam) ติดตั้งจากโรงงาน
- ระบบฟอกอากาศและดูแลความปลอดภัยขณะจอด: โหมดเฝ้าระวังภัยขณะจอดรถ (Parking Guard / Sentry Mode) คอยบันทึกภาพเมื่อมีสิ่งผิดปกติ และระบบปรับอากาศฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงมาตรฐานแผ่นกรอง CN95


