MITSUBISHI ไทย! ปรับเกมครึ่งปีหลัง ลดพึ่งพากระบะ เร่งเครื่อง SUV ไฮบริด ขยายฐานรถยนต์นั่ง พยุงซัพพลายเออร์ไทย วอนรัฐปรับโครงสร้างภาษี

MITSUBISHI ไทย! ปรับเกมครึ่งปีหลัง ลดพึ่งพากระบะ เร่งเครื่อง SUV ไฮบริด ขยายฐานรถยนต์นั่ง พยุงซัพพลายเออร์ไทย วอนรัฐปรับโครงสร้างภาษี
Spread the love
Advertisement Advertisement

มิตซูบิชิปรับเกมครึ่งปีหลัง ลดพึ่งพากระบะ เร่งเครื่อง SUV ไฮบริด ขยายฐานรถยนต์นั่ง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กำลังปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ ท่ามกลางตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยลดการพึ่งพาตลาดรถกระบะ และหันมาเพิ่มน้ำหนักให้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะกลุ่ม SUV และรถยนต์ฟูลไฮบริด เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ข้อมูลจาก Marketeer Online ระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ Mitsubishi สะสมตั้งแต่ปี 2564 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 211,179 คัน และเมื่อแบ่งตามประเภท กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีสัดส่วนประมาณ 62% ขณะที่รถกระบะอยู่ที่ 38% สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างตลาดของแบรนด์เริ่มเปลี่ยนจากภาพจำเดิมที่พึ่งพารถกระบะเป็นหลัก

งานมหกรรมยานยนต์ บิ๊กมอเตอร์เซลล์ 2026 ‘คุณยอดชาย ซื่อวัฒนากุล’ ผู้อํานวยการใหญ่ สํานักสื่อสารการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัด  กล่าวว่า แม้ตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรกจะมีความท้าทาย แต่บริษัทคาดหวังว่าสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น โดยเป้าหมายหลักในตอนนี้ไม่ใช่แค่การขายรถ แต่คือการยกระดับประสบการณ์ขับขี่เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง

XFORCE HEV กลายเป็นกำลังสำคัญ

หนึ่งในโมเดลสำคัญของกลยุทธ์ใหม่คือ Mitsubishi XFORCE HEV คอมแพกต์ SUV ฟูลไฮบริด ซึ่งในช่วงงาน BIG MOTOR SALE 2026 มียอดขายสะสมในประเทศไทยมากกว่า 13,500 คัน พร้อมจุดขายอย่างระบบฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบ Active Yaw Control หรือ AYC

ก่อนหน้านี้ Mitsubishi ระบุชัดว่า XFORCE HEV ถูกพัฒนาและทำการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ โดยใช้พรีเซนเตอร์และแคมเปญที่เน้นไลฟ์สไตล์มากขึ้น ขณะที่เดือนกรกฎาคม 2569 รถรุ่นดังกล่าวมียอดขายสะสมทะลุ 12,000 คัน ก่อนเพิ่มเป็นกว่า 13,500 คันในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

แนวทางนี้สอดคล้องกับการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว “มิตซูรุ” แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ภายใต้แนวคิด Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง เพื่อทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น

ตลาดกระบะยังเหนื่อย

อีกด้านหนึ่ง ตลาดรถกระบะไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและสินเชื่อ โดย ttb analytics ประเมินว่า ตลาดรถกระบะ 1 ตันของไทยในปี 2569 อาจเหลือประมาณ 171,000 คัน ลดลง 7% และเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 24 ปี เนื่องจากรายได้ครัวเรือนฟื้นตัวช้า และสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อ Mitsubishi ซึ่งมี Triton เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักมายาวนาน บริษัทจึงเพิ่มบทบาทของ XFORCE HEV รวมถึง XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV เพื่อสร้างสมดุลให้พอร์ตผลิตภัณฑ์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ยังมองว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปยังมีบทบาทสำคัญสำหรับภาคพาณิชย์ โดยเฉพาะการใช้งานระยะไกล การบรรทุกหนัก และพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม ตามข้อมูลการให้สัมภาษณ์กับ Marketeer Online ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

ตอนนี้ยังให้น้ำหนัก HEV มากกว่า BEV

ทิศทางผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยช่วงนี้จึงยังให้น้ำหนักกับเทคโนโลยี Full Hybrid หรือ HEV มากกว่า BEV โดย Mitsubishi มองว่ารถไฮบริดสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้กว้างกว่าในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะผู้ใช้งานในต่างจังหวัดที่ไม่ต้องพึ่งพาจุดชาร์จ

แต่ไม่ได้หมายความว่า Mitsubishi ปิดประตูรถ EV เพราะกลุ่มบริษัทมีทั้งเทคโนโลยี Plug-in Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% อยู่แล้ว และสามารถนำมาใช้กับตลาดไทยได้เมื่อจังหวะและโครงสร้างพื้นฐานเหมาะสมขึ้น

ยืนยันฐานประเทศไทย พร้อมขอความเป็นธรรมด้านภาษี

Mitsubishi ยังยืนยันบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญ โดยบริษัทดำเนินธุรกิจในไทยมานาน 65 ปี ผลิตรถสะสมมากกว่า 7 ล้านคัน และส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในไทยแล้วมากกว่า 5 ล้านคัน ไปกว่า 120 ประเทศ

ขณะเดียวกัน บริษัทได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีรถยนต์ของไทย โดยต้องการให้การปรับนโยบายภาษีคำนึงถึงผู้ผลิตที่ลงทุนตั้งโรงงานและสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับรถยนต์นำเข้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างสมดุลมากขึ้น

All-New Pajero เตรียมเข้ามาเสริมทัพ

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญคือ All-New Mitsubishi Pajero ซึ่ง Mitsubishi Motors Thailand ประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกในช่วง ไตรมาส 3 ปี 2569 โดยถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลสำคัญที่จะต่อยอดภาพลักษณ์ด้าน SUV และสมรรถนะของแบรนด์

เมื่อรวมกับ XFORCE HEV และ XPANDER HEV ภาพของ Mitsubishi ในตลาดไทยจึงกำลังเปลี่ยนจากแบรนด์ที่เคยพึ่งพารถกระบะอย่างหนัก ไปสู่พอร์ตที่มี SUV รถครอบครัว และไฮบริดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

หลังการขายยังเป็นอีกจุดขาย

ด้านบริการหลังการขาย Mitsubishi มีเครือข่ายศูนย์บริการมากกว่า 180 แห่งทั่วประเทศไทย พร้อมใช้มาตรฐานการบริการแบบญี่ปุ่น “Omotenashi” เป็นหนึ่งในจุดสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

สำหรับ XFORCE HEV, XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV บริษัทมีโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพตัวรถสูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ภายใต้เงื่อนไขของบริษัท

สรุป

เกมของ Mitsubishi ในประเทศไทยครึ่งปีหลัง 2569 จึงไม่ได้หมายถึงการ “ทิ้งกระบะ” แต่เป็นการ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดกระบะเพียงกลุ่มเดียว

ในวันที่ตลาดกระบะยังเผชิญปัญหากำลังซื้อและสินเชื่อ บริษัทกำลังใช้ XFORCE HEV และตระกูล XPANDER HEV เป็นกำลังหลักในการขยายตลาดรถยนต์นั่ง พร้อมเตรียม All-New Pajero เข้ามาเสริมภาพลักษณ์ด้าน SUV

เรียกได้ว่า Mitsubishi กำลังพยายามเปลี่ยนภาพจาก “ค่ายกระบะและ PPV” ให้กลายเป็นแบรนด์ที่มีทั้ง SUV + Hybrid + รถครอบครัว เพื่อดึงลูกค้ารุ่นใหม่เข้าสู่แบรนด์มากขึ้น

อ้างอิง:

มิตซูบิชิ ปรับเกมครึ่งปีหลัง ลดพึ่งพากระบะ หันเร่งเครื่องเอสยูวีไฮบริด ขยายฐานรถยนต์นั่ง – Marketeer Online

ส่วนแหล่งทางการ Mitsubishi สำหรับใช้อ้างอิงเสริม:

เปิดตัว 2 กันยายนนี้ ในญี่ปุ่น ยืนยันใช้พื้นฐาน Ladder Frame : All-New Mitsubishi Pajero 2026

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้