Honda เล็งดึง Tata Technologies พัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใหม่ รองรับทั้ง ICE, Hybrid และ EV หวังลดต้นทุน–เร่งเปิดตัวรถรุ่นใหม่



Honda เล็งดึง Tata Technologies พัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใหม่ รองรับทั้ง ICE, Hybrid และ EV หวังลดต้นทุน–เร่งเปิดตัวรถรุ่นใหม่
มีรายงานว่า Honda Motor เตรียมปรับแนวทางการพัฒนารถยนต์ครั้งสำคัญ ด้วยการมอบหมายให้ Tata Technologies บริษัทวิศวกรรมจากอินเดีย เข้ามารับผิดชอบการพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์รุ่นใหม่แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการวางระบบสำหรับการผลิตจริง
แพลตฟอร์มใหม่นี้คาดว่าจะสามารถรองรับระบบขับเคลื่อนได้หลายประเภท ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ โดยอาจถูกนำไปใช้เป็นพื้นฐานสำหรับรถยนต์ Honda หลายรุ่นในอนาคต
หากรายงานดังกล่าวเป็นความจริง นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ Honda มอบหมายให้บริษัทให้บริการด้านวิศวกรรมจากอินเดีย รับผิดชอบการพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์แบบ End-to-End หรือดำเนินการตั้งแต่ต้นจนจบ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการลดต้นทุนการพัฒนาและเพิ่มความรวดเร็วในการนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด
Honda อาจเปลี่ยนแนวทางการพัฒนารถยนต์ครั้งใหญ่
ที่ผ่านมา Honda เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มรถยนต์ภายในองค์กรเป็นหลัก งานด้านวิศวกรรมสำคัญจำนวนมากมักถูกควบคุมโดยสำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัยของบริษัทในญี่ปุ่น
ดังนั้น การมอบหมายให้บริษัทภายนอกเข้ามารับผิดชอบการพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ทั้งระบบ จึงถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
โครงการนี้ยังดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงความร่วมมือในลักษณะแบ่งหน้าที่กันฝ่ายละครึ่ง แต่ Tata Technologies อาจได้รับบทบาทหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ โดย Honda จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน คุณสมบัติ และเป้าหมายของผลิตภัณฑ์
แนวทางดังกล่าวแตกต่างจากการทำ Badge Engineering ซึ่งเป็นการนำรถยนต์ของผู้ผลิตรายหนึ่งมาเปลี่ยนตราสัญลักษณ์หรือปรับรายละเอียดบางส่วน แล้วจำหน่ายภายใต้แบรนด์อื่น กรณีของ Honda และ Tata Technologies เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่อาจถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ของ Honda ในอนาคต
แพลตฟอร์มใหม่รองรับทั้งเครื่องยนต์ ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า สถาปัตยกรรมรถยนต์ที่ Tata Technologies อาจพัฒนาให้ Honda จะสามารถรองรับระบบขับเคลื่อนได้อย่างน้อย 3 รูปแบบ ได้แก่
- เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE
- ระบบไฮบริด
- ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ หรือ BEV
การออกแบบแพลตฟอร์มให้รองรับระบบขับเคลื่อนหลายประเภท จะช่วยให้ Honda สามารถนำโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันไปพัฒนาเป็นรถยนต์หลายรุ่นและหลายรูปแบบได้ ตัวอย่างเช่น รถยนต์รุ่นหนึ่งอาจมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน รุ่นไฮบริด และรุ่นไฟฟ้า โดยใช้โครงสร้างตัวถัง จุดยึดช่วงล่าง และองค์ประกอบการผลิตบางส่วนร่วมกัน วิธีนี้จะช่วยลดต้นทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ลดจำนวนชิ้นส่วนเฉพาะรุ่น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตให้กับโรงงาน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวจะถูกใช้กับรถยนต์ประเภทใด อาจเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถซีดาน หรือรถ SUV สำหรับตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อรุ่น กำหนดการเปิดตัว หรือประเทศที่จะเป็นตลาดแรกอย่างเป็นทางการ
แพลตฟอร์มรถยนต์สำคัญอย่างไร
แพลตฟอร์มรถยนต์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นใต้ท้องรถ แต่เป็นโครงสร้างหลักที่กำหนดคุณสมบัติพื้นฐานเกือบทั้งหมดของรถยนต์แต่ละรุ่น
แพลตฟอร์มจะมีผลต่อทั้ง
- ความยาว ความกว้าง และความสูงของตัวรถ
- ระยะฐานล้อ
- ตำแหน่งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
- ตำแหน่งมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดแบตเตอรี่
- รูปแบบระบบกันสะเทือน
- พื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ
- จุดยึดตัวถังและโครงสร้างนิรภัย
- กระบวนการประกอบภายในโรงงาน
- ต้นทุนการผลิตต่อคัน
การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่จึงเป็นหนึ่งในกระบวนการที่มีต้นทุนสูงและใช้เวลามากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ หากแพลตฟอร์มหนึ่งสามารถนำไปใช้กับรถยนต์หลายรุ่นได้สำเร็จ ผู้ผลิตจะสามารถกระจายต้นทุนการพัฒนาไปยังยอดขายจำนวนมาก และเพิ่มความคุ้มค่าทางธุรกิจได้
Tata Technologies ไม่ใช่ Tata Motors
สิ่งสำคัญคือต้องแยกความแตกต่างระหว่าง Tata Technologies และ Tata Motors แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะอยู่ภายใต้กลุ่ม Tata Group ของอินเดียเหมือนกัน Tata Motors เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของอินเดีย และเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์รถยนต์อย่าง Jaguar และ Land Rover ขณะที่ Tata Technologies เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านวิศวกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่
- อุตสาหกรรมยานยนต์
- อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
- อุตสาหกรรมเครื่องจักร
- ภาคการผลิต
- ระบบซอฟต์แวร์และดิจิทัล
ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Honda จะนำรถยนต์ที่มีอยู่แล้วของ Tata Motors มาเปลี่ยนโลโก้และจำหน่ายในชื่อ Honda แต่ Tata Technologies จะทำหน้าที่ในฐานะผู้ให้บริการด้านวิศวกรรม เพื่อช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มหรือโครงสร้างรถยนต์ใหม่ตามข้อกำหนดของ Honda
หาก Tata Technologies ได้รับผิดชอบโครงการแบบครบวงจรจริง บริษัทอาจมีบทบาทตั้งแต่การวิเคราะห์แนวคิด การออกแบบทางวิศวกรรม การจำลองโครงสร้าง การเลือกวัสดุ การพัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิต
ทำไม Honda ต้องพึ่งทรัพยากรจากภายนอก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับแผนปรับโครงสร้างธุรกิจของ Honda ซึ่งกำลังพยายามลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนารถยนต์ หลังจาก Honda ทบทวนแผนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทส่งสัญญาณว่าจะนำทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากภายนอกมาใช้อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น Honda ยังประกาศแนวทางที่เรียกว่า Triple Half โดยมีเป้าหมายลดองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนารถยนต์ลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับระดับปี 2025 ได้แก่
- ลดต้นทุนการพัฒนาลง 50%
- ลดระยะเวลาการพัฒนาลง 50%
- ลดภาระงานด้านการพัฒนาลง 50%
เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนว่า Honda ต้องการเปลี่ยนกระบวนการพัฒนารถยนต์ให้มีความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และใช้เงินลงทุนน้อยลง
การใช้บริษัทวิศวกรรมจากอินเดียจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากอินเดียมีบุคลากรด้านวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ และการออกแบบจำนวนมาก ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง
Honda อาจยังคงควบคุมมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สมรรถนะ และลักษณะการขับขี่ของรถยนต์ แต่ส่งต่องานวิศวกรรมบางส่วนให้พันธมิตรภายนอกดำเนินการ
Honda ต้องการฟื้นตลาดอินเดีย
แพลตฟอร์มใหม่นี้อาจมีความสำคัญต่อการฟื้นธุรกิจของ Honda ในตลาดอินเดีย ในอดีต Honda เคยมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งในอินเดียเกือบ 7% แต่ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือต่ำกว่า 2% หนึ่งในปัญหาสำคัญคือ Honda มีไลน์อัปรถยนต์ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ในอินเดีย เช่น Maruti Suzuki, Hyundai, Tata Motors และ Mahindra ตลาดอินเดียยังมีความต้องการรถ SUV ขนาดเล็กและรถอเนกประสงค์ราคาจับต้องได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Honda มีรถยนต์ให้เลือกไม่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์
การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ร่วมกับ Tata Technologies อาจช่วยให้ Honda สามารถสร้างรถยนต์หลายรุ่นได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงลดต้นทุนให้เหมาะสมกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในอินเดีย รถยนต์จากแพลตฟอร์มใหม่นี้อาจไม่ได้จำหน่ายเฉพาะในอินเดียเท่านั้น แต่อาจถูกส่งออกไปยังตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา
อาจเป็นพื้นฐานสำหรับรถยนต์หลายรุ่นในอนาคต
เนื่องจากแพลตฟอร์มใหม่ได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งเครื่องยนต์ ไฮบริด และไฟฟ้า จึงมีความเป็นไปได้ว่า Honda จะนำไปใช้กับรถยนต์หลายประเภท
ตัวอย่างที่มีความเป็นไปได้ ได้แก่
- รถ SUV ขนาดเล็กสำหรับตลาดอินเดีย
- รถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด
- รถซีดานราคาประหยัด
- รถยนต์ไฮบริดสำหรับตลาดเกิดใหม่
- รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในอินเดียเพื่อจำหน่ายและส่งออก
การใช้แพลตฟอร์มเดียวกันกับรถหลายรุ่นจะช่วยให้ Honda เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ในตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นพัฒนาใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง นอกจากนี้ ยังช่วยให้บริษัทสามารถปรับสัดส่วนการผลิตระหว่างรถเครื่องยนต์ รถไฮบริด และรถไฟฟ้าได้ตามความต้องการของแต่ละประเทศ
ตลาดบางแห่งอาจยังต้องการรถเครื่องยนต์และรถไฮบริดเป็นหลัก ขณะที่ตลาดที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมกว่า อาจให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้า
Honda ยังไม่ยืนยันรายละเอียดโครงการ
Honda ระบุเพียงว่า บริษัทพิจารณาความร่วมมือกับพันธมิตรภายนอกอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงกับ Tata Technologies
ด้าน Tata Technologies ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว
ดังนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตงาน งบประมาณ ระยะเวลาในการพัฒนา และจำนวนรถยนต์ที่จะใช้แพลตฟอร์มนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม หากโครงการดำเนินหน้าไปตามรายงาน จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ Honda ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนารถยนต์ จากเดิมที่เน้นการพัฒนาภายในองค์กร ไปสู่การใช้เครือข่ายพันธมิตรภายนอกมากขึ้น
บทสรุป
การมอบหมายให้ Tata Technologies พัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใหม่ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ครั้งใหม่สำหรับ Honda แพลตฟอร์มดังกล่าวคาดว่าจะรองรับทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ Honda สามารถพัฒนารถยนต์หลายรุ่นบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันได้
เป้าหมายสำคัญคือการลดต้นทุน ลดระยะเวลาการพัฒนา ลดภาระงานของทีมวิศวกรรม และเพิ่มความรวดเร็วในการเปิดตัวรถยนต์ใหม่
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวอาจช่วยให้ Honda ฟื้นส่วนแบ่งตลาดในอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์ให้เลือกค่อนข้างจำกัด และกำลังเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจากผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นและแบรนด์ต่างประเทศ
ยังต้องติดตามว่าแพลตฟอร์มใหม่นี้จะถูกนำไปใช้กับรถยนต์รุ่นใด และจะจำหน่ายเฉพาะในอินเดีย หรือถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับตลาดอื่น ๆ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
คำค้นหา: Honda Tata Technologies, Honda แพลตฟอร์มใหม่, Honda รถยนต์อินเดีย, Tata Technologies พัฒนาแพลตฟอร์ม, Honda Hybrid, Honda EV, Honda รถยนต์ไฟฟ้า, Honda ลดต้นทุน, แพลตฟอร์มรถยนต์ Honda, รถ Honda รุ่นใหม่

