เปิดตัวในยุโรป BYD DOLPHIN G PHEV ปลั๊กอินไฮบริดใหม่ วิ่งไฟฟ้า 105 กม. WLTP ครอบคลุมการวิ่ง 1,040 กม./ถังน้ำมัน

เปิดตัวในยุโรป BYD DOLPHIN G PHEV ปลั๊กอินไฮบริดใหม่ วิ่งไฟฟ้า 105 กม. WLTP ครอบคลุมการวิ่ง 1,040 กม./ถังน้ำมัน
Spread the love
Advertisement Advertisement

BYD DOLPHIN G DM-i นิยามใหม่ของรถยนต์ B-Segment ด้วยเทคโนโลยี Plug-in Super Hybrid

BYD ผู้นำระดับโลกด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการยานยนต์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว BYD DOLPHIN G DM-i รถยนต์แฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัด (Compact Hatchback) ในกลุ่ม B-Segment ที่เข้ามาปฏิวัติมาตรฐานเดิม ๆ ของรถยนต์ซิตี้คาร์ในยุโรป ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความประหยัดที่เหนือชั้น และความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

ความโดดเด่นที่สุดของ BYD DOLPHIN G DM-i คือการเป็นรถยนต์ซูเปอร์มินิรุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน Plug-in Super Hybrid (DM-i) เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ซึ่งมอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (Pure EV Mode) ได้สูงสุดถึง 105 กิโลเมตร และเมื่อทำงานร่วมกับน้ำมันเต็มถังจะสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมกันสูงสุดถึง 1,040 กิโลเมตร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและทลายข้อจำกัดเรื่องระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าไปได้อย่างสิ้นเชิง

มิติตัวถังและพิกัดขนาดตัวรถ (Dimensions & Chassis)

BYD DOLPHIN G DM-i ได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังมาให้เน้นความกว้างขวางของห้องโดยสารเป็นหลัก โดยมีระยะฐานล้อที่ยาวเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับความยาวตัวรถ ช่วยให้การจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีรายละเอียดมิติตัวถังดังนี้:

  • ความยาวตัวถัง: 4,160 มิลลิเมตร (สั้นกว่า ATTO 2 DM-i SUV อยู่ 170 มิลลิเมตร ทำให้มีความคล่องตัวสูงในเมือง)
  • ความกว้างตัวถัง: 1,825 มิลลิเมตร (ช่วยให้ตัวรถดูมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ เกาะถนน และทรงตัวได้ดีในย่านความเร็วสูง)
  • ความสูงตัวถัง: 1,575 มิลลิเมตร (ให้ความสูงที่พอเหมาะ ชนิดที่ผู้โดยสารเข้า-ออกห้องโดยสารได้สะดวกโดยไม่ต้องก้มตัวมากเกินไป)
  • ระยะความยาวฐานล้อ (Wheelbase): 2,610 มิลลิเมตร (ยาวที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปในพิกัดเดียวกัน ส่งผลให้พื้นที่วางขาของผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวางเป็นพิเศษ)
  • น้ำหนักรถเปล่า (Kerb Weight):
    • รุ่น Active (แบตเตอรี่เล็ก): 1,440 กิโลกรัม
    • รุ่น Boost / Comfort / Sport (แบตเตอรี่ใหญ่): 1,555 กิโลกรัม
  • ระบบกันสะเทือน (Suspension):
    • ด้านหน้า: อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) ให้ความนุ่มนวลและควบคุมแม่นยำ
    • ด้านหลัง: ทอร์ชันบีม (Torsion Beam) เน้นความแข็งแรง ทนทาน และช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ

ความจุถังน้ำมันและการบริหารพลังงาน (Fuel Tank Capacity & Range)

หัวใจสำคัญที่ทำให้ BYD DOLPHIN G DM-i สามารถทลายขีดจำกัดเรื่องระยะทางการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า 100% คือการติดตั้งถังน้ำมันขนาดกะทัดรัดแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการเดินทาง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ความจุถังน้ำมัน: 42 ลิตร (ใช้ได้กับน้ำมันเบนซิน)
  • ระยะทางขับขี่รวมสูงสุด (Total Combined Range):
    • รุ่น Active: วิ่งได้ไกลสูงสุด 1,020 กิโลเมตร (ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 7.42 kWh)
    • รุ่น Boost / Comfort / Sport: วิ่งได้ไกลสูงสุด 1,040 กิโลเมตร (ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 18.3 kWh)
  • อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย (WLTP Weighted Combined): ต่ำสุดเพียง 1.4 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร (หรือคิดเป็นประมาณ 71.4 กิโลเมตร/ลิตร) ในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ใหญ่ เมื่อเริ่มต้นเดินทางโดยชาร์จแบตเตอรี่ไว้เต็ม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ประหยัดและคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ

ด้วยขนาดถังน้ำมัน 42 ลิตรที่ทำงานร่วมกับระบบปลั๊กอิน ซูเปอร์ไฮบริด (DM-i อัจฉริยะ) ตัวรถจะจัดสรรให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลักในย่านความเร็วต่ำถึงปานกลาง และตัดสลับให้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรเข้ามาช่วยปั่นกระแสไฟฟ้าหรือขับเคลื่อนโดยตรงเฉพาะในย่านความเร็วสูงที่เครื่องยนต์ทำงานได้ประหยัดที่สุด ส่งผลให้การใช้น้ำมันทุกหยดเป็นไปอย่างคุ้มค่า และทำระยะทางได้เกิน 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จไฟเต็มเพียงครั้งเดียว


ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง: กะทัดรัด คล่องตัว แต่เปี่ยมด้วยความสปอร์ต

BYD DOLPHIN G DM-i ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการขับขี่ของชาวเยุโรปที่ต้องการรถยนต์ที่คล่องตัว ควบคุมง่าย และหาที่จอดได้สะดวกในเมืองใหญ่ โดยตัวรถมีความยาว 4,160 มิลลิเมตร และความกว้าง 1,825 มิลลิเมตร ซึ่งมีความยาวสั้นกว่ารถเอสยูวีรุ่นพี่อย่าง ATTO 2 DM-i อยู่ 170 มิลลิเมตร ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถยนต์ไฮบริด DM-i ที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุดของแบรนด์

รูปลักษณ์ภายนอกสะท้อนความทันสมัยด้วยปรัชญาการออกแบบ Ocean Aesthetics เวอร์ชันล่าสุด:

  • ด้านหน้า: เส้นสายมีความโค้งมน นุ่มนวล แฝงความสปอร์ตด้วยการออกแบบช่องดักอากาศที่กันชนล่างให้กลมกลืนไปกับระบบขับเคลื่อน Super Hybrid พร้อมเพิ่มเส้นสายเฉียบคมในแนวตั้งบริเวณมุมกันชน ช่วยให้ตัวรถดูมีมิติและกว้างขวางมั่นคง
  • ด้านข้าง: เส้นสายเฉียบคมลากยาวจากซุ้มล้อหน้าไปจนถึงไฟท้าย เสริมลูกเล่นบริเวณเสา C (C-Pillar) ที่ตัดสลับเพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์หลังคาลอยตัว (Floating Roof) มอบความรู้สึกเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
  • ล้ออัลลอย: ดีไซน์แตกต่างกันตามรุ่นย่อย โดยรุ่น Active และ Boost จะมาพร้อมล้อขนาด 16 นิ้ว รุ่น Comfort เป็นล้อทูโทนขนาด 18 นิ้ว และรุ่น Sport จะได้ล้อสีดำเงา (Gloss-Black) ขนาด 18 นิ้ว
  • ด้านหลัง: โดดเด่นด้วยไฟท้าย LED พาดยาวเต็มความกว้างตัวรถ พร้อมสปอยเลอร์หลังคาและไฟเบรกดวงที่สามที่ติดตั้งได้อย่างแนบเนียน

ห้องโดยสารภายใน: กว้างขวางเกินตัว พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระระดับแถวหน้า

แม้ว่าภายนอกจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ด้วยการจัดวางโครงสร้างอัจฉริยะและฐานล้อที่ยาวถึง 2,610 มิลลิเมตร (ซึ่งยาวกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในระดับเดียวกัน) ทำให้ห้องโดยสารของ DOLPHIN G DM-i มีความกว้างขวาง สามารถรองรับผู้ใหญ่ 5 คนได้อย่างสบาย ๆ

การออกแบบคอนโซลหน้าเน้นเส้นสายแนวนอนที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่ง ช่องแอร์ได้รับการออกแบบให้กลมกลืนไปกับแผงคอนโซล หัวเกียร์ถูกย้ายไปติดตั้งอยู่บนคอพวงมาลัย (Steering Column) ทำให้พื้นที่บริเวณคอนโซลกลางโล่งขึ้น และสามารถเปลี่ยนเป็นช่องเก็บของสองชั้นขนาดใหญ่ พร้อมที่วางแก้วและแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย (Wireless Charger) ได้อย่างลงตัว

พื้นที่เก็บสัมภาระเหนือระดับ: BYD DOLPHIN G DM-i มีความจุสัมภาระท้ายรถสูงถึง 425 ลิตร ซึ่งมากกว่ารถแฮทช์แบ็กสำหรับครอบครัวหรือรถเอสยูวีขนาดกลางหลาย ๆ รุ่น นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของลับขนาด 45 ลิตรซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องสัมภาระ และเมื่อพับเบาะหลังแบบ 40:60 พื้นที่จะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 1,225 ลิตร รองรับทุกกิจกรรมได้อย่างไร้กังวล

Advertisement Advertisement

ขุมพลัง Super Hybrid DM-i: ประสบการณ์ขับขี่แบบรถไฟฟ้า พร้อมระบบช่วยเหลือระยะไกล

ระบบขับเคลื่อน DM-i ย่อมาจาก Dual Mode Intelligence ซึ่งมีความแตกต่างจากระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทั่วไปในท้องตลาด เนื่องจากระบบของ BYD จะเน้นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก (EV-led) มอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูงจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อในสถานการณ์ส่วนใหญ่ มอบความเงียบ อัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน Xiaoyun ขนาด 1.5 ลิตร ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าส่งกลับไปยังแบตเตอรี่ Blade Battery เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบการทำงานอัจฉริยะ 5 รูปแบบ (5 Configurations) ในโหมด HEV

เมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อยหรือผู้ขับขี่เลือกโหมด Hybrid (HEV) สมองกลอัจฉริยะจะปรับเปลี่ยนการทำงานโดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม ดังนี้:

  1. โหมดขับขี่ความเร็วสูงประสิทธิภาพสูง: มอเตอร์ขับเคลื่อนหลักจะใช้พลังงานร่วมกันจากทั้งแบตเตอรี่และมอเตอร์ปั่นไฟ (Generator) ที่ทำงานจากเครื่องยนต์
  2. โหมดชาร์จไฟขณะเดินทาง: เมื่อใช้ความเร็วคงที่และแบตเตอรี่เหลือน้อย เครื่องยนต์จะปั่นไฟเพื่อส่งกำลังส่วนหนึ่งไปขับเคลื่อนมอเตอร์ และแบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งไปชาร์จแบตเตอรี่เก็บไว้
  3. โหมดเร่งแซงเต็มกำลัง: เมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่งจม (Hard Acceleration) ชุดคลัตช์จะต่อกำลังให้เครื่องยนต์สันดาปเข้ามาทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อส่งกำลังลงสู่ล้อพร้อมกัน มอบอัตราเร่งสูงสุด
  4. โหมดบริหารพลังงานส่วนเกิน: หากเครื่องยนต์ผลิตกำลังออกมามากกว่าที่ต้องการ กำลังส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าส่งกลับไปเก็บในแบตเตอรี่
  5. โหมดรักษาระดับพลังงาน: เมื่อกำลังจากเครื่องยนต์สมดุลกับความต้องการของตัวรถ เครื่องยนต์จะขับเคลื่อนล้อโดยตรง โดยไม่มีการชาร์จเข้าหรือดึงไฟออกจากแบตเตอรี่

มอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor)

  • ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS)
  • แรงบิด 210 นิวตันเมตร
  • สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 8.3 วินาที เท่านั้น

รุ่นย่อยและอุปกรณ์มาตรฐาน: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

BYD DOLPHIN G DM-i มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่อัปเกรดขึ้นตามลำดับ:

1. รุ่น Active (รุ่นเริ่มต้น)

  • แบตเตอรี่ Blade Battery ขนาด 7.42 kWh ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน 40 กม. (WLTP) ระยะทางรวม 1,020 กม.
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
  • หน้าจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • เซนเซอร์กะระยะหน้า-หลัง พร้อมกล้องมองหลัง
  • รองรับการชาร์จ AC ขนาด 3.3 kW (ชาร์จจาก 15%-100% ภายใน 2.8 ชั่วโมง)

2. รุ่น Boost

  • อัปเกรดแบตเตอรี่เป็นขนาด 18.3 kWh ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน 105 กม. (WLTP) ระยะทางรวม 1,040 กม.
  • หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขยายใหญ่เป็น 12.8 นิ้ว
  • เพิ่มระบบอุ่นเบาะคู่หน้าและอุ่นพวงมาลัย, ไฟ Ambient Light หลากสีในห้องโดยสาร
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 15W, ช่องแอร์และช่อง USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบ Vehicle-to-Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้า 3.3 kW ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกรถได้
  • รองรับการชาร์จ AC 6.6 kW และรองรับการชาร์จเร็ว DC ขนาด 39 kW (ชาร์จจาก 10%-80% ในเวลาเพียง 26 นาที)

3. รุ่น Comfort (หรูหราเหนือระดับ)

  • ฟังก์ชันความปลอดภัยและเทคโนโลยีเทียบเท่ารถยนต์ C-Segment
  • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-Up Display)
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
  • เบาะนั่งหุ้มหนังวีแกนผสมผ้า โดยเบาะคนขับปรับไฟฟ้าพร้อมดันหลังไฟฟ้า
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา และล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว
  • ระบบอินโฟเทนเมนต์อัปเกรดติดตั้ง Built-in Google (Google Maps, Google Assistant และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมได้)

4. รุ่น Sport (สปอร์ตเต็มขั้น)

  • ตกแต่งพิเศษด้วยสัญลักษณ์เฉพาะรุ่น สปอยเลอร์และชุดแต่งรอบคัน
  • ล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 18 นิ้ว
  • ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนพิเศษ พร้อมเบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังกลับ (Suede) สไตล์มอเตอร์สปอร์ต

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะระดับ Big-Car Safety

BYD ไม่เคยประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย แม้ DOLPHIN G DM-i จะเป็นรถยนต์ขนาดกะทัดรัด แต่ก็ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และระบบความปลอดภัยมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วย:

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control)
  • ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (Emergency Lane Keeping Assistant) และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Assist)

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้