GWM TANK 300 Hook Road เปิดขายจีน ราคา 1.24 ล้านบาท คานแข็งหน้า–หลัง พร้อมลุยสายปีนหิน

GWM TANK 300 Hook Road เปิดขายในจีน 250,000 หยวน หรือประมาณ 1.245 ล้านบาท คานแข็งหน้า–หลัง พร้อมลุยสายปีนหิน
ชื่อรุ่นและการเปิดจำหน่าย
- ชื่อรุ่น TANK 300 Hook Road
- เปิดจำหน่ายในจีนวันที่ 20 กันยายน 2569
- ล็อตแรกจำกัด 300 คัน
- จัดลำดับการผลิตตามการยืนยันคำสั่งซื้อ
- พัฒนาสำหรับผู้ชื่นชอบออฟโรดจริงจัง โดยเฉพาะเส้นทางหินและอุปสรรคที่ต้องใช้ความสามารถของช่วงล่างสูง
ราคาจำหน่ายในจีน
- ราคา 250,000 หยวน
- ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด 1 หยวน = 4.980 บาท
- คำนวณเป็นเงินไทย 1,245,000 บาท
- เป็นราคาจีนที่แปลงค่าเงินเท่านั้น
- ไม่รวมภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
- ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
TANK 300 Hook Road น่าสนใจตรงที่ทำมาเอาใจสายลุยหนัก โดยมีจุดเด่นดังนี้
- คานแข็งหน้า–หลังจากโรงงาน จุดขายหลักของรุ่น เน้นปีนหินและผ่านเส้นทางต่างระดับ
- เบนซิน 2.0 เทอร์โบ แรงบิด 400 นิวตันเมตร กำลังสุทธิประมาณ 231 PS จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ
- ขับสี่ Part-time พร้อมดิฟล็อกหน้า–หลัง ช่วยรับมือเส้นทางที่ล้อแต่ละข้างมีแรงยึดเกาะไม่เท่ากัน
- อัตราทดคลาน 63.5:1 เน้นแรงขับที่ความเร็วต่ำ สำหรับค่อย ๆ ไต่หินและผ่านอุปสรรค
- ใต้ท้องสูง 245 มม. มุมไต่หน้า 41 องศา มุมจากหลัง 34 องศา และลุยน้ำตามสเปกที่รายงาน 850 มม.
- ภายในยังมีจอใหญ่ มาตรวัด 12.3 นิ้ว จอกลาง 15.6 นิ้ว พร้อม Coffee OS 3
- ราคาในจีนประมาณ 1.245 ล้านบาท จากราคา 250,000 หยวน ล็อตแรกจำกัด 300 คัน ไม่ใช่ราคาไทย
ขนาดตัวถัง GWM TANK 300 Hook Road
- ยาว: 4,886 มม.
- กว้าง: 1,984 มม.
- สูง: 1,960 มม.
- ฐานล้อ: 3,010 มม.
เครื่องยนต์
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ
- ปรับจูนเฉพาะรุ่นเพื่อรองรับการใช้งานออฟโรด
- กำลังสุทธิสูงสุด 170 kW
- เทียบเท่าประมาณ 231 แรงม้า PS
- แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร
- ตัวเลข 170 kW ในข่าวเปิดตัวระบุเป็น “กำลังสุทธิสูงสุด” จึงควรใช้คำกำกับนี้เมื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่น
เกียร์และอัตราทด
- เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ
- อัตราทดเฟืองท้าย 4.55:1
- อัตราทดรวมสำหรับคลานไต่ หรือ Crawl ratio 63.5:1
- อัตราทดคลานสูงช่วยเพิ่มแรงขับที่ล้อขณะรถเคลื่อนตัวช้า
- เหมาะกับการค่อย ๆ ไต่หิน ขึ้นทางชัน และผ่านอุปสรรคที่ต้องควบคุมความเร็วอย่างละเอียด
- ค่า Crawl ratio เป็นอัตราทดระบบส่งกำลัง ไม่ใช่ตัวเลขความชันที่รถปีนได้
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
- ระบบขับเคลื่อน Part-time 4WD
- มีดิฟล็อกหน้าและหลังตามรายงานเปิดตัว
- ข่าวจีนใช้คำว่า “สามล็อก”
- การอธิบายควรแยกดิฟล็อกหน้า–หลังออกจากการเชื่อมการขับเพลาหน้า–หลังของระบบ Part-time
- ไม่ควรตีความว่ามีเซ็นเตอร์ดิฟแบบเดียวกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-time โดยอัตโนมัติ ตามข้อมูลที่กล่าวถึงใน
จุดเด่นสำคัญ: คานแข็งหน้า–หลังจากโรงงาน
- ใช้เพลาคานแข็งทั้ง ด้านหน้าและด้านหลัง
- เป็นหัวใจสำคัญของรุ่น Hook Road
- เน้นรองรับการใช้งานบนเส้นทางหินและพื้นต่างระดับมาก
- ชุดช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนถูกจัดมาเพื่อการลุยจริงจัง
- ความสามารถในการเกาะพื้นขณะล้อยุบ–ยืดและความทนทานในการใช้งานหนักเป็นประเด็นหลักของรถลักษณะนี้
- ส่วนความนุ่มนวลและการควบคุมบนถนนของรุ่นจำหน่ายจริง ยังต้องอาศัยผลทดสอบเพิ่มเติม ตามแนวทางผลิตภัณฑ์ที่รายงานโดย
มุมตัวรถสำหรับผ่านอุปสรรค
- มุมไต่ด้านหน้า 41 องศา
- มุมจากด้านหลัง 34 องศา
- มุมไต่ด้านหน้าช่วยบอกความสามารถในการเข้าหาทางชันหรืออุปสรรคก่อนส่วนหน้ารถสัมผัสพื้น
- มุมจากด้านหลังเกี่ยวข้องกับการผ่านพ้นเนินหรืออุปสรรคโดยส่วนท้ายไม่ครูดพื้น
- การผ่านอุปสรรคจริงยังขึ้นกับรูปทรงพื้นทาง น้ำหนักบรรทุก และการยุบตัวของช่วงล่าง ตามตัวเลขที่รายงานใน
ความสูงใต้ท้องและการลุยน้ำ
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 245 มม.
- ความลึกในการลุยน้ำตามสเปกที่รายงาน 850 มม.
- ระยะใต้ท้องช่วยเพิ่มพื้นที่ในการผ่านก้อนหินและร่องทาง
- ค่าลุยน้ำเป็นตัวเลขภายใต้เงื่อนไขของผู้ผลิต
- การใช้งานจริงต้องพิจารณากระแสน้ำ พื้นใต้น้ำ ความเร็วรถ และสภาพตัวรถประกอบ
อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร
- หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
- หน้าจอกลางแบบลอยตัว 15.6 นิ้ว
- ความละเอียดจอกลาง 2.5K
- ระบบสาระบันเทิง Coffee OS 3
- ยังคงมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานประจำวัน แม้ตัวรถเน้นออฟโรดมากขึ้น ตามรายงาน Quick Technology ที่เผยแพร่ผ่าน S
จุดที่น่าสนใจสำหรับคนเล่นออฟโรด
- ได้คานแข็งหน้า–หลังเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถจากโรงงาน
- เครื่องยนต์มีแรงบิด 400 นิวตันเมตร
- เกียร์ 9AT จับคู่กับอัตราทดคลาน 63.5:1
- มีระบบขับสี่และดิฟล็อกสำหรับเส้นทางที่แรงยึดเกาะแต่ละล้อแตกต่างกัน
- มุมไต่ด้านหน้า 41 องศา และใต้ท้อง 245 มม. เป็นตัวเลขเด่นสำหรับการผ่านอุปสรรค

