JAECOO 6T REEV ระยะวิ่งไฟฟ้า 190 กม. NEDC 2WD และ 4WD เปิดขายไทย 889,900 – 999,900 บาท ตารางผ่อนดาวน์

JAECOO 6T REEV ระยะวิ่งไฟฟ้า 190 กม. NEDC 2WD และ 4WD เปิดขายไทย 889,900 – 999,900 บาท ตารางผ่อนดาวน์
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

 

JAECOO 6T REEV (Range Extended Electric Vehicle) รถยนต์ SUV สไตล์ Off-Road ขุมพลังขยายระยะทาง กำลังเปิดตัวในไทย

คราวนี้มาพร้อมกับการแก้ปัญหาของสายลุยและสายเดินทางไกล ด้วยขุมพลัง REEV (เครื่องยนต์ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่ ไม่มีหน้าที่ขับเคลื่อนลงล้อ) มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) โดยระดับเริ่มต้นคาดว่าจะมีราคาต่ำกว่าล้านบาท ล็อตแรกนำเข้าจากประเทศจีน ล็อตถัดไปเตรียมประกอบไทย (CKD) ที่โรงงาน OMODA & JAECOO Manufacturing Thailand อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

ราคาจำหน่าย เปิดขายไทย JAECOO 6T REEV ราคาปรับเพิ่ม 20,000 บาท

  • REEV 2WD 33.6kWh วิ่งไฟฟ้า 190KM ราคา 889,900 บาท
  • REEV 4WD 33.6kWh วิ่งไฟฟ้า 160KM ราคา 999,900 บาท

รายละเอียดการรับประกันและโปรโมชั่น OMODA & JAECOO

  • รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): นาน 8 ปี หรือ 200,000 km.
  • รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage: ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: นาน 5 ปี
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1: ฟรี 1 ปี

JAECOO 6T REEV ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4,503 มม.
  • กว้าง 1,950 มม.
  • สูง1,785 มม.
  • ฐานล้อ 2,783 มม.
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 220 มม.
  • ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย: ขนาด 450 ลิตร (พร้อมกล่องเก็บสัมภาระท้ายรถ)
  • ความจุถังน้ำมัน: 45 ลิตร

ขุมพลังและความแรง (Powertrain)

เครื่องยนต์ปั่นไฟ (เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น)

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ

  • อัตราส่วนกำลังอัด 14.5 : 1

  • พละกำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที

  • ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟส่งเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น ไม่มีการส่งกำลังตรงไปที่ล้อรถ

รุ่น REEV 2WD (เปิดตัวครั้งแรกในโลก)

  • ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ติดตั้งที่ด้านหลัง

  • พละกำลังมอเตอร์หลัง: 252 แรงม้า

  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (EV Mode): 190 กม. (มาตรฐาน NEDC)

  • ระยะทางวิ่งรวมไฟฟ้า + น้ำมัน: 800 กม. (มาตรฐาน NEDC)

รุ่น REEV 4WD

  • ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 2 ตัว ด้านหน้าและด้านหลัง (Dual Motor i-AWD)
  • มอเตอร์ด้านหน้า: 177 แรงม้า
  • มอเตอร์ด้านหลัง: 252 แรงม้า
  • พละกำลังรวมสูงสุด: 428 แรงม้า
  • แรงบิดรวมสูงสุด: 505 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่: CATL Lithium-ion LFP ขนาดความจุ 33.6 kWh
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ภายใน 5.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 170 กม./ชม.
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (EV Mode): 160 กม. (มาตรฐาน NEDC)
  • ระยะทางวิ่งรวมไฟฟ้า + น้ำมัน: 750 กม. (มาตรฐาน NEDC)

ระบบการชาร์จไฟ (Charging)

  • ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 kW

  • ชาร์จกระแสตรง DC เทคโนโลยี 2.5C รองรับสูงสุด 100 kW

  • ความเร็วชาร์จ DC Fast Charging จาก 30-80% ภายในเวลา 20 นาที

  • ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 3.3 kW

ระบบแชสซีส์ ช่วงล่าง และโหมดการขับขี่

  • ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut

  • ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-Link

  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ (ด้านหน้าพร้อมครีบระบายความร้อน)

  • โหมดการขับขี่ปรับแต่งได้ 9 รูปแบบ: ECO, Normal, Sport, Custom, All Road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy

รายละเอียดอุปกรณ์มาตรฐาน FULL SPEC แยกรายรุ่นย่อย

1. JAECOO 6T REEV 2WD (รุ่นเริ่มต้น)

อุปกรณ์ภายนอก

  • ไฟหน้าแบบ Matrix Adaptive พร้อมระบบปรับระดับ สูง-ต่ำ อัตโนมัติ

  • ระบบไฟหน้าแสดงลวดลายกราฟิก Animation เมื่อล็อกและปลดล็อกรถ

  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED

  • ไฟท้ายแบบ LED และไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED

  • ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบไฟนำทางหลังดับเครื่อง (Follow-me-home)

  • ไฟตัดหมอกหน้า และไฟตัดหมอกหลัง

  • กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟส่องสว่างลงพื้นติดตั้งที่กระจกมองข้าง

  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางขนาด 245/55 R19

  • ราวหลังคาสำหรับบรรทุกสิ่งของ

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

  • กระจกบังลมหน้าและกระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบ Acoustic Glass ช่วยลดเสียงรบกวน

  • กระจกบังลมหน้ารองรับรังสีความร้อนและแสงแดดอัตโนมัติ

  • ก้านเปลี่ยนเกียร์ติดตั้งบริเวณคอพวงมาลัย

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อมกระจกหน้าต่างไฟฟ้า

  • ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับเปลี่ยนได้ 64 สี

  • ไฟส่องสว่างบริเวณที่พักเท้า และไฟส่องสว่างบริเวณห้องสัมภาระท้าย

  • คอนโซลกลางติดตั้งกล่องเก็บของ เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า

  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone พร้อมช่องแอร์หลัง

  • ระบบกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชัน Auto Brake Hold

เบาะนั่ง

  • เบาะนั่งรูปแบบ 2 แถว รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง

  • เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง

  • เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง Memory Seat และระบบเลื่อนถอยกลับอัตโนมัติ Seat Welcome

  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 4 ทิศทาง

  • เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมฟังก์ชันระบายอากาศ Ventilated Seats

  • เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระได้แบบ 60 : 40

  • เบาะนั่งด้านหลัง พร้อมหมอนรองศีรษะ 3 ตำแหน่ง พนักวางแขนตรงกลาง และช่องวางแก้วน้ำ

  • กระเป๋าเก็บสิ่งของด้านหลังเบาะนั่งคู่หน้า

  • พนักวางแขนผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมช่องเก็บของ

ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ

  • หน้าจอมาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ Full Digital ขนาด 9.2 นิ้ว

  • หน้าจอกลางควบคุมระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว

  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายผ่าน Bluetooth

  • ระบบสั่งการและตรวจสอบการทำงานของตัวรถบน Application Smart Phone

  • แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Wireless Charger กำลังไฟ 50W

  • ลำโพงมาตรฐาน 6 ตำแหน่ง

  • ช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง

  • ช่องชาร์จไฟสำรอง 12V บริเวณห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านนิรภัย)

  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กมาตรฐาน ISOFIX

  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทางความละเอียดสูงแบบ 540 องศา (รอบตัวรถและใต้ท้องรถ)

  • กล้องบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะขับขี่แบบติดตั้งในตัว (Built-in Dashcam)

  • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ติดตั้งด้านหน้าและด้านหลัง

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS

  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD

  • ระบบเสริมแรงเบรก BAS และระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน EBA

  • ระบบลดกำลังขับเคลื่อนเพื่อช่วยเบรก BOS

  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ ESP

  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS

  • ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัวเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล CST

  • ระบบเบรกช่วยสร้างพลังงานคืนกลับสู่แบตเตอรี่ CRBS

  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC

  • ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนแรงดันลมยาง TPMS

  • สัญญาณแจ้งเตือนเมื่อหยุดรถฉุกเฉินกะทันหัน ESS

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS):

    • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW และระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน LDP

    • ระบบช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSD

    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW

    • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB

    • ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าออกตัว

    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC

    • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพการจราจรความเร็วต่ำ TJA

  • ระบบเซ็นทรัลล็อก พร้อมระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่

  • ระบบสัญญาณเตือนป้องกันการโจรกรรม

  • ชุดอุปกรณ์ปะซ่อมยางฉุกเฉิน

2. JAECOO 6T REEV 4WD (รุ่นท็อป)

สิ่งที่จะได้รับการอัปเกรดและเพิ่มเข้ามาจากรุ่น REEV 2WD มีดังนี้:

  • ขยายขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ หน้า-หลัง รวมพละกำลังเป็น 428 แรงม้า

  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Dual Motor i-AWD

  • อัปเกรดขนาดล้อและยางเป็น ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/45 R21

  • เพิ่มหลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิด ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า

  • เพิ่มม่านบังแดดหลังคาแบบทึบ เปิด-ปิด ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า

  • อัปเกรดเบาะนั่งคู่หน้า เพิ่มระบบนวดตัวผู้โดยสาร Massage Seats

  • เพิ่มที่รองน่องสำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับตำแหน่งด้วยระบบไฟฟ้า

  • อัปเกรดระบบเครื่องเสียงเป็นระดับพรีเมียมแบรนด์ Infinity พร้อมติดตั้งลำโพงรอบทิศทาง 12 ตำแหน่ง

เฉดสีตัวถังภายนอก (อ้างอิงจากเวอร์ชั่นต่างประเทศ)

มีตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 7 สี:

  • สีดำ Carbon Crystal Black

  • สีขาว New Khaki White

  • สีเทา Slate Grey

  • สีเหลือง Golden Sand Yellow

  • สีเขียว Stone Green

  • สีฟ้า Porcelain Blue

  • สีเงิน Star Silver

JAECOO 6T REEV 2WD MAX vs 4WD ULTRA

  1. ราคา
    • 2WD MAX: 889,900 บาท
    • 4WD ULTRA: 999,900 บาท
    • ส่วนต่างราคา: 100,000 บาท
  2. ระบบขับเคลื่อน
    • 2WD MAX: ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD / มอเตอร์ 1 ตัว
    • 4WD ULTRA: ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD / มอเตอร์ 2 ตัว
  3. กำลังและแรงบิด
    • 2WD MAX: 252 PS / 300 นิวตันเมตร
    • 4WD ULTRA: 428 PS / 505 นิวตันเมตร
  4. อัตราเร่ง
    • 2WD MAX: 0-100 กม./ชม. 7.9 วินาที
    • 4WD ULTRA: 0-100 กม./ชม. 5.5 วินาที
  5. แบตเตอรี่และการชาร์จ
    • ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 33.67 kWh
    • รองรับชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW
    • รองรับชาร์จ DC สูงสุด 100 kW
  6. ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน
    • 2WD MAX: 190 กม. NEDC
    • 4WD ULTRA: 160 กม. NEDC
  7. ระยะทางวิ่งรวม
    • 2WD MAX: 800 กม. NEDC
    • 4WD ULTRA: 750 กม. NEDC
  8. เครื่องยนต์และถังน้ำมัน
    • ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ
    • ความจุเครื่องยนต์ 1,499 ซีซี
    • ถังน้ำมัน 45 ลิตร
    • รองรับแก๊สโซฮอล์ 95
  9. ล้อและระยะใต้ท้องรถ
    • 2WD MAX: ล้อ 19 นิ้ว ยาง 255/55 R19 / ระยะใต้ท้องรถ 215 มม.
    • 4WD ULTRA: ล้อ 21 นิ้ว ยาง 265/45 R21 / ระยะใต้ท้องรถ 220 มม.
  10. โหมดขับขี่
  • 2WD MAX: ECO / Normal / Sport / Custom
  • 4WD ULTRA: เพิ่ม All Road / Slippery / Beach / Muddy / Bumpy
  1. อุปกรณ์ที่ 4WD ULTRA ได้เพิ่ม
  • Panoramic Sunroof พร้อมม่านไฟฟ้า
  • ฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า
  • Ambient Light 64 สี
  • Memory Seat คนขับ
  • ที่รองน่องผู้โดยสารหน้า
  • เบาะคู่หน้าพร้อมฟังก์ชันนวด
  • เครื่องเสียง INFINITY 12 ลำโพง
    ส่วน 2WD MAX เป็น 8 ลำโพง
  1. สรุป
  • 2WD MAX เหมาะกับคนเน้นความคุ้มค่า วิ่งไฟฟ้าไกลกว่า และใช้งานถนนทั่วไปเป็นหลัก
  • 4WD ULTRA เหมาะกับคนที่อยากได้แรงกว่า เร็วกว่า อุปกรณ์ครบกว่า และพร้อมลุยพื้นผิวหลากหลายกว่า

สรุปค่าบำรุงรักษา JAECOO 6T REEV ถึง 105,000 กม. / 7 ปี
 
JAECOO 6T REEV กำหนดเข้าศูนย์บำรุงรักษาทุก 12 เดือน หรือ 15,000 กม. แล้วแต่ว่าอย่างใดถึงก่อน
 
ค่าบำรุงรักษาตามระยะถึง 105,000 กม. หรือ 7 ปี รวมสุทธิ 45,666.53 บาท รวม VAT 7%
 
รอบปกติที่ระยะ 15,000 / 45,000 / 75,000 กม. จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง และกรองแอร์ รวมครั้งละ 2,712 บาท
 
ระยะ 30,000 กม. เป็นรอบใหญ่ เปลี่ยนน้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็นทั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและเครื่องยนต์ หัวเทียน น้ำมันเฟืองทดชุดหลัง และไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง รวม 10,280 บาท
 
ระยะ 60,000 กม. เปลี่ยนของเหลวและหัวเทียนคล้ายรอบ 30,000 กม. แต่ไม่มีน้ำมันเฟืองทดชุดหลัง รวม 9,349 บาท
 
ระยะ 90,000 กม. เป็นรอบที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุด เพราะมีการเปลี่ยนน้ำมันเฟืองทดชุดหน้าด้วย รวม 11,272 บาท
 
ระยะ 105,000 กม. กลับมาเป็นรอบพื้นฐาน แต่เพิ่มน้ำมันเฟืองทดชุดหลัง รวม 3,642 บาท
 
ระยะ 12 เดือน / 15,000 กม.
 
เปลี่ยนรายการพื้นฐาน 4 รายการ
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง 1 ชิ้น — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง 1 ชิ้น — 15 บาท
กรองแอร์ 1 ชิ้น — 295 บาท
 
ค่าอะไหล่ 2,191 บาท
ค่าแรง 0.8 ชั่วโมง หรือ 520 บาท
 
รวม 2,712 บาท
 
ระยะ 24 เดือน / 30,000 กม.
 
นอกจากรายการพื้นฐาน 4 รายการแล้ว จะเพิ่มการเปลี่ยนของเหลวและชิ้นส่วนสำคัญ
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง — 15 บาท
กรองแอร์ — 295 บาท
น้ำมันเบรก 1 ลิตร — 364 บาท
น้ำยาหล่อเย็นระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 9 ลิตร — 1,636 บาท
น้ำยาหล่อเย็นระบบเครื่องยนต์ 12 ลิตร — 2,169 บาท
หัวเทียน 4 หัว — 1,332 บาท
น้ำมันเฟืองทดชุดหลัง 1 ลิตร — 670 บาท
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ชิ้น — 160 บาท
 
ค่าอะไหล่ 8,522 บาท
ค่าแรง 2.7 ชั่วโมง หรือ 1,755 บาท
 
รวม 10,280 บาท
 
ระยะ 36 เดือน / 45,000 กม.
 
เป็นรอบบำรุงรักษาพื้นฐาน
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง — 15 บาท
กรองแอร์ — 295 บาท
 
ค่าอะไหล่ 2,191 บาท
ค่าแรง 0.8 ชั่วโมง หรือ 520 บาท
 
รวม 2,712 บาท
 
ระยะ 48 เดือน / 60,000 กม.
 
เป็นรอบเปลี่ยนของเหลวและหัวเทียนอีกครั้ง แต่ไม่มีน้ำมันเฟืองทดชุดหลัง
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง — 15 บาท
กรองแอร์ — 295 บาท
น้ำมันเบรก 1 ลิตร — 364 บาท
น้ำยาหล่อเย็นระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 9 ลิตร — 1,636 บาท
น้ำยาหล่อเย็นระบบเครื่องยนต์ 12 ลิตร — 2,169 บาท
หัวเทียน 4 หัว — 1,332 บาท
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ชิ้น — 160 บาท
 
ค่าอะไหล่ 7,852 บาท
ค่าแรง 2.3 ชั่วโมง หรือ 1,495 บาท
 
รวม 9,349 บาท
 
ระยะ 60 เดือน / 75,000 กม.
 
เป็นรอบบำรุงรักษาพื้นฐาน
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง — 15 บาท
กรองแอร์ — 295 บาท
 
ค่าอะไหล่ 2,191 บาท
ค่าแรง 0.8 ชั่วโมง หรือ 520 บาท
 
รวม 2,712 บาท
 
ระยะ 72 เดือน / 90,000 กม.
 
เป็นรอบที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด เพราะมีการเปลี่ยนน้ำมันเฟืองทดชุดหน้าด้วย
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง — 15 บาท
กรองแอร์ — 295 บาท
น้ำมันเบรก 1 ลิตร — 364 บาท
น้ำยาหล่อเย็นระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 9 ลิตร — 1,636 บาท
น้ำยาหล่อเย็นระบบเครื่องยนต์ 12 ลิตร — 2,169 บาท
หัวเทียน 4 หัว — 1,332 บาท
น้ำมันเฟืองทดชุดหน้า 3 ลิตร — 1,662 บาท
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ชิ้น — 160 บาท
 
ค่าอะไหล่ 9,514 บาท
ค่าแรง 2.7 ชั่วโมง หรือ 1,755 บาท
 
รวม 11,272 บาท
 
ระยะ 84 เดือน / 105,000 กม.
 
กลับมาเป็นรอบพื้นฐาน แต่เพิ่มน้ำมันเฟืองทดชุดหลัง
 
น้ำมันเครื่อง 5 ลิตร — 1,693 บาท
กรองน้ำมันเครื่อง — 188 บาท
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง — 15 บาท
กรองแอร์ — 295 บาท
น้ำมันเฟืองทดชุดหลัง 1 ลิตร — 670 บาท
 
ค่าอะไหล่ 2,861 บาท
ค่าแรง 1.2 ชั่วโมง หรือ 780 บาท
 
รวม 3,642 บาท

อยู่กับ JAECOO 6T REEV 2WD มา 2–3 วัน รถจีนทรงกล่องคันนี้ “ไม่ธรรมดา” โดยเฉพาะราคาที่ทำเอาสงสัยว่า…ขายได้ไงราคานั้น ? 

หลังจากได้ทดลองขับและใช้ชีวิตร่วมกับ JAECOO 6T REEV 2WD มาประมาณ 2–3 วัน ต้องยอมรับว่ารถรุ่นนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า CHERY ไม่ได้เข้ามาเล่นๆ (ตั้งแต่ J5 EV แล้ว) โดยเฉพาะเมื่อดูสเปกเทียบกับราคาจำหน่ายในประเทศไทย

เหมือนพวกเขากำลังปักธงยึดหัวหาดตลาดรถทรงกล่องเอาไว้ก่อน แล้วค่อยถามคู่แข่งทีหลังว่า “จะลงมาเล่นด้วยไหม?”

ทำไมถึงเลือกทดสอบรุ่น 2WD?

คำตอบง่ายมาก เพราะผมไม่ใช่สายออฟโรด ไม่ได้คิดจะเอารถไปปีนเขา ลุยโคลน หรือพิชิตเส้นทางที่ต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เน้นขับในเมืองและรอบเมืองสบายๆ มากกว่า ส่วนพี่ๆ สายลุย ถ้าต้องการพละกำลังและระบบ 4WD ก็จัดรุ่นท็อปไปตามความเหมาะสมครับ

อีกเหตุผลคือมีคนอยากรู้ว่า JAECOO 6T REEV รุ่น 2WD ประหยัดแค่ไหน เพราะข้อมูลการใช้งานจริงของรุ่นนี้ยังไม่มาก เราจึงเลือกนำเสนอด้านที่คนใช้งานทั่วไปน่าจะอยากรู้มากที่สุด

2WD ถูกตัดอะไรออกบ้าง?

รุ่น 2WD ไม่มีหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ไม่ได้ชุดลำโพง Infinity 12 ตำแหน่ง และใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว ส่วนระบบขับเคลื่อนและกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าก็น้อยกว่ารุ่น 4WD เกือบเท่าตัว

แต่อุปกรณ์และระบบช่วยเหลือส่วนใหญ่มาให้ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญ รุ่น 2WD ได้ระยะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าตามมาตรฐาน NEDC เพิ่มเป็น 190 กม./ชาร์จ ขณะที่รุ่น 4WD เคลมไว้ 160 กม./ชาร์จ

ถ้าเน้นขับในเมือง ไม่ได้ต้องการแรงแบบหลังติดเบาะทุกครั้งที่แตะคันเร่ง รุ่น 2WD ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

ตัวถังทรงกล่องกับสีเหลืองที่เด่นเกินต้าน

คันทดสอบมาในสีเหลืองสด ชนิดที่จอดตรงไหนก็มองเห็นตรงนั้น รอบก่อนได้ Honda City สีแดง รอบนี้ได้ J6T REEV สีเหลือง ช่วงนี้ชีวิตน่าจะกำลังสดใสเป็นพิเศษ

ด้านหน้ามาพร้อมไฟ LED รูปทรงคล้ายตัว L กลับหัว ออกแบบเข้ากับตัวรถได้ดี ส่วนไฟท้ายดูสวยแต่ไม่ได้โดดเด่นมาก ด้านหลังมีกล่องตกแต่งทรงล้ออะไหล่แต่ไม่มีอะไร ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ความเป็นรถออฟโรดให้ดูบึกบึนขึ้น

จุดที่ผมยังไม่ค่อยถูกใจคือล้อของรุ่น 2WD ฝาครอบล้อดูไม่ดุดันเท่าตัวรถ เรียกตรงๆ ว่า “ไม่ค่อยสวย” ก็ได้ เพราะตัวรถมาอย่างล่ำ แต่ล้อเหมือนยังแต่งตัวไม่เสร็จ

ข้อดีคือรถมีความสูงจากพื้นมากพอสมควร ถนนเมืองไทยบางแห่งที่มีสภาพใกล้เคียงพื้นผิวดาวอังคารก็น่าจะผ่านไปได้สบาย

มือจับประตูไฟฟ้า เท่แต่ผมยังไม่รัก

รถใช้มือจับประตูไฟฟ้าแบบก้าน ซึ่งส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบระบบลักษณะนี้อยู่แล้ว เพราะมองว่าในระยะยาวย่อมมีโอกาสเสียหรือสร้างค่าใช้จ่ายมากกว่ามือจับแบบธรรมดา (ก็แค่มือจับประตูทำให้มันง่ายๆดีกว่า)

ผมยังชอบอะไรที่จับแล้วเปิดได้ทันที ไม่ต้องรอระบบ ไม่ต้องลุ้นไฟ และไม่ต้องมีพิธีกรรมก่อนขึ้นรถ

อย่างไรก็ตาม J6T REEV มีกุญแจสำรองและระบบเปิดประตูฉุกเฉินจากภายใน กรณีระบบไฟฟ้ามีปัญหาหรือผู้โดยสารติดอยู่ในรถ ตรงนี้ถือว่าคิดเผื่อมาให้ดีครับ แต่ถ้าไม่อยากวุ้นวาย OJ ทำมือจับง่ายๆดีกว่า แล้วหันความสนใจระบบอื่นๆ

ภายในออกแบบดี แต่ทุกอย่างไปรวมกันอยู่ในจอ

ห้องโดยสารคันทดสอบเป็นสีดำ การออกแบบภาพรวมทำได้ดี คอนโซลกลางมีราวจับขนาดใหญ่สองข้าง จะเข้าโค้งแรงหรือลุยเส้นทางขรุขระก็มีอะไรให้จับไว้ก่อน

ด้านหน้าคอนโซลมีช่องวางของ สามารถวางกระเป๋าหรือของใช้ชิ้นเล็กได้ พร้อมช่อง USB Type-A และ Type-C อย่างละหนึ่งตำแหน่ง แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายวางในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก ส่วนกล่องเก็บของตรงกลางเปิดแยกได้สองฝั่ง อันนี้ชอบครับ แต่ก็เปิด 2 ช่องพร้อมกันอยู่ดี

สิ่งที่ยังไม่ค่อยโอเคคือ แทบไม่มีปุ่มกายภาพ

ทั้งโหมดการขับขี่ การควบคุมระบบปรับอากาศ และการตั้งค่าหลายอย่างถูกรวมไว้ในหน้าจอกลางขนาดใหญ่ แม้จอจะใหญ่และสวย แต่การตอบสนองยังมีอาการหน่วงเล็กน้อย

ถ้ามีปุ่มปรับแอร์หรือสลับโหมดการขับขี่แยกออกมาบ้าง รถจะใช้งานสะดวกและสนุกขึ้นมาก เพราะตอนนี้แม้แต่การปรับกระจกมองข้างยังต้องเข้าไปทำผ่านหน้าจอ เรียกว่าไฟฟ้าแทบทุกอย่างจนบางครั้งก็รู้สึกคิดถึงปุ่มธรรมดาขึ้นมาเฉยๆ

กล้อง 540 องศาดี แต่การเรียกใช้ยังไม่สะดวก

กล้องรอบคัน 540 องศาทำงานได้ดีและช่วยให้กะระยะตัวรถได้ง่าย แต่ความละเอียดไม่ได้คมกริบ โดยเฉพาะกล้องหลังที่เมื่อมองดีๆ จะเห็นว่าภาพแตกเล็กน้อย

กล้องจะเปิดให้อัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอย แต่บางจังหวะที่กำลังเทียบจอดหรือเดินหน้าช้าๆ กล้องไม่แสดงขึ้นมา ต้องกดเรียกจากหน้าจอกลางเอง และไม่มีปุ่มลัดบนพวงมาลัย รวมถึงยังตั้งค่าให้ทำงานตามต้องการได้ไม่มากนัก หรือมันมีวิธีไหนช่วยบอก T

ลำโพง 8 ตำแหน่ง ฟังได้แต่ไม่ถึงกับว้าว

รุ่น 2WD ได้ลำโพงมาตรฐาน 8 ตำแหน่ง คุณภาพเสียงอยู่ในระดับพอฟังได้ ไม่ได้มีมิติหรือพลังเสียงโดดเด่นมากนัก การปรับอีควอไลเซอร์ก็มีตัวเลือกค่อนข้างน้อย

ส่วนรุ่น 4WD ได้ชุดลำโพง Infinity 12 ตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าคุณภาพเสียงน่าจะดีขึ้นจากรุ่นนี้พอสมควร

สำหรับรุ่น 2WD ก็เปิดเพลงฟังได้ตามปกติ เพียงแต่อาจเป็นการฟังแบบยิ้มบางๆ ไม่ใช่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่

ไม่มีซันรูฟ ผมกลับไม่ซีเรียส

รุ่นนี้ไม่มีหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ซึ่งส่วนตัวไม่ติด เพราะไม่ต้องเสียเงินติดฟิล์มเพิ่ม และไม่ต้องรับความร้อนจากแดดเมืองไทยมากเกินความจำเป็น

ระบบปรับอากาศด้านหน้าทำความเย็นได้ดี ช่องแอร์มีกรอบด้านข้างหนาและนูนออกมา ดูแปลกตาแต่มีเอกลักษณ์ ส่วนช่องแอร์หลังความเย็นยังไม่มากนัก และปรับองศาได้ค่อนข้างจำกัด

เบาะนั่งคู่หน้าสบาย รองรับร่างกายได้ดี ขับนานแล้วไม่ปวดหลัง ปรับไฟฟ้าได้ทั้งสองฝั่ง พร้อมระบบระบายอากาศ อันนี้ไม่มีอะไรให้บ่นครับ

พวงมาลัยใช้ง่าย แต่สั่งงานได้ไม่เยอะ

ปุ่มบนพวงมาลัยมีฟังก์ชันไม่มากนัก ลูกกลิ้งสามารถควบคุมเสียงและปรับอุณหภูมิแอร์ได้ แต่เป็นรูปแบบฟังก์ชันตายตัว ไม่สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้มาก

ถ้าอยากเปิดกล้อง 540 องศา ก็ยังต้องกลับไปกดบนหน้าจอกลางเหมือนเดิม โชคดีที่ก้านควบคุมที่ปัดน้ำฝนยังเป็นก้านแบบปกติ เหลืออะไรให้มือได้กดเล่นอยู่บ้าง

หน้าจอผู้ขับขี่แสดงแรงดันลมยางและข้อมูลการเดินทางได้ แต่หน้าที่เลือกไว้ไม่ถูกบันทึก เมื่อปิดรถแล้วเปิดใหม่ก็ต้องเข้าไปเลือกอีกครั้ง ส่วนข้อมูลการขับขี่ด้วยไฟฟ้าจะอยู่ในเมนูบนหน้าจอกลาง

การดูอัตราสิ้นเปลืองยังเข้าใจยาก และไม่มีข้อมูลว่าน้ำมันเหลืออยู่กี่ลิตร ทั้งที่รถมีทั้งแบตเตอรี่และถังน้ำมัน หากเพิ่มข้อมูลตรงนี้มาให้ก็จะช่วยคำนวณระยะทางได้ง่ายขึ้นมาก ตอนนี้ถ้าอยากวัดแบบจริงจัง ก็ยังต้องใช้วิธีดั้งเดิมคือวิ่ง เติมเต็ม แล้วคำนวณเองตามปริมาณน้ำมันที่เติม

กล้องมุมอับช่วยได้ แต่ยังต้องมองกระจกเอง

เมื่อเปิดไฟเลี้ยว รถจะแสดงภาพจากกล้องด้านข้าง ช่วยลดจุดอับสายตาได้มาก แต่บางองศายังมองเห็นได้ไม่ครบ ระบบเตือนมุมอับช่วยเสริมได้ระดับหนึ่ง แต่ผู้ขับยังต้องตรวจสอบกระจกและสภาพรอบรถด้วยตัวเองเสมอ

ฝาท้ายใช้โช้คแก๊สช่วยเปิด ไม่ใช่ระบบเปิด-ปิดไฟฟ้าเต็มรูปแบบ จึงต้องออกแรงช่วยเล็กน้อยทั้งตอนเปิดและปิด แต่ไม่ได้หนักจนใช้งานลำบาก

อายุของโช้คขึ้นอยู่กับสภาพอากาศความร้อน และความถี่ในการใช้งาน โดยทั่วไปเมื่อผ่านไปหลายปีอาจเริ่มอ่อนแรง และสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ตามสภาพ

ขับสนุกกว่าที่คิด แต่เบรกจิกไปหน่อย

แม้เป็นรุ่น 2WD แต่อัตราเร่งก็ยังพุ่งและกระชากพอสมควร แตะคันเร่งแล้วรถตอบสนองไว ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นรุ่นกำลังน้อยเลย

ส่วนแป้นเบรกค่อนข้างจิก แม้กดด้วยน้ำหนักเท้าไม่มาก ตัวรถก็ยังมีอาการกระตุกเล็กน้อย หากเบรกกะทันหันอาการหน้าทิ่มจะยิ่งชัด ต้องใช้เวลาปรับน้ำหนักเท้าให้คุ้นเคย

ตำแหน่งนั่งสูง ทัศนวิสัยดี และขับง่าย แต่รูปทรงตัวถังแบบกล่องอาจต้องใช้เวลาปรับตัวสำหรับคนที่ไม่เคยขับรถลักษณะนี้มาก่อน

การเข้าโค้งไม่ใช่จุดเด่นของรถ หากเป็นโค้งแคบหรือโค้งหักศอกควรลดความเร็วและเข้าอย่างนุ่มนวล เพราะตัวรถสูงและไม่ได้เกิดมาเพื่อไล่โค้งแบบรถเก๋ง

ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ H-Arm ให้ความนุ่มและยืดหยุ่นดี แต่ต้องแลกกับอาการโยกที่รู้สึกได้ชัด โดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลัง ถ้าถนนมีคลื่นต่อเนื่องอาจรู้สึกเวียนหรืออึดอัดได้บ้าง

ราวจับขนาดใหญ่และที่พักแขนจึงไม่ได้ติดมาเพื่อความสวยอย่างเดียว จับไว้บ้างก็ดีครับ

โหมด EV เงียบดี แต่เครื่องปั่นไฟมาเมื่อไรได้ยินแน่นอน

เมื่อขับด้วยไฟฟ้าล้วน รถให้ความรู้สึกเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป อัตราเร่งทันใจและไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน

แต่เมื่อเครื่องยนต์เริ่มทำหน้าที่ปั่นไฟ เสียงจะดังเข้าห้องโดยสารค่อนข้างชัด บางช่วงให้บรรยากาศคล้ายมีโรงสีข้าวขนาดย่อมเดินทางไปด้วยกัน

การเก็บเสียงโดยรวมยังไม่ใช่จุดเด่น ล้อขนาดใหญ่ ตัวถังทรงกล่องที่ต้านลม เสียงจากพื้นถนน และเสียงเครื่องยนต์ปั่นไฟ รวมพลังกันเข้ามาในห้องโดยสารตั้งแต่ความเร็วยังไม่ถึง 80 กม./ชม.

เมื่อเพิ่มความเร็ว เสียงลมและเสียงจากระบบขับเคลื่อนจะยิ่งชัดเจนขึ้น ใครชอบรถเงียบแบบห้องอัดเสียงอาจต้องลองขับก่อนตัดสินใจ

อัตราประหยัดจากการทดลองจริง

แน่นอนว่าขับช้าย่อมประหยัดกว่าขับเร็ว หลักการนี้ใช้ได้กับรถทุกรุ่น และ JAECOO 6T REEV 2WD ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

จากการทดลองที่ความเร็วเฉลี่ย 80–90 กม./ชม.

  • โหมด EV ล้วน แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ประมาณ 1.7 กม.
  • คิดเป็นระยะทางประมาณ 170 กม./ชาร์จ
  • โหมดเครื่องยนต์ปั่นไฟ ทำได้ประมาณ 13.5 กม./ลิตร
  • โหมดไฮบริด แบตเตอรี่ 1% เทียบกับระยะทางได้ประมาณ 2.3 กม.

หากแบตเตอรี่เต็มและเติมน้ำมันเต็มถัง 45 ลิตร คาดว่าจะวิ่งรวมได้ประมาณ 778 กม. ที่ช่วงความเร็วดังกล่าว

หากเพิ่มความเร็วเป็น 90–100 กม./ชม. คาดว่าระยะทางรวมจะอยู่ที่ประมาณ 690–745 กม.

เมื่อใช้ความเร็ว 100–120 กม./ชม. ระยะทางรวมอาจลดลงเหลือประมาณ 525–635 กม.

ดังนั้น หากต้องการเน้นความประหยัด ช่วงความเร็วประมาณ 80–90 กม./ชม. ถือว่าเหมาะสมที่สุดจากข้อมูลที่ทดลองได้ครั้งนี้

หมายเหตุ: ตัวเลขช่วงความเร็ว 80–90 กม./ชม. เป็นผลจากการทดสอบจริง ส่วนช่วงความเร็วอื่นเป็นค่าประเมินจากข้อมูลที่วัดได้ สภาพการจราจร อุณหภูมิ น้ำหนักบรรทุก ลมยาง เส้นทาง และพฤติกรรมการขับขี่ล้วนส่งผลต่อระยะทางจริง

การชาร์จ DC

ทดสอบชาร์จจาก 10–95% ใช้เวลาประมาณ 34 นาที โดยวัดกำลังชาร์จสูงสุดได้ 82 kW

  • ช่วงแบตเตอรี่ประมาณ 70% กำลังชาร์จอยู่ราว 60 kW
  • ช่วง 80% ลดลงเหลือประมาณ 35–40 kW
  • ช่วง 95% เหลือประมาณ 9 kW

จาก 95% ไปจนเต็ม 100% ระบบประเมินว่าต้องรอเพิ่มอีกราว 10 นาที แต่ผมขอจบการทดสอบไว้เท่านี้ก่อน เพราะช่วงท้ายกำลังชาร์จลดลงมาก และเวลาชีวิตก็มีราคาครับ

สรุปหลังอยู่ด้วยกัน 2–3 วัน

JAECOO 6T REEV 2WD เป็นรถที่ให้อุปกรณ์และสมรรถนะมาเกินราคาพอสมควร จุดเด่นคือรูปลักษณ์ทรงกล่อง ระยะขับไฟฟ้าที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน อัตราเร่งดี เบาะนั่งสบาย ช่วงล่างนุ่ม และอุปกรณ์ช่วยขับมีมาให้ค่อนข้างครบ

ส่วนข้อสังเกตคือเสียงภายในห้องโดยสารค่อนข้างดัง แป้นเบรกจิก ตัวรถมีอาการโยกเมื่อเข้าโค้งหรือเจอถนนเป็นคลื่น ระบบต่างๆ พึ่งพาหน้าจอกลางมากเกินไป รวมถึงการแสดงข้อมูลพลังงานและอัตราสิ้นเปลืองที่ยังไม่เข้าใจง่ายเท่าที่ควร

มันอาจไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อมองกลับไปที่ราคา ก็ต้องยอมรับว่าเป็นรถที่ทำให้ตลาดสะเทือนได้ไม่น้อย

CHERY เหมือนกำลังบอกคู่แข่งว่า ตลาดรถทรงกล่องในไทยยังมีที่ว่าง และพวกเขาพร้อมเข้ามาจองพื้นที่ตรงนั้นแล้ว

JAECOO 6T REEV 2WD MAX — FULL SPEC ประเทศไทย

ราคาปกติ 899,900 บาท
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 879,900 บาท สำหรับ 1,000 คันแรก OMODA & JAECOO Thailand

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4,503 มม.
  • กว้าง 1,950 มม.
  • สูง 1,785 มม.
  • ฐานล้อ 2,783 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้นประมาณ 215 มม.
  • ลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มม.
  • ห้องเก็บสัมภาระท้าย 450 ลิตร
  • ถังน้ำมัน 45 ลิตร
  • รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง

ขุมพลัง REEV

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ
  • กำลังเครื่องยนต์ 156 แรงม้า
  • แรงบิดเครื่องยนต์ 220 นิวตันเมตร
  • เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟ ไม่มีการส่งกำลังตรงสู่ล้อ
  • มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลัง 1 ตัว
  • ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
  • กำลังมอเตอร์สูงสุด 252 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร
  • 0–100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.

แบตเตอรี่และระยะทาง

  • แบตเตอรี่ CATL แบบ LFP
  • ความจุ 33.6 kWh
  • ระยะทางไฟฟ้าล้วน 190 กม. NEDC
  • ระยะทางรวมไฟฟ้าและน้ำมัน 800 กม. NEDC
  • รองรับ AC สูงสุด 6.6 kW
  • รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 100 kW
  • ชาร์จ DC 30–80% ประมาณ 20 นาที
  • ระบบจ่ายไฟ V2L สูงสุด 2.3 kW

ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน

  • ช่วงล่างหน้า MacPherson Strut
  • ช่วงล่างหลัง Multi-Link H-Arm
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ
  • ดิสก์เบรกหน้าพร้อมครีบระบายความร้อน
  • โหมดขับขี่ ECO, Normal, Sport และ Custom
  • Camping Mode
  • Pet Mode
  • เบรกมือไฟฟ้า EPB
  • Auto Brake Hold

อุปกรณ์ภายนอก

  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
  • ยางขนาด 255/55 R19
  • ไฟหน้า Matrix Adaptive LED
  • ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง–ต่ำอัตโนมัติ
  • ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
  • ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง
  • ไฟท้ายและไฟเบรกดวงที่สาม LED
  • ระบบไฟ Follow-me-home
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกมองข้าง
  • ไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้าง
  • ราวหลังคา
  • กล่องเก็บสัมภาระบริเวณประตูท้าย

ห้องโดยสาร

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง
  • ก้านเกียร์บริเวณคอพวงมาลัย
  • เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • ระบบกรองฝุ่น PM2.5
  • กระจกคู่หน้าแบบ Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน
  • กระจกไฟฟ้า 4 บาน One Touch
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ระบบกุญแจ Keyless
  • กล่องเก็บของใต้คอนโซลหน้าเปิด–ปิดด้วยไฟฟ้า

เบาะนั่ง

  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง
  • ระบบปรับดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support
  • เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะคู่หน้าระบายอากาศ
  • เบาะหลังพับแยก 60:40
  • พนักพิงศีรษะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง
  • ที่วางแขนและช่องวางแก้วสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

หน้าจอและความบันเทิง

  • จอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 9.2 นิ้ว
  • จอกลางระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว
  • Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • Bluetooth
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • Wireless Charger 50W
  • ช่อง USB ด้านหน้าและด้านหลัง
  • ช่องจ่ายไฟ 12V บริเวณห้องสัมภาระ
  • ควบคุมและตรวจสอบรถผ่านแอปพลิเคชัน

ระบบช่วยขับ ADAS

  • Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go
  • ระบบช่วยขับขณะการจราจรติดขัด TJA
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ICA
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน LDP
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา BSD
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
  • ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู DOW
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าออกตัว DAI

ระบบความปลอดภัย

  • กล้องรอบคัน 360 องศา
  • แสดงภาพใต้ท้องรถ Transparent Mode
  • กล้องบันทึกเหตุการณ์ Built-in Dashcam
  • เซนเซอร์ช่วยจอดหน้าและหลัง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ABS, EBD, BAS และ EBA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาด HDC
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS
  • ระบบเบรกสร้างพลังงานกลับ CRBS
  • จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
  • ชุดปะยางฉุกเฉิน

สิ่งที่รุ่น 2WD ไม่มีเมื่อเทียบกับ 4WD ULTRA

  • มอเตอร์หน้าและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • ล้อขนาด 21 นิ้ว
  • หลังคากระจก Panoramic Roof
  • ม่านหลังคาไฟฟ้า
  • บันไดข้าง
  • ฝาท้ายไฟฟ้า
  • เบาะคู่หน้าระบบนวด
  • ที่รองน่องผู้โดยสารหน้า
  • ระบบจำตำแหน่งเบาะคนขับ
  • เครื่องเสียง Infinity 12 ลำโพง
  • ไฟ Ambient Light 64 สี
  • โหมดขับขี่สำหรับทางออฟโรดและ Extreme U-Turn

เครดิตข้อมูลและผลการทดสอบ: AEROMECHX

ควรใช้ความเร็วตามกฎหมายและสภาพเส้นทาง การทดสอบสมรรถนะความเร็วสูงควรทำเฉพาะในพื้นที่ปิดที่มีมาตรการความปลอดภัย

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้