HONDA เร่งเปิดตัว CR-V เจนใหม่ อาจผลิต เมษายน 2027 ในสหรัฐฯ






9 ตุลาคม 2026– Honda มีรายงานเตรียมปรับแผนการผลิตรถยนต์ครั้งสำคัญในอเมริกาเหนือ โดยยกเลิกแผนผลิต Honda Civic เจเนอเรชันใหม่ ที่โรงงาน Greensburg รัฐอินเดียนา สหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้กับ Honda CR-V ซึ่งเป็นรถยนต์ขายดีที่สุดของแบรนด์ในตลาดสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน Honda CR-V เจเนอเรชันใหม่ มีรายงานเลื่อนกำหนดเริ่มผลิตไปเป็นเดือนเมษายน 2027
ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่โดย Carscoops เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 อ้างอิงรายงานจาก Automotive News และแหล่งข่าวในห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม Honda ยังไม่ได้ยืนยันแผนการผลิต Civic และกำหนดเปิดตัว CR-V รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ
สรุปแผนการผลิต Honda CR-V และ Civic โฉมใหม่
- Honda CR-V เจเนอเรชันใหม่: มีรายงานเลื่อนเริ่มผลิตจากต้นปี 2027 เป็นเดือนเมษายน 2027
- Honda Civic Sedan โฉมใหม่: มีรายงานยกเลิกแผนผลิตที่โรงงาน Greensburg รัฐอินเดียนา ซึ่งเดิมวางไว้ในเดือนพฤษภาคม 2028
- Honda Civic Sedan ในแคนาดา: ยังมีแผนเริ่มผลิตที่รัฐออนแทรีโอในเดือนเมษายน 2028
- Honda Civic Hatchback: มีรายงานว่า Civic Hatchback เจเนอเรชันใหม่ที่จำหน่ายในอเมริกาเหนือจะเปลี่ยนมาใช้การนำเข้าจากญี่ปุ่น
- ระบบขับเคลื่อน: CR-V รุ่นใหม่มีรายงานว่าจะเน้นระบบไฮบริด ขณะที่แพลตฟอร์ม HEV เจเนอเรชันใหม่ของ Honda มีน้ำหนักลดลงประมาณ 90 กิโลกรัม
หมายเหตุ: รายละเอียดกำหนดการและสถานที่ผลิตข้างต้นยังเป็นรายงานจากสื่อและแหล่งข่าวอุตสาหกรรม ไม่ใช่ประกาศยืนยันจาก Honda
Honda CR-V โฉมใหม่ เลื่อนเริ่มผลิตเป็นเมษายน 2027
เดิมที Honda มีแผนเริ่มผลิต CR-V เจเนอเรชันใหม่ในช่วงต้นปี 2027 แต่รายงานล่าสุดระบุว่ากำหนดการถูกขยับออกไปเป็นเดือนเมษายน 2027 หรือช้ากว่ากำหนดเดิมประมาณ 3 เดือน
คาดว่าการผลิตระยะแรกจะเริ่มขึ้นที่โรงงาน Honda ในเมือง Alliston รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ก่อนขยายไปยังโรงงานในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะโรงงาน Greensburg รัฐอินเดียนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตรถยนต์ Honda สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ
นอกจากนี้ Automotive News ยังรายงานถึงการปรับลดแผนกำลังการผลิต CR-V รุ่นใหม่ในช่วงปีแรกประมาณ 6.7% ซึ่งอาจสะท้อนการจัดลำดับความสำคัญระหว่างการผลิตรถรุ่นปัจจุบันกับการเตรียมสายการผลิตสำหรับรถเจเนอเรชันถัดไป
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงของการเลื่อนกำหนดการยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Honda และไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากปัญหาทางเทคนิคหรือการพัฒนารถยนต์ล่าช้า
All-New Honda CR-V 2027 สิ่งที่คาดหหวัง
All-New Honda CR-V 2027 คือรถยนต์อเนกประสงค์ (Compact SUV) เจเนอเรชันใหม่ล่าสุดจาก Honda ที่ผ่านการออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน (Full Redesign) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อทิศทางของแบรนด์ในช่วงเวลานี้ครับ
“ฮีโร่” กอบกู้สถานการณ์ของ Honda
หลังจากที่ Honda ตัดสินใจระงับและยกเลิกแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายรุ่นในอเมริกาเหนืออย่างกะทันหัน ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนรถยนต์โมเดลใหม่ (Product Gap) ลากยาวไปอีกหลายปี สำนักข่าว Nikkei Asia ระบุว่า All-New CR-V โฉมปี 2027 จะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่หมดจดคันแรก (First Fresh Vehicle) ที่จะถูกส่งมาอุดช่องว่างทางการตลาดและช่วยฟื้นฟูโมเมนตัมให้กับบริษัทในช่วงที่กำลังปรับแผนธุรกิจ
มุ่งเน้นขุมพลังไฮบริด (Strong Hybrid)
เมื่อแผน EV ถูกพับไป Honda จึงหันกลับมาโฟกัสที่เทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดอย่างเต็มที่ All-New CR-V 2027 จึงถูกคาดหวังว่าจะมาพร้อมกับขุมพลัง Strong Hybrid เจเนอเรชันใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้ทรงพลังและประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นหัวหอกสำคัญในการทำตลาดและแข่งขันกับคู่แข่ง
สิ่งที่คาดหหวังในการปรับโฉมครั้งใหญ่
- ดีไซน์ด้านหน้า คาดว่าจะทิ้งความโค้งมนแบบเดิม เปลี่ยนเป็นหน้าตาที่ดูเกรี้ยวกราดและล้ำอนาคตมากขึ้น ด้วยกระจังหน้ารังผึ้งสีดำทรงกว้างที่ออกแบบให้รับกับไฟหน้าแบบเส้นเรียวบาง (Slim LED)
- เส้นสายตัวถัง เน้นความแอโรไดนามิกมากขึ้น ตัวรถจะดูกว้างและเตี้ยลงเล็กน้อย อาจมีการใช้มือจับประตูแบบเรียบเนียน (Flush handles) เพื่อลดเสียงลม และมีล้ออัลลอยขนาดใหญ่ขึ้นถึง 20 นิ้วในรุ่นท็อป
- ไฟท้าย คาดว่าจะยังคงเอกลักษณ์ไฟท้ายแนวตั้งเอาไว้ แต่จะถูกปรับแพทเทิร์น LED ให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวขึ้น บางกระแสคาดว่าอาจมีแถบไฟลากยาวเชื่อมต่อกัน
- อัปเกรด e:HEV ระบบไฮบริดแบบมอเตอร์คู่จะถูกนำมาปรับจูนใหม่ร่วมกับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เพื่อให้ตอบสนองช่วงความเร็วต่ำ (Low-speed torque) ได้ดีขึ้นและประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม
- ลุ้นระบบ PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด) เพื่ออุดช่องว่างจากการขาดหายไปของรถ EV มีความเป็นไปได้สูงที่ Honda จะเพิ่มทางเลือกแบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ซึ่งอาจให้พละกำลังทะลุ 300 แรงม้า เพื่อท้าชนกับ Toyota RAV4 Prime โดยตรง
- เครื่องยนต์เทอร์โบ รุ่นเริ่มต้นคาดว่าจะยังคงใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบที่ปรับปรุงให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพดีขึ้น
- ห้องโดยสารดิจิทัลเต็มรูปแบบ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลด้วยแผงหน้าปัดคนขับแบบดิจิทัลขนาดใหญ่ และหน้าจอกลางแบบสัมผัสที่กว้างขึ้น
- ความหรูหราที่เพิ่มขึ้น แดชบอร์ดจะถูกออกแบบให้ดูสะอาดตาและมินิมัลมากขึ้น ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม พร้อมไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Lighting)
- ลดเสียงรบกวน (NVH) คาดว่าจะมีการปรับปรุงเรื่องการเก็บเสียงอย่างขนานใหญ่ เพื่อให้ห้องโดยสารเงียบและนุ่มนวลใกล้เคียงกับรถ Luxury SUV
- อัปเกรดระบบ Honda Sensing ให้ทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เช่น ระบบเบรกไฟฟ้า (Brake-by-wire) ที่ปรับจูนให้เหยียบได้นุ่มนวลขึ้น และเพิ่มฟังก์ชันกล้อง 360 องศาให้ทำงานควบคู่กับระบบบันทึกภาพ (Dashcam) ในตัว
HONDA พลิกแผนใหญ่! Civic โฉมใหม่หลุดแผนผลิตในสหรัฐฯ เปิดทาง CR-V ใหม่ เริ่มผลิตเมษายน 2027

