5 ชั่วโมงจอง 10,000 คันในจีน GAC Aistaland GT7 วิ่งได้กว่า 900 กม./ชาร์จ CLTC ราคา 1.34 ล้านบาท

Aistaland (Qijing) แบรนด์รถยนต์พลังงานอัจฉริยะระดับพรีเมียมที่ร่วมก่อตั้งโดยGAC Group และHuaweiได้เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าสำหรับรุ่นแรกGT7 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Shooting Brake ขนาดกลางถึงใหญ่รุ่นนี้ได้รับยอดสั่งซื้อล่วงหน้ากว่า 10,000 คันภายในห้าชั่วโมงแรกของการเปิดตัว
การเปิดรับจองแบบไม่เปิดเผยตัวตนสำหรับรุ่นนี้เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคมปีนี้ และการตกแต่งภายในได้ถูกเปิดเผยเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
เจาะลึก Aistaland GT7 รถยนต์ไฟฟ้า Shooting Brake สุดหรู ขุมพลัง 768 แรงม้า พร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะจาก Huawei เปิดตัวอย่าง
วงการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับพรีเมียมกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้งกับการมาถึงของ Aistaland GT7 รถยนต์ไฟฟ้าในตัวถังทรง Shooting Brake สุดสปอร์ตที่ผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และเทคโนโลยีอัจฉริยะขั้นสุดยอดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ปัจจุบัน GT7 ได้เปิดตัวในรอบ Pre-sale โดยมีให้เลือกสรรตามความต้องการถึง 4 รุ่นย่อย วางราคาจำหน่ายล่วงหน้าอยู่ระหว่าง 219,900 – 309,900 หยวน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,056,000 – 1,489,000 บาท) ซึ่งมีกำหนดการที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและบุกตลาดอย่างเต็มตัวในเดือนมิถุนายน ปี 2026 นี้
ราคา ขนาดแบตเตอรี่ และระยะทางวิ่ง Aistaland GT7 แต่ละรุ่นย่อย ในประเทศจีน
Aistaland GT7 รุ่นเริ่มต้น (RWD)
- ราคาจำหน่าย: 219,900 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,056,400 บาท)
- ขนาดแบตเตอรี่ LFP (CATL) 86.111 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 675 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม
Aistaland GT7 รุ่นกลาง (RWD)
- ราคาจำหน่าย: 249,900 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,200,500 บาท)
- ขนาดแบตเตอรี่ LFP (CATL) 86.111 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 770 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (เพิ่มระบบจัดการพลังงาน แอร์โรไดนามิก และปรับแต่งประสิทธิภาพกล่องควบคุม)
Aistaland GT7 รุ่นท็อป Long Range (RWD)
- ราคาจำหน่าย: 279,900 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,344,600 บาท)
- ขนาดแบตเตอรี่ NMC CATL 102.768 kWh
- ทคโนโลยีรุ่นใหม่ CATL Qilin Battery (รองรับการชาร์จแรงสูง 6C)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 900 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม
Aistaland GT7 Ultra (Tri-motor AWD)
- ราคาจำหน่าย: 309,900 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,488,800 บาท)
- ขนาดแบตเตอรี่ NMC CATL 102.768 kWh
- ทคโนโลยีรุ่นใหม่ CATL Qilin Battery (รองรับการชาร์จแรงสูง 6C)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 800 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (ระยะทางวิ่งลดลงจากรุ่นท็อป RWD เนื่องจากปรับสมดุลไปเน้นพละกำลังของมอเตอร์ 3 ตัวขับเคลื่อน 4 ล้อ 768 แรงม้า)
AISTALAND (启境 – ฉี่จิ้ง) คือ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม (Premium Smart EV) น้องใหม่ล่าสุดที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง GAC Group และยักษ์ใหญ่ไอทีอย่าง Huawei โดยชื่อแบรนด์มีที่มาจากคำว่า “AI Start New Land”
การร่วมมือในแบรนด์นี้มีรูปแบบการแบ่งงานที่ชัดเจนคือ GAC จะรับหน้าที่ดูแลด้านการวิจัยพัฒนาตัวรถ (Vehicle Development) การผลิต ซัพพลายเชน และเครือข่ายการจัดจำหน่าย ส่วน Huawei จะเป็นผู้รับผิดชอบระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะทั้งหมดแบบฟูลสแต็ก (Full-stack Intelligent Solution) ตั้งแต่ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบจัดการพลังงาน ไปจนถึงซอฟต์แวร์ภายในห้องโดยสาร
จุดเด่นและเทคโนโลยีหลักของแบรนด์
-
ระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง: มาพร้อมระบบ Huawei Qiankun ADS 5 และเซนเซอร์ LiDAR ความละเอียดสูงถึง 896 Lines ซึ่งถือเป็นสเปกฮาร์ดแวร์ที่สูงที่สุดในไลน์อัปการผลิตปัจจุบัน
-
ช่วงล่างดิจิทัล: ใช้แพลตฟอร์มแชสซีดิจิทัล Huawei XMC (Qiankun Chitu) ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่ (Closed-loop Dual-chamber Air Suspension) มุ่งเน้นการขับขี่ที่นุ่มนวลและการควบคุมระดับรถสปอร์ตหรู
-
ห้องโดยสารอัจฉริยะ: ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonySpace (HarmonyOS) รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมผู้ช่วย AI อย่าง “Xiaoyi” (เสี่ยวอ้าย)
-
เทคโนโลยีชาร์จไวระดับ 6C: สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ควบคู่กับแบตเตอรี่ Qilin (คิริน) ที่พัฒนาร่วมกับ CATL รองรับการชาร์จแบบ Ultra-fast Charging (เติมระยะทางได้สูงสุด 1 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียง 1 วินาที)
มิติตัวถัง Aistaland GT7
- ความยาวตัวรถ: 5,050 มม.
- ความกว้างตัวรถ: 1,980 มม.
- ความสูงตัวรถ: 1,470 มม.
- ระยะฐานล้อ: 3,000 มม. (คิดเป็นสัดส่วน 59.4% ของความยาวตัวรถ)
- มุมลาดท้ายรถ (Shooting Brake Angle): 21.5 องศา (เน้นความลู่ลมสไตล์สปอร์ต)
- น้ำหนักตัวรถเปล่า: 2,295 กก.
- ขนาดล้อและยาง: มาตรฐาน 20 นิ้ว (ตัวเลือกเสริม 21 นิ้ว ด้านหน้า 255/45 R21 และด้านหลัง 275/40 R21)

สเปกและระบบขับเคลื่อน Aistaland GT7 แยกตามรุ่นย่อย
Aistaland GT7 รุ่นเริ่มต้น (RWD)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- กำลังสูงสุด: 253 กิโลวัตต์ (340 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 340 นิวตัน-เมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 5.9 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 200 กม./ชม.
- ชนิดแบตเตอรี่ ลิเธียมฟอสเฟต (LFP) เทคโนโลยี CATL Shenxing Battery
- ขนาดแบตเตอรี่: 86.111 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 675 – 735 กม. ต่อการชาร์จเต็ม
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน: 12.5 kWh / 100 กม.
- ระบบชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 11 kW (ชาร์จ 0-100% ในเวลาประมาณ 8.5 ชั่วโมง)
- ระบบชาร์จกระแสตรง (DC): รองรับสถาปัตยกรรม 800V High-Voltage Fast Charge (ชาร์จ 10-80% ในเวลาประมาณ 15-18 นาที)
- ระบบช่วงล่าง: คอยล์สปริงมาตรฐาน พร้อมชิปควบคุมแชสซีอัจฉริยะ Huawei XMC
2. Aistaland GT7 รุ่นกลาง (RWD)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- กำลังสูงสุด: 253 กิโลวัตต์ (340 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 340 นิวตัน-เมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 5.9 วินาที
- ชนิดแบตเตอรี่: ลิเธียมฟอสเฟต (LFP) เทคโนโลยี CATL Shenxing Battery
- ขนาดแบตเตอรี่: 86.111 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 770 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (ปรับจูนอัตราการใช้พลังงานและแอโรไดนามิกเพิ่่มเติม)
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน: 12.5 kWh / 100 กม.
- ระบบชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 11 kW
- ระบบชาร์จกระแสตรง (DC): รองรับสถาปัตยกรรม 800V High-Voltage Fast Charge
- ระบบช่วงล่าง: อัปเกรดเป็นระบบถุงลมคู่แบบปิด (Closed-loop dual-chamber air suspension) + CDC ปรับความหนืดแปรผันอิเล็กทรอนิกส์
3. Aistaland GT7 รุ่นท็อป Long Range (RWD)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- กำลังสูงสุด: 253 กิโลวัตต์ (340 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 340 นิวตัน-เมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 5.9 วินาที
- ชนิดแบตเตอรี่ NMC เทคโนโลยีรุ่นใหม่ร่วมทุน CATL Qilin Battery
- ขนาดแบตเตอรี่: 102.768 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 800 – 900 กม. ต่อการชาร์จเต็ม
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน: 12.3 kWh / 100 กม.
- ระบบชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 11 kW
- ระบบชาร์จกระแสตรง (DC): รองรับเทคโนโลยี 6C Ultra-fast Supercharging (ความเร็วชาร์จสูงสุด เคลม “1 วินาที ได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร” หรือชาร์จเพียง 5 นาที ได้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้น 333 กม. และ 15 นาที ได้ 747 กม.)
- ระบบช่วงล่าง: ระบบถุงลมคู่แบบปิด (Closed-loop dual-chamber air suspension) + CDC ปรับความหนืดแปรผันอิเล็กทรอนิกส์
4. Aistaland GT7 Ultra (Tri-motor AWD)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ (Ultra Tri-motor AWD) พร้อมระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะ Torque Vectoring
- กำลังสูงสุดรวม: 565 กิโลวัตต์ (768 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: (ระบบยังไม่ได้ระบุตัวเลขแรงบิดรวมอย่างเป็นทางการจากโรงงาน แต่อัตราเร่งเทียบเท่า Hypercar)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.98 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: มากกว่า 230 กม./ชม.
- ชนิดแบตเตอรี่ NMC เทคโนโลยีรุ่นใหม่ร่วมทุน CATL Qilin Battery
- ขนาดแบตเตอรี่: 102.768 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): ประมาณ 800 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (เน้นสมรรถนะความแรงสูง)
- ระบบชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 11 kW
- ระบบชาร์จกระแสตรง (DC): รองรับเทคโนโลยี 6C Ultra-fast Supercharging บนสถาปัตยกรรม 800V
- ระบบช่วงล่าง: ท็อปสุด ระบบถุงลมคู่แบบปิด (Closed-loop dual-chamber air suspension) + CDC ปรับความหนืดแปรผันอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมผ่านระบบแชสซีอัจฉริยะระดับเสี้ยววินาที
ระบบและฟังก์ชันอื่นๆ ที่ติดตั้งในทุกรุ่นย่อย (Other Shared Specifications)
- ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าภายนอก (V2L): รองรับการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกสูงสุด 3.3 kW และ 6.6 kW (ขึ้นอยู่กับออปชันติดตั้ง)
- ระบบบริหารจัดการความร้อนแบตเตอรี่: พัฒนาร่วมกับ Huawei (All-weather thermal management) ช่วยรักษาประสิทธิภาพการชาร์จและการใช้พลังงานในอุณหภูมิต่ำสุดถึง -30 องศาเซลเซียส
- สถาปัตยกรรมสมองกลแชสซี: HUAWEI XMC Digital Chassis Engine (ควบคุมเสถียรภาพตัวรถ บลัฟอาการโคลงในโค้งด้วยการประสานพวงมาลัย ช่วงล่าง และระบบเบรกภายในความเร็วการตอบสนอง 1 มิลลิวินาที)


รายละเอียดระบบช่วงล่างและแชสซี Aistaland GT7
โครงสร้างฮาร์ดแวร์ช่วงล่าง (Suspension Hardware)
- ด้านหน้า: อิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ทำจากวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์น้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจิกเข้าโค้ง
- ด้านหลัง: อิสระมัลติลิงก์แบบ H-Arm (H-Arm Multi-link) อลูมิเนียมอัลลอยด์ ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลและลดอาการท้ายปัด
- ชุดปีกนกและจุดยึด: ใช้โครงสร้างอลูมิเนียมเกือบทั้งหมด (All-aluminum suspension arms) พร้อมติดตั้งจุดยึดซับเฟรมหน้าแบบ 6 จุด (6-point front subframe mounts) ช่วยเพิ่มความแกร่งและความเสถียรสูงสุด
- การปรับเซ็ต (Tuning): ร่วมมือพัฒนากับทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Aston Martin และ McLaren เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบสปอร์ตสายพันธุ์แท้
ระบบควบคุมความนุ่มนวลและลดแรงสั่นสะเทือน (Ride Control)
- ระบบถุงลมคู่แบบปิด (Closed-loop Dual-chamber Air Suspension): ติดตั้งในรุ่นกลางและรุ่นท็อป สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำของตัวรถได้ตามความเร็วและโหมดการขับขี่ ช่วยให้รถมีความลู่ลมแบบรถสปอร์ตในความเร็วสูง และยกตัวรถเพิ่มระยะต่ำสุดจากพื้นเพื่อข้ามสิ่งกีดขวางได้สบาย (มีระบบชดเชยลมแบบปิด ทำงานเงียบและตอบสนองเร็วกว่าระบบเปิดทั่วไป)
- ระบบลดแรงสั่นสะเทือนแปรผันอิเล็กทรอนิกส์ (CDC – Continuously Damping Control): คอยตรวจจับสภาพถนนและปรับความหนืดของโช้คอัพโดยอัตโนมัติแบบ Real-time ช่วยลดอาการโยนตัวของตัวรถ
สมองกลควบคุมดิจิทัล (HUAWEI XMC Digital Chassis Engine)
- ระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะ (Torque Vectoring): ควบคุมการเฉลี่ยกำลังของมอเตอร์แต่ละตัวในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (ในรุ่น Ultra Tri-motor) ช่วยให้ตัวรถเกาะถนนอย่างมั่นใจในยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
- ระบบป้องกันอาการโคลงและลดอาการเมารถ (720° All-direction Anti-motion Sickness): ซอฟต์แวร์ของ Huawei จะช่วยควบคุมระนาบของตัวรถในทุกทิศทาง ช่วยบลัฟและลดอาการหน้าเชิดตอนเร่งความเร็ว และลดอาการหน้าทิ่มตอนเบรก เพื่อมอบความนุ่มนวลและลดอาการเมารถของผู้โดยสาร
- เสถียรภาพบนพื้นผิวลื่น: การเคลมสมรรถนะจากโรงงาน ระบุว่ารถสามารถวิ่งทำความเร็วเข้าโค้งบนพื้นหิมะหรือน้ำแข็งได้เสถียรที่ 68 กม./ชม. และหักหลบสิ่งกีดขวางต่อเนื่องบนพื้นลื่นได้ที่ 60 กม./ชม. โดยลดอาการท้ายปัด (Yaw angle speed) ลงได้ถึง 18% เมื่อเทียบกับแชสซีทั่วไป
ระบบบังคับเลี้ยวและระบบเบรก (Steering & Braking)
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.45 เมตร (ถือว่าแคบมากสำหรับรถที่มีความยาวตัวรถเกิน 5 เมตรและฐานล้อยาว 3 เมตร)
- ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง: ติดตั้งปั๊มเบรกอลูมิเนียมคาร์ลิปเปอร์แบบฟิกซ์ 4 พ็อต (4-pot Fixed Aluminum Calipers) จากแบรนด์ Continental (เยอรมนี) พร้อมจานเบรกขนาดใหญ่
- ระยะเบรก (100-0 กม./ชม.): สั้นกว่า 33 เมตร
- โหมดการขับขี่พิเศษ: รองรับระบบเลี้ยววงแคบพิเศษ ( Square-inch Parking), ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ, และโหมดดริฟต์ (Drift Mode) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย


รายละเอียดการออกแบบภายนอกทั้งหมด Aistaland GT7
แนวคิดการออกแบบและสัดส่วนตัวรถ (Design Concept & Proportions)
- สไตล์ตัวถัง (Body Style): มาในรูปแบบ Premium Intelligent Shooting Brake (รถแวกอนท้ายลาดสไตล์สปอร์ต) ที่เน้นความหรูหราและโฉบเฉี่ยว พิกัดตัวถังขนาดใหญ่ พิกัดเดียวกับ Zeekr 001 และ Porsche Taycan Cross Turismo
- มิติตัวถังทองคำ (Golden Proportions): ดีไซน์เน้นจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีความยาวตัวรถ 5,050 มม. ความกว้าง 1,980 มม. และความสูงเพียง 1,470 มม. โดยมีสัดส่วนระยะฐานล้อต่อความยาวตัวรถสูงถึง 59.4% (ฐานล้อ 3,000 มม.) ทำให้ตัวรถดูยาว ลู่ลม และสปอร์ตคล่องตัว
- มุมลาดท้ายรถ 21.5 องศา (21.5° Shooting Brake Angle): เป็นองศาที่ทีมออกแบบวิจัยมาแล้วว่าเป็น “สัดส่วนทองคำ” ที่ลงตัวที่สุด สามารถบาลานซ์ระหว่างความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ และพื้นที่ใช้สอยเก็บสัมภาระด้านท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนสามารถคว้ารางวัลระดับโลกอย่าง Platinum A’ Design Award 2026 มาครองได้สำเร็จ
ด้านหน้าตัวรถ (Front Facade)
- ดีไซน์หน้าเสือ (Tiger-face Inspired): ฝากระโปรงหน้าออกแบบให้ลาดต่ำสไตล์รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง พร้อมเส้นสายมัดกล้ามที่โป่งนูนบริเวณซุ้มล้อคู่หน้า เพิ่มความดุดัน
- ชุดไฟหน้าอัจฉริยะ HUAWEI XPIXEL: ไฟหน้าดีไซน์เรียบหรูความละเอียดสูงระดับล้านพิกเซล ไม่เพียงแต่ส่องสว่างอย่างแม่นยำและลดการแยงตารถสวนทาง แต่ยังสามารถฉายภาพ ข้อความ สัญลักษณ์เตือน หรือสร้างเส้นทางจำลอง (Navigation Light Carpet) ลงบนพื้นถนนได้จริง
- ไฟสัญญาณ ADS Blue Light: ติดตั้งบริเวณเหนือกระจกบังลมหน้า บนโมดูล LiDAR หลังคา โดยเป็นไฟ LED สีฟ้าที่จะสว่างขึ้นเพื่อบ่งบอกให้เพื่อนร่วมทางทราบว่า รถกำลังอยู่ในโหมดขับขี่อัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัยและความล้ำสมัย
- ช่องดักลมแอคทีฟ (Active Grille Shutter): บริเวณกันชนด้านล่างมีช่องดักลมที่สามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อช่วยระบายความร้อนให้ระบบขับเคลื่อน และปิดสนิทเมื่อวิ่งความเร็วสูงเพื่อลดแรงต้านอากาศ
ด้านข้างตัวรถ (Side Profile)
- เส้นสายตัวถังไร้รอยต่อ (Seamless Side Design): เน้นผิวสัมผัสที่เรียบเนียน ลื่นไหล ไร้เส้นขอบที่รกตา เพื่อขจัดเสียงรบกวนจากลมปะทะให้เหลือน้อยที่สุด
- ประตูกระจกแบบไร้ขอบ (Frameless Doors): ติดตั้งทั้ง 4 บาน พร้อมระบบกระจกสองชั้น (Double-glazed Acoustic Glass) เพื่อการซับเสียงรบกวนในห้องโดยสารระดับพรีเมียม
- มือเปิดประตูไฟฟ้าแบบซ่อน (Flush Pop-out Door Handles): ฝังเรียบไปกับตัวถังรถ และจะกางออกอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกหรือเมื่อกุญแจอัจฉริยะเข้าใกล้ตัวรถ
- ซุ้มล้อและโป่งท้าย (Muscular Haunches): ดีไซน์ซุ้มล้อหลังให้เบ่งโป่งออกอย่างชัดเจน รองรับกับล้ออัลลอยขนาดใหญ่พิเศษ 20-21 นิ้ว เต็มซุ้มล้อ มอบบุคลิกแบบรถขับเคลื่อนล้อหลังทรงพลัง
ด้านท้ายตัวรถ (Rear Design)
- ไฟท้าย LED แบบคาดยาว (Through-type LED Taillights): ไฟท้ายแบบเส้นเรียวบางพาดผ่านความกว้างของฝาท้ายทั้งหมด ดีไซน์สามมิติที่ดูสปอร์ตและให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนจากระยะไกลในยามค่ำคืน
- สปอยเลอร์หลังคาและดิฟฟิวเซอร์ท้าย (Aerodynamics): ติดตั้งสปอยเลอร์ทรงสปอร์ตที่ปลายหลังคาเพื่อจัดระเบียบกระแสลม ด้านล่างกันชนท้ายติดตั้งแผงดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ (Rear Diffuser) ช่วยรีดอากาศออกจากใต้ท้องรถ ลดแรงยกและเพิ่มแรงกด (Downforce) ในความเร็วสูง
- ฝาท้ายไฟฟ้าเปิดได้กว้าง (Power Tailgate): บานประตูท้ายเปิดยกขึ้นได้ทั้งบานสไตล์รถแวกอน ขอบชายล่างของห้องเก็บสัมภาระออกแบบให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์แคมปิ้ง
หลังคาและเซนเซอร์รอบคัน (Roof & Sensor Integration)
- หลังคากระจกพาโนรามาบานใหญ่ (Panoramic Glass Roof): ดีไซน์หลังคาเป็นกระจกสีดำเงาพาโนรามาลากยาวต่อเนื่องตั้งแต่หน้าไปถึงท้ายรถ ช่วยให้ตัวรถดูเตี้ยสปอร์ตและหรูหราแบบทูโทน
- การติดตั้งเซนเซอร์อัจฉริยะแบบกลมกลืน: กล่องเซนเซอร์ HUAWEI Qiankun LiDAR เจนเนอเรชันใหม่ ดีไซน์ทรงหยดน้ำ ติดตั้งตรงกลางขอบหลังคาด้านหน้าอย่างลงตัว ไม่ต้านลม ส่วนกล้องมองภาพรอบคันและเซนเซอร์เรดาร์ ถูกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ อย่างแนบเนียน เช่น บริเวณกระจกมองข้าง และซุ้มล้อหน้า โดยไม่ทำลายลายเส้นการออกแบบโดยรวมของตัวรถ

รายละเอียดการออกแบบภายในห้องโดยสารทั้งหมด Aistaland GT7
แนวคิดการออกแบบและบรรยากาศภายใน (Interior Concept & Ambiance)
- ดีไซน์แบบรังไหมโอบรับ (Wrap-around Cockpit): โครงสร้างแผงคอนโซลหน้าและแผงประตูดีไซน์เชื่อมต่อกันเป็นเส้นโค้งอย่างไร้รอยต่อ มอบความรู้สึกปลอดภัยและโอบล้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
- วัสดุพรีเมียมระดับไฮเอนด์ (Luxury Materials): พื้นผิวสัมผัสส่วนใหญ่หุ้มด้วยหนัง Microfiber Nappa เกรดนุ่มพิเศษ เสริมด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้ธรรมชาติผิวด้าน และอะลูมิเนียมขัดเงา ช่วยลดการสะท้อนแสงและให้ความรู้สึกหรูหราประณีต
- ไฟสร้างบรรยากาศอัจฉริยะ (Dynamic Ambient Lighting): ไฟรอบห้องโดยสารแบบซ่อน (Concealed Ambient Lights) ปรับเฉดสีได้มากกว่า 128 สี สามารถกะพริบและเปลี่ยนสีตามจังหวะดนตรี อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ หรือเปลี่ยนสีเพื่อเตือนภัยร่วมกับระบบขับขี่อัจฉริยะ
- ระบบน้ำหอมปรับอากาศอัจฉริยะ (Smart Fragrance System): ติดตั้งน้ำหอมเกรดพรีเมียม 3 กลิ่นเอกสิทธิ์เฉพาะ สามารถสั่งงานผ่านหน้าจอหรือปล่อยกลิ่นอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด
พื้นที่ผู้ขับขี่และระบบแสดงผล (Driver’s Zone & Displays)
- พวงมาลัยสปอร์ตมัลติฟังก์ชัน (Sport Steering Wheel): ดีไซน์ท้ายตัดทรงสปอร์ต หุ้มหนังแท้พร้อมระบบทำความร้อน (Heating) ติดตั้งปุ่มควบคุมแบบลูกกลิ้งโลหะ (Scroll Wheels) สไตล์มินิมอลเพื่อความแม่นยำในการสั่งงาน
- หน้าจอควบคุมกลางขนาดใหญ่ (HUAWEI Smart Central Screen): หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงระดับ 2.5K ขนาด 15.6 นิ้ว ขอบจอบางพิเศษ ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ HUAWEI HarmonySpace 6 มีความลื่นไหลสูง รองรับการทำงานแบบแบ่งหน้าจอ (Split-screen) และแชร์หน้าจอกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของ Huawei ได้แบบไร้รอยต่อ
- ระบบแสดงผลบนกระจกหน้ายักษ์ใหญ่ (HUAWEI AR-HUD 88 นิ้ว): ระบบฉายภาพเสมือนจริงบนกระจกบังลมหน้าขนาดใหญ่พิเศษถึง 896 Lines / 88 นิ้ว แสดงข้อมูลความเร็ว ระบบนำทางสามมิติ (3D Navigation) และสัญลักษณ์เตือนจากระบบความปลอดภัย โดยภาพจะเสมือนลอยอยู่บนถนนจริงด้านหน้า ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาลงมามองหน้าจอ
- ผู้ช่วยอัจฉริยะ HUAWEI Xiaoyi (AI Agent): ระบบสั่งงานด้วยเสียงเจนเนอเรชันใหม่ รองรับการจำเสียงแยกตำแหน่งที่นั่งผู้โดยสาร สามารถรับคำสั่งภาษาพูดที่ซับซ้อนและโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เบาะนั่งและการบริหารพื้นที่ (Seating & Comfort)
- เบาะนั่งสุขภาพระดับเฟิร์สคลาส (Ergonomic First-class Seats): เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับส่วนหลังและสะโพกได้อย่างดีเยี่ยม หุ้มหนังรูระบายอากาศ มาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า (Massage) หลายรูปแบบ, ระบบเป่าลมเย็น (Ventilation), และระบบทำความร้อน (Heating) ทุกที่นั่ง
- เบาะหน้าปรับนอนราบ (Zero Gravity Mode): เบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับเอนนอนราบได้เกือบ 100% พร้อมที่รองรับช่วงขา (Leg Rest) มอบประสบการณ์พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มขณะหยุดพักรถหรือรอชาร์จไฟ
- พื้นที่ผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวาง (Spacious Rear Cabin): ด้วยระยะฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ที่เหลือเฟือ ตัวเบาะหลังสามารถปรับองศาการเอนด้วยระบบไฟฟ้าเพิ่มความสบายในการเดินทางไกล
- พื้นที่สัมภาระท้ายอเนกประสงค์ (Flexible Cargo Space): ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุมาตรฐาน 647 ลิตร (มีช่องซ่อนใต้พื้นอีก 76 ลิตร) และเมื่อพับเบาะแถวที่สองลงแบบราบสนิท (Fold Flat) จะขยายพื้นที่ได้สูงสุดถึง 1,606 ลิตร ได้ความยาวแนวนอนยาวถึง 1.9 เมตร สามารถเปลี่ยนเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่สำหรับสายแคมปิ้งได้อย่างง่ายดาย
ระบบเสียงและความบันเทิง (Audio & Entertainment)
- ระบบเสียงโรงภาพยนตร์ HUAWEI SOUND: ติดตั้งลำโพงคุณภาพสูงรอบห้องโดยสาร (รวมลำโพงฝังที่พนักพิงศีรษะของผู้ขับขี่เพื่อระบบนำทางและการโทรส่วนตัว) มอบกำลังขับรวมและมิติเสียงเซอร์ราวด์แบบ Spatial Audio 7.1.4 แชนเนล ให้เสียงที่ทรงพลังและใสกระจ่าง
- ความเงียบระดับห้องสมุด (Acoustic NVH Control): โครงสร้างห้องโดยสารติดตั้งวัสดุซับเสียงหนาแน่นสูงรอบคัน พร้อมระบบลดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation (ANC) ผ่านลำโพงรถ ควบคู่กับกระจกกันเสียงหนาพิเศษ ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบแม้ขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง
- แท่นชาร์จไร้สายความเร็วสูง (Dual Wireless Chargers): บริเวณคอนโซลกลางติดตั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายกำลังไฟ 50W พร้อมกัน 2 ช่อง มาพร้อมระบบเป่าลมเย็นในตัวเพื่อป้องกันไม่ให้สมาร์ทโฟนเกิดความร้อนสะสมขณะชาร์จ

รายละเอียดระบบความปลอดภัยทั้งหมด Aistaland GT7
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันอัจฉริยะ (HUAWEI Qiankun ADS 5.0 Active Safety)
- เซนเซอร์อัจฉริยะประมวลผลสูง (Advanced Sensor Suite): ติดตั้งกล้องมองภาพความละเอียดสูงรอบคัน เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radars) เรดาร์อัลตราโซนิก และไฮไลท์สำคัญคือ 896-Line Next-Generation Dual-Beam Image-Grade LiDAR บนหลังคา ซึ่งมีความละเอียดการสแกนสูงสุดในตลาด สามารถตรวจจับและจำลองภาพสิ่งกีดขวางบนท้องถนนขนาดเล็ก (สูงเพียง 14 ซม.) ได้จากระยะไกลถึง 120 เมตรในทุกสภาพอากาศ
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขั้นสูง (HUAWEI CAS 3.0+ Omni-directional Collision Avoidance): ระบบป้องกันการชนรอบทิศทาง ทำงานครอบคลุมทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง โดยระบบ AEB ด้านหน้าสามารถรองรับการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลบเลี่ยงการชนคนเดินถนน รถยนต์ หรือสิ่งกีดขวางที่ไม่คาดคิดได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120-150 กม./ชม.
- ระบบหักหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ (eAES – Enhanced Automatic Emergency Steering): เมื่อระบบตรวจพบสิ่งกีดขวางกะทันหันในระยะกระชั้นชิด และประเมินว่าการเบรกอย่างเดียวไม่เพียงพอ ซอฟต์แวร์ของ Huawei จะช่วยสั่งการระบบพวงมาลัยให้หักหลบเข้าสู่ช่องทางที่ปลอดภัยได้อย่างแม่นยำโดยรถไม่เสียอาการ
- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนและป้องกันการตกถนน (LDP & RDP): ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถรักษาตำแหน่งอยู่กลางเลนอย่างนุ่มนวล พร้อมระบบป้องกันรถวิ่งตกถนนหรือข้ามเลนโดยไม่ตั้งใจ หากตรวจพบความเสี่ยงระบบจะดึงพวงมาลัยกลับทันทีพร้อมส่งสัญญาณเตือน
- ระบบเตือนมุมอับสายตาและเตือนขณะเปิดประตู (BSD & DOW): เรดาร์ท้ายรถจะคอยตรวจจับรถที่วิ่งมาจากมุมอับสายตาทั้งขณะขับขี่เพื่อช่วยเปลี่ยนเลนอย่างปลอดภัย และแจ้งเตือนผู้โดยสารหากมีรถจักรยานหรือรถยนต์วิ่งมาจากทางด้านหลังขณะกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ
โครงสร้างตัวถังและการปกป้องเชิงรับ (Passive Safety & Body Structure)
- สถาปัตยกรรมโครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูง (High-strength Steel-aluminum Hybrid Body): โครงสร้างตัวถังใช้โครงประกอบทำจากเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูง (High-strength Steel) และอลูมิเนียมอัลลอยด์ (Aluminum Alloy) ในอัตราส่วนสูงถึง 90% โดยบริเวณเสา A, เสา B และคานหลังคาใช้เหล็กขึ้นรูปฮอทสแตมป์แรงดันสูงพิเศษความแข็งแกร่ง 2,200 MPa
- โครงสร้างกระจายแรงกระแทกห้องโดยสาร (10 Horizontal & 9 Vertical Beam Design): ออกแบบโครงสร้างห้องโดยสารแบบ “10 คานขวาง 9 คานยาว” เพื่อสร้างกรงนิรภัยที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถกระจายแรงกระแทกจากการชนได้อย่างดีเยี่ยม และผ่านการทดสอบมาตรฐานความแข็งแกร่งที่สามารถทนแรงกดทับหลังคา (Roof Crush Resistance) ได้มากกว่า 5 เท่าของน้ำหนักตัวรถ
- ระบบถุงลมนิรภัยปกป้องรอบคัน (8 Smart Airbags): ติดตั้งถุงลมนิรภัย 8 จุดรอบห้องโดยสาร ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง, ม่านถุงลมนิรภัยนิรภัยยาวตลอดแนวหน้า-หลัง และเพิ่มความปลอดภัยพิเศษด้วยถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับฝั่งคนขับ (Driver Knee Airbag) ซึ่งเป็นออปชันที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน
ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ (EV & Battery Safety)
- เกราะป้องกันแบตเตอรี่จากการชนใต้ท้องรถ (Bottom Impact Protection): แพ็กแบตเตอรี่ติดตั้งแผ่นกันกระแทกโลหะหนาพิเศษด้านล่าง และออกแบบโครงสร้างขอบข้างแพ็กแบตเตอรี่ให้มีพื้นที่ซับแรงกระแทกจากการชนด้านข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์แบตเตอรี่ได้รับความเสียหายจากการอุบัติเหตุ
- ระบบตัดกระแสไฟฉุกเฉินความเร็วสูง (High-voltage Pyro-fuse Disconnect): ในกรณีที่รถเกิดการชนรุนแรงจนถุงลมนิรภัยทำงาน ระบบสมองกลจะสั่งการตัดกระแสไฟฟ้าระดับแรงดันสูง (800V) ออกจากระบบทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่มิลลิวินาที เพื่อป้องกันการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรและลดความเสี่ยงการเกิดเพลิงไหม้
- ระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่ All-weather อัจฉริยะ: ระบบระบายความร้อนและความร้อนอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับ Huawei คอยมอนิเตอร์อุณหภูมิของเซลล์แบตเตอรี่แต่ละโมดูลอย่างละเอียดตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยป้องกันอาการ Thermal Runaway (ความร้อนสูงเกินควบคุม) และมั่นใจในความปลอดภัยแม้จอดชาร์จทิ้งไว้ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือหนาวจัด
เทคโนโลยีความปลอดภัยในการขับขี่เพิ่มเติม (Additional Driving Safety)
- ระบบไฟหน้าอัจฉริยะลดการแยงตา (HUAWEI XPIXEL Adaptive Driving Beam): ไฟหน้าระดับล้านพิกเซลจะปรับลำแสงเพื่อหลบเลี่ยงรถคันหน้าและรถที่สวนทางมาโดยอัตโนมัติอย่างละเอียดแบบพิกเซลต่อพิกเซล ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยด้านข้างได้อย่างชัดเจนโดยไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง
- ระบบแชสซีควบคุมเสถียรภาพเสี้ยววินาที (HUAWEI XMC Digital Chassis Engine): ทำงานร่วมกับระบบเบรก Continental แบบ 4-pot พวงมาลัยไฟฟ้า และระบบช่วงล่างถุงลม CDC โดยระบบจะประมวลผลความลาดเอียงและแรงเหวี่ยงของรถ เพื่อช่วยเบรกและประคองเสถียรภาพตัวรถไม่ให้หลุดโค้งหรือเสียอาการไถลเมื่อต้องหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหันบนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น




