รีวิว! GEELY EX5 MAX+ แพงกว่าเพื่อน แต่หาคำติยาก… วิ่งจริงได้ 408 กม./ชาร์จ
GEELY EX5 MAX+ แพงกว่าเพื่อน แต่หาคำติยาก…สุดท้ายต้องไปทะเลาะกับช่องวางแก้ว!
GEELY EX5 MAX+ เป็นรถไฟฟ้าที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่ง แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่า ราคามันค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับคู่แข่งเกรดใกล้เคียงกัน
เรียกว่าเปิดราคามาแล้วกระเป๋าสตางค์มีสะดุ้งนิดหนึ่ง แต่พอขึ้นไปนั่ง ลองจับวัสดุ ลองฟังเสียง ลองนวดเบาะ ก็เริ่มมีเสียงกระซิบว่า “หรือเราจะยอมดีวะ”
รูปลักษณ์ภายนอกมาในแนวเรียบง่าย มินิมอล ไม่ได้ออกแบบเหมือนกลัวคนจำไม่ได้ว่าเป็นรถไฟฟ้า ชอบตรงโลโก้ Galaxy ที่ดูเข้ากับตัวรถดี
ไฟหน้า Full LED สว่างมาก สว่างจนตอนแรกนึกว่าเปิดไฟสูง เช็กแล้วก็ไม่ได้เปิดครับ ไฟมันสว่างของมันเอง สว่างระดับที่รถข้างหน้าอาจมองกระจกแล้วถามว่า “พี่ตามผมมาทำไม” ด้านท้ายยังคงเรียบง่าย ใช้ไฟท้าย Full LED ลากเชื่อมทั้งสองฝั่ง ดูสวย ทันสมัย และไม่พยายามใส่เส้นสายเยอะจนเกิน
แต่ข้อเสียข้อแรกมาเร็วมาก
รถรุ่นนี้ไม่มีตำแหน่งเกียร์ N สำหรับปล่อยเข็นเมื่อจอดซ้อนคัน ลักษณะคล้ายกับ EX2 ดังนั้นใครใช้ชีวิตตามห้างแล้วชอบจอดซ้อนคัน รุ่นนี้อาจไม่ใช่คู่แท้ของคุณ
แต่ถ้าจอดซ้อนกันในบ้านตัวเองก็ทำได้ครับ เพราะอย่างน้อยคนที่จะโทรมาตามก็ยังเป็นญาติกัน ด่ากันเสร็จก็กินข้าวโต๊ะเดียวกันได้
อีกสิ่งที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวคือ มือจับประตูแบบซ่อน…มาอีกแล้วครับท่าน! อุตส่าห์หนีจากคันก่อน เจออีกคันก็ยังซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม รถมีกลไกเปิดประตูฉุกเฉิน มือจับด้านในเป็นแบบกลไกธรรมดา สามารถเปิดประตูได้แม้แบตเตอรี่ 12V หมด ตรงนี้ถือว่าคิดมาดี รถดับได้ คนก็ออกได้สบายๆ
ระบบกุญแจอัจฉริยะทำงานดีและแม่นยำมาก เมื่อพกกุญแจเดินเข้าใกล้ รถจะปลดล็อก มือจับประตูกาง ไฟหน้าและไฟท้ายติดต้อนรับครบชุด พอเดินออก รถก็ล็อก พับมือจับและดับไฟให้อัตโนมัติ ตอบสนองเร็วดี ไม่มีอาการเบลอ

เปิดประตูเข้ามาจะพบกับภายในสีขาว สว่าง โปร่ง และช่วยให้ห้องโดยสารดูกว้างขึ้นมาก แน่นอนว่าสีขาวอาจต้องดูแลเพิ่มนิดหนึ่ง โดยเฉพาะบ้านไหนมีเด็กเล็ก กางเกงยีนส์ หรือสมาชิกที่ชอบขึ้นรถพร้อมชานมไข่มุกเต็มแก้ว
สิ่งที่เตะตาคือลำโพงแบบลอยของ FLYME SOUND Premium Audio ซึ่งเป็นระบบเสียงที่ GEELY พัฒนาขึ้นเอง
ตอนแรกเห็นแล้วก็สงสัยว่า “ทำไมลำโพงไม่ยอมอยู่กับที่ดีๆ” มันลอย 2 ข้างฝั่งบริเวณเสา A แต่พอเปิดเพลงฟังแล้วต้องยอม คุณภาพเสียงดีเกินคาดมาก มันอาจไม่ได้ติดโลโก้แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก แต่เสียงดีจนให้อภัยได้ ลอยก็ลอยไปครับ
เบาะของ EX5 นุ่มมาก มาพร้อมระบบนวดและที่รองน่อง ความรู้สึกเหมือนนั่งโซฟาในบ้าน เพียงแต่โซฟาตัวนี้มีมอเตอร์ไฟฟ้าและวิ่งออกถนนได้
นั่งไปสักพักเริ่มไม่แน่ใจว่าเรากำลังทดลองรถ หรือกำลังทดลองแพ็กเกจนวดเพื่อสุขภาพ ถ้ามีหมอนกับผ้าห่มให้อีกชุด คนขับอาจต้องปลุกผู้โดยสารเมื่อถึงปลายทาง
หน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง “Hello GEELY”
เมื่อทำงานร่วมกับชุดเครื่องเสียงคุณภาพดี บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกเหมือนโฮมเธียเตอร์เคลื่อนที่ เพียงแต่โฮมเธียเตอร์แห่งนี้ต้องต่อทะเบียนและทำประกันภัย
คอนโซลกลางมีช่องซ่อนที่วางแก้วน้ำสองตำแหน่ง แต่ขนาดค่อนข้างเล็ก แก้วใหญ่บางใบอาจต้องยืนรออยู่ข้างนอก เพราะยังไม่ผ่านคุณสมบัติเข้าใช้งาน
ปุ่มกายภาพสำหรับปรับเสียงและควบคุมแอร์ยังมีให้ ตรงนี้ขอชื่นชม เพราะบางครั้งเราแค่อยากลดแอร์ ใช้งานสะดวกสบายดีมีอะไรให้หมุนเล่น
ระบบปรับอากาศเย็นดี แต่กระจกไฟฟ้าทุกบานขึ้นและลงค่อนข้างช้า กดแล้วต้องให้เวลากระจกตัดสินใจเล็กน้อยว่า วันนี้พร้อมทำงานหรือยัง เจ้าของรถอาจรีบ แต่กระจกบอกว่า “ใจเย็นๆ ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน” (มันช้าแต่รับได้ไม่ได้ช้าขนาดรอไหวๆ)
เบาะหลังนั่งสบาย รองรับผู้โดยสารสามคนได้จริง มีที่พักแขนพร้อมช่องวางแก้วสองตำแหน่ง ซึ่งก็ยังเล็กเหมือนด้านหน้า ดูเหมือนทีมออกแบบจะมีความเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า มนุษย์ทุกคนควรดื่มน้ำจากแก้วไซซ์เล็ก

ช่วงล่างให้ความนุ่มสบายตามแนวทางรถครอบครัว เวลาวิ่งทางตรงหรือนั่งเดินทางไกลทำได้ดี แต่เมื่อเข้าโค้งแรงๆ ตัวรถจะไม่ได้กระชับแบบรถสายสปอร์ต
ก็แน่ละครับ นี่คือ SUV ช่วงล่างหลังมัลติลิงก์ที่เกิดมาเพื่อพาครอบครัวไปเที่ยว ไม่ได้เกิดมาเพื่อพาคุณไปสมัครแข่งแรลลี
บางโค้งที่ความเร็วประมาณ 50–60 กม./ชม. จะสัมผัสได้ถึงอาการเด้งและยวบเล็กน้อยตามสไตล์รถตัวสูงช่วงล่างนุ่ม จึงไม่ควรฝืนมาก เพราะถ้าหลุดโค้งลงคันนา ต่อให้เบาะมีระบบนวดก็ช่วยนวดความรู้สึกเจ้าของรถไม่ได้ ดังนั้นขับรถอย่าประมาทค่อยๆไป (บอกตัวเอง)
พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายค่อนข้างใหญ่ จากการใช้งานจริงสามารถใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ประมาณ 2–3 ใบได้สบาย ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระยังมีช่องเก็บของเพิ่มเติม ความลึกกำลังดี ใช้ซ่อนอุปกรณ์จุกจิกได้
ว่าไปแล้ว การหาคำติรถคันนี้ค่อนข้างยาก ผมพยายามเดินดูรอบคัน จับวัสดุ เปิดประตู นั่งหน้า นั่งหลัง จนแทบจะขอสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ QC เพิ่มอีกคน
สุดท้ายต้องเรียกญาติซึ่งทำงานเป็นหัวหน้า QC ของแบรนด์รถยนต์ T มาช่วยตรวจ เขาดูแล้วก็บอกว่า รถทำออกมาค่อนข้างดี วัสดุภายในมีคุณภาพ งานประกอบเรียบร้อย
ช่วยกันหาข้อเสียอยู่พักใหญ่ สุดท้ายกลับมาจบที่เดิมว่า…
“ช่องวางแก้วมันเล็กไปหน่อยนะ”
รถคันหนึ่งโดนหัวหน้า QC ตรวจ แล้วรอดทุกข้อหา เหลือเพียงคดีช่องวางแก้วขนาดเล็ก ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
ระบบกล้องรอบคัน 360 องศาทำงานได้ดี เมื่อเปิดไฟเลี้ยวหรือกำลังจอดรถ ระบบจะแสดงภาพให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้จอดง่ายขึ้นมาก
แต่ความคมชัดของภาพไม่ได้สูงมาก โดยเฉพาะกล้องหลัง ภาพพอดูได้ว่าเป็นรถ เป็นเสา หรือเป็นกำแพง แต่ถ้าจะให้ดูรายละเอียดระดับเห็นสีหน้าคนข้างหลังแบบชัดแจ๋ว คงต้องรอรุ่นหน้า
รุ่นนี้ไม่มีกล้องบันทึกเหตุการณ์ติดตั้งมาให้ในตัว แนะนำให้ติดตั้งกล้องแยกจะเหมาะกว่า เพราะกล้องจากโรงงานในรถหลายรุ่น แม้มีมาให้ แต่บางครั้งความคมชัดก็เหมือนถ่ายด้วยเครื่องคิดเลข
ส่วนเซ็นเซอร์และเรดาร์หน้า–หลังให้มาค่อนข้างครบ ช่วยเตือนได้เยอะ บางครั้งเตือนเก่งจนรู้สึกว่ารถเป็นห่วงเรามากกว่าสมาชิกในครอบครัวเสียอีก
มาถึงเรื่องการขับขี่
ช่วงความเร็วสูงรถให้ความรู้สึกนิ่ง เมื่อความเร็วประมาณ 140 กม./ชม. จะเริ่มได้ยินเสียงลมบริเวณเสา A แต่ไม่ได้ดังผิดปกติ เพราะตอนนั้นเราใช้ความเร็วสูง ลมจะไม่เข้ามากระซิบก็เกรงใจหลักฟิสิกส์เกินไปหน่อย
จากการทดสอบ รถสามารถแตะความเร็ว 170 กม./ชม. และยังรู้สึกว่ามีกำลังเหลือ แต่ไม่ควรทดลองความเร็วระดับนี้บนถนนสาธารณะ รถอาจไปต่อได้
ระบบ ICC ทำงานได้ดี การรักษาระยะห่างและประคองรถอยู่ในเลนทำได้เป็นธรรมชาติ ระบบเตือนออกนอกเลนตอบสนองรวดเร็ว แต่แรงดึงพวงมาลัยค่อนข้างชัด บางจังหวะรู้สึกเหมือนรถพูดว่า “กลับเข้ามาเดี๋ยวนี้!” แล้วดึงแขน
มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองดี โดยเฉพาะการเปิดระบบรีเจนในเมือง รถชะลอได้ค่อนข้างนุ่ม ไม่กระชากเหมือนรถไฟฟ้าบางรุ่นที่ถอนคันเร่งแล้วผู้โดยสารพยักหน้าพร้อมกันทั้งคันโดยไม่ได้นัดหมาย
ผลทดสอบระยะทางจริง
GEELY EX5 MAX+ มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 68.39 kWh ทดสอบบนเส้นทางหลากหลาย ทั้งในเมืองที่ความเร็ว 40–60 กม./ชม. นอกเมือง 80–100 กม./ชม. และทางด่วนช่วง 100–130 กม./ชม.
ผลการทดสอบสามารถวิ่งได้จริงประมาณ 408 กม./ชาร์จ จากตัวเลขมาตรฐาน NEDC 525 กม. หรือต่ำกว่าตัวเลขเคลมประมาณ 22.29%
ตัวเลข NEDC ก็เหมือนรูปอาหารหน้าร้านครับ ของจริงอาจไม่เหมือนทั้งหมด แต่ได้ประมาณนี้ก็ยังถือว่าอิ่มอยู่
อัตราสิ้นเปลืองและระยะทางเฉลี่ย
แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ประมาณ 4.08 กม.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 16.76 kWh/100 กม.
ด้านการชาร์จเร็ว ทดสอบกับตู้ SPARK จากแบตเตอรี่ 8–80% ใช้เวลาประมาณ 34 นาที กำลังชาร์จเริ่มต้นประมาณ 77 kW ก่อนพุ่งสูงสุดมากกว่า 119 kW แม้ข้อมูลสเปกจะระบุรองรับ DC สูงสุด 100 kW
เมื่อแบตเตอรี่แตะ 80% รถยังรับกำลังชาร์จได้ประมาณ 82 kW ถือว่าช่วงปลายรักษากำลังได้ดี รถคันนี้ดูเหมือนเป็นนักเรียนที่ครูบอกว่าทำได้ 100 คะแนน แต่มันแอบทำข้อสอบเกินมาอีกหลายข้อ
สรุปแล้ว
GEELY EX5 MAX+ เป็นรถไฟฟ้าที่ค่าตัวสูงกว่าคู่แข่งบางรุ่น แต่ให้ห้องโดยสารคุณภาพดี เบาะนุ่ม ระบบนวด ที่รองน่อง เครื่องเสียงดี พื้นที่กว้าง ช่วงล่างสบาย ระบบช่วยขับค่อนข้างครบ และระยะทางใช้งานจริงประมาณ 408 กม./ชาร์จ (ที่ผมทำได้)
ข้อสังเกตคือ ไม่มีเกียร์ N สำหรับจอดซ้อนคัน มือจับประตูแบบซ่อน ช่องวางแก้วเล็ก กระจกไฟฟ้าทำงานสบายๆ ไม่รีบร้อน กล้องหลังไม่คมมาก และช่วงล่างมีอาการยวบเมื่อเข้าโค้งแรงๆ
แต่ถ้าถามว่ารถทำออกมาดีไหม ต้องตอบว่า “ดีครับ”
ดีจนหาคำติแทบไม่เจอ ตรวจไปตรวจมา สุดท้ายรถทั้งคันราคาเกือบล้านแพ้ให้กับช่องวางแก้วใบเล็กๆ สองช่อง หน้า-หลังนี้เอง แต่ถ้าไม่ใช่ปัญหาคุณก็ไปเปลี่ยนแก้วให้มันเล็กลง แต่ค่อนข้างเล็กนะช่องแค่นี้ มีอีกเรื่องหนึ่ง กระจกหลังทำไมมันเปื้อนง่ายจังฝุ่นมันเกาะมากผิดปกติ น่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ
หมายเหตุ: ค่าไฟคำนวณจากความจุแบตเตอรี่ 68.39 kWh โดยตรง ยังไม่รวมการสูญเสียระหว่างการชาร์จ ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับตู้ชาร์จ อุณหภูมิ สภาพแบตเตอรี่ และรูปแบบการใช้งาน
ทดสอบและเรียบเรียงโดย Aeromechx



