Honda Super-ONE เตรียมเปิดราคาไทย 14 สิงหาคม 2569 นำเข้าญี่ปุ่นจำนวนจำกัดเพียง 30 คัน

Honda Super-ONE เตรียมเปิดราคาไทย 14 สิงหาคม 2569 นำเข้าญี่ปุ่นจำนวนจำกัดเพียง 30 คัน
ฮอนด้าประเทศไทยยืนยันเตรียมเปิดตัวและประกาศราคาจำหน่าย Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยจะมีจำนวนจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 30 คันภายในปีนี้
การนำเข้า Honda Super-ONE ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ในการขยายไลน์อัปรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ xEV ให้ครอบคลุมการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทยมากขึ้น
เปิดรับ 50 สิทธิ์ ทดลองขับก่อนใครในไทย
ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ฮอนด้าเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ “Super-ONE Street Club” เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสรถคันจริงและทดลองขับ Honda Super-ONE ก่อนใครในประเทศไทย ณ DAS HAUS BKK
กิจกรรมดังกล่าวเปิดรับผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัดเพียง 50 สิทธิ์ แต่ละสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตามมาได้อีก 1 คน รวมสูงสุดไม่เกิน 2 คนต่อสิทธิ์ ภายในงานยังมีกิจกรรมและปาร์ตี้ที่ถ่ายทอดบรรยากาศคัลเจอร์ญี่ปุ่น เพื่อสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม–6 สิงหาคม 2569 ผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand โดยฮอนด้าจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569
รถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาภายใต้แนวคิด e: Dash BOOSTER
Honda Super-ONE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” ซึ่งมุ่งเปลี่ยนการเดินทางในชีวิตประจำวันให้มีความสนุกและเร้าใจมากขึ้น พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ด้าน Fun of Driving ที่ฮอนด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด
ชื่อ “Super-ONE” มีความหมายมาจากความตั้งใจที่จะสร้างรถยนต์ซึ่งก้าวข้ามมาตรฐานเดิมในความหมายของคำว่า “Super” พร้อมมอบบุคลิกและคุณค่าเฉพาะตัวแบบ “One and only”
Honda Super-ONE จึงไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับเดินทางในเมืองเท่านั้น แต่ยังเน้นประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง มีความสนุก และสะท้อนบุคลิกของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน
เติมไลน์อัปรถยนต์ไฟฟ้าฮอนด้าในประเทศไทย
การเปิดตัว Honda Super-ONE จะช่วยเติมเต็มกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของฮอนด้าในประเทศไทย พร้อมตอบรับความสนใจของแฟนฮอนด้าที่ติดตามรถรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนรถที่นำเข้ามาจำหน่ายเพียง 30 คันภายในปี 2569 ทำให้ Honda Super-ONE กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นพิเศษที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟสูง ขณะที่รายละเอียดด้านรุ่นย่อย อุปกรณ์มาตรฐาน ขุมพลัง แบตเตอรี่ ระยะทางวิ่ง และราคาจำหน่ายในประเทศไทย ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
เตรียมติดตามการเปิดตัวและประกาศราคา Honda Super-ONE ใหม่ ในประเทศไทย วันที่ 14 สิงหาคม 2569

Honda เปิดตัว “Super-ONE” รถยนต์ไฟฟ้า EV ขนาดเล็กสายพันธุ์สปอร์ต มอบประสบการณ์ขับขี่เร้าใจภายใต้คอนセปต์ e:Dash BOOSTER
Honda (ฮอนด้า) ประกาศเปิดตัว “Super-ONE” (ซูเปอร์-วัน) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดเล็กอย่างเป็นทางการ พร้อมวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยมาพร้อมกับกรอบแนวคิดหลัก (Grand Concept) “e: Dash BOOSTER” ที่จะเปลี่ยนการเดินทางในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นความตื่นเต้นและสร้างความเร้าใจในทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัย
ตัวรถได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากพื้นฐานของรถสไตล์ซิตี้คาร์อย่าง “N-ONE e:” นำมาขยายความกว้างตัวถังและช่วงล้อ พร้อมติดตั้งนวัตกรรมและลูกเล่นต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น
ที่มาของชื่อ “Super-ONE” และทิศทางกลยุทธ์ EV ของ Honda
ชื่อ Super-ONE สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Honda ที่ต้องการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เป็นยิ่งกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป และก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของรถยนต์ขนาดเล็ก (K-Car) เพื่อมอบมิติใหม่แห่งคุณค่าที่มีเพียงหนึ่งเดียว (One and Only) ให้แก่ลูกค้า นอกเหนือจากความเป็นมิตรต่อ環境และความคล่องตัวในการใช้งานในเมืองแล้ว รถรุ่นนี้ยังผสาน “ความสนุกในการควบคุมขับขี่” (Joy of Handling) เข้ากับการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นหรือได้ยิน เพื่อมอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยพลังและความโก่งก๊องเร้าใจ
การเปิดตัว Super-ONE ในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมทัพรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม FUN Zone ต่อเนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก “N-VAN e:”, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็ก “N-ONE e:”, และรถยนต์นั่งขนาดกลางอย่าง “INSIGHT” นอกจากนี้ Honda ยังมีแผนที่จะเปิดตัว “N-BOX” เวอร์ชันไฟฟ้า (EV) ภายในปี 2028 เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์เด่นและคุณสมบัติของ Super-ONE
การออกแบบ (Design) ที่สะท้อนความสปอร์ตดุดัน
- ภายนอก (Exterior): โดดเด่นด้วยซุ้มล้อแบบโป่งขยาย (Blister Fender) ที่โอบรับกับยางหน้ากว้าง ช่วยให้ตัวรถดูเตี้ย สปอร์ต และมีฐานล้อที่มั่นคง (Low & Wide Stance) พร้อมชุดแต่งแอโรไดนามิกรอบคันและช่องดักลม (Air Duct) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ผสานทั้งฟังก์ชันการรีดอากาศและความสวยงามได้อย่างลงตัว
- ภายใน (Interior): ห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งทรงสปอร์ต (Sport Seats) ที่โอบกระชับสรีระได้เป็นอย่างดี เพิ่มลูกเล่นความสนุกด้วยการแต่งผิวสัมผัสโทนสีน้ำเงินแบบอシンメทรี (Asymmetry – ซ้ายขวาไม่เหมือนกัน) แผงคอนโซลหน้าออกแบบเน้นเส้นสายแนวนอน (Horizontal Layout) ช่วยเปิดทัศนวิสัยให้โปร่งโล่งและลดการรบกวนสายตา เพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการควบคุมรถได้อย่างเต็มที่
แพลตฟอร์มและการจัดวางพื้นที่ (Packaging)
พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มของ N-ONE e: ที่ขึ้นชื่อเรื่องตัวถังคอมแพクトแต่ห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัว โดย Super-ONE ได้รับการขยายความกว้างช่วงล้อ (Tread) เพิ่มขึ้นอีก 40 มม. เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทรงตัวและการเข้าโค้ง ทั้งยังคงรักษาฟังก์ชันเบาะนั่งด้านหลังแบบไดฟ์ดาวน์ (Dive-down) และทิปอัป (Tip-up) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Honda N-Series เอาไว้ ทำให้ตอบโจทย์ทั้งความอเนกประสงค์ในการบรรทุกสัมภาระและความสนุกในการขับขี่ไปพร้อมกัน
สิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงระดับพรีเมียม
- ระบบเสียง BOSE Premium Sound System: ถือเป็นครั้งแรกของรถยนต์ขนาดเล็กจาก Honda ที่มีการติดตั้งระบบเสียงระดับโลกนี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มาพร้อมเทคโนโลยี “Dynamic Speed Compensation” ปรับระดับเสียงตามความเร็วรถอัตโนมัติ และลำโพงทั้งหมด 8 ตำแหน่ง รวมถึงซับวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ 13.1 ลิตร บริเวณห้องเก็บสัมภาระท้าย ให้เสียงเบสที่แน่นและมิติเสียงที่สมจริง
- หน้าจอ Honda CONNECT ขนาด 9 นิ้ว: มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Google ในตัว (Google Built-in) รองรับบริการ Honda Total Care Premium และสามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Google Maps ระหว่างสมาร์ทโฟนและตัวรถได้อย่างไร้รอยต่อ
อุ่นใจทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน “Honda SENSING”
Super-ONE ติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยรวบรวมฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ไว้มากถึง 14 ฟังก์ชันหลัก ดังนี้:
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่
- ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อรถออกนอกเลนเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุกับคนเดินถนน
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ
- ระบบจดจำและแสดงป้าย交通
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- ระบบช่วยขับขี่ในความเร็วต่ำท่ามกลางการจราจรติดขัด (Traffic Jam Assist)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)
- ระบบป้องกันการออกตัวไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน (เมื่อเหยียบแป้นคันเร่งผิดพลาด)
- ระบบป้องกันการถอยหลังอย่างกะทันหัน (เมื่อเหยียบแป้นคันเร่งผิดพลาด)
- ระบบช่วยเบรกในระยะประชิด
- ระบบป้องกันการเร่งความเร็วอย่างรุนแรงโดยไม่ตั้งใจ (ต้องเปิดการตั้งค่าผ่านผู้จำหน่าย)
- ระบบเซนเซอร์กะระยะรอบคัน (Parking Sensor System)
ราคาจำหน่ายและสีตัวถัง
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (ในประเทศญี่ปุ่น)
- รุ่น Super-ONE (ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FF / ความจุ 4 ที่นั่ง): ราคา 3,390,200 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%) หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 696,000 บาท *(คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 JPY = 0.2053 THB)*
เงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (งบประมาณเพิ่มเติมปีงบประมาณ 2568): 1.3ล้านเยน หรือ 267,000 บาท ราคาอ้างอิงหลังหักเงินอุดหนุน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม): 2,090,200 เยน หรือ 428,000 บาท
*หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าประกันภัย ภาษี และค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนอื่น ๆ
ตัวเลือกสีตัวถัง (Exterior Colors):
มีให้เลือกทั้งแบบสีโมโนโทน และสีทูโทนหลังคาดำสุดสปอร์ต ประกอบด้วย:
- สีม่วง Boost Violet Pearl (สีใหม่เฉพาะรุ่น) *มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- สีขาว Platinum White Pearl *มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- สีเหลือง Charge Yellow *มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- สีเทา Luminous Gray *มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- สีดำ Crystal Black Pearl
- สไตล์ทูโทน (หลังคาดำจับคู่กับสีตัวถัง): Boost Violet & Black, Platinum White & Black, Charge Yellow & Black, Luminous Gray & Black *มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสีทูโทน
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค – Super-ONE (Honda ZAA-JG6)
ข้อมูลมิติตัวถังและขนาด (Dimensions & Weight)
- ความยาวรวม: 3,580 มม.
- ความกว้างรวม: 1,575 มม.
- ความสูงรวม: 1,615 มม.
- ระยะฐานล้อ: 2,520 มม.
- ความกว้างช่วงล้อ (หน้า / หลัง): 1,345 มม./ 1,345 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 140 มม.
- น้ำหนักตัวรถ: 1,090 กิโลกรัม
- จำนวนผู้โดยสาร: 4 ที่นั่ง
- ขนาดภายในห้องโดยสาร (ยาว × กว้าง × สูง): 2.010 เมตร × 1.300 เมตร × 1.170 เมตร
ข้อมูลระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ (Powertrain & Performance)
- ชื่อรุ่นและรหัสตัวถัง: ฮอนด้า (Honda) รหัส ZAA-JG6
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF)
- ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์ซิงโครนัสกระแสสลับ (AC Synchronous Motor) รหัส MCF7
- กำลังไฟฟ้าพิกัด (Rated Output): 39 กิโลวัตต์
- พละกำลังสูงสุด: 70 กิโลวัตต์ (95 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 162 นิวตันเมตร (16.5 กิโลกรัมเมตร)
- ประเภทแบตเตอรี่หลัก: ลิเธียมไอออน (Lithium-ion)
- ความจุแบตเตอรี่: 29.6kWh
- แรงดันไฟฟ้าทั้งหมด: 358 โวลต์
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.2 เมตร
- AC: 6 kW ชาร์จเต็มประมาณ 4.5 ชั่วโมง
- DC Fast Charge: 50 kW ชาร์จถึง 80% ประมาณ 30 นาที
อัตราสิ้นเปลืองและการขับขี่ (Range & Efficiency)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม (WLTC): 274 กิโลเมตร
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย: 114 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลเมตร (Wh/km)
- โหมดขับขี่ในเมือง (WLTC-L): 86 Wh/km (จำลองการขับขี่ความเร็วต่ำ มีรถติดและสัญญาณไฟ)
- โหมดขับขี่ชานเมือง (WLTC-M): 105 Wh/km (จำลองการขับขี่ที่ไหลลื่น รถไม่ติดมาก)
- โหมดขับขี่บนทางหลวง (WLTC-H): 133 Wh/km (จำลองการขับขี่ความเร็วสูงบนทางด่วน)
ระยะทางการวิ่งและอัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเป็นค่าที่ได้จากการทดสอบตามเงื่อนไขมาตรฐานที่กำหนด ในการใช้งานจริง ตัวเลขจะแปรผันตามสภาพแวดล้อมของผู้ใช้ และพฤติกรรมการขับขี่ โดยเฉพาะระยะทางที่วิ่งต่อวัน สถานะของแบตเตอรี่ และการเปิดแอร์จะมีผลต่อระยะทางอย่างมาก
ระบบบังคับเลี้ยว ช่วงล่าง และระบบเบรก (Chassis & Safety)
- ระบบบังคับเลี้ยว: แร็คแอนด์พีเนียน พร้อมระบบพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (EPS)
- ขนาดยาง (หน้า / หลัง): 185/55R15 82V
- ระบบเบรกหน้า: ดิสก์เบรกระบบไฮดรอลิก
- ระบบเบรกหลัง: ดรัมเบรกระบบไฮดรอลิก (Leading-Trailing)
- ระบบกันสะเทือนหน้า: แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)
- ระบบกันสะเทือนหลัง: ทอร์ชันบิม / คานแข็ง (Torsion Beam)
- เหล็กกันโคลง (หน้า / หลัง): ติดตั้งทอร์ชันบาร์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ: Honda Super-ONE Product Site




