20 ผู้ผลิตรถยนต์ยอดขายสูงสุดทั่วโลก ครึ่งปีแรก 2026 Toyota ครองแชมป์กว่า 5 ล้านคัน

20 ผู้ผลิตรถยนต์ยอดขายสูงสุดทั่วโลก ครึ่งปีแรก 2026 Toyota ครองแชมป์กว่า 5 ล้านคัน
ตลาดรถยนต์โลกในช่วงครึ่งปีแรก 2026 ยังคงเผชิญทั้งการแข่งขันด้านราคา เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความต้องการรถยนต์ในประเทศจีนที่ลดลง โดยข้อมูลจาก Center of Automotive Management หรือ CAM ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 20 กลุ่มมียอดขายรวมประมาณ 37.3 ล้านคัน ลดลงประมาณ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
Toyota ยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยยอดขายเฉพาะ Toyota และ Lexus มากกว่า 5 ล้านคัน ตามมาด้วย Volkswagen Group และ Hyundai–Kia ส่วนผู้ผลิตจากจีนยังมีบทบาทสำคัญ โดยมี BYD Group, Geely Group, SAIC Group, Chery Group, Changan และ Great Wall Motor ติดอยู่ใน 20 อันดับแรก
20 ผู้ผลิตรถยนต์ยอดขายสูงสุดทั่วโลก ครึ่งปีแรก 2026
- Toyota + Lexus — 5,008,898 คัน ลดลง 2.9%
- Volkswagen Group — 3,974,200 คัน ลดลง 6.5%
- Hyundai–Kia — 3,579,365 คัน ลดลง 0.5%
- Stellantis — ประมาณ 2,968,000 คัน เพิ่มขึ้น 10.0%
- General Motors หรือ GM — ประมาณ 2,140,000 คัน ลดลง 9.0%
- Ford — ประมาณ 1,930,000 คัน ลดลง 10.0%
- BYD Group — 1,808,511 คัน ลดลง 15.7%
- Suzuki — 1,799,736 คัน เพิ่มขึ้น 10.3%
- Geely Group — ประมาณ 1,778,358 คัน เพิ่มขึ้น 0.8%
- Honda — ประมาณ 1,650,000 คัน ลดลง 8.0%
- Nissan — 1,506,052 คัน ลดลง 6.7%
- SAIC Group เฉพาะแบรนด์ของตนเอง — 1,469,000 คัน เพิ่มขึ้น 12.6%
- Chery Group — 1,357,533 คัน เพิ่มขึ้น 7.7%
- Renault Group — 1,165,133 คัน ลดลง 0.4%
- BMW Group — 1,156,742 คัน ลดลง 4.2%
- Changan Automobile — 1,118,894 คัน ลดลง 17.4%
- Tesla — 838,149 คัน เพิ่มขึ้น 16.3%
- Mercedes-Benz Cars — 837,200 คัน ลดลง 7.0%
- Mazda — 606,850 คัน ลดลง 4.7%
- Great Wall Motor หรือ GWM — 583,895 คัน เพิ่มขึ้น 2.5%
อันดับ 1 Toyota และ Lexus ยอดขาย 5,008,898 คัน
Toyota Motor Corporation ทำยอดขายรถยนต์แบรนด์ Toyota และ Lexus ทั่วโลกได้รวม 5,008,898 คัน ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2026 ลดลงประมาณ 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังรักษาตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกได้อย่างชัดเจน
ตัวเลข 5.01 ล้านคันเป็นยอดขายเฉพาะ Toyota และ Lexus ยังไม่รวม Daihatsu และ Hino หากนับทุกบริษัทภายใน Toyota Group ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5.39 ล้านคัน
Toyota ยังมีระยะห่างจาก Volkswagen Group มากกว่าหนึ่งล้านคัน แม้ยอดขายของบริษัทจะได้รับผลกระทบจากตลาดจีน ซึ่งมียอดขายลดลงประมาณ 17.1% ก็ตาม
อันดับ 2 Volkswagen Group ยอดขาย 3,974,200 คัน
Volkswagen Group รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกทั้งหมด 4,125,700 คัน ลดลง 6.3% แต่ตัวเลขดังกล่าวรวมรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์ของ TRATON จำนวน 151,500 คัน
เมื่อตัด TRATON ออกตามขอบเขตการจัดอันดับของ CAM ยอดขายรถยนต์ของ Volkswagen Group จะเหลือประมาณ 3,974,200 คัน ลดลงประมาณ 6.5%
Volkswagen Group ได้รับผลกระทบอย่างมากจากตลาดจีน ซึ่งยอดส่งมอบลดลง 25.9% ขณะที่ยอดขายในยุโรปและอเมริกาใต้ยังสามารถเติบโตได้ โดยแบรนด์สำคัญภายในกลุ่มประกอบด้วย Volkswagen, Audi, Škoda, SEAT, CUPRA, Porsche, Bentley และ Lamborghini
อันดับ 3 Hyundai–Kia ยอดขาย 3,579,365 คัน
Hyundai Motor ซึ่งรวมยอดขายของ Genesis ทำยอดขายได้ประมาณ 1,948,377 คัน ขณะที่ Kia มียอดขาย 1,630,988 คัน ส่งผลให้ Hyundai–Kia มียอดขายรวม 3,579,365 คัน ลดลงเล็กน้อยประมาณ 0.5%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Hyundai Motor Group ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าในตลาดโลกได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันของรถยนต์สันดาป รถไฮบริด รถปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า
อันดับ 4 Stellantis ยอดขายประมาณ 2,968,000 คัน
Stellantis ทำยอดขายทั่วโลกได้ประมาณ 2.968 ล้านคัน เพิ่มขึ้นประมาณ 10% นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ที่สามารถขยายยอดขายได้อย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งปีแรก
Stellantis เป็นบริษัทแม่ของหลายแบรนด์ เช่น Jeep, Ram, Dodge, Chrysler, Fiat, Peugeot, Citroën, Opel, Alfa Romeo และ Maserati รวมถึงมีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Leapmotor
อันดับ 5 General Motors ยอดขายประมาณ 2,140,000 คัน
General Motors หรือ GM มียอดขายรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 2.14 ล้านคัน ลดลงราว 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขของ GM เป็นประมาณการจาก CAM เนื่องจากบริษัทไม่ได้ประกาศยอดขายปลีกทั่วโลกครึ่งปีแรกในรูปแบบเดียวกับผู้ผลิตบางราย แบรนด์สำคัญภายในกลุ่มประกอบด้วย Chevrolet, Cadillac, Buick และ GMC
อันดับ 6 Ford ยอดขายประมาณ 1,930,000 คัน
Ford มียอดขายทั่วโลกประมาณ 1.93 ล้านคัน ลดลงราว 10% ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราการลดลงที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายใหญ่รายอื่น
เช่นเดียวกับ GM ตัวเลขของ Ford เป็นประมาณการจาก CAM เนื่องจากไม่มีรายงานยอดขายปลีกทั่วโลกแบบรวมทุกประเทศที่สามารถนำมาเปรียบเทียบในมาตรฐานเดียวกันได้โดยตรง
อันดับ 7 BYD Group ยอดขาย 1,808,511 คัน
BYD Group มียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่หรือ NEV รวม 1,808,511 คัน ลดลงประมาณ 15.7% แต่ยังครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์จีนที่มียอดขายสูงที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้
ยอดขายของ BYD ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่และรถปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงแบรนด์ในเครือ เช่น BYD, Denza, Fang Cheng Bao และ Yangwang
แม้ยอดขายจะลดลง แต่ BYD ยังมียอดขายสูงกว่า Suzuki เพียง 8,775 คัน ทำให้การแข่งขันระหว่างอันดับ 7 และอันดับ 8 มีความสูสีอย่างมาก
อันดับ 8 Suzuki ยอดขาย 1,799,736 คัน
Suzuki ทำยอดขายรถยนต์ทั่วโลกได้ 1,799,736 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 10.3% และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตญี่ปุ่นที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก 2026
ปัจจัยสำคัญมาจากความแข็งแกร่งในตลาดอินเดียผ่าน Maruti Suzuki รวมถึงความต้องการรถยนต์ขนาดเล็ก รถอเนกประสงค์ และรถยนต์ไฮบริดในหลายประเทศ
อันดับ 9 Geely Group ยอดขายประมาณ 1,778,358 คัน
Geely Group ตามขอบเขตการคำนวณของ CAM มียอดขายรวมประมาณ 1,778,358 คัน เพิ่มขึ้นราว 0.8%
ตัวเลขดังกล่าวประกอบด้วยยอดขาย Geely Auto จำนวน 1,422,958 คัน ยอดขาย Volvo Cars ประมาณ 325,000 คัน และยอดส่งมอบ Polestar ประมาณ 30,400 คัน จึงเป็นยอดขายระดับกลุ่มบริษัท ไม่ใช่ยอดขายเฉพาะแบรนด์ Geely เพียงแบรนด์เดียว
กลุ่ม Geely มีแบรนด์รถยนต์จำนวนมาก เช่น Geely, Lynk & Co, Zeekr, Volvo, Polestar และแบรนด์อื่นภายในเครือ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการจัดอันดับนี้ใช้เฉพาะขอบเขตที่ CAM กำหนด
อันดับ 10 Honda ยอดขายประมาณ 1,650,000 คัน
Honda มียอดขายรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 1.65 ล้านคัน ลดลงราว 8% โดยเป็นตัวเลขประมาณการจาก CAM
ตัวเลขดังกล่าวต้องแยกออกจากยอดการผลิตรถยนต์ของ Honda ที่ 1,679,637 คัน เนื่องจากยอดผลิตไม่ได้หมายถึงรถยนต์ที่ส่งมอบให้ลูกค้าทั้งหมด การจัดอันดับนี้จึงใช้ยอดขายประมาณการ ไม่ใช่ยอดผลิต
อันดับ 11 Nissan ยอดขาย 1,506,052 คัน
Nissan ทำยอดขายรถยนต์ทั่วโลกได้ 1,506,052 คัน ลดลงประมาณ 6.7% สะท้อนถึงแรงกดดันที่บริษัทยังคงเผชิญในตลาดสำคัญหลายแห่ง
การแข่งขันจากผู้ผลิตจีนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงยอดขายที่ลดลงในบางภูมิภาค เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ Nissan ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจและเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
อันดับ 12 SAIC Group ยอดขายแบรนด์ของตนเอง 1,469,000 คัน
แบรนด์ที่ SAIC Group เป็นเจ้าของมียอดขายรวม 1.469 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 12.6% โดยครอบคลุมแบรนด์และธุรกิจภายในกลุ่ม เช่น MG, Roewe, Maxus, IM Motors และ SAIC-GM-Wuling ตามขอบเขตการรายงานของบริษัท
หากนับยอดขายทั้งหมดของ SAIC Motor รวมกิจการร่วมค้า บริษัทมียอดขายสูงถึง 2.045 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับของ CAM ใช้ยอดขายเฉพาะแบรนด์ที่ SAIC เป็นเจ้าของ เพื่อป้องกันการนับยอดขายซ้ำกับผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Volkswagen และ General Motors
รถยนต์พลังงานใหม่เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย SAIC มียอดขายรถยนต์ NEV รวม 796,000 คัน เพิ่มขึ้น 23.1%
อันดับ 13 Chery Group ยอดขาย 1,357,533 คัน
Chery Group มียอดขายรถยนต์รวม 1,357,533 คัน เพิ่มขึ้น 7.7% และสร้างสถิติยอดขายครึ่งปีแรกสูงที่สุดครั้งใหม่ของบริษัท
จุดแข็งสำคัญของ Chery คือการส่งออก โดยบริษัทส่งออกรถยนต์ได้ 943,817 คัน เพิ่มขึ้นถึง 71.5% ขณะที่ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่อยู่ที่ 475,238 คัน เพิ่มขึ้น 32.3%
Chery Group มีแบรนด์สำคัญ เช่น Chery, Exeed, Jetour, iCAR, Luxeed, OMODA และ JAECOO
อันดับ 14 Renault Group ยอดขาย 1,165,133 คัน
Renault Group ซึ่งประกอบด้วย Renault, Dacia และ Alpine มียอดขายทั่วโลกรวม 1,165,133 คัน ลดลงเล็กน้อยประมาณ 0.4%
แม้ปริมาณยอดขายรวมจะทรงตัว แต่บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด และรถยนต์ที่สร้างผลกำไรสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดยุโรป
อันดับ 15 BMW Group ยอดขาย 1,156,742 คัน
BMW Group มียอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลก 1,156,742 คัน ลดลงประมาณ 4.2% โดยตัวเลขดังกล่าวรวมแบรนด์ BMW, MINI และ Rolls-Royce
หากนับเฉพาะแบรนด์ BMW จะมียอดขายประมาณ 1,004,681 คัน บริษัทมีการเติบโตในบางตลาดของยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากสภาวะตลาดและการแข่งขันในประเทศจีน
อันดับ 16 Changan Automobile ยอดขาย 1,118,894 คัน
Changan Automobile มียอดขายประมาณ 1,118,894 คัน ลดลง 17.4% ซึ่งเป็นอัตราการลดลงสูงที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ 20 อันดับแรก
อย่างไรก็ตาม Changan ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจรถยนต์พลังงานใหม่ผ่านแบรนด์ต่างๆ เช่น Deepal, Avatr และ Nevo พร้อมเร่งขยายตลาดส่งออกนอกประเทศจีน
อันดับ 17 Tesla ยอดส่งมอบ 838,149 คัน
Tesla ส่งมอบรถยนต์รวม 838,149 คันในช่วงครึ่งปีแรก 2026 เพิ่มขึ้นประมาณ 16.3%
ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากยอดส่งมอบไตรมาสแรกจำนวน 358,023 คัน และไตรมาสสองจำนวน 480,126 คัน ทำให้ Tesla มียอดส่งมอบมากกว่า Mercedes-Benz Cars เพียง 949 คัน
การแข่งขันระหว่าง Tesla และ Mercedes-Benz Cars จึงถือว่าสูสีที่สุดคู่หนึ่งในการจัดอันดับครั้งนี้ และอันดับอาจเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
อันดับ 18 Mercedes-Benz Cars ยอดขาย 837,200 คัน
Mercedes-Benz Cars มียอดขายรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 837,200 คัน ลดลงราว 7% โดยตัวเลขนี้เป็นยอดขายเฉพาะธุรกิจรถยนต์นั่ง ไม่รวม Mercedes-Benz Vans
บริษัทได้รับผลกระทบจากตลาดรถยนต์หรูในประเทศจีน รวมถึงการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ ขณะที่ Mercedes-Benz ยังคงเน้นรถยนต์ระดับบนและคุณภาพของรายได้มากกว่าการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว
อันดับ 19 Mazda ยอดขาย 606,850 คัน
Mazda มียอดขายรถยนต์ทั่วโลก 606,850 คัน ลดลงประมาณ 4.7% โดยตลาดอเมริกาเหนือยังคงเป็นหนึ่งในฐานตลาดสำคัญที่สุดของบริษัท
Mazda กำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ SUV รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เพิ่มขึ้น
อันดับ 20 Great Wall Motor ยอดขาย 583,895 คัน
Great Wall Motor หรือ GWM มียอดขายรถยนต์รวม 583,895 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 2.5% ทำให้บริษัทอยู่ในอันดับ 20 ของผู้ผลิตรถยนต์ยอดขายสูงสุดทั่วโลกช่วงครึ่งปีแรก 2026
ยอดขายของกลุ่มมาจากหลายแบรนด์ ได้แก่ Haval, Tank, Ora, Wey และ Great Wall Pickup โดย GWM ยังคงเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมพัฒนารถยนต์ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
Toyota ยังทิ้งห่าง Volkswagen มากกว่าหนึ่งล้านคัน
Toyota และ Lexus มียอดขายมากกว่า Volkswagen Group ที่ไม่รวม TRATON อยู่ 1,034,698 คัน ทำให้ตำแหน่งผู้นำตลาดโลกของ Toyota ยังคงแข็งแกร่ง แม้ยอดขายจะลดลงจากปีก่อนก็ตาม
ส่วน Hyundai–Kia ตามหลัง Volkswagen Group ประมาณ 394,835 คัน จึงยังมีช่องว่างพอสมควรระหว่างอันดับสองและอันดับสาม
BYD กับ Suzuki ห่างกันไม่ถึง 9,000 คัน
BYD Group และ Suzuki เป็นอีกคู่ที่มีการแข่งขันสูสี โดย BYD มียอดขายสูงกว่า Suzuki เพียง 8,775 คันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของทั้งสองบริษัทแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะยอดขาย BYD ลดลง 15.7% ขณะที่ Suzuki เติบโต 10.3% หากแนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อไป Suzuki อาจมีโอกาสแซง BYD ในช่วงครึ่งปีหลัง
Tesla แซง Mercedes-Benz เพียง 949 คัน
Tesla มียอดส่งมอบ 838,149 คัน ขณะที่ Mercedes-Benz Cars มียอดขาย 837,200 คัน ทำให้ทั้งสองบริษัทมีช่องว่างเพียง 949 คัน
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า Tesla ซึ่งจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มีขนาดยอดส่งมอบใกล้เคียงกับผู้ผลิตรถยนต์หรูรายใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์หลายระบบขับเคลื่อน
ผู้ผลิตจีนมีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดโลก
ผู้ผลิตจากจีนที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกประกอบด้วย BYD Group, Geely Group, SAIC Group, Chery Group, Changan Automobile และ Great Wall Motor
ในกลุ่มนี้ SAIC, Chery และ Great Wall Motor มียอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ BYD และ Changan มียอดขายลดลง สะท้อนว่าผู้ผลิตจีนไม่ได้เติบโตไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด และยังต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงภายในประเทศ
การส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะ Chery ซึ่งมียอดส่งออกเกือบหนึ่งล้านคันภายในเวลาเพียงหกเดือน รวมถึง SAIC, Geely, BYD และ GWM ที่กำลังเร่งขยายเครือข่ายในยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา
สรุปยอดขายรถยนต์ทั่วโลกครึ่งปีแรก 2026
Toyota และ Lexus ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลกอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดขายมากกว่า 5 ล้านคัน ตามมาด้วย Volkswagen Group ที่ประมาณ 3.97 ล้านคัน และ Hyundai–Kia ที่ประมาณ 3.58 ล้านคัน
ผู้ผลิตที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น ได้แก่ Tesla เพิ่มขึ้น 16.3%, SAIC Group เพิ่มขึ้น 12.6%, Suzuki เพิ่มขึ้น 10.3% และ Stellantis เพิ่มขึ้นประมาณ 10%
ในทางกลับกัน Changan มียอดขายลดลง 17.4%, BYD ลดลง 15.7%, Ford ลดลงประมาณ 10% และ GM ลดลงประมาณ 9%
ตลาดรถยนต์โลกในช่วงครึ่งปีหลัง 2026 จึงยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบจากตลาดจีน สงครามราคา การแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้า นโยบายภาษีนำเข้า และการขยายตลาดต่างประเทศของผู้ผลิตจีน
หมายเหตุเกี่ยวกับขอบเขตข้อมูล
การจัดอันดับนี้เป็นการเปรียบเทียบระดับผู้ผลิตหรือกลุ่มบริษัท ไม่ใช่อันดับแบรนด์รถยนต์เดี่ยวทั้งหมด เนื่องจากแต่ละบริษัทมีวิธีรายงานยอดขายแตกต่างกัน
Volkswagen Group เป็นตัวเลขที่ไม่รวม TRATON, Hyundai รวม Kia, Geely Group ใช้ขอบเขตที่รวม Geely Auto, Volvo Cars และ Polestar ส่วน SAIC Group ใช้เฉพาะยอดขายแบรนด์ของตนเองตามหลักเกณฑ์ของ CAM เพื่อหลีกเลี่ยงการนับยอดขายกิจการร่วมค้าซ้ำกับผู้ผลิตรายอื่น
ตัวเลขของ General Motors, Ford และ Honda เป็นประมาณการจาก Center of Automotive Management เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยยอดขายปลีกทั่วโลกครึ่งปีแรกในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
ข้อมูลรวบรวมจากประกาศของผู้ผลิตและแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2026
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Center of Automotive Management — ยอดขายผู้ผลิตรถยนต์โลก 20 ราย ครึ่งปีแรก 2026
- Toyota Motor Corporation — Sales, Production and Export Results
- Reuters — ยอดขาย Toyota ทั่วโลกครึ่งปีแรก 2026
- Volkswagen Group — ยอดส่งมอบครึ่งปีแรก 2026
- Hyundai Motor — ยอดขายทั่วโลกครึ่งปีแรก 2026
- Kia — ยอดขายเดือนมิถุนายนและครึ่งปีแรก 2026
- Stellantis — ผลประกอบการไตรมาสสอง 2026
- BYD — Investor Relations
- CnEVPost — ยอดขาย BYD เดือนมิถุนายน 2026
- Suzuki — ยอดผลิต ยอดขาย และยอดส่งออก
- Geely Auto — รายงานยอดขายเดือนมิถุนายน 2026
- Geely Holding — รายละเอียดยอดขายภายในกลุ่ม
- Honda — ยอดผลิต ยอดขาย และยอดส่งออก
- Nissan — ผลการผลิตและยอดขายครึ่งปีแรก 2026
- SAIC Motor — ยอดขายครึ่งปีแรก 2026
- Chery Group — ยอดขายครึ่งปีแรก 2026
- Renault Group — ยอดขายทั่วโลกครึ่งปีแรก 2026
- BMW Group — ยอดขายครึ่งปีแรก 2026
- Changan Automobile — ยอดขายครึ่งปีแรก 2026
- Tesla — รายงานผลประกอบการไตรมาสสอง 2026
- Mercedes-Benz Group — ผลประกอบการไตรมาสสอง 2026
- Mazda — ยอดผลิตและยอดขายครึ่งปีแรก 2026
- CnEVPost — ยอดขาย Great Wall Motor เดือนมิถุนายน 2026

