ดีเซลแซง EV! ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย ตุลาคม 2026 Toyota HiLux ขายดีที่สุด BYD ขึ้นอันดับ 2 พร้อมยอดขายครบ 60 แบรนด์

ดีเซลแซง EV! ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย ตุลาคม 2026 Toyota HiLux ขายดีที่สุด BYD ขึ้นอันดับ 2 พร้อมยอดขายครบ 60 แบรนด์
Spread the love

 

ดีเซลแซง EV! ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย ตุลาคม 2026 Toyota HiLux ขายดีที่สุด BYD ขึ้นอันดับ 2 พร้อมยอดขายครบ 60 แบรนด์

ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียเดือนตุลาคม 2026 พลิกโฉมการแข่งขัน! รถยนต์ดีเซลกลับมาครองอันดับหนึ่ง แซงหน้ารถยนต์ไฟฟ้า BEV ขณะที่ Toyota HiLux กลับมาทวงแชมป์รถยนต์ขายดีที่สุด ส่วน BYD สร้างปรากฏการณ์ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 2 ของประเทศ ด้วยยอดขายทะลุ 10,000 คัน

ข้อมูลยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศออสเตรเลีย จาก VFACTS และ Electric Vehicle Council ซึ่งเผยแพร่โดย CarExpert เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์จากจีน และการแข่งขันระหว่างรถยนต์ดีเซล เบนซิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า

สรุปสถิติตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย ตุลาคม 2026

  • ยอดขายรถยนต์รวม 107,493 คัน เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ยอดขายสะสม 10 เดือน 1,065,191 คัน เพิ่มขึ้น 2.5%
  • แบรนด์ขายดีที่สุด Toyota จำนวน 20,649 คัน
  • แบรนด์อันดับ 2 BYD จำนวน 10,025 คัน
  • รถยนต์ขายดีที่สุด Toyota HiLux จำนวน 5,954 คัน
  • ดีเซลครองอันดับ 1 จำนวน 25,649 คัน
  • รถยนต์ไฟฟ้า BEV จำนวน 24,845 คัน
  • รถยนต์ที่ผลิตจากจีน จำนวน 41,671 คัน เพิ่มขึ้น 104.2%
  • รถยนต์ที่ผลิตจากไทย จำนวน 18,505 คัน ลดลง 11.1%

ยอดขายรถยนต์ออสเตรเลีย ตุลาคม 2026 ครบ 60 แบรนด์

อันดับยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่เรียงจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด พร้อมอัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2025 (YoY)

อันดับ 1–10

  1. TOYOTA — 20,649 คัน | เพิ่มขึ้น 4.7%
  2. BYD — 10,025 คัน | เพิ่มขึ้น 153.2%
  3. FORD — 7,310 คัน | ลดลง 3.4%
  4. KIA — 5,801 คัน | ลดลง 12.2%
  5. MAZDA — 5,730 คัน | ลดลง 19.7%
  6. MG — 4,676 คัน | เพิ่มขึ้น 31.5%
  7. HYUNDAI — 4,571 คัน | ลดลง 28.6%
  8. GWM — 4,417 คัน | ลดลง 0.3%
  9. GEELY — 4,365 คัน | เพิ่มขึ้น 520.0%
  10. CHERY — 4,317 คัน | เพิ่มขึ้น 21.6%

อันดับ 11–20

  1. TESLA — 4,050 คัน | เพิ่มขึ้น 342.1%
  2. ISUZU UTE — 2,422 คัน | ลดลง 27.8%
  3. MITSUBISHI — 2,356 คัน | ลดลง 50.0%
  4. OMODA JAECOO — 2,330 คัน | เพิ่มขึ้น 312.4%
  5. MERCEDES-BENZ — 2,151 คัน | ลดลง 15.8%
  6. BMW — 1,914 คัน | ลดลง 19.2%
  7. NISSAN — 1,895 คัน | ลดลง 16.0%
  8. ZEEKR — 1,874 คัน | เพิ่มขึ้น 767.6%
  9. SUBARU — 1,701 คัน | ลดลง 41.5%
  10. VOLKSWAGEN — 1,283 คัน | ลดลง 46.4%

อันดับ 21–30

  1. LEXUS — 1,169 คัน | ลดลง 13.5%
  2. LDV — 1,147 คัน | ลดลง 7.1%
  3. HONDA — 1,135 คัน | ลดลง 11.2%
  4. GAC — 1,133 คัน | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
  5. SUZUKI — 952 คัน | ลดลง 20.3%
  6. AUDI — 856 คัน | ลดลง 44.8%
  7. XPENG — 620 คัน | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
  8. VOLVO — 487 คัน | ลดลง 18.4%
  9. LAND ROVER — 457 คัน | ลดลง 28.8%
  10. SKODA — 394 คัน | ลดลง 23.5%

อันดับ 31–40

  1. DENZA — 389 คัน | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
  2. MINI — 323 คัน | ลดลง 25.9%
  3. CHEVROLET — 275 คัน | ลดลง 28.6%
  4. PORSCHE — 272 คัน | ลดลง 19.0%
  5. RAM — 219 คัน | ลดลง 15.1%
  6. LEAPMOTOR — 211 คัน | เพิ่มขึ้น 229.7%
  7. KGM — 180 คัน | ลดลง 43.9%
  8. RENAULT — 164 คัน | ลดลง 58.2%
  9. FIAT — 160 คัน | เพิ่มขึ้น 5.3%
  10. FOTON — 142 คัน | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ

อันดับ 41–50

  1. POLESTAR — 118 คัน | ลดลง 23.4%
  2. CUPRA — 79 คัน | ลดลง 66.8%
  3. GENESIS — 70 คัน | ลดลง 50.7%
  4. FORTHING — 55 คัน | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
  5. PEUGEOT — 52 คัน | ลดลง 40.2%
  6. DEEPAL — 51 คัน | ลดลง 37.8%
  7. FARIZON — 45 คัน | ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
  8. GMC — 35 คัน | ลดลง 37.5%
  9. JAC — 34 คัน | ลดลง 67.9%
  10. JEEP — 31 คัน | ลดลง 65.2%

อันดับ 51–60

  1. ALFA ROMEO — 29 คัน | ลดลง 32.6%
  2. ASTON MARTIN — 12 คัน | เพิ่มขึ้น 9.1%
  3. MASERATI — 12 คัน | ลดลง 40.0%
  4. FERRARI — 9 คัน | ลดลง 60.9%
  5. LAMBORGHINI — 9 คัน | ลดลง 59.1%
  6. BENTLEY — 8 คัน | ลดลง 52.9%
  7. ROLLS-ROYCE — 4 คัน | ลดลง 50.0%
  8. JAGUAR — 0 คัน | ลดลง 100.0%
  9. LOTUS — 0 คัน | ลดลง 100.0%
  10. MCLAREN — 0 คัน | ลดลง 100.0%

หมายเหตุ: ยอดขายดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลแบรนด์ที่มีการรายงานผ่าน VFACTS หรือ Electric Vehicle Council โดยยังมีผู้ผลิตบางแบรนด์ที่ไม่ได้รายงานข้อมูล เช่น Cadillac, Mahindra และ Smart จึงไม่ควรตีความว่าอันดับข้างต้นครอบคลุมรถยนต์ทุกแบรนด์ที่มีจำหน่ายในออสเตรเลีย

10 รุ่นรถยนต์ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย ตุลาคม 2026

  1. Toyota HiLux — 5,954 คัน
  2. Ford Ranger — 4,841 คัน
  3. Toyota RAV4 — 4,718 คัน
  4. Tesla Model Y — 3,105 คัน
  5. BYD Sealion 7 — 2,524 คัน
  6. Toyota Land Cruiser Prado — 2,397 คัน
  7. Chery Tiggo 4 — 2,178 คัน
  8. BYD Atto 2 — 1,943 คัน
  9. BYD Shark 6 — 1,843 คัน
  10. Geely EX5 — 1,789 คัน

ยอดขายรถยนต์แยกตามระบบขับเคลื่อน ตุลาคม 2026

ข้อมูลยอดจำหน่ายรถยนต์จำแนกตามระบบขับเคลื่อน แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ดีเซลกลับมาครองอันดับหนึ่ง หลังจากรถยนต์ไฟฟ้า BEV เป็นผู้นำติดต่อกันในเดือนสิงหาคมและกันยายน

  1. DIESEL — 25,649 คัน ส่วนแบ่งตลาด 23.9%
  2. BEV — 24,845 คัน ส่วนแบ่งตลาด 23.1%
  3. PETROL — 23,605 คัน ส่วนแบ่งตลาด 22.0%
  4. HEV — 18,434 คัน ส่วนแบ่งตลาด 17.1%
  5. PHEV — 11,745 คัน ส่วนแบ่งตลาด 10.9%

รถยนต์ดีเซลขายมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า BEV เพียง 804 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่แตกต่างกันประมาณ 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ยอดจำหน่ายรถยนต์ดีเซลลดลง 14.7% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2025 ดังนั้น การกลับมาครองอันดับหนึ่งของดีเซลไม่ได้หมายความว่าตลาดดีเซลกำลังเติบโต แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของยอดขายระบบขับเคลื่อนแต่ละประเภทในเดือนดังกล่าว

ส่วนแบ่งตลาดระบบขับเคลื่อนสะสม 10 เดือนแรก ปี 2026

  1. PETROL — 293,298 คัน ส่วนแบ่ง 27.5%
  2. DIESEL — 258,361 คัน ส่วนแบ่ง 24.3%
  3. BEV — 205,436 คัน ส่วนแบ่ง 19.3%
  4. HEV — 178,487 คัน ส่วนแบ่ง 16.8%
  5. PHEV — 97,023 คัน ส่วนแบ่ง 9.1%

เมื่อพิจารณายอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2026 รถยนต์เบนซินยังคงครองอันดับหนึ่งของตลาด ตามด้วยรถยนต์ดีเซลและรถยนต์ไฟฟ้า BEV

5 ประเทศฐานการผลิตรถยนต์ที่ขายในออสเตรเลียมากที่สุด

  1. จีน — 41,671 คัน เพิ่มขึ้น 104.2%
  2. ญี่ปุ่น — 24,089 คัน ลดลง 13.1%
  3. ไทย — 18,505 คัน ลดลง 11.1%
  4. เกาหลีใต้ — 9,531 คัน ลดลง 23.5%
  5. เยอรมนี — 3,745 คัน ลดลง 24.0%

จีนกลายเป็นประเทศฐานการผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของตลาดออสเตรเลีย ด้วยยอดจำหน่าย 41,671 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่ญี่ปุ่นและประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญสำหรับตลาดออสเตรเลีย ต่างมียอดจำหน่ายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับประเทศไทย ยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตจากไทยอยู่ที่ 18,505 คัน ลดลง 11.1% โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดขายรถยนต์ในออสเตรเลียที่จำแนกตามประเทศที่ผลิต ไม่ใช่ปริมาณส่งออกรถยนต์ทั้งหมดจากประเทศไทย

BYD ผงาดเบอร์ 2 ของออสเตรเลีย ขายมากกว่า Ford, Kia และ Mazda

การเติบโตของ BYD กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของตลาดรถยนต์ออสเตรเลียในปี 2026 หลังจากสามารถขึ้นมาครองอันดับสองของประเทศได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน

เดือนตุลาคม 2026 BYD ทำยอดจำหน่าย 10,025 คัน เพิ่มขึ้น 153.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2025 และเป็นครั้งที่สองที่สามารถทำยอดขายทะลุ 10,000 คันภายในเดือนเดียว

BYD มียอดขายมากกว่า Ford ซึ่งอยู่ในอันดับสามถึง 2,715 คัน รวมถึงมียอดขายสูงกว่า Kia, Mazda และ Hyundai อย่างชัดเจน

รุ่นรถที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ BYD Sealion 7 รถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่มียอดขาย 2,524 คัน BYD Atto 2 จำนวน 1,943 คัน และ BYD Shark 6 รถกระบะปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดขาย 1,843 คัน

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า BYD ไม่ได้แข่งขันเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปยังกลุ่ม SUV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมสูงในออสเตรเลีย

Geely โต 520% Zeekr โต 767.6% แบรนด์จีนเติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจาก BYD แล้ว ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายรายยังมีอัตราการเติบโตโดดเด่นในเดือนตุลาคม 2026

  • Geely มียอดขาย 4,365 คัน เพิ่มขึ้นถึง 520% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับ 9 ของตลาด
  • Zeekr มียอดขาย 1,874 คัน เพิ่มขึ้น 767.6% ขณะที่ Omoda Jaecoo ทำยอดขาย 2,330 คัน เพิ่มขึ้น 312.4%
  • MG ยังรักษายอดขายไว้ที่ 4,676 คัน เพิ่มขึ้น 31.5% ส่วน Chery มียอดขาย 4,317 คัน เพิ่มขึ้น 21.6%

อย่างไรก็ตาม การเติบโตระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ของบางแบรนด์ต้องพิจารณาควบคู่กับฐานยอดขายในปีก่อน โดยเฉพาะผู้ผลิตที่เพิ่งเริ่มจำหน่ายรถยนต์ในประเทศออสเตรเลีย

Toyota HiLux กลับมาทวงแชมป์รถยนต์ขายดีที่สุด

Toyota HiLux กลับขึ้นมาเป็นรถยนต์ขายดีที่สุดในออสเตรเลียประจำเดือนตุลาคม 2026 ด้วยยอดจำหน่าย 5,954 คัน นับเป็นครั้งแรกของปีที่สามารถครองอันดับหนึ่งรายเดือน

Ford Ranger ตามมาเป็นอันดับสองด้วยยอดขาย 4,841 คัน และ Toyota RAV4 อยู่ในอันดับสามด้วยยอดขาย 4,718 คัน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณายอดจำหน่ายสะสม 10 เดือนแรกของปี 2026 Ford Ranger ยังคงนำ Toyota HiLux อยู่เพียง 129 คัน

  • Ford Ranger — 42,699 คัน
  • Toyota HiLux — 42,570 คัน

ความแตกต่างเพียง 129 คัน ทำให้การแข่งขันในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2026 มีความสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินว่ารถยนต์รุ่นใดจะครองตำแหน่งขายดีที่สุดของประเทศตลอดทั้งปี

SUV ครองตลาดออสเตรเลีย ส่วนแบ่งสูงถึง 62.6%

แม้ Toyota HiLux และ Ford Ranger จะครองอันดับต้น ๆ ของยอดขายรายรุ่น แต่เมื่อพิจารณาตามประเภทรถยนต์ พบว่ารถ SUV ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในออสเตรเลีย

  • SUV ส่วนแบ่งตลาด 62.6%
  • รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ส่วนแบ่งตลาด 20.0%
  • รถยนต์นั่ง ส่วนแบ่งตลาด 14.4%
  • รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดหนัก ส่วนแบ่งตลาด 3.0%

กลุ่ม SUV ขนาดกลางมียอดจำหน่าย 31,970 คัน เพิ่มขึ้น 23.8% ขณะที่ SUV ขนาดเล็กมียอดจำหน่าย 18,756 คัน เพิ่มขึ้น 12.1%

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดรถ SUV ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่กำลังขยายการทำตลาดรถ SUV ไฟฟ้าและไฮบริดอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย 2026

1. รถยนต์ดีเซลยังไม่หมดความนิยม

แม้ทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ตลาดออสเตรเลียยังคงมีความต้องการรถยนต์ดีเซล โดยเฉพาะรถกระบะและรถยนต์ที่เน้นการใช้งานหนัก

อย่างไรก็ตาม การที่ยอดขายดีเซลลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นว่าการครองอันดับหนึ่งในเดือนตุลาคมไม่ได้หมายความว่าความนิยมดีเซลกำลังฟื้นตัวในระยะยาว

2. รถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีบทบาทสำคัญ

รถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดจำหน่าย 24,845 คัน ตามหลังดีเซลเพียง 804 คัน สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถแข่งขันในตลาดออสเตรเลียได้อย่างใกล้เคียงกับระบบขับเคลื่อนแบบดั้งเดิม

โดยเฉพาะ Tesla Model Y และ BYD Sealion 7 ซึ่งติดอันดับรถยนต์ขายดีที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศ

3. แบรนด์รถยนต์จีนกำลังเปลี่ยนการแข่งขัน

BYD, MG, Geely, Chery, Omoda Jaecoo และ Zeekr กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันจึงไม่ได้จำกัดอยู่ระหว่างผู้ผลิตญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป

จุดแข็งสำคัญของผู้ผลิตจีนอยู่ที่การนำเสนอรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อน พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันในตลาดได้

4. ฐานการผลิตรถยนต์จีนมีบทบาทเพิ่มขึ้น

ยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตจากจีนเพิ่มขึ้นถึง 104.2% สะท้อนความสำคัญของจีนในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สำหรับตลาดออสเตรเลีย

ในทางกลับกัน ยอดขายรถยนต์ที่ผลิตจากญี่ปุ่นและประเทศไทยกลับลดลง ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรติดตามในระยะยาว โดยเฉพาะผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออก

5. Toyota ยังแข็งแกร่ง แต่การแข่งขันรุนแรงขึ้น

Toyota ยังคงเป็นแบรนด์ที่มียอดขายมากที่สุดของออสเตรเลีย ด้วยยอดจำหน่าย 20,649 คัน และมี Toyota HiLux เป็นรถยนต์ขายดีที่สุดประจำเดือน

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ BYD รวมถึงแบรนด์จีนรายอื่น แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ออสเตรเลียกำลังมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ทั้งด้านราคา สมรรถนะ เทคโนโลยี และทางเลือกระบบขับเคลื่อน

สรุปตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย ตุลาคม 2026

ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียเดือนตุลาคม 2026 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านระบบขับเคลื่อน แต่ยังรวมถึงการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศต่าง ๆ

Toyota ยังคงครองอันดับหนึ่งของตลาด ขณะที่ BYD สามารถขึ้นมาเป็นแบรนด์อันดับสองได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วน Geely, Zeekr และ Omoda Jaecoo มีอัตราการเติบโตโดดเด่น

ขณะเดียวกัน รถยนต์ดีเซลกลับมาครองยอดขายสูงสุดรายเดือน แต่มีจำนวนมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า BEV เพียง 804 คัน แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงการแข่งขันระหว่างระบบขับเคลื่อนหลายประเภท

สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือการเติบโตของรถยนต์จากจีน ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในตลาดออสเตรเลีย ทั้งในด้านแบรนด์รถยนต์และฐานการผลิต ขณะที่ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์สำคัญสำหรับตลาดแห่งนี้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

CarExpert – VFACTS October 2026: Diesels overtake EVs, Toyota HiLux reigns supreme

ข้อมูลจาก VFACTS และ Electric Vehicle Council

เผยแพร่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2026

อ่านรายงานต้นฉบับจาก CarExpert

 

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้