ครี่งปี 2026 : จีนส่งออกรถยนต์ 5.31 ล้านคัน โต 53% รัสเซียกลับขึ้นอันดับ 1

ครี่งปี 2026 : จีนส่งออกรถยนต์ 5.31 ล้านคัน โต 53% รัสเซียกลับขึ้นอันดับ 1
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

จีนส่งออกไปประเทศไหนมากสุดครึ่งปี 2026 รวม 5.31 ล้านคัน โต 53%

  1. รัสเซีย 448,157 คัน เพิ่มขึ้น 148%
  2. บราซิล 410,825 คัน เพิ่มขึ้น 155%
  3. สหราชอาณาจักร 255,260 คัน เพิ่มขึ้น 87%
  4. ออสเตรเลีย 237,823 คัน เพิ่มขึ้น 66%
  5. เบลเยียม 219,730 คัน เพิ่มขึ้น 45%
  6. เม็กซิโก 210,155 คัน ลดลง 25%
  7. อิตาลี 154,870 คัน เพิ่มขึ้น 138%
  8. ฟิลิปปินส์ 148,727 คัน เพิ่มขึ้น 21%
  9. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 146,274 คัน ลดลง 36%
  10. แอลจีเรีย 143,012 คัน เพิ่มขึ้น 235%

ครี่งปี 2026 : จีนส่งออกรถยนต์ 5.31 ล้านคัน โต 53% รัสเซียกลับขึ้นอันดับ 1

อุตสาหกรรมยานยนต์จีนยังคงเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว แม้ว่าตลาดรถยนต์ภายในประเทศจะอยู่ในภาวะชะลอตัวและมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีนสามารถส่งออกรถยนต์ได้มากถึง 5.31 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เฉพาะเดือนมิถุนายน 2026 จีนส่งออกรถยนต์รวม 1.07 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8% จากเดือนพฤษภาคม ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ และสะท้อนให้เห็นว่าการส่งออกกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน

ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดย ชุย ตงซู่ เลขาธิการสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน หรือ China Passenger Car Association: CPCA

รัสเซียกลับมาเป็นตลาดส่งออกรถยนต์จีนอันดับ 1

รัสเซียกลับขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของจีนอีกครั้ง หลังจากเสียตำแหน่งดังกล่าวไปประมาณหนึ่งปี

ช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2026 จีนส่งออกรถยนต์ไปรัสเซียรวม 448,157 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 267,411 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 148%

เฉพาะเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว จีนส่งออกรถยนต์ไปรัสเซีย 84,451 คัน เพิ่มขึ้น 58,053 คันจากปีก่อน ถือเป็นตลาดที่มียอดเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในบรรดาประเทศปลายทางทั้งหมด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการรถยนต์จากจีนในรัสเซียกลับมาขยายตัวอย่างชัดเจน หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดรัสเซียมีความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งด้านเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน มาตรการทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงของผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าไปทำตลาด

บราซิลตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดกว่า 410,000 คัน

บราซิลเป็นตลาดส่งออกรถยนต์จีนอันดับ 2 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ด้วยยอดรวม 410,825 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 249,571 คัน ถือเป็นประเทศที่มียอดเพิ่มขึ้นสูงเป็นอันดับ 2 รองจากรัสเซีย

บราซิลยังเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อผู้ผลิตรถยนต์จีน โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า BEV และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด PHEV หลายบริษัทเริ่มขยายเครือข่ายจำหน่าย ลงทุนด้านการผลิต ตลอดจนวางแผนสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในภูมิภาคอเมริกาใต้

10 ประเทศนำเข้ารถยนต์จากจีนสูงสุด

สำหรับ 10 ตลาดส่งออกรถยนต์จีนสูงสุดในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2026 เรียงตามลำดับ ได้แก่

  1. รัสเซีย 448,157 คัน เพิ่มขึ้น 148%
  2. บราซิล 410,825 คัน เพิ่มขึ้น 155%
  3. สหราชอาณาจักร 255,260 คัน เพิ่มขึ้น 87%
  4. ออสเตรเลีย 237,823 คัน เพิ่มขึ้น 66%
  5. เบลเยียม 219,730 คัน เพิ่มขึ้น 45%
  6. เม็กซิโก 210,155 คัน ลดลง 25%
  7. อิตาลี 154,870 คัน เพิ่มขึ้น 138%
  8. ฟิลิปปินส์ 148,727 คัน เพิ่มขึ้น 21%
  9. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 146,274 คัน ลดลง 36%
  10. แอลจีเรีย 143,012 คัน เพิ่มขึ้น 235%

รายชื่อดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารถยนต์จีนไม่ได้เติบโตเฉพาะในตลาดประเทศกำลังพัฒนาหรือกลุ่มประเทศ Global South เท่านั้น แต่ยังขยายตัวในตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เบลเยียม และอิตาลีด้วย

สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเบลเยียม ต่างมียอดนำเข้ารถยนต์จากจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 90,000 คันในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์จีนสามารถแข่งขันในตลาดที่มีกฎระเบียบด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเข้มงวดได้มากขึ้น

ตลาดในประเทศชะลอตัว ผลักดันค่ายรถจีนเร่งออกสู่ตลาดโลก

ชุย ตงซู่ วิเคราะห์ว่า การเติบโตของยอดส่งออกรถยนต์จีนในปี 2026 มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน

ปัจจัยแรกคือความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่หลายประเทศยังเผชิญกับราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง รถยนต์ประหยัดน้ำมัน รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจึงได้รับความสนใจมากขึ้น

ปัจจัยต่อมาคือการขยายตัวของตลาดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความต้องการรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ราคา อุปกรณ์ และต้นทุนการใช้งาน

อีกด้านหนึ่ง ตลาดรถยนต์ภายในประเทศจีนที่ยังซบเซา ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง กำลังผลักดันให้ผู้ผลิตเร่งมองหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพายอดขายภายในประเทศและเพิ่มกำลังการใช้ประโยชน์จากโรงงาน

ยอดส่งออกเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงสวนทางอย่างชัดเจนกับทิศทางของตลาดรถยนต์ภายในประเทศจีนในช่วงเวลาเดียวกัน

รถยนต์พลังงานใหม่ส่งออก 2.42 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 70%

กลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ New Energy Vehicle: NEV ยังคงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ส่งออกที่เติบโตโดดเด่นที่สุดของจีน

ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีนส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่รวม 2.42 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นประมาณ 46% ของยอดส่งออกรถยนต์จีนทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว

Advertisement Advertisement

เฉพาะเดือนมิถุนายน 2026 จีนส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ 529,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 108% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือมากกว่าสองเท่าตัว

หากเปรียบเทียบกับยอดส่งออกรถยนต์ทุกประเภทในเดือนมิถุนายนที่ 1.07 ล้านคัน จะพบว่ารถยนต์พลังงานใหม่มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของยอดส่งออกทั้งหมดในเดือนดังกล่าว

โครงสร้างรถส่งออกจีนกำลังเปลี่ยนแปลง

สัดส่วนระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ที่จีนส่งออกในเดือนมิถุนายน 2026 มีดังนี้

  • รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV สัดส่วน 30%
  • รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV สัดส่วน 19%
  • รถยนต์ไฮบริด หรือ HEV สัดส่วน 7%
  • รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปล้วน สัดส่วน 35%
  • ระบบขับเคลื่อนประเภทอื่นประมาณ 9%

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สัดส่วนรถยนต์ PHEV เพิ่มขึ้น 8 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปล้วนลดลง 8 จุดเปอร์เซ็นต์

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างการส่งออกรถยนต์ของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม ไปสู่รถยนต์พลังงานใหม่อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปยังมีสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นระบบขับเคลื่อนประเภทเดียวที่ 35% แสดงว่ารถยนต์น้ำมันยังคงมีความสำคัญในหลายตลาด โดยเฉพาะประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม

PHEV กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของการส่งออก

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของการส่งออกรถยนต์จีน

ครึ่งแรกของปี 2026 จีนส่งออกรถยนต์ PHEV ประมาณ 900,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 115% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดส่งออกเฉพาะเดือนมิถุนายนเติบโตสูงถึง 192%

การเติบโตของ PHEV ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์ไฟฟ้า BEV หมดความสำคัญ แต่สะท้อนว่าตลาดโลกต้องการระบบขับเคลื่อนที่มีความยืดหยุ่นแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศ

รถยนต์ PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน และยังมีเครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทางเมื่อเดินทางไกล จึงเหมาะกับประเทศที่สถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม หรือผู้บริโภคยังมีความกังวลเรื่องระยะทางและเวลาในการชาร์จ

นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์จีนยังเริ่มนำเทคโนโลยี PHEV รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งเน้นระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ไกลขึ้น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ และราคาที่สามารถแข่งขันกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริดแบบดั้งเดิมได้

บราซิลขึ้นอันดับ 1 ตลาดส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่

สำหรับตลาดส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนในช่วงครึ่งแรกปี 2026 บราซิลขึ้นเป็นประเทศปลายทางอันดับ 1 ด้วยยอดรวม 299,803 คัน

ประเทศที่ตามมา ได้แก่

  1. บราซิล 299,803 คัน
  2. เบลเยียม 209,217 คัน
  3. สหราชอาณาจักร 181,260 คัน

เบลเยียมมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางนำเข้าและกระจายรถยนต์ของยุโรป ดังนั้นตัวเลขรถยนต์ที่ส่งไปยังเบลเยียมบางส่วนอาจไม่ได้จำหน่ายเฉพาะภายในประเทศ แต่สามารถถูกส่งต่อไปยังตลาดอื่นในสหภาพยุโรปได้ด้วย

ด้านสหราชอาณาจักรยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนให้ความสำคัญ เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่และเปิดรับแบรนด์ใหม่มากขึ้น ผู้ผลิตจีนหลายรายจึงเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์และขยายเครือข่ายจำหน่ายในประเทศดังกล่าว

จีนส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2021

อุตสาหกรรมส่งออกรถยนต์ของจีนเริ่มเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากยอดส่งออกทะลุระดับ 1 ล้านคันในปี 2021 ก่อนขยายตัวต่อเนื่องในช่วงหลายปีถัดมา

ปี 2025 จีนส่งออกรถยนต์รวม 8.33 ล้านคัน ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ส่งออกไปแล้ว 5.31 ล้านคัน หรือคิดเป็นประมาณ 64% ของยอดส่งออกทั้งปี 2025

หากช่วงครึ่งหลังของปีสามารถรักษายอดส่งออกได้ใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก ยอดส่งออกรถยนต์จีนตลอดปี 2026 ก็มีโอกาสทะลุระดับ 10 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจริงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ภาษีนำเข้า มาตรการกีดกันทางการค้า สถานการณ์เศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนขนส่ง และนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ของแต่ละประเทศ

การเติบโตมาพร้อมความท้าทาย

แม้ตัวเลขส่งออกจะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่อุตสาหกรรมรถยนต์จีนยังต้องเผชิญความท้าทายจากมาตรการทางการค้าของหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่กังวลเรื่องการแข่งขันด้านราคา เงินสนับสนุนจากภาครัฐ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ

การขยายตลาดในระยะยาวจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาจำหน่ายหรือเทคโนโลยีของตัวรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพร้อมของเครือข่ายจำหน่าย ศูนย์บริการ อะไหล่ การรับประกัน มูลค่าขายต่อ ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์

ผู้ผลิตที่สามารถสร้างระบบบริการหลังการขายและลงทุนในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ย่อมมีโอกาสรักษาการเติบโตได้ดีกว่าการพึ่งพาการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว

สรุป

ยอดส่งออกรถยนต์จีน 5.31 ล้านคันในช่วงครึ่งแรกปี 2026 สะท้อนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จีนกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ ไปสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกอย่างเต็มตัว

รัสเซียกลับมาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ขณะที่บราซิลเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในกลุ่มรถยนต์ทั่วไปและรถยนต์พลังงานใหม่ ส่วนตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเบลเยียม ก็มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน โครงสร้างระบบขับเคลื่อนกำลังเปลี่ยนแปลง รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมีสัดส่วนลดลง ส่วนรถยนต์ PHEV กลายเป็นผลิตภัณฑ์ดาวรุ่ง ด้วยยอดส่งออกครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 115% และเฉพาะเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นถึง 192%

ชุย ตงซู่ มองว่า หากสภาพแวดล้อมของตลาดต่างประเทศยังมีเสถียรภาพ การส่งออกรถยนต์ของจีนก็ยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก แต่การเติบโตในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ผลิตจีนในการรับมือกับกำแพงภาษี กฎระเบียบ และการสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายในแต่ละประเทศด้วย

sohu

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้