CATL มีกำไร 100,622 ล้านบาท มากกว่า บริษัทรถยนต์จีน 7 ค่ายรวมกัน ใน Q1 2026

CATL มีกำไร 100,622 ล้านบาท มากกว่า บริษัทรถยนต์จีน 7 ค่ายรวมกัน ใน Q1 2026
Spread the love
Advertisement Advertisement

CATL โชว์แกร่ง! กำไรสุทธิ Q1/2026 พุ่งทะยาน แซงหน้า 7 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จีนรวมกัน

สำนักข่าว Sina Auto รายงานว่า CATL (Contemporary Amperex Technology Co., Limited) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้สร้างสถิติทางการเงินอันน่าทึ่งในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยมีกำไรสุทธิในไตรมาสเดียวสูงกว่ากำไรสุทธิของค่ายรถยนต์ชั้นนำของจีน 7 บริษัทรวมกัน ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดังอย่าง BYD, Geely และ Chery อีกด้วย โดยในไตรมาสนี้ CATL สามารถทำกำไรสุทธิไปได้สูงถึง 2.07 หมื่นล้านหยวน (หรือราว 100,622 ล้านบาท)

ส่วนแบ่งตลาดโตสวนกระแส แม้รัฐบาลยุติเงินอุดหนุน

จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่า ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 CATL มีปริมาณการติดตั้งแบตเตอรี่ในประเทศจีนสูงถึง 59.52 GWh ส่งผลให้บริษัทครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 46.4% ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3.47% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (Year-Over-Year)

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัวลง เนื่องจากรัฐบาลจีนได้ยุติมาตรการให้เงินอุดหนุน (Subsidies) แก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนหน้านี้

เปรียบเทียบยอดรายได้ที่น่าสนใจ:
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว CATL มีรายได้รวมสูงถึง 1.2913 แสนล้านหยวน (หรือราว 627,700 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่ารายได้ตลอดทั้งปี 2025 ของ 3 ค่ายรถยนต์ไฟฟ้ารวมกัน ได้แก่ Li Auto, Nio และ Xpeng

เจาะลึกตัวเลข กำไรสุทธิ CATL ปะทะ 7 ค่ายรถยนต์จีน

กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของ CATL อยู่ที่ 2.07 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 100,622 ล้านบาท) ซึ่งตัวเลขนี้ชนะผลกำไรไตรมาสแรกแบบรวมกันของ 7 ค่ายรถยนต์ชั้นนำของจีน ได้แก่ Chery, Geely, BYD, SAIC, GWM, Seres และ Changan ได้อย่างสบายๆ โดยผลกำไรสุทธิของแต่ละบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้

Advertisement Advertisement
  • CATL (ผู้ผลิตแบตเตอรี่): กำไรสุทธิ 20,700 ล้านหยวน (ประมาณ 100,622.7 ล้านบาท)
  • Chery: กำไรสุทธิ 4,170 ล้านหยวน (ประมาณ 20,270.3 ล้านบาท)
  • Geely: กำไรสุทธิ 4,160 ล้านหยวน (ประมาณ 20,221.7 ล้านบาท)
  • BYD: กำไรสุทธิ 4,080 ล้านหยวน (ประมาณ 19,832.8 ล้านบาท)
  • SAIC: กำไรสุทธิ 3,020 ล้านหยวน (ประมาณ 14,680.2 ล้านบาท)
  • GWM (Great Wall Motor): กำไรสุทธิ 945 ล้านหยวน (ประมาณ 4,593.6 ล้านบาท)
  • Seres: กำไรสุทธิ 754 ล้านหยวน (ประมาณ 3,665.1 ล้านบาท)
  • Changan: กำไรสุทธิ 351 ล้านหยวน (ประมาณ 1,706.2 ล้านบาท)

เมื่อนำกำไรสุทธิของทั้ง 7 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ข้างต้นมารวมกัน จะอยู่ที่ประมาณ 1.75 หมื่นล้านหยวน (หรือราว 85,067.5 ล้านบาท) ซึ่งยังคงน้อยกว่ากำไรของ CATL เพียงบริษัทเดียวอยู่ถึงหนึ่งหมื่นกว่าล้านบาท

ตอกย้ำผู้ทรงอิทธิพลในห่วงโซ่อุปทาน EV ยานยนต์จีน

ย้อนกลับไปในปี 2025 CATL ได้แสดงความทรงพลังมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยทำกำไรสุทธิรวมทั้งปีได้สูงถึง 7.22 หมื่นล้านหยวน (หรือราว 3.5 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าผลกำไรของบริษัทรถยนต์ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น A-share ของจีนจำนวน 13 บริษัทรวมกัน ณ ช่วงเวลานั้นเสียอีก

ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ CATL ในฐานะ “หัวใจหลัก” ของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เนื่องจากค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ในประเทศ ต่างเลือกใช้และพึ่งพาแบตเตอรี่จากบริษัทซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองหนิงเต๋อแห่งนี้

นอกเหนือจากการเป็นซัพพลายเออร์แล้ว ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Geely และ SAIC ยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Ventures) กับ CATL อีกด้วย ในขณะเดียวกัน CATL ยังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap Infrastructure) ในประเทศจีนอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ดร. โรบิน เซิง (Dr. Robin Zeng) ประธานกรรมการของ CATL เคยให้ความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่จะสามารถก้าวไปสู่ขั้นการผลิตแบตเตอรี่แบบ Solid-state ในปริมาณมาก (Mass Production) ได้

carnewschina

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้