อยู่ด้วยกัน 5 วัน! MAZDA 6e รถญี่ปุ่นหัวใจจีน ขับสนุก วิ่งจริง 467 กม. แต่เสียงรอบคัน “เก็บทุกดอก”

อยู่ด้วยกัน 5 วัน! MAZDA 6e รถญี่ปุ่นหัวใจจีน ขับสนุก วิ่งจริง 467 กม. แต่เสียงรอบคัน “เก็บทุกดอก”
Spread the love
Advertisement Advertisement

อยู่ด้วยกัน 5 วัน! MAZDA 6e รถญี่ปุ่นหัวใจจีน ขับสนุก วิ่งจริง 467 กม. แต่เสียงรอบคัน “เก็บทุกดอก”

MAZDA 6e เป็นรถไฟฟ้าอีกรุ่นที่ผมสนใจและอยากลองจริงจังมานาน แต่รอบนี้โชคดีเกินคาด เพราะได้รถมาครอบครองถึง 5 วันเต็ม โอ้โห…นานจัด!  แถมตรงกับช่วงวันหยุดยาวอีกต่างหาก จะออกไปทดสอบทางด่วนยาวๆ ก็ต้องรอจังหวะถนนว่างก่อน ช่วงแรกจึงขับวนในเมืองและรอบเมืองไปเรื่อยๆ ซึ่งดูจากปริมาณแบตเตอรี่แล้วกว่าจะรีดหมดคงต้องใช้เวลากันพอสมควร

และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะรถคันนี้วิ่งไกลจนคนทดสอบเริ่มสงสัยว่า “เมื่อไรแบตจะหมดสักที” แต่ไม่เป็นไรเจอตีนผีแบบเราแปปเดียวก็หมด

ภายนอกสวยแบบมาสด้า แต่แอบมีกลิ่นอายจีน

เริ่มจากการออกแบบภายนอกของรถไฟฟ้าญี่ปุ่นหัวใจจีนคันนี้กันก่อน

หน้าตาของ MAZDA 6e ยังคงมีกลิ่นอายงานออกแบบแบบมาสด้าอยู่พอสมควร เส้นสายดูเรียบ ลื่น และสปอร์ต ตัวรถเตี้ยในสไตล์ Neo-Fastback หลังคาลาดต่อเนื่องไปจนถึงฝากระโปรงท้าย ให้อารมณ์คล้ายรถสปอร์ตคูเป้สี่ประตู ทรงนี้ต้องยอมรับว่าสวยจับใจจริงๆ

ด้านหน้ามาพร้อมชุดไฟ LED ทรงเรียวคล้ายดวงตาเหยี่ยว มีแถบไฟลากเชื่อมเข้าหากัน ดูไกลๆ คล้ายปีกนกกำลังกางออก เหมือนพยายามจะบินไปไหนสักแห่ง ส่วนไฟท้ายยังคงอัตลักษณ์แบบมาสด้าตาเหยี่ยวที่มองรถด้านหลังแบบว่า จะแซงก็คิดดีๆ แต่เพิ่มเติมเส้นไฟพาดเชื่อมทั้งสองฝั่ง ช่วยให้ท้ายรถดูกว้างและทันสมัยขึ้น

ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วเข้ากับสัดส่วนตัวรถได้ดี ใหญ่เต็มซุ้ม ไม่ต้องมานั่งคิดต่อว่ารับรถแล้วจะเปลี่ยนล้ออะไรดี เพราะของเดิมก็ดูลงตัวอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องกังวลคือยาง 245/45 เปลี่ยนทีมีสะดุ้งแน่นอน

สิ่งที่ผมยังไม่ค่อยชอบก็คือมือจับประตูแบบซ่อน ใช่ครับ…เจอกันอีกแล้ว บ่นแทบทุกบทความ แต่ผู้ผลิตก็ยังคงใส่มาให้ เพราะมันช่วยให้ตัวรถดูเรียบและล้ำสมัยขึ้น แล้วแต่ชอบขอผ่านไปก่อน เดี๋ยวจะยาว!

เปิดประตูเข้ามา กลิ่นอายรถจีนมาเต็ม

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร ความรู้สึกแรกคือ “รถจีนดีๆ นี่เอง” งานออกแบบเน้นความเรียบ โล่ง และใช้หน้าจอเป็นศูนย์กลาง แต่ยังดีที่มีพวงมาลัยทรงแบบมาสด้า พร้อมโลโก้ขนาดใหญ่คอยย้ำเตือนว่า นี่คือรถมาสด้านะๆๆๆ ไม่ใช่แบรนด์อื่น

และที่สำคัญ มาสด้ายังมีส่วนในการปรับแต่งพวงมาลัยกับช่วงล่างให้เข้ากับบุคลิกของแบรนด์ด้วย ประมาณว่าเปิดประตูมาเจอห้องโดยสารสไตล์จีน แต่พอหมุนพวงมาลัยแล้วรถจะบอกว่า “ใจเย็นก่อน ฉันยังเป็นมาสด้าอยู่นะ”

พวงมาลัยจับกระชับมือ วัสดุสัมผัสดี และมีปุ่มกดแบบกายภาพให้ใช้งานจริง ไม่ได้ย้ายทุกอย่างเข้าไปไว้ในหน้าจอจนหมด แต่เกือบหมดอยู่หน้าจอ…..

ฝั่งซ้ายพวงมาลัย เป็นชุดควบคุมระบบ MRCC พร้อมปุ่มรูปดอกจันสองปุ่มที่สามารถตั้งค่าฟังก์ชันลัดได้ตามต้องการ ตรงกลางมีปุ่มเปิดกล้องรอบคัน 360 องศา ซึ่งสามารถเรียกดูได้ง่ายและเปิดดูได้แทบทุกจังหวะ ทุกระดับความเร็ว จะใช้ตอนจอดก็มีประโยชน์ หรือจะเปิดดูเล่นเพลินๆ ก็ได้ตามสะดวก

ฝั่งขวาเป็นปุ่มสั่งงานด้วยเสียง เพิ่ม–ลดระดับเสียง เปลี่ยนเพลง และปรับรูปแบบการแสดงผลของหน้าปัด โดยรวมพวงมาลัยใช้งานง่าย หน้าตาสะอาด และไม่รกเกินไป

จอกลางใหญ่ โล่ง และมินิมอลจนอยากหาอะไรมากดเล่น

ตามสูตรรถไฟฟ้าจากจีน หน้าจอกลางต้องใหญ่ไว้ก่อน ซึ่งจอของ MAZDA 6e ทำออกมาได้สวย คมชัด และโดดเด่นมาก แผงคอนโซลแทบไม่มีปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศหรือสวิตช์อื่นๆ ทุกอย่างถูกรวมไว้ในหน้าจอทั้งหมด ดูเรียบและมินิมอลดีครับ ผมเองก็ชอบความมินิมอล เพียงแต่บางครั้งมีปุ่มแอร์สักสองสามปุ่มให้กดเล่นบ้างก็น่าจะดี พื้นที่ใต้หน้าจอโล่งจนบางครั้งรู้สึกว่า “เราน่าจะวางอะไรไว้ตรงนี้สักอย่าง”

คอนโซลกลางออกแบบได้สวย ดูแลและทำความสะอาดง่าย ช่องเก็บของก็คิดมาค่อนข้างฉลาด มีพื้นที่ซ่อนของและปุ่มควบคุมบางส่วนที่จัดวางได้เรียบร้อย

ส่วน Head-up Display (แสดงผลข้อมูลบนกระจก) สำหรับผมไม่มีก็ได้ เพราะแผงหน้าปัดเดิมของรถออกแบบมาสวยและอ่านง่ายอยู่แล้ว HUD กลับทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรลอยมาขัดสายตา ผมจึงแทบไม่ได้เปิดใช้ ถ้าตัดออกแล้วช่วยลดต้นทุนหรือราคาขายได้ ผมก็ยินดีแลก แต่เรื่องนี้เป็นความชอบส่วนตัวล้วนๆ คนที่ชอบให้ข้อมูลลอยอยู่ในระดับสายตาน่าจะใช้งานได้สะดวกกว่า

เบาะสบาย พื้นที่ด้านหลังดี แต่กระจกแต่งหน้ามีเรื่องให้สาวๆ บ่น

เบาะนั่งของ MAZDA 6e ค่อนข้างสบาย เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า และเบาะคนขับมีระบบดันหลังมาให้ นั่งขับต่อเนื่องได้นานโดยไม่รู้สึกเมื่อยมาก

คอนโซลหน้าดูสวย แต่ผิวสัมผัสของวัสดุบางจุดยังรู้สึกทื่อไปเล็กน้อย ไม่ได้ให้ความรู้สึกหรูหรืออบอุ่นแบบที่คาดหวังจากดีไซน์ภายนอก

อีกจุดที่น่าจะโดนผู้โดยสาร จะโดนสาวๆบ่นแน่นอน คือ กระจกแต่งหน้ามีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่มีไฟส่องสว่างมาให้ เรื่องเล็กสำหรับบางคน แต่อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่ต้องใช้งานจริง

เบาะหลังนั่งสบาย มีพื้นที่โดยสารเหลือพอสมควร พร้อมที่พักแขนตรงกลาง ระบบปรับอากาศด้านหลังสามารถแยกอุณหภูมิซ้าย–ขวาได้ และยังควบคุมม่านบังแดดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการทดสอบพบว่าบริเวณประตูผู้โดยสารหน้ามีไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นบ่อย เวลาเข้า–ออกรถจะรู้สึกเหมือนถูกดูดเบาๆ ผู้โดยสารเจอไปประมาณ 4–5 ครั้งภายในสามวันแรก ไม่ได้แรงจนเป็นอันตราย แต่เจอบ่อยจนเริ่มสงสัยว่า รถกำลังทักทายหรือกำลังเตือนว่าอย่าลืมปิดประตูกันแน่

ลำโพง SONY 14 ตำแหน่ง แต่เสียงยังไม่ถึงกับร้องว้าว

MAZDA 6e ติดตั้งระบบเสียง SONY พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าชุดโฮมเธียเตอร์ในบ้านผม เห็นตัวเลขแล้วก็อดคาดหวังไม่ได้ว่าเสียงต้องออกมาดีแน่นอน แต่หลังจากลองฟังจริง ผมค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย

เสียงโดยรวมฟังได้สบาย ไม่เหนื่อยหู และไม่ได้แย่ แต่เมื่อเทียบกับชื่อ SONY และจำนวนลำโพงถึง 14 ตำแหน่ง มันควรทำได้ดีกว่านี้ มิติของเสียงยังไม่โดดเด่น การแยกตำแหน่งชิ้นดนตรียังไม่ชัดอย่างที่หวัง ส่วนเสียงเบสรู้สึกลอยและไม่แน่นทรงพลังเท่าที่ควร

สรุปง่ายๆ คือฟังได้เรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นเปิดเพลงแล้วต้องหันไปบอกคนข้างๆ ว่า “เฮ้ย เสียงดีมาก!”

กระจกไร้กรอบสวยจริง แต่เสียงภายนอกก็เข้ามาจริงเช่นกัน

จุดที่สังเกตได้ชัดเจนคือเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารค่อนข้างมาก เราเข้าใจว่ากระจกประตูแบบไร้กรอบให้ภาพลักษณ์ที่สวยและสปอร์ต แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือระบบซีลกระจกต้องทำงานได้ดีมาก หากซีลไม่แนบสนิท เสียงลมก็พร้อมเข้ามาทักทายทันที (ลมหวิวๆเล็กๆ หากไม่ตั้งใจฟังจะไม่ได้ยิน)

รถทดสอบคันนี้เริ่มมีเสียงลมหวิวให้ได้ยินตั้งแต่ความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. ขึ้นไป โดยเฉพาะบริเวณมุมด้านหน้าของกระจก เสียงจากภายนอกก็เล็ดลอดเข้ามาค่อนข้างชัด แม้แต่มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งอยู่อีกฝั่งของถนนสี่เลนก็ยังได้ยิน

ขณะเดียวกัน เสียงภายในรถก็เล็ดลอดออกไปด้านนอกพอสมควรเช่นกัน เรื่องนี้อาจแตกต่างกันในรถแต่ละคัน จึงอยากให้ทางมาสด้าตรวจสอบตำแหน่งกระจกและซีลยางอย่างละเอียดก่อนส่งมอบ เพราะถ้าจัดการจุดนี้ได้ MAZDA 6e จะเป็นรถที่น่าอยู่ด้วยขึ้นอีกมาก

ตอนนี้ต้องบอกว่า เรื่องเสียงนั้นเขา “เก็บทุกดอก” จริงๆ เพียงแต่เก็บเข้ามาในห้องโดยสารหมดเลย!

การขับขี่คือส่วนที่ทำให้รถคันนี้กลับมาเป็นมาสด้า ในแบบฉบับ EV

แม้ห้องโดยสารจะมีกลิ่นอายรถจีน แต่เมื่อเริ่มขับ MAZDA 6e ก็แสดงตัวตนของมาสด้าออกมาได้ชัดเจนขึ้น

นี่เป็นรถไฟฟ้าที่ขับสนุก ช่วงล่างให้ความมั่นคง ตัวรถไม่โคลงมาก เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ผมลองผ่านมาหลายรูปแบบ ทั้งโค้งแคบ โค้งต่อเนื่อง และทางรูปตัว S ในช่วงความเร็วที่เหมาะสม รถควบคุมตัวถังได้ดีและให้ความรู้สึกไว้ใจได้

การเปิดระบบหน่วงพลังงานกลับในระดับปานกลางช่วยประคองรถเวลาเข้าโค้งและลดความเร็ว ทำให้การถ่ายน้ำหนักดูต่อเนื่องและนุ่มขึ้น

บางคนอาจบอกว่าพวงมาลัยหรือการตอบสนองไม่คมเท่ารถเครื่องยนต์สันดาปของมาสด้า ซึ่งก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะรถไฟฟ้าต้องแบกน้ำหนักแบตเตอรี่จำนวนมาก ตัวรถจึงหนักกว่ารถน้ำมันหลายร้อยกิโลกรัม การเปลี่ยนทิศทางแบบฉับพลันย่อมไม่เบาและไม่คมเท่ารถที่มีน้ำหนักน้อยกว่า

แต่ในการใช้งานจริง เราคงไม่ได้หักพวงมาลัยแรงๆ ทุกวันอยู่แล้ว ถ้าต้องทำบ่อยขนาดนั้น อาจต้องย้อนกลับไปถามก่อนว่ากำลังขับรถหรือกำลังไล่จับไก่อยู่บนถนน

พวงมาลัยของ MAZDA 6e มีน้ำหนักมั่นคง จับถนัดมือ และตอบสนองเป็นธรรมชาติ คันเร่งให้กำลังทันใจ มีแรงดึงแบบรถไฟฟ้าให้รู้สึกบ้าง แต่ไม่ได้กระชากรุนแรงจนผู้โดยสารตกใจ

ส่วนแป้นเบรกทำออกมาได้นุ่ม แรงเบรกมาอย่างต่อเนื่องและควบคุมง่าย แม้กดเบรกค่อนข้างลึก ตัวรถก็ยังรักษาอาการได้ดี ไม่เกิดอาการหน้าทิ่มมาก การทำงานร่วมกันระหว่างจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ฐานล้อยาว และการควบคุมการถ่ายน้ำหนักของช่วงล่าง ช่วยให้ผู้โดยสารไม่ถูกเหวี่ยงไปข้างหน้ามากเกินไป

รีเจน 4 ระดับ เลือกให้เหมาะแล้วรถจะขับลื่นมาก

ระบบ Regenerative Braking ของ MAZDA 6e มีให้เลือกทั้งหมด 4 ระดับ

ระดับ 1–2 เป็นช่วงที่ผมคิดว่ากำลังดี ใช้งานง่าย รถชะลอตัวอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะทั้งในเมืองและการขับทั่วไป

ระดับ 3–4 ให้แรงหน่วงค่อนข้างชัด เมื่อถอนคันเร่งตัวรถจะชะลอลงเร็วกว่าเดิม คนที่ชอบขับแบบใช้คันเร่งเดียวเป็นหลักอาจถูกใจ แต่ผู้โดยสารบางคนอาจรู้สึกถึงแรงดึงได้มากกว่า

การขับในเมืองที่ต้องเร่ง–ผ่อน–หยุดบ่อย สามารถใช้ระดับรีเจนสูงขึ้นเพื่อดึงพลังงานบางส่วนกลับเข้าแบตเตอรี่ได้ ส่วนนอกเมืองหรือทางไกล ระดับ 1 ก็เพียงพอแล้ว เพราะช่วยให้รถไหลต่อเนื่องและไม่ต้องเร่งกลับบ่อย

ส่วนการขับความเร็วต่ำบนพื้นผิวขรุขระ ตัวรถมีอาการโยกซ้าย–ขวาให้รู้สึกอยู่บ้าง ซึ่งน่าจะมาจากการทำงานร่วมกันของน้ำหนักตัวรถ ฐานล้อยาว ล้อขนาดใหญ่ และการเซตช่วงล่างที่เน้นความนุ่มควบคู่กับความมั่นคง

ไม่ได้โยกจนเมารถ แต่ถ้าตั้งใจขึ้นรถมาเพื่อจะบอกว่าตัวเองเมา…อันนั้นก็ห้ามกันยากครับ

วิ่งจริง 467 กม./ชาร์จ กว่าจะหมดใช้เวลาสองวัน

หัวข้อสำคัญของรถไฟฟ้าย่อมหนีไม่พ้นระยะทางวิ่งจริงและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

หลังจากพยายามขับให้แบตเตอรี่หมด กว่าจะใช้หมดจริงๆ ก็ใช้เวลาครบสองวัน ทดสอบทั้งในเมือง นอกเมือง และทางด่วน ใช้ความเร็วหลากหลายรูปแบบใกล้เคียงกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และมีการทดสอบสมรรถนะช่วงสั้นๆ ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (มีทำ Top Speed 177 กม./ชม. สั้นๆนะ รถค่อนข้างนิ่ง เหมือนมันไปได้อีกเยอะ แต่เลขตันแล้ว)

ผลสุดท้าย MAZDA 6e ทำระยะทางรวมได้ 467 กม./ชาร์จ จากตัวเลขประชาสัมพันธ์ 654 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

คิดง่ายๆ แบตเตอรี่ทุก 1% สามารถพารถวิ่งได้เฉลี่ยประมาณ 4.67 กม. ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 16.7 kWh/100 กม.

ตัวเลขนี้ถือว่าใช้งานได้ดีสำหรับรถไฟฟ้าทรง Fastback ที่มีขนาดตัวถังค่อนข้างใหญ่ ล้อ 19 นิ้ว และให้สมรรถนะการขับขี่ในระดับที่สนุก ถ้าใช้งานทั่วไป วันหนึ่งวิ่งไม่มาก กว่าจะต้องชาร์จแต่ละครั้งอาจใช้เวลาหลายวัน จนบางคนอาจลืมไปแล้วว่าฝาชาร์จอยู่ด้านไหน แต่ถ้าขับดีๆ เราจะเห็นตัวเลข 500 กว่าๆได้เลยคันนี้

ชาร์จ DC 10–80% ภายใน 35 นาที

การทดสอบชาร์จเร็ว DC ทำกับตู้ SPARK กำลังสูงสุด 180 kW

ช่วงแรกมีรถอีกคันใช้หัวชาร์จร่วมอยู่ ระบบจึงแบ่งกำลังไฟให้ MAZDA 6e รับไฟได้ประมาณ 80 kW จนกระทั่งระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 40% รถอีกคันออกจากสถานี กำลังชาร์จของ MAZDA 6e จึงพุ่งขึ้นสูงสุดประมาณ 162 kW ก่อนลดลงตามระดับแบตเตอรี่

กำลังชาร์จที่สังเกตได้มีดังนี้

  • แบตเตอรี่ประมาณ 40% รับไฟสูงสุดราว 162 kW
  • แบตเตอรี่ 50% รับไฟประมาณ 145 kW
  • แบตเตอรี่ 60% รับไฟประมาณ 125 kW
  • ช่วงแบตเตอรี่ 60–80% กำลังชาร์จลดลงมาอยู่แถว 80 kW

สุดท้ายการชาร์จจาก 10–80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

รอบนี้เราไม่ได้เห็นกำลังชาร์จพุ่งสูงตั้งแต่ช่วงแรก เพราะต้องแบ่งไฟกับรถคันข้างๆ แต่เมื่ออีกคันออกไป MAZDA 6e ก็สามารถดึงกำลังไฟขึ้นไปแตะประมาณ 162 kW ได้

เวลารวม 35 นาทีถือว่าอยู่ในระดับใช้งานเดินทางไกลได้สบาย จอดพัก เข้าห้องน้ำ หาอะไรกิน กลับมาอีกทีแบตเตอรี่ก็พร้อมเดินทางต่อแล้ว

สรุปหลังอยู่ด้วยกัน 5 วัน

MAZDA 6e เป็นรถไฟฟ้าที่มีบุคลิกน่าสนใจมาก ภายนอกสวย สปอร์ต และมีเอกลักษณ์แบบมาสด้า ขณะที่ภายในให้บรรยากาศทันสมัยตามแนวทางรถจีน จอกลางใหญ่ ฟังก์ชันเยอะ และห้องโดยสารกว้างสบาย

จุดเด่นที่สุดคือการขับขี่ ช่วงล่างให้ความมั่นใจ เข้าโค้งสนุก พวงมาลัยจับถนัด แป้นเบรกนุ่มและควบคุมง่าย ระยะทางวิ่งจริง 467 กม./ชาร์จ (ขับเอาสนุกไง) ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางไกล

ส่วนจุดที่ยังอยากให้ปรับปรุงคือการเก็บเสียงและซีลกระจกไร้กรอบ ระบบเสียง SONY 14 ตำแหน่งที่ยังไม่ดีเท่าความคาดหวัง รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างไฟฟ้าสถิตบริเวณประตูผู้โดยสารหน้า

สรุปสั้นๆ MAZDA 6e คือรถที่ “ขับแล้วสนุก แต่นั่งเงียบๆ อาจได้ยินทุกอย่างรอบตัว” ถ้ามาสด้าจัดการเรื่องเสียงรบกวนและปรับระบบเสียงให้สมกับจำนวนลำโพงได้ รถคันนี้จะกลายเป็นหนึ่งในรถไฟฟ้า Fastback ที่น่าใช้มากรุ่นหนึ่ง

ทดสอบ และ เขียนบทความโดย นัท AEROMECHX , CAR250

MAZDA 6e Full SPEC เวอร์ชันไทย

รถยนต์ไฟฟ้า 100% ตัวถัง 5 ประตู NeoFastback นำเข้าทั้งคันจากโรงงาน Changan Mazda เมืองหนานจิง ประเทศจีน มี 2 รุ่นย่อย โดยขุมพลังและอุปกรณ์หลักเหมือนกัน ต่างกันที่วัสดุและโทนตกแต่งห้องโดยสาร

Advertisement Advertisement

ราคา

  • Mazda 6e Long Range RWD Premium — 1,169,000 บาท
  • Mazda 6e Long Range RWD Exclusive — 1,199,000 บาท

มิติตัวถัง

  • ความยาว 4,921 มม.
  • ความกว้าง 1,890 มม.
  • ความสูง 1,491 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,895 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 114 มม.
  • น้ำหนักตัวรถประมาณ 1,952 กก.
  • ที่เก็บสัมภาระท้าย 336 ลิตร
  • พับเบาะหลังเพิ่มพื้นที่สูงสุด 1,074 ลิตร
  • ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า 72 ลิตร
  • เบาะหลังพับแยก 60:40
  • ล้ออัลลอย 19 นิ้ว
  • ยาง Michelin e-Primacy ขนาด 245/45 R19

มอเตอร์และสมรรถนะ

  • มอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous Motor
  • มอเตอร์เดี่ยวติดตั้งด้านหลัง
  • ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
  • กำลังสูงสุด 190 kW
  • กำลังสูงสุด 258 แรงม้า PS
  • แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร
  • เกียร์อัตโนมัติ Single-Speed
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 7.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม.
  • การกระจายน้ำหนักหน้า–หลังใกล้เคียง 50:50

แบตเตอรี่และระยะทาง

  • แบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ LFP
  • ความจุ 77.9 kWh
  • ระยะทางสูงสุด 654 กม./ชาร์จ มาตรฐาน NEDC
  • ตัวเลขเทียบเคียง WLTP ประมาณ 560 กม.
  • อัตราสิ้นเปลืองเคลมประมาณ 14.0 kWh/100 กม.
  • ระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่
  • เทคโนโลยี 3C Fast Charging
  • Pulse Heating เตรียมอุณหภูมิแบตเตอรี่ก่อนชาร์จ
  • ตรวจสอบความปลอดภัยแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์

การชาร์จ

  • ช่องชาร์จ AC Type 2
  • รองรับ AC 3 เฟส สูงสุด 11 kW
  • ช่องชาร์จเร็ว DC CCS Combo 2
  • รองรับ DC สูงสุด 194 kW
  • DC 30–80% ประมาณ 15 นาที
  • ชาร์จ 15 นาที เพิ่มระยะทางได้ประมาณ 235 กม. NEDC

ระบบขับขี่

  • โหมด Comfort/Normal
  • โหมด Sport
  • โหมด Individual
  • ปรับน้ำหนักพวงมาลัย Comfort/Sport
  • ปรับการตอบสนองคันเร่ง Comfort/Sport
  • ระบบ Regenerative Brake 4 ระดับ
    • Low
    • Comfort
    • Sport
    • Strong
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • Auto Brake Hold
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS

อุปกรณ์ภายนอก

  • ไฟหน้า LED Signature
  • ไฟส่องสว่างกลางวัน LED แบบ Flying Signature
  • ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ HBC
  • ไฟท้าย LED Through-Flow Light Bar
  • ระบบ Charging Status Light แสดงสถานะการชาร์จ
  • โลโก้ กระจังหน้า และไฟท้ายเรืองแสงขณะชาร์จ
  • ประตูแบบไร้กรอบ Frameless Doors
  • มือเปิดประตูแบบฝังเรียบ
  • สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า ยก–เก็บอัตโนมัติตามความเร็ว
  • สามารถสั่งเปิดสปอยเลอร์ด้วยตนเอง
  • ฝาท้ายเปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • หลังคากระจก Panoramic Roof แบบ Fixed
  • กระจกหลังคากรองแสงและลดความร้อน
  • ม่านบังแดดหลังคาเปิด–ปิดด้วยไฟฟ้า
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับฝน
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกมองข้าง
  • กระจกมองข้างจดจำตำแหน่ง
  • ปรับมุมกระจกอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง
  • ระบบ Smart Welcome Mode

ภายในและเบาะนั่ง

  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง
  • ระบบดันหลังไฟฟ้า
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะคนขับ
  • เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ระบบเลื่อนเบาะคนขับต้อนรับเมื่อขึ้น–ลงรถ
  • เบาะคู่หน้าระบายอากาศ
  • เบาะคู่หน้าระบบทำความร้อน
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง
  • พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง
  • ระบบทำความร้อนพวงมาลัย
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติทั้ง 4 บาน
  • ระบบป้องกันกระจกหนีบ
  • ไฟ Ambient Light 64 สี ปรับความสว่างได้ 6 ระดับ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซน
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • หน้าจอควบคุมแอร์สำหรับผู้โดยสารหลัง
  • ผู้โดยสารหลังควบคุมม่านหลังคาและตำแหน่งเบาะหน้าได้
  • Scenario Mode เช่น Rest, Relax, Leaving/Pet และ Car Wash Mode

หน้าจอและระบบความบันเทิง

  • จอมาตรวัดดิจิทัล 10.1 นิ้ว
  • หน้าจอกลางสัมผัส 14.6 นิ้ว
  • AR Head-up Display เสมือนขนาด 50 นิ้ว ที่ระยะ 7.5 เมตร
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155
  • RAM 12GB
  • Apple CarPlay แบบไร้สาย
  • Android Auto แบบไร้สาย
  • ระบบเสียงพรีเมียม Sony
  • ลำโพง 14 ตำแหน่ง
  • ลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง รองรับภาษาไทยและอังกฤษ
  • ระบบจดจำเสียงแยกตามตำแหน่งผู้โดยสาร
  • Gesture Control สั่งงานด้วยท่าทาง
  • Bluetooth
  • USB-A และ USB-C ด้านหน้า
  • USB-C ด้านหลัง
  • ช่องจ่ายไฟ 12V
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
  • รองรับอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA

MAZDA6e Application

  • ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่และระยะทางคงเหลือ
  • ดูสถานะและเวลาชาร์จแบบเรียลไทม์
  • ตั้งเวลาชาร์จ
  • ล็อก–ปลดล็อกรถ
  • เปิด–ปิดกระจก
  • เปิด–ปิดฝาท้าย
  • สั่งระบบปรับอากาศล่วงหน้า
  • ควบคุมระบบระบายอากาศเบาะ
  • ค้นหารถด้วยแตรและไฟ
  • ตรวจสอบสถานะประตูและหน้าต่าง
  • Bluetooth Digital Key
  • สตาร์ตรถผ่านโทรศัพท์
  • แชร์สิทธิ์ใช้งานรถได้สูงสุด 3 คน

ระบบความปลอดภัยและ ADAS

  • ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง
    • คู่หน้า 2
    • ด้านข้างคู่หน้า 2
    • ด้านข้างผู้โดยสารหลัง 2
    • ม่านนิรภัย 2
    • ถุงลมกลางระหว่างเบาะหน้า 1
  • ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
  • ระบบตรวจแรงดันลมยาง TPMS
  • จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
  • เซ็นเซอร์กะระยะหน้า–หลัง
  • กล้องรอบคัน 360 องศา
  • See-Through View มองภาพใต้ท้องรถ
  • Side View Monitor แสดงภาพด้านข้างเมื่อเปิดไฟเลี้ยว
  • MRCC Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go
  • CTS ควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า
  • FCW เตือนการชนด้านหน้า
  • RCW เตือนความเสี่ยงถูกชนด้านหลัง
  • SBS-F เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหน้า
  • SBS-RC เบรกฉุกเฉินเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหลัง
  • SCM ป้องกันการชนซ้ำ
  • LAS ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • LDWS เตือนรถออกนอกเลน
  • LDP ป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน
  • ELK ช่วยควบคุมรถกลับเข้าสู่เลนฉุกเฉิน
  • BSM/ABSM เตือนรถในจุดอับสายตา
  • RCTA เตือนรถตัดผ่านขณะถอย
  • DOW เตือนอันตรายขณะเปิดประตู
  • FDM ตรวจสอบระยะห่างจากรถคันหน้า
  • BOS ตัดกำลังเมื่อเหยียบเบรกและคันเร่งพร้อมกัน
  • DMS ตรวจจับพฤติกรรมและความเหนื่อยล้าของผู้ขับ
  • HBC ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้