All-NEW Nissan Elgrand (E53) e-POWER e-4ORCE ใหม่ ราคา 1,455,000 บาท ในประเทศญี่ปุ่น

All-NEW Nissan Elgrand (E53) e-POWER e-4ORCE ใหม่ ราคา 1,455,000 บาท ในประเทศญี่ปุ่น
Spread the love
Advertisement Advertisement

Nissan Elgrand 2026 ใหม่ เปิดขายในญี่ปุ่น ยกระดับ MPV หรู 7 ที่นั่งด้วยขุมพลัง e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งกำลังขับเคลื่อนผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า–หลัง พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE และโช้กอัพควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เน้นทั้งความนุ่มนวลและความมั่นใจในการเดินทาง ภายในมาพร้อมเบาะแถวสอง Captain Seat พร้อม Ottoman และเทคโนโลยีช่วยขับ ProPILOT โดยรุ่นมาตรฐานแบ่งเป็น X e-4ORCE และ G e-4ORCE ราคาเริ่มต้น 6,897,000 เยน หรือประมาณ 1.455 ล้านบาท เมื่อแปลงค่าเงิน ยังไม่รวมค่าขนส่งและภาษีนำเข้าไทย

Nissan Elgrand 2026 สเปกญี่ปุ่น

ราคาแยกรุ่นย่อย

  • X e-4ORCE: 6,897,000 เยน ประมาณ 1,455,000 บาท
  • G e-4ORCE: 7,579,000 เยน ประมาณ 1,599,000 บาท
  • อัตราแปลง 1 เยน = 0.210962 บาท
  • ราคาญี่ปุ่นรวมภาษีบริโภคแล้ว
  • ราคาแปลงไม่รวมค่าขนส่งและภาษีนำเข้าไทย

Nissan Elgrand 2026 มีจุดเด่นน่าสนใจดังนี้ครับ

  • e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ใช้เครื่องยนต์ผลิตไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ
  • ขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE ทั้งรุ่น X และ G ควบคุมมอเตอร์หน้าและหลังร่วมกับระบบเบรก ช่วยเพิ่มการทรงตัวและลดอาการก้มเงยขณะเร่งหรือชะลอ
  • โช้กอัพควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสองรุ่น ปรับแรงหน่วงตามสภาพการขับขี่
  • โหมดขับขี่ 6 รูปแบบ พร้อม COMFORT เน้นความสบาย และ PERSONAL สำหรับปรับตามความชอบ
  • จำโหมดขับขี่และ e-Pedal Step ที่ใช้ล่าสุด ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เปิดรถ
  • Smooth Stop ช่วยให้หยุดรถนุ่มนวล ลดการโยกตัวช่วงหยุดรถ
  • เบาะแถวสอง Captain Seat พร้อม Ottoman ไฟฟ้า เน้นความสบายในการเดินทาง
  • พนักพิง Dual Reclining ปรับแยกส่วนได้ ช่วยให้เอนตัวพักพร้อมมองจอหรืออ่านหนังสือได้สะดวก
  • เบาะแถวสองมีระบบบันทึกตำแหน่ง เรียกคืนท่านั่งที่ชอบได้
  • มี Ottoman 3 ตำแหน่ง ผู้โดยสารด้านหน้าและแถวสองทั้งสองคนใช้งานพร้อมกันได้
  • เบาะแถวสามเลื่อน เอน และพับยกแบบ Multi-up ปรับพื้นที่สำหรับผู้โดยสารและสัมภาระ
  • Active Noise Control ช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์และถนน
  • ออปชัน BOSE 22 ลำโพง พร้อมเสียงรอบทิศทาง 3D และการควบคุมเสียงแยกโซน
  • เลือกติดตั้งจอผู้โดยสารด้านหลังได้ มีทั้งแบบติดเพดานและจอส่วนตัวหลังเบาะคู่หน้า
  • รุ่น G มีจอคู่ 14.3 นิ้ว พร้อม NissanConnect และ Google ในตัว
  • รุ่น G มีเบาะระบายอากาศคู่หน้าและแถวสอง เพิ่มความสบายในวันที่อากาศร้อน
  • รุ่น G มีปลั๊กไฟ AC 100V กำลัง 1,500W สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่รองรับ
  • อัตราประหยัดเฉลี่ย 16.8 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน WLTC สำหรับ MPV 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนสี่ล้อ น้ำหนักประมาณ 2.4 ตัน
  • ช่วยป้องกันเปิดประตูเจอรถที่เข้ามาจากด้านหลัง เตือนและยับยั้งการเปิดประตูสไลด์อัตโนมัติเมื่อพบความเสี่ยงตามเงื่อนไขระบบ
  • กล้องรอบคันพร้อมภาพ 3D มีมุมมองด้านหน้ามุมกว้างและมุมมองช่วยขณะพับกระจก
  • ไฟหน้า Adaptive LED ปรับรูปแบบลำแสงเพื่อลดการรบกวนรถคันอื่น
  • รุ่น G มี ProPILOT พร้อมฟังก์ชันช่วยขับขณะรถติดและช่วยเปลี่ยนเลน ส่วน ProPILOT 2.0 เป็นออปชัน ผู้ขับยังต้องมองทางและพร้อมควบคุมรถ

เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน — ทั้งสองรุ่น

  • ระบบไฮบริด e-POWER เจเนอเรชันที่ 3
  • เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้า
  • ขับเคลื่อนล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
  • เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบ 1.5 ลิตร
  • รหัสเครื่องยนต์ ZR15DDTe
  • ความจุ 1,498 ซีซี
  • กำลังเครื่องยนต์ 140 แรงม้า PS ที่ 5,000 รอบ/นาที
  • แรงบิดเครื่องยนต์ 228 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที
  • มอเตอร์หน้า 205 แรงม้า PS / 330 นิวตันเมตร
  • มอเตอร์หลัง 136 แรงม้า PS / 195 นิวตันเมตร
  • ขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE
  • ส่งกำลังผ่านชุดเฟืองทดมอเตอร์
  • แบตเตอรี่ Lithium-ion
  • ถังน้ำมัน 67 ลิตร
  • ไม่รองรับการเสียบปลั๊กชาร์จ AC/DC
  • ไม่ระบุความจุแบตเตอรี่เป็น kWh และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเอกสารที่ตรวจสอบ
  • กำลังมอเตอร์แต่ละตัว ไม่ใช่กำลังรวมระบบ

อัตราประหยัดน้ำมัน WLTC

  • เฉลี่ยรวม 16.8 กม./ลิตร
  • ในเมือง 15.2 กม./ลิตร
  • นอกเมือง 17.8 กม./ลิตร
  • ทางด่วน 16.9 กม./ลิตร

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4,995 มม.
  • กว้าง 1,895 มม.
  • สูง 1,975 มม.
  • ฐานล้อ 3,000 มม.
  • ระยะใต้ท้องรถ 165 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.8 เมตร
  • น้ำหนักรุ่น X 2,430 กก.
  • น้ำหนักรุ่น G 2,440 กก.
  • ห้องโดยสารยาว 3,165 มม.
  • ห้องโดยสารกว้าง 1,730 มม.
  • ห้องโดยสารสูง 1,315 มม.
  • รุ่นติดตั้ง ProPILOT 2.0 สูง 1,970 มม.
  • รุ่นหลังคากระจกมีความสูงภายใน 1,310 มม.

ช่วงล่าง เบรก และล้อ

  • ช่วงล่างหน้าอิสระแบบสตรัท
  • ช่วงล่างหลังอิสระแบบมัลติลิงก์
  • โช้กอัพควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Intelligent Dynamic Suspension
  • ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนหน้า–หลัง
  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
  • ยาง 235/60 R18 103H

โหมดขับขี่และการควบคุม

  • STANDARD: ขับขี่ทั่วไป
  • SPORT: เน้นการตอบสนอง
  • ECO: เน้นประหยัดน้ำมัน
  • SNOW: สำหรับพื้นผิวลื่นและหิมะ
  • COMFORT: เน้นความนุ่มนวล
  • PERSONAL: ปรับลักษณะการขับตามต้องการ
  • e-Pedal Step: ช่วยเร่งและชะลอผ่านแป้นคันเร่ง
  • Smooth Stop: ช่วยลดอาการกระตุกขณะหยุดรถ

อุปกรณ์ภายนอก

  • ไฟหน้า LED
  • ระบบปรับลำแสง Adaptive LED
  • ไฟตกแต่งด้านหน้า LED
  • ไฟตัดหมอก LED
  • ไฟท้าย LED
  • ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองด้าน
  • ฝาท้ายไฟฟ้า
  • หลังคากระจกคู่ Twin Glass Roof เป็นออปชัน

ห้องโดยสารและเบาะนั่ง

  • ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง
  • จัดเบาะแบบ 2–2–3
  • เบาะแถวสองแบบ Captain Seat
  • พนักพิงแถวสองแบบ Dual Reclining
  • พนักพิงแถวสองและ Ottoman ปรับไฟฟ้า
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะแถวสอง
  • เบาะผู้โดยสารด้านหน้ามี Ottoman
  • ใช้ Ottoman พร้อมกันได้ 3 ตำแหน่ง
  • เบาะแถวสามปรับเลื่อนและเอนได้
  • เบาะแถวสามพับยกแบบ Multi-up
  • ระบบลดเสียงรบกวน Active Noise Control

X e-4ORCE — อุปกรณ์เด่น

  • จอมาตรวัด 12.3 นิ้ว
  • จอกลาง NissanConnect 12.3 นิ้ว
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • เบาะหนังสังเคราะห์
  • ระบบอุ่นเบาะคู่หน้าและแถวสอง
  • แอร์อัตโนมัติแยกอุณหภูมิ 3 โซน
  • ระบบช่วยขับ ProPILOT
  • เลือกแพ็กเกจจอ 14.3 นิ้วและ ProPILOT เพิ่มฟังก์ชันได้

G e-4ORCE — อุปกรณ์เพิ่มจาก X

  • จอมาตรวัด 14.3 นิ้ว
  • จอกลาง 14.3 นิ้ว
  • NissanConnect พร้อม Google ในตัว
  • วัสดุเบาะ TailorFit
  • ระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้าและแถวสอง
  • ระบบปรับอากาศพร้อม Plasmacluster
  • ปลั๊กไฟ AC 100V กำลัง 1,500W
  • ProPILOT พร้อม Navi-link
  • โหมดช่วยขับแบบปล่อยมือขณะรถติดตามเงื่อนไขระบบ
  • ระบบช่วยเปลี่ยนเลน
  • ProPILOT 2.0 เป็นออปชัน

ระบบความปลอดภัยและช่วยขับ

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการออกนอกเลน
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา
  • ระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนด้านข้าง
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอย
  • ระบบอ่านป้ายจราจร
  • ระบบเตือนและยับยั้งการเปิดประตูสไลด์เมื่อเสี่ยงชนรถที่เข้ามาจากด้านหลัง
  • กล้องรอบคันพร้อมมุมมอง 3D
  • ระบบช่วยขับยังต้องให้ผู้ขับมองทางและพร้อมควบคุมรถ

ออปชันความบันเทิง

  • เครื่องเสียง BOSE Premium Sound System 22 ลำโพง
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง 3D
  • ระบบควบคุมเสียงแยกโซน
  • จอผู้โดยสารด้านหลังแบบติดเพดาน
  • จอส่วนตัวติดหลังเบาะคู่หน้า
  • BOSE 22 ลำโพง ไม่ใช่อุปกรณ์มาตรฐานของ X และ G

เจาะลึก Nissan Elgrand (E53) ใหม่! กับชุดแต่ง Autech และรุ่น VIP ตัวท็อปที่พร้อมมาเขย่าบัลลังก์ Toyota Alphard

แม้ว่า Nissan Elgrand เจเนอเรชันที่ 4 (รหัส E53) โฉมใหม่ล่าสุดจะยังไม่ทันได้วางโชว์ในโชว์รูมที่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ แต่ทาง Nissan Motorsports and Customizing (NMC) หรือที่เรารู้จักกันในนามของแผนกแต่งรถคู่บุญก็ได้เผยโฉมไม้เด็ดออกมาทันที โดยส่งชุดแต่ง Autech มาเป็นทางเลือกที่หรูหรา สง่างาม และดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า เพื่อเป็นทางเลือกคู่ขนานไปกับเวอร์ชัน Nismo ที่เน้นความดุดันซึ่งคาดว่าจะตามมาในภายหลัง

Autech นิยามใหม่ของความพรีเมียมจาก Nissan

สำหรับ Autech นั้นวางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์ย่อยระดับพรีเมียม (In-house Premium Sub-brand) ของ Nissan โดยเน้นการนำรถรุ่นมาตรฐานมาอัปเกรดใหม่ด้วยชุดบอดี้คิทที่ออกแบบเป็นพิเศษ วัสดุภายในที่เหนือระดับ และในบางรุ่นยังมีการปรับจูนช่วงล่างเพื่อการขับขี่ที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบัน Elgrand ได้ก้าวเข้ามาเป็น “พี่ใหญ่” และเป็นเรือธงลำใหม่ของครอบครัว Autech ต่อจาก Note, Leaf, Serena และ X-Trail

ดีไซน์ภายนอกที่สะกดทุกสายตา

Elgrand Autech มาพร้อมกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ดังนี้:

  • กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัว: มาในแพทเทิร์นที่ดูหรูหราและมีมิติ
  • ลิ้นหน้าสีเงิน (Silver Splitter): มาพร้อมกับไฟ LED สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Autech
  • การตกแต่งรอบคัน: ฝาครอบกระจกมองข้างสีเงิน รวมถึงสเกิร์ตข้างและกันชนหลังที่เสริมส่วนขยายสีเงินเข้าไป
  • สีตัวถังพิเศษ: มาในเฉดสีน้ำเงินเข้ม Deep Ocean Blue ซึ่งเป็นสีซิกเนเจอร์
  • ล้ออัลลอย: ขนาด 18 นิ้ว ผิวสัมผัสแบบ Dark Metal ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตพรีเมียม

ห้องโดยสารที่ยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น

ภายในของ Elgrand Autech ได้รับการปรับแต่งให้มีความละเมียดละไมมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาความแตกต่าง:

  • เบาะหนัง Nappa: ตกแต่งด้วยหนังแท้สีดำ ตัดเย็บและเดินด้ายสีฟ้าในลักษณะการเย็บแบบ Quilt ที่สวยงาม
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ติดตั้งหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว (Twin 14.3-inch displays) สำหรับหน้าจอเรือนไมล์และระบบอินโฟเทนเมนต์
  • ความสบายระดับ First Class: เบาะนั่งแถวที่สองเป็นแบบ Captain’s Chairs พร้อมที่พักขา (Legrests) ที่ปรับยืดหดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

หมายเหตุ: ในขณะนี้ Nissan ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคที่แน่ชัดว่า Autech ได้มีการปรับจูนช่วงล่างพิเศษให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานหรือไม่ แต่คาดว่าจะมีฟีลลิ่งการขับขี่ที่นุ่มนวลและเกาะถนนมากขึ้นตามสไตล์ของแบรนด์

ทางเลือกที่หลากหลาย: Autech Line และ Elgrand VIP

นอกจากรุ่น Autech แบบเต็มยศแล้ว Nissan ยังมีทางเลือกย่อยเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่มอีกด้วย:

Autech Line

สำหรับผู้ที่ต้องการรูปลักษณ์ที่ดูดีแต่ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงมากนัก Autech Line จะเป็นแพ็กเกจตกแต่งภายนอกที่มาพร้อมลิ้นหน้าและฝาครอบกระจกมองข้างสีเงิน รวมถึงกระจังหน้าและล้ออัลลอยโทนสีเทา Dark Metal Gray

Elgrand VIP (The Ultimate Executive Shuttle)

รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ผู้ที่ต้องการมีคนขับรถให้” โดยเฉพาะ เน้นความเรียบหรูดูภูมิฐานจากภายนอกเพื่อให้เหมาะกับการเป็นรถรับรองแขก VIP หรือรถประจำตำแหน่งผู้บริหาร:

  • Interior: ภายในตกแต่งด้วยหนัง Nappa สีดำพร้อมลวดลายการเย็บแบบพิเศษเฉพาะรุ่น
  • Rear Entertainment: หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว
  • Extra Features: ติดตั้งไฟอ่านหนังสือส่วนตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานขณะเดินทาง

อุปกรณ์เสริม Step Type

นวัตกรรมใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้กับการขึ้น-ลงรถ ด้วยบันไดข้างไฟฟ้าแบบมีไฟส่องสว่าง (Illuminated Side Step) ซึ่งจะกางออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดประตูรถ ช่วยให้การก้าวขึ้นรถ MPV ที่มีฐานสูงเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยขึ้น


ขุมพลังและกำหนดการวางจำหน่าย

Nissan Elgrand (E53) เจเนอเรชันที่ 4 นี้ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นคู่ปรับโดยตรงของ Toyota Alphard และ Vellfire โดยชูจุดเด่นที่เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนระดับโลก:

  • e-Power: ระบบไฮบริดแบบ Self-charging เจเนอเรชันล่าสุดที่ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟเพื่อส่งกำลังไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า
  • e-4ORCE: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้าที่ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดีเยี่ยมและนุ่มนวลในทุกสภาพถนน

Nissan มีแผนที่จะเปิดตัวและวางจำหน่าย Elgrand ใหม่ในตลาดญี่ปุ่นในช่วง กลางเดือนกรกฎาคม 2026 นี้ สำหรับแฟนๆ ในไทยคงต้องรอลุ้นกันว่าผู้นำเข้าอิสระจะนำเข้ามาให้ได้สัมผัสกันเมื่อไหร่!

 

เปิดตัว All-NEW NISSAN Elgrand e-POWER e-4ORCE เจนที่ 3 ใหม่ ในประเทศญี่ปุ่น

AUTOCAR JP

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้