ยืนยัน มี 2 ตัวถังให้เลือก GWM ORA 7 ใหม่ ซีดาน และ Touring ก่อนเปิดตัวในจีนภายในปีนี้

ยืนยัน มี 2 ตัวถังให้เลือก GWM ORA 7 ใหม่ ซีดาน และ Touring ก่อนเปิดตัวในจีนภายในปีนี้
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

กลายเป็นกระแสฮือฮาในฝั่งยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ทันที เมื่อล่าสุด คุณลวี่ เหวินปิน (Lü Wenbin) ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ Haval และ ORA ภายใต้ Great Wall Motor (GWM) ได้ประกาศข่าวสำคัญผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า GWM ORA7 มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปี 2026 นี้

ความน่าสนใจไม่ได้มีเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านชื่อรุ่นเท่านั้น แต่รอบนี้ GWM จัดเต็มด้วยการส่งตัวถัง “Station Wagon” (Shooting Brake) ออกมาเขย่าตลาด ซึ่งถือเป็นรถยนต์นั่งสไตล์แวกอนรุ่นแรกของเครือ GWM ที่เตรียมบุกตลาดแมสอย่างจริงจัง หลังจากที่ตัวรถได้ผ่านขั้นตอนการยื่นจดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศจีน (MIIT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

-จุดเปลี่ยนสำคัญ: จาก Lightning Cat สู่ ORA7 และพันธมิตร BMW

หากมองจากฐานข้อมูลเดิม GWM ORA7 ก็คือร่างจำแลงหรือโมเดลเปลี่ยนชื่อ (Rebadged) ของ ORA Lightning Cat (หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ ORA Grand Cat) แต่การกลับมาในรหัสตัวเลขครั้งนี้พ่วงความไม่ธรรมดาเข้ามาด้วย

จากรายละเอียดบนเพลทและโลโก้ท้ายรถที่ยื่นจดทะเบียนกับ MIIT ระบุอย่างชัดเจนว่า รถรุ่นนี้จะถูกผลิตขึ้นโดย Spotlight Automotive ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50:50 ระหว่าง GWM และ BMW Group (โรงงานเดียวกับที่ผลิต MINI Cooper EV และ MINI Aceman) ทำให้ ORA7 รุ่นใหม่นี้ถูกจับตามองในเรื่องมาตรฐานการประกอบและ Engineering Shared ที่อาจได้อิทธิพลความพรีเมียมมาจากฝั่งยุโรป

ดีไซน์ภายนอกและตัวถัง: ซีดานมาดสปอร์ต ปะทะ แวกอนสายลุย

การเปิดตัวในปี 2026 จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบตัวถังอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรุ่นไฮไลท์อย่าง “ORA7 Touring Edition” (ORA7 旅行版)

การออกแบบด้านหน้า (Front Fascia)

  • Closed Grille: ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดทึบตามพิมพ์นิยมของรถยนต์ไฟฟ้า 100%
  • Retro-Futuristic Headlights: ไฟหน้าทรงกลมคลาสสิกขนาบข้างสองฝั่ง ซ่อนชุดไฟส่องสว่าง LED แบบวงแหวน (Halo Ring) ไว้ภายใน
  • Golf-Ball Surface Bumper: ช่องดักลมบริเวณกันชนหน้าดีไซน์แบบ 3 ส่วน (Three-stage Intake) แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยพื้นผิวที่มีรอยบุ๋มคล้ายผิวของลูกกอล์ฟ เพื่อช่วยในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics)
  • Charging Port: พอร์ตชาร์จไฟติดตั้งไว้บริเวณบังโคลนหน้า (Front Fender)

ออปชันเสริมความพรีเมียมและระบบขับขี่อัจฉริยะ

  • ติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บริเวณเหนือกระจกบังลมหน้าบนหลังคา รองรับระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง
  • ล้ออัลลอยสีดำรมควัน (Smoked Black) ดีไซน์แบบ 5 ก้านคู่ เสริมความดุดันด้วยคาลิเปอร์เบรกสีแดง
  • มือจับเปิดประตูยังคงใช้รูปแบบดั้งเดิม (Mechanical Door Handle) ไม่ใช่แบบซ่อน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  • ในรุ่นแวกอน (Touring) จะพ่วงออปชันสายลุย อาทิ ราวหลังคา (Roof Rack), หลังคาสีดำ (Black Roof Window), กระจกหน้าต่างแถวหลังแบบ Privacy Glass และใบปัดน้ำฝนกระจกบังลมหลัง

เปรียบเทียบมิติตัวถัง (Dimension)

ตัวรถถูกจัดวางตำแหน่งทางการตลาดให้อยู่ในกลุ่ม Medium-size Car (D-Segment) โดยใช้แพลตฟอร์มฐานล้อร่วมกัน แต่ปรับดีไซน์ท้ายเพื่อพื้นที่สอยสอยที่แตกต่างกันดังนี้:

Advertisement Advertisement
มิติตัวถัง ORA7 รุ่นซีดาน (Sedan) ORA7 รุ่นแวกอน (Touring)
ความยาว 4,890 mm 4,820 mm
ความกว้าง 1,850 mm 1,850 mm / 1,870 mm (รวมชุดแต่ง)
ความสูง 1,503 mm 1,520 mm
ระยะฐานล้อ (Wheelbase) 2,870 mm 2,870 mm

*หมายเหตุ: ขนาดยางมีให้เลือก 3 ขนาดตามรุ่นย่อย ได้แก่ 225/50 R18, 235/50 R18 และสเปกสปอร์ต 235/45 R19

ห้องโดยสารดีไซน์หรูสไตล์เรโทร-โมเดิร์น

ภาพหลุดจากชุดจดทะเบียนเผยให้เห็นงานออกแบบภายในที่ฉีกแนวรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปด้วยการผสมผสานความคลาสสิกและความล้ำสมัยเข้าด้วยกัน

  • Brown Interior Theme: ห้องโดยสารตกแต่งหลักด้วยโทนสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกพรีเมียมอบอุ่น
  • Floating Infotainment Screen: หน้าจอมัลติมีเดียตรงกลางแดชบอร์ดขนาดใหญ่แบบลอยตัว แยกการทำงานอิสระ
  • Heads-Up Display (HUD): ระบบยิงสะท้อนข้อมูลการขับขี่ขึ้นบนกระจกหน้า ลดการละสายตาของผู้ขับขี่
  • Three-connected Wave Dashboard: ดีไซน์แผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ (Cluster แผงไมล์) ออกแบบเป็นทรงคลื่นโค้งนูน 3 ลอนต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาจากเจเนอเรชันก่อน แต่ปรับให้ดูโมเดิร์นขึ้น

ขุมพลังไฟฟ้า 100% (Powertrain)

ด้านสมรรถนะการขับขี่ ในเอกสารของกระทรวงอุตสาหกรรมฯ (MIIT) มีการแยกสเปกมอเตอร์ไฟฟ้าตามรูปแบบตัวถังไว้ชัดเจน โดยทุกรุ่นย่อยจะหันมาซบซบเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิด ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัยและความทนทานในการใช้งานระยะยาว

GWM ORA7 รุ่นซีดาน

  • ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์เดี่ยว (Single Motor) ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • พละกำลังสูงสุด: 150 kW (ประมาณ 204 แรงม้า)

GWM ORA7 Touring  (Touring Edition)

มีตัวเลือกขุมพลังตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายเพอร์ฟอร์มานซ์:

  1. รุ่นมอเตอร์เดี่ยว (Single Motor): ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 160 kW (ประมาณ 218 แรงม้า)
  2. รุ่นมอเตอร์คู่ (Dual Motor AWD):
    • มอเตอร์หน้า: พละกำลัง 160 kW
    • มอเตอร์หลัง: พละกำลัง 150 kW
    • กำลังรวมสูงสุด (Combined Output): 310 kW (ประมาณ 421 แรงม้า)

– บทสรุปความน่าสนใจ

การปรับกลยุทธ์ของ GWM ในครั้งนี้เป็นการเดินเกมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การเปลี่ยนชื่อเป็น ORA7 ช่วยสร้างความชัดเจนในการจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ (Product Position) ขณะเดียวกันการเพิ่มโมเดล Touring Edition (แวกอน) ถือเป็นการเปิดน่านน้ำใหม่ (Blue Ocean) ในตลาดรถไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าทรงพ่อบ้านสไตล์แวกอนในตลาดยังมีตัวเลือกค่อนข้างน้อย แต่มีความต้องการสูงในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความเอนกประสงค์และพื้นที่สัมภาระท้ายที่กว้างขวางขึ้น

กำหนดการเปิดตัวภายในปี 2026 นี้ คาดว่าจะเริ่มทำตลาดในประเทศจีนเป็นที่แรก และมีโอกาสสูงมากที่จะถูกส่งออกไปลุยตลาดต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยในฐานะ Global Model รุ่นสำคัญของทางค่าย

ที่มาข้อมูล: Autohome (รายงานโดย Bi Ye)

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้