รีวิว GWM ORA 5 EV Ultra ใช้งานจริง จาก “ป้าแมว” สู่ “เจ้ากบไฟฟ้า” ที่โตขึ้นทุกด้าน ภาพคันจริง ภายนอก-ภายในห้องโดยสาร
รีวิว GWM ORA 5 EV Ultra ใช้งานจริง จาก “ป้าแมว” สู่ “เจ้ากบไฟฟ้า” ที่โตขึ้นทุกด้าน



หากถามว่าทำไมแอดมินถึงให้ความสนใจกับแบรนด์ GWM เป็นพิเศษ คำตอบอาจไม่ใช่เรื่องตัวเลขยอดขาย หรือโปรโมชั่นลดราคาที่หวือหวา แต่เป็นเรื่อง “บริการหลังการขาย” มากกว่า
GWM เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2564 และใช้เวลาหลายปีพิสูจน์ตัวเอง จนปัจจุบันเริ่มได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อย แม้ว่าภาพรวมของรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายนี้อาจไม่ได้โดดเด่นเหมือนในช่วงแรก เพราะปัจจุบัน GWM TANK 300 กลายเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงกว่า
ส่วน ORA Good Cat หรือ “ป้าแมว” รุ่นเดิม ก็เดินทางมาถึงปลายอายุโมเดล และได้ยุติสายการผลิตไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้ GWM ไม่มีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทำตลาดในไทยอยู่หลายเดือน
จนกระทั่งการมาของ GWM ORA 5 EV ซึ่งเข้ามารับช่วงต่ออย่างเป็นทางการ
จาก “แมว” กลายเป็น “กบ” แต่ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
หลายคนแซวว่า ORA Good Cat ดูคล้ายแมวน่ารัก ส่วน ORA 5 EV กลับมีหน้าตาออกไปทาง “เจ้ากบตัวอ้วน” มากกว่า แต่เมื่อมองไปเรื่อย ๆ กลับพบว่ามันมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ที่สำคัญ ORA 5 EV ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนหน้าตา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบ All-New อย่างแท้จริง
- ตัวถังใหญ่ขึ้นทุกมิติ
- มอเตอร์ไฟฟ้าชุดใหม่
- แบตเตอรี่ชุดใหม่
- ระบบขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด
- ช่วงล่างใหม่
เรียกได้ว่าแทบไม่เหลืออะไรจาก ORA Good Cat เดิมเลย


เลือกรถประกอบจีน เหมือนวัดดวงหรือไม่ ?
คำตอบคือ “ไม่” เพราะไม่ว่ารถจะผลิตจากประเทศใด สุดท้ายผู้ซื้อก็ต้องตรวจรับรถอย่างละเอียดก่อนเซ็นรับอยู่ดี ถ้างานประกอบไม่เรียบร้อย หรือพบตำหนิที่รับไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรีบเซ็นรับรถ สำหรับรถคันที่ได้รับ เป็นรถที่ผลิตจากประเทศจีน ซึ่งเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ
“แฟนชอบ” อันนี้ถือเป็นเหตุผลที่สำคัญมากจริง ๆ นอกจากนี้ รถผลิตจากจีนยังสามารถรับรถได้เร็วกว่า และส่วนตัวมีความเชื่อมั่นในโรงงาน GWM ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นโรงงานหลักที่ผลิต ORA 5 EV รุ่นนี้โดยตรง ในขณะที่รถประกอบไทย แม้จะมีคุณภาพตามมาตรฐานเดียวกัน แต่ก็ยังเป็นการประกอบรุ่นนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และต้องใช้ชิ้นส่วนจากประเทศจีนจำนวนมากอยู่แล้ว ดังนั้น จึงมองว่าการได้รับรถทั้งคันจากโรงงานต้นทางโดยตรง ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ รถที่ผลิตจากจีนจะได้รับยาง Kumho จากเกาหลีใต้ ขณะที่รถประกอบไทยได้รับ Goodyear ถามว่าซีเรียสหรือไม่ ? ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะ Kumho ถือเป็นแบรนด์ยางคุณภาพดี และสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญ รถคันนี้มีสัญลักษณ์ระบุชัดเจนว่าผลิตในเดือนพฤษภาคม 2026 ถือว่าเป็นรถใหม่มาก
งานประกอบจากจีน เนี๊ยบกว่าที่คิด
ก่อนรับรถ ยอมรับว่าคาดหวังไว้ระดับหนึ่งว่าอาจมีจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ต้องทำใจ เช่น ช่องไฟไม่เท่ากัน หรือหน้าจอเอียงเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์จริงกลับสร้างความประหลาดใจ งานประกอบโดยรวมทำได้ดีมาก มีเพียงหน้าจอที่เอียงระดับมิลลิเมตรเล็กน้อย ซึ่งแทบมองไม่ออกด้วยตาเปล่า ต้องใช้ระดับน้ำวัดจึงจะสังเกตเห็น ถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้สบาย
ศูนย์บริการ คืออีกหนึ่งเหตุผลที่เลือก ORA 5 EV ศูนย์ซ่อมใหญ่กว่าโรงเรียนอนุบาลบางแห่งอีก
สิ่งหนึ่งที่ทำให้สนใจ ORA 5 EV มากกว่าหลายแบรนด์ คือเรื่องของศูนย์บริการ GWM Prestige ธัญบุรี ดูแลลูกค้าได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนัดรับรถ การให้คำแนะนำ หรือการตอบข้อสงสัยต่าง ๆ พนักงานพร้อมให้บริการเต็มที่ สำหรับรถยนต์จีนในปัจจุบัน “บริการหลังการขาย” ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ตัวรถ
ทางศูนย์ระบุว่า GWM Prestige ธัญบุรี เป็นศูนย์บริการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดปทุมธานี พร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งศูนย์จำหน่ายรถยนต์ ศูนย์บริการ และศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน GWM Certified Body and Paint
ระบบขับเคลื่อนใหม่ 15-in-1 จุดเด่นสำคัญของ ORA 5 EV
ORA Good Cat รุ่นเดิมใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ 3-in-1 แต่ ORA 5 EV ได้รับการพัฒนาเป็นระบบ 15-in-1 e-Drive System ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ของ GWM ภายในรวมเอาอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ ไว้ในชุดเดียว ไม่ว่าจะเป็น
- มอเตอร์ไฟฟ้า
- อินเวอร์เตอร์
- OBC
- DCDC
- PDU
- ระบบควบคุมต่าง ๆ
ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิม กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร
ตัวรถสูงขึ้น เหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทย
ORA 5 EV ถูกพัฒนาให้มีบุคลิกแบบ B-SUV อย่างชัดเจน ความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้นจาก ORA Good Cat ประมาณ 50 มม.รองรับการลุยน้ำได้ประมาณ 450 มม.หรือประมาณ 45 เซนติเมตร จึงเหมาะกับสภาพถนนและฤดูฝนของประเทศไทยมากขึ้น หากวัดจุดต่ำสุดจากสเปคซีท คือ 175 มม. แต่ผมลองวัดบริเวณใต้สเกิร์ตข้างได้ 24 ชม. หรือ 240 มม.

ห้องโดยสาร Brown Beige สวยมาก แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
สีภายใน Brown Beige เป็นสีที่สวยและให้บรรยากาศโปร่งสบาย แต่ก็แลกมาด้วยการดูแลรักษาที่มากขึ้น โดยเฉพาะเบาะหนังสังเคราะห์และที่พักแขน ซึ่งมีโอกาสเปื้อนง่ายกว่าสีเข้ม แนะนำให้หาน้ำยาทำความสะอาดและเคลือบเบาะคุณภาพดีติดบ้านไว้ จะช่วยให้ดูแลรถได้ง่ายขึ้น บริเวณที่เก็บของแผงข้างประตูเล็กไปน้อยเอื้อมยาก แต่ไม่มีปัญหา

ฟิล์มเซรามิค ลามิน่า หน้า 40 หลัง 40 ข้าง 60 หลังคา 80 (ไม่ได้โฆษณาเราติดนี้จริงๆ)
สำหรับ GWM ORA 5 EV ผมเลือกติดฟิล์มเซรามิค Lamina โดยใช้ความเข้ม กระจกหน้า 40% กระจกข้าง 60% กระจกหลัง 40% และหลังคากระจก 80% ซึ่งถือว่าเป็นชุดที่ค่อนข้างเหมาะกับรถ EV ที่มีหลังคากระจกขนาดใหญ่
ข้อดีคือช่วยลดความร้อนสะสมภายในห้องโดยสาร ทำให้แอร์ทำงานเบาลง ขณะเดียวกันยังคงทัศนวิสัยที่ดี โดยเฉพาะการขับขี่ในเวลากลางคืนหรือช่วงฝนตกหนัก
สำหรับรถไฟฟ้า นอกจากความเข้มของฟิล์มแล้ว สิ่งสำคัญคือประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน เพราะช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทาง และมีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศได้อีกทางหนึ่ง
โดยรวมถือเป็นชุดฟิล์มที่เน้นการใช้งานจริง ขับสบาย มองชัด และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยครับ
ข้อเสียของชุดฟิล์ม Lamina Ceramic หน้า 40% ข้าง 60% หลัง 40% และหลังคา 80% คือกระจกด้านข้างมีความเข้มมากกว่ากระจกหน้า ทำให้ในเวลากลางคืนหรือขณะฝนตกหนัก อาจต้องใช้เวลาปรับสายตาเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลามองกระจกมองข้างหรือขับในพื้นที่แสงน้อย
นอกจากนี้ กระจกหลังคาที่เข้มถึง 80% แม้จะช่วยลดความร้อนได้ดี แต่ก็ทำให้ความสว่างภายในห้องโดยสารลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟิล์มที่มีความเข้มน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียเหล่านี้ถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับข้อดีด้านการลดความร้อนและความเป็นส่วนตัวที่ได้รับ จึงยังเป็นชุดฟิล์มที่เหมาะกับการใช้งานจริงในประเทศไทยและเหมาะกับรถ EV อย่าง ORA 5 EV ครับ

ระบบเสียงและความบันเทิง ทำได้ดีเกินคาด
ORA 5 EV ติดตั้งชุดลำโพง Amor Acoustic จำนวน 9 ตำแหน่งจากโรงงาน คุณภาพเสียงโดยรวมถือว่าดีมาก เสียงร้องชัดเจน เบสแน่น และเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หน้าจอส่วนกลางใช้งานง่าย ระบบสั่งงานด้วยเสียง “น้องข้าวแต๋น” (เราตั้งชื่อเองได้) ตอบสนองได้รวดเร็ว และสามารถใช้งานจริงได้โดยไม่รู้สึกหงุดหงิด ส่วนระบบปรับอากาศนั้น ต้องยอมรับว่าเย็นมาก เหมาะกับอากาศร้อนของประเทศไทยอย่างแท้จริง
- ห้องโดยสารสไตล์ Dark Gold Contour Design , หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว และจอขับขี่ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว , ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย , และช่องเก็บความเย็นคอนโซลกลางขนาด 3.2 ลิตร
- แผงบังแดด 8.8 นิ้วพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED
- ชาร์จไฟแบบไร้สาย 50W
ระบบช่วยขับยังคงเป็นเพียงระบบช่วยขับ
ORA 5 EV มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ระดับ L2+
ไม่ว่าจะเป็น
- ICC
- AEB
- ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ
- กล้องรอบคัน 360 องศา
อย่างไรก็ตาม ระบบเหล่านี้ยังต้องอาศัยกล้องและเซนเซอร์ในการทำงาน
เมื่อเจอฝนตกหนัก หมอก แสงสะท้อน หรือเส้นจราจรไม่ชัด ประสิทธิภาพอาจลดลงได้
ดังนั้น ผู้ขับยังต้องจับพวงมาลัยและควบคุมรถด้วยตนเองตลอดเวลา
ข้อเสียที่ควรทราบก่อนตัดสินใจซื้อ
แม้ ORA 5 EV จะเป็นรถที่น่าสนใจมาก แต่ก็มีบางจุดที่ควรทำความเข้าใจก่อนซื้อ
ข้อเสียที่พบจากการใช้งานจริง
- ไม่มีที่พักแขนเบาะหลัง
- พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถไม่ได้ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม
- เบาะคู่หน้าอาจทำให้ปวดหลังเล็กน้อยสำหรับบางคน
- ระบบช่วยขับมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อฝนตกหนัก
- ระยะทางใช้งานจริงต่ำกว่าตัวเลข NEDC
- ขับเคลื่อนล้อหน้า อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบฟีลแบบล้อหลัง
สรุป ORA 5 EV ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นรถที่น่าใช้งานมาก
ORA 5 EV อาจไม่ได้เป็นรถที่แรงที่สุด ไม่ได้มีระบบรับประกันตลอดอายุการใช้งานแบบบางแบรนด์ ไม่ได้มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ
- บริการหลังการขายที่ดี
- ห้องโดยสารกว้าง
- วัสดุภายในคุณภาพดี
- ระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุด
- ระบบช่วยขับครบถ้วน
- ความนุ่มนวลแบบรถ EV
- การใช้งานที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน
จาก “ป้าแมว” สู่ “เจ้ากบไฟฟ้า” แม้หน้าตาจะไม่ได้ถูกใจทุกคน แต่หลังจากได้ใช้งานจริง ต้องยอมรับว่า
เจ้ากบตัวนี้ น่าอยู่ด้วยกว่าที่คิดครับ

ระบบช่วยขับ GWM ORA 5 EV พร้อมอาการที่พบได้ตามปกติ ไม่ต้องตกใจ!
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง GWM ORA 5 EV มาพร้อมระบบช่วยขับและระบบความปลอดภัยจำนวนมาก ซึ่งหลายระบบสามารถเร่ง เบรก หรือแม้แต่ช่วยหมุนพวงมาลัยได้เอง จึงอาจทำให้ผู้ใช้งานบางคนรู้สึกแปลกในช่วงแรก
1. ICC (Intelligent Cruise Control)
ICC เป็นระบบช่วยขับขี่ระดับ L2 ที่ใช้ กล้องหน้า + เรดาร์ด้านหน้า ในการควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับทางไกลหรือในสภาพการจราจรติดขัด
หลักการทำงาน
เมื่อผู้ขับเปิด ICC และตั้งความเร็วไว้ ระบบจะ
- รักษาความเร็วที่ตั้งไว้
- ตรวจจับรถคันหน้าด้วยเรดาร์และกล้อง
- ปรับความเร็วอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่าง
- สามารถเร่งและเบรกเองได้ตามสถานการณ์
- ทำงานร่วมกับระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถในบางสถานการณ์
อาการปกติที่พบได้
- รถเร่งเองเมื่อรถคันหน้าออกตัว
- รถชะลอหรือเบรกเองเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้า
- พวงมาลัยมีแรงดึงเล็กน้อยเมื่อระบบช่วยรักษาช่องทางทำงานร่วมกัน
- รถสามารถหยุดนิ่งและเคลื่อนตัวต่อได้ในสภาพรถติด (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการทำงาน)
- มีข้อความเตือนให้จับพวงมาลัยเป็นระยะ
อาการที่ไม่ถือว่าผิดปกติ
- ระบบเบรกแรงกว่าที่ผู้ขับคาดในบางครั้ง
- รถเร่งช้าหรือเร็วกว่าใจผู้ขับเล็กน้อย
- ระบบอาจยกเลิกการทำงานชั่วคราวเมื่อเส้นแบ่งเลนไม่ชัด
- ระบบอาจไม่ตรวจจับรถบางประเภทได้สมบูรณ์ในทุกสถานการณ์
สถานการณ์ที่ประสิทธิภาพอาจลดลง
- ฝนตกหนัก
- หมอกหนา
- กล้องหน้าเปื้อน
- เรดาร์มีคราบโคลนหรือสิ่งสกปรก
- แสงแดดสะท้อนแรง
- เส้นแบ่งเลนจางหรือหายไป
2. LKA / LCK (ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ)
หลักการทำงาน
กล้องด้านหน้าจะตรวจจับเส้นแบ่งเลน และช่วยประคองรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ
อาการปกติที่พบได้
- พวงมาลัยขยับเองเล็กน้อย
- มีแรงต้านเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน
อาการที่อาจพบได้
- ระบบแจ้งเตือนว่ามองไม่เห็นเส้นเลน
- พวงมาลัยคืนแรงเป็นช่วง ๆ
3. AEB (Automatic Emergency Braking) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
หลักการทำงาน
AEB เป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน ที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุหรือช่วยหลีกเลี่ยงการชน เมื่อผู้ขับตอบสนองไม่ทัน โดยใช้ข้อมูลจากกล้องหน้าและเรดาร์ด้านหน้าในการตรวจจับรถคันหน้า คนเดินถนน หรือสิ่งกีดขวาง
ระบบจะทำงานเป็นลำดับดังนี้
ตรวจจับความเสี่ยง
- รถคันหน้าเบรกกะทันหัน
- มีรถหยุดนิ่งอยู่ด้านหน้า
- มีคนเดินตัดหน้ารถ
แจ้งเตือนผู้ขับ
- มีเสียงเตือน
- ขึ้นสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ
เพิ่มแรงดันเบรก หากผู้ขับเริ่มเหยียบเบรก แต่แรงเบรกไม่เพียงพอ ระบบจะช่วยเพิ่มแรงเบรกให้อัตโนมัติ
เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ หากผู้ขับไม่ตอบสนอง ระบบจะสั่งเบรกเองเพื่อลดความเร็วหรือหลีกเลี่ยงการชน
อาการปกติที่พบได้
- มีเสียงเตือนก่อน
- หน้าจอแสดงสัญลักษณ์เตือน
- รถเบรกเองเมื่อระบบประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการชน
อาการที่อาจพบได้
- ระบบเตือนเร็วกว่าที่ผู้ขับคาด
- เตือนจากรถจอดริมทางหรือรถที่ตัดหน้า
4. BSD (Blind Spot Detection) ระบบเตือนจุดอับสายตา
หลักการทำงาน
BSD หรือ Blind Spot Detection เป็นระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในบริเวณจุดอับสายตาด้านข้าง ซึ่งผู้ขับอาจมองไม่เห็นจากกระจกมองข้างหรือการหันมองด้วยตาเปล่า
หลักการทำงาน
ระบบใช้เรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณกันชนหลังทั้งสองด้าน เพื่อตรวจจับรถที่กำลังวิ่งอยู่ด้านข้างหรือกำลังแซงเข้ามาจากด้านหลัง เมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ระบบจะ
- เปิดไฟเตือนที่กระจกมองข้างด้านซ้ายหรือขวา
- หากผู้ขับเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน ระบบจะส่งเสียงเตือนเพิ่มเติม
อาการปกติที่พบได้
- ไฟเตือนที่กระจกมองข้างติดขึ้นเอง
- มีเสียงเตือนเมื่อเปิดไฟเลี้ยวทั้งที่ยังไม่เห็นรถคันอื่น
- ระบบสามารถตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถที่กำลังแซงเข้ามาได้
- ไฟเตือนดับเองเมื่อรถอีกคันออกจากจุดอับสายตา
สถานการณ์ที่ระบบอาจทำงานลดลง
- ฝนตกหนัก
- หมอกหนา
- มีสิ่งกีดขวางบังบริเวณเรดาร์
- รถอีกคันวิ่งเร็วมากหรือช้ามาก
5. RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
หลักการทำงาน
ระบบใช้เรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณมุมกันชนหลังทั้งสองด้าน เพื่อตรวจจับรถที่กำลังวิ่งเข้ามาจากซ้ายหรือขวา เมื่อเข้าเกียร์ R ระบบจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ หากตรวจพบรถกำลังวิ่งตัดผ่านด้านหลัง ระบบจะ
- แจ้งเตือนบนหน้าจอ
- ส่งเสียงเตือนภายในห้องโดยสาร
- แสดงสัญลักษณ์หรือเส้นเตือนบนภาพกล้อง
อาการปกติที่พบได้
- มีเสียงเตือนทั้งที่ยังไม่เห็นรถจากกระจกหลัง
- ระบบเตือนรถที่กำลังวิ่งมาจากด้านข้างซ้ายหรือขวา
- เตือนขณะถอยออกจากช่องจอดในห้างหรือคอนโด
- บางครั้งระบบเตือนก่อนที่ผู้ขับจะสังเกตเห็นรถคันอื่น
สถานการณ์ที่ระบบอาจทำงานลดลง
- ฝนตกหนัก
- กันชนหลังสกปรก
- มีโคลนหรือคราบน้ำเกาะบริเวณเรดาร์
- รถอีกคันวิ่งเร็วมากหรือช้ามาก
- มีสิ่งกีดขวางบังแนวตรวจจับ
6. กล้องมองภาพรอบคัน 360° (360 Around View Monitor)
ระบบกล้อง 360° ของ ORA 5 EV ใช้กล้องหลายตัวรอบคันรถมาประมวลผลรวมกัน เพื่อสร้างภาพมุมมองจากด้านบน (Bird’s Eye View) ช่วยลดจุดอับสายตาและเพิ่มความสะดวกในการจอดรถ
หลักการทำงาน
ระบบใช้กล้องที่ติดตั้งบริเวณ
- ด้านหน้า
- ด้านหลัง
- ใต้กระจกมองข้างซ้าย
- ใต้กระจกมองข้างขวา
จากนั้นระบบจะรวมภาพทั้งหมดเป็นภาพเสมือนมองจากด้านบนของรถ
อาการปกติที่พบได้
- ภาพด้านบนเป็นภาพจำลองจากการรวมหลายกล้อง
- ภาพบริเวณรอยต่ออาจมีความโค้งหรือบิดเบี้ยวเล็กน้อย
- กลางคืนหรือในที่แสงน้อย ภาพอาจมีเม็ดภาพ (Noise) มากขึ้น
- ฝนตก น้ำเกาะ หรือกล้องสกปรก ภาพอาจไม่คมชัด
- เมื่อเข้าเกียร์ R ระบบจะเปิดกล้องอัตโนมัติ
- เส้นกะระยะจะเปลี่ยนตามการหมุนพวงมาลัย
ข้อดีของกล้อง 360°
- ช่วยมองเห็นขอบฟุตบาท
- ลดจุดอับสายตา
- ช่วยจอดในพื้นที่แคบ
- มองเห็นสิ่งกีดขวางขนาดเล็กที่กระจกมองข้างอาจมองไม่เห็น
อาการที่ไม่ถือว่าผิดปกติ
- ภาพแต่ละด้านมีสีหรือความสว่างต่างกันเล็กน้อย
- ภาพด้านบนไม่ตรง 100% เหมือนภาพถ่ายจากโดรน
- เส้นตรงบางเส้นอาจดูโค้งเล็กน้อย
7. Auto Hold เบรครถอัตโนมัติชั่วคราว
หลักการทำงาน
ใช้แรงดันเบรกค้างไว้เมื่อรถหยุดนิ่ง เพื่อป้องกันรถไหล
อาการปกติที่พบได้
- ได้ยินเสียงคลิกเบา ๆ
- รถไม่ไหลเมื่อถอนเท้าออกจากเบรก
- เมื่อเหยียบคันเร่ง ระบบจะปล่อยเบรกให้อัตโนมัติ
8. EPB (Electronic Parking Brake) ระบบเบรกมือไฟฟ้า
หลักการทำงาน
ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมเบรกมือแทนคันโยกแบบเดิม
อาการปกติที่พบได้
- มีเสียงมอเตอร์ทำงาน
- เบรกมือทำงานอัตโนมัติเมื่อดับรถ
9. Regenerative Braking (ระบบรีเจน )
หลักการทำงาน
เปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้าให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อนำพลังงานกลับไปเก็บในแบตเตอรี่ ORA 5 EV แนะนำหากไม่ชอบก็ตั้งต่ำๆ หากอยากได้ไฟกลับมาก็สูง แต่จะมาพร้อมอากาศ ชะลอตัวเมื่อถอนคันเร่ง ความแรงของการหน่วงไม่เทา่ากันทุกครั้ง
อาการปกติที่พบได้
- รถมีอาการหน่วงเมื่อถอนคันเร่ง
- ความแรงของการหน่วงอาจเปลี่ยนไปตามระดับแบตเตอรี่และอุณหภูมิ
10. Rainy Day Assist ระบบช่วยขับขี่ในสภาพฝนตก
หลักการทำงาน
- เปิดไฟหน้าหรือไฟหรี่โดยอัตโนมัติ
- ควบคุมการทำงานของที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- เปิดระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า/หลังตามความเหมาะสม
- ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศเพื่อลดการเกิดฝ้า
- แจ้งเตือนผู้ขับเมื่อระบบช่วยขับบางส่วนทำงานได้ลดลง
อาการปกติที่พบได้
- ที่ปัดน้ำฝนทำงานเอง
- ระบบช่วยขับบางส่วนอาจลดประสิทธิภาพลงในฝนหนัก
Rainy Day Assist ไม่ได้ทำให้รถขับเองในหน้าฝน และไม่ได้เพิ่มการยึดเกาะถนนโดยตรง แต่เป็นการช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของรถทำงานสอดคล้องกับสภาพอากาศมากขึ้น ดังนั้น หากฝนตกหนักมาก กล้องหน้าเปื้อน หรือเส้นแบ่งเลนมองเห็นไม่ชัด ระบบช่วยขับบางส่วนอาจหยุดทำงานชั่วคราว ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติของ ORA 5 EV ครับ
อาการที่เจ้าของ ORA 5 EV ไม่ควรตกใจ
หลายอาการต่อไปนี้ถือเป็นการทำงานปกติของระบบความปลอดภัย
- พวงมาลัยขยับเองเล็กน้อย
- รถเบรกเองเมื่อใช้ ICC
- รถหน่วงเมื่อถอนคันเร่ง
- มีเสียงมอเตอร์เบรกมือไฟฟ้า
- Auto Hold ทำงานเอง
- AEB เตือนก่อนที่ผู้ขับจะรู้สึกถึงอันตราย
แต่ถ้าพบอาการต่อไปนี้ ควรเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบ
- มีไฟเตือนสีแดงขึ้นค้าง
- ระบบช่วยขับไม่ทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
- พวงมาลัยดึงแรงผิดปกติ
- รถเบรกเองโดยไม่มีสาเหตุบ่อยครั้ง
- มีข้อความแจ้งเตือนเซนเซอร์ขัดข้องตลอดเวลา
ระบบช่วยขับของ ORA 5 EV ถูกออกแบบมาเพื่อ “ช่วยลดภาระผู้ขับ” ไม่ใช่ขับแทนผู้ขับทั้งหมด ดังนั้นผู้ขับยังจำเป็นต้องจับพวงมาลัยและพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน
สรุปง่าย ๆ
รถเปิดให้เองตลอด
- ABS
- ESP
- TCS
- HHC
- EPB
- TPMS
- ถุงลมนิรภัย
- AEB
- BSD
- RCTA
ต้องกดใช้งานเอง
- ICC
- Auto Hold
- โหมดการขับขี่
- ระดับรีเจน
- ไฟตัดหมอกหลัง
อาการที่ถือว่าปกติ
- ✅ รถเบรกเอง
- ✅ พวงมาลัยดึงเอง
- ✅ รถหน่วงเมื่อถอนคันเร่ง
- ✅ มีเสียงมอเตอร์เบรกมือไฟฟ้า
ระบบที่โดยทั่วไปจะจำค่าล่าสุด
- ระดับรีเจน (Low / Medium / High)
- โหมดการขับขี่ (ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันซอฟต์แวร์)
- การตั้งค่าแอร์และอุณหภูมิ
- ตำแหน่งกระจกมองข้างไฟฟ้า
- สถานีวิทยุและการตั้งค่ามัลติมีเดีย
- การตั้งค่าบัญชีผู้ใช้บางส่วน
ระบบที่อาจกลับสู่ค่าเริ่มต้นเพื่อความปลอดภัย
- ICC (ต้องเปิดใช้งานใหม่ทุกครั้ง)
- Cruise Control (ต้องตั้งความเร็วใหม่)
- ระบบช่วยขับบางฟังก์ชันที่ผู้ใช้ปิดไว้ รถอาจเปิดกลับอัตโนมัติ
- ไฟตัดหมอกหลัง (ปิดเองเมื่อดับรถ)
⚠️ ระบบที่หลายคนสังเกตว่าต้องเปิดใหม่
ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันซอฟต์แวร์ของรถ
- Auto Hold
- บางเมนูของ ADAS
- การตั้งค่าความไวของระบบเตือนบางรายการ
ดังนั้นคำตอบสั้น ๆ คือ
ORA 5 EV ไม่ได้จำค่าทุกระบบ มีทั้งระบบที่จำค่า และระบบที่รีเซ็ตเพื่อความปลอดภัยเมื่อสตาร์ตรถใหม่


FULL SPEC ORA 5 EV ULTRA ราคา 719,000 บาท
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐานทั้งหมดของ GWM ORA 5 EV รุ่น ULTRA จากเอกสารแผ่นพับข้อมูล (Catalog) ฉบับสมบูรณ์ มีรายละเอียดแยกตามหมวดหมู่ดังนี้ครับ:
มิติตัวรถ (Car Dimensions)
- ความยาว x ความกว้าง x ความสูง: 4,471 x 1,833 x 1,641 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ: 2,720 มิลลิเมตร
- ระยะห่างระหว่างล้อ: คู่หน้า 1,583 มิลลิเมตร / คู่หลัง 1,577 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ: 175 มิลลิเมตร
- จำนวนที่นั่ง: 5 ที่นั่ง
สมรรถนะ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ (Performance & Battery)
- ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor – PMSM)
- กำลังมอเตอร์สูงสุด: 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS)
- แรงบิดมอเตอร์สูงสุด: 250 นิวตัน-เมตร (หมายเหตุ: มีระบุ 260 นิวตัน-เมตร ในหน้าสรุปภาพรวม)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยไฟฟ้า: 520 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
- ประเภทแบตเตอรี่: ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) 58.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
ระบบการชาร์จไฟ (Charging Information)
- การชาร์จแบบกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 6.5 กิโลวัตต์ (มีระบุ 6.6 กิโลวัตต์ ในหน้าสรุปภาพรวม)
- การชาร์จแบบกระแสตรง (DC): รองรับสูงสุด 120 กิโลวัตต์ 30-80% 20 นาที
- ระบบจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ภายนอก: Vehicle to Load (V2L) สูงสุด 6 กิโลวัตต์ (6000W)
- ระบบเบรกเพื่อชาร์จไฟกลับ: แบบปรับระดับได้ (Regenerative Braking)
- ระบบเสียงเตือนคนเดินถนน: ทำงานขณะรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ
- ระบบการขับเคลื่อน ช่วงล่าง และเบรก (Chassis & Brakes)
- ระบบพวงมาลัย: พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS)
- ระบบกันสะเทือนหน้า: อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)
- ระบบกันสะเทือนหลัง: อิสระแบบมัลติลิงค์ (Multi-Link)
- ระบบเบรกหน้า: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
- ระบบเบรกหลัง: ดิสก์เบรก
- เบรกมือไฟฟ้า (EPB): พร้อมระบบช่วยหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
- ขนาดยางและล้อ: ยางขนาด 225/60 R18 พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ Petal-Style Low-Drag
อุปกรณ์ภายนอก (Exterior Features)
- หลังคากระจกแบบพาโนรามิก (Panoramic Glass Roof): ขนาด 1.65 ตารางเมตร พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น ULTRA)
- ประตูท้ายเปิด-ปิดแบบไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น ULTRA)
- กระจกมองข้างพับไฟฟ้า และพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ (เฉพาะรุ่น ULTRA)
- ไฟหน้าแบบ LED: ทรงหยดน้ำ (Waterdrop Headlights) พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ, ระบบไฟส่องสว่างนำทางหลังดับเครื่อง (Follow Me Home) และระบบปรับไฟสูง-ไฟต่ำอัตโนมัติ
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน: Daytime Running Light แบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED: แบบซ่อนกลมกลืนไปกับตัวรถ (Hidden Design Taillight)
- ระบบปัดน้ำฝน: ด้านหน้าทำงานอัตโนมัติ และมีที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
- สปอยเลอร์หลัง: พร้อมไฟเบรกดวงที่สาม
- ราวหลังคา
- ระบบกระจังหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ: Active Grille Shutter
- สัญญาณเตือนกันขโมย
อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย (Interior & Comfort)
- การตกแต่งภายใน: ดีไซน์สไตล์กว้างสบายแบบ Dark Gold Contour Design
- เบาะนั่งคนขับ: ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ และระบบจดจำตำแหน่งเบาะ 3 ตำแหน่ง (ระบบระบายอากาศและระบบจดจำตำแหน่งมีเฉพาะรุ่น ULTRA)
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า: ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ (อัปเกรดจากปรับมือในรุ่นเริ่มต้น เฉพาะรุ่น ULTRA)
- วัสดุเบาะนั่ง: หนังสังเคราะห์
- เบาะหลัง: พนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงศีรษะตรงกลาง
- พวงมาลัย: แบบมัลติฟังก์ชัน ปรับได้ 4 ทิศทาง
- กระจกมองหลัง: แบบตัดแสงอัตโนมัติ (อัปเกรดจากกระจกธรรมดา เฉพาะรุ่น ULTRA)
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า: ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (One-Touch) ครบทั้ง 4 บาน (รุ่นเริ่มต้นได้เฉพาะฝั่งคนขับ เฉพาะรุ่น ULTRA)
- แผงบังแดด: เพิ่มกระจกขนาด 8.8 นิ้ว และไฟส่องสว่าง LED ที่ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า (เฉพาะรุ่น ULTRA)
- ไฟสร้างบรรยากาศ: Galaxy Rhythm Ambient Lights ภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น ULTRA)
- ไฟส่องสว่างอื่นๆ: ไฟอ่านหนังสือด้านหน้า LED และไฟส่องสว่างห้องโดยสารตอนหลัง
- ระบบปรับอากาศ: ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศและช่อง USB-C สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และกรองอากาศมาตรฐาน N95
- ช่องเก็บความเย็น: บริเวณคอนโซลกลาง ขนาด 3.2 ลิตร
- โหมดการขับขี่: Eco, Normal, Sport, และ Well Being
- ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง
ะบบมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อ (Smart Multimedia)
-
ระบบลำโพง: ลำโพงรอบทิศทาง 9 ตำแหน่ง (Amor Acoustics) (อัปเกรดจาก 6 ตำแหน่ง เฉพาะรุ่น ULTRA)
-
แท่นชาร์จไร้สาย: อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ความเร็วสูง 50W (เฉพาะรุ่น ULTRA)
-
หน้าจอแสดงผล: * หน้าจอขับขี่ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว
-
หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว
-
-
ระบบปฏิบัติการ: Coffee OS 3 รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์ (OTA)
-
การเชื่อมต่ออัจฉริยะ:
-
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
-
ระบบนำทางอัจฉริยะออนไลน์ และระบบเชื่อมต่อข้อมูลรถยนต์ (Telematic)
-
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth
-
ระบบปรับระดับเสียงตามความเร็วรถอัตโนมัติ
-
-
ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Command): รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (สามารถสั่งการโทรศัพท์, ระบบแอร์, ระบบระบายอากาศเบาะ, เพลง/วิทยุ, ระบบนำทาง, สภาพอากาศ, หน้าต่าง และหลังคาแก้วได้)
-
กุญแจรีโมท: Smart Entry จำนวน 2 อัน พร้อมระบบ Quick Start
-
ช่องต่อ USB ด้านหน้า: 1 ช่อง Type-A และ 1 ช่อง Type-C
การควบคุมและสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน (GWM Application)
-
สั่งการเปิด-ปิดประตูท้ายผ่านแอปพลิเคชัน (ฟังก์ชันเพิ่มพิเศษเฉพาะรุ่น ULTRA)
-
ฟังก์ชันมาตรฐานอื่นๆ ผ่านแอปฯ
- สั่งการสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์ และล็อก-ปลดล็อกรถ
- สั่งเปิด-ปิดระบบปรับอากาศ และระบบฟอกอากาศ
- ตั้งเวลาสำหรับการชาร์จไฟ
- โหมดค้นหารถ (ส่งสัญญาณเสียงแตรและไฟกะพริบ)
- ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์ และระบบจำกัดขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ (Geo-fencing)
- ตรวจสอบสถานะรถยนต์ (ลมยาง, แบตเตอรี่, หน้าต่าง, หลังคาซันรูฟ, ประตูรถ)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่ 12V ต่ำ
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS)
สำหรับรุ่น ULTRA จะมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะแบบเต็มพิกัด โดยมีระบบที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็นพิเศษจากรุ่นเริ่มต้น ดังนี้:
- LCA: ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน
- BSD: ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา
- DOW: ระบบแจ้งเตือนเมื่อเปิดประตูรถ
- ELK: ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน
- RCTA: ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง
- RCTB: ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหลัง
- RCW: ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง
- FCTA: ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเดินหน้า
- FCTB: ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่มาตรฐานที่มีให้:
- กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent View)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า (FCW) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ระบบช่วยประคองรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (LCK), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS)
- ระบบเตือนตามเครื่องหมายจราจร (TSR) และระบบเตือนจำกัดความเร็ว (SLWF)
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม)
- เซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC)
- ระบบติดต่อเบอร์ฉุกเฉิน (E-Call)
- ระบบเบรก ABS, EBD, และระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS)
- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX และระบบล็อกประตูอัตโนมัติตามความเร็ว
- ชุดปะยางฉุกเฉิน
- ระบบแจ้งเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า
ตัวเลือกสีสัน (Colors)
-
สีตัวถังภายนอก: มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี
-
IVORY WHITE (สีขาว)
-
MOUNTAIN GREY (สีเทา)
-
EMERALD GREEN (สีเขียว)
-
SO BLUE WITH BLACK ROOF (สีฟ้าหลังคาดำ)
-
-
สีห้องโดยสารภายใน: มีให้เลือก 2 สไตล์
-
BROWN BEIGE (สีน้ำตาล-เบจ): สไตล์หรูหราสปอร์ตโทนสว่าง (มีข้อจำกัดคือ จะไม่มีให้เลือกจับคู่หากเลือกสีภายนอกเป็นสีเขียว EMERALD GREEN)
-
DARK GREY (สีดำ-เทา): ดุดัน เข้ม ลงตัวคมเข้ม
-





